จากประสบการณ์ ผู้หญิงที่ขี่มอเตอร์ไซต์ในกทม. เรียนรู้อะไรมาบ้าง

จริงๆ ก็เป็นคนที่ใช้การขนส่งเกือบทุกรูปแบบในกทม. นะคะ
ตั้งแต่ 
- นั่งรถโดยสารสาธารณะ  ยุ่งแรกๆ ที่มาอยู่กทม.
- ขับรถยนต์  พอมีรถยนต์ก็อยากขับมา รถติดทำงานย่านพญาไท หาที่จอดรถยากแม้จะต้องเสียค่าที่จอดเดือนละ 1,500 เปลืองมาก
-รถไฟฟ้า(MRTและBTS)ขึ้นสองต่อมาทำงานลำบากใช้เวลาเป็นชั่วโมงเกือบๆจะเท่ากับขับรถมาแม้จะเร็วกว่าเพียงน้อยนิด
- มอเตอร์ไซต์รับจ้าง วิ่งตรงมาจากบ้านเลย  ไปกลับ 200  เดือนละ 4,400 ก็ว่าแพงอยู่
- ขี่มอเตอร์ไซต์มาทำงานเอง  อันนี้ถูกมากมาย  ค่าน้ำมันวันละ 12 บาท   (โดยเฉลี่ย) โอ้วมันถูกมาก ระยะทางไปกลับประมาณ 18 กิโลเมตร ถูก เร็วดี แต่ก็มีอันตราย ฮิๆ อันนี้เว้นไว้เอง 

   ทีนี้ ณ วันแรกที่ขี่มอเตอร์ไซต์ในเมือง ก็จะตื่นเต้นหน่อย (ปกติขี่ตามถนนบ้านนอกก็ไม่ยากอะไร)  เนื่องจากรถมากมาย  ทุกคันต้องเร่งเบียดกันไปเพื่อจะไปข้างหน้า  ทีนี้สิ่งที่เรียนรู้มาเป็นข้อๆ  (ของตัวเองนะคะ ) คือ

1.  ตอนขับรถยนต์ก็คิดว่ามอไซต์ทำไมต้องมาเฉี่ยวหูกระจกรถที่ฉันรักด้วยเนี่ย (แอบเคือง) แต่พอขี่เอง ก็เข้าใจว่า เราควรจะจอดให้ชิดซักฝั่งนึง เช่นชิดซ้ายหรือขวาเลย  ตามรถคันหน้า เพราะที่ว่างตรงกลางมันไม่พอให้เค้าไปไง ถึงจะดูไม่แฟร์แต่ก็แชร์กันนะจ๊ะ  
2.  อย่าได้วิ่งออกไปตามรถคันอื่น เพราะคิดว่ามันไฟเขียวแล้ว  ตอนฉันขี่รถใหม่ๆ นั้น ยังกะอะไรไม่ถูก เห็นเค้าออกตัวกันเป็นสิบคัน ฉันก็ตามไปด้วย ปรากฎว่าฝ่าไฟแดงจ้ะ   โดนบีแตรไล่ อายคนทั้งแยก จากนั้นมาฉันก็ดูไฟแดงตลอดเลยไม่เคยวิ่งตามผู้ชายที่อยู่ข้างหน้าไปอีกเลยค่ะ  55555 อ้อที่สำคัญ ต้องดูรถอีกฝั่งที่อาจจะผ่าไฟแดงมาด้วยนะ ถึงจะเขียวแล้วก็อาจจะตายได้เช่นกัน
3.  เวลามีอุบัติเหตุกับมอเตอร์ไซต์  เช่น โดนชนล้มหรืออะไร ฉันจะเห็นมอเตอร์ไซต์คันอื่น จอดและลงไปช่วยอย่างรวดเร็วมาก เค้าดูมีน้ำใจมากมายเลยทีเดียว   แอบซาบซึ้งแทนผู้ประสบอุบัติเหตุมากเลยนะคะ  (เพราะส่วนใหญ่คันที่ชน ไม่ค่อยลงจากรถมาเลย) 
4.  รู้สึกกลัวฝนน้อยลง (อันนี้ความคิดส่วนตัวเลย) เพราะตากฝนบ่อยมาก แต่ก่อนตอนขับรถหรือนั่งรถสาธารณะ จะไม่ยอมเปียกเด็ดขาดเลย  ไม่รู้ว่ากลัวอะไร ฝนไม่ได้น่ากลัว ขี่มอเตอร์ไซต์ตากฝนก็ได้อีกอารมณ์นึงนะคะ (เหมือนอกหักมา ต้องการน้ำเย็นๆ)
5.  บางครั้งที่เราบีบแตร เราไม่ได้ต้องการต่อว่าหรือด่าทอแต่อย่างไรนะคะ   เราแค่ต้องกาให้รู้ว่า "เราอยู่ตรงนี้ อย่าเบียดมาชนเรานะ"  เพราะบางทีรถยนต์อยู่ในช่วง blind spot  ไม่สามารถเห็นเราได้ เราไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุค่ะ   

  และข้อสุดท้าย รู้สึกว่าชีวิตมันสั้นขึ้นรีบทำอะไรให้กับคนที่เรารักเพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเวลา เราไม่สามารถจะย้อนเวลากลับไปได้บอกรักพ่อแม่พี่น้องแสดงความห่วงใยให้เค้าได้รู้สึกเราก็อิ่มเอมถึงจะเกิดอะไรขึ้นเราก็ไม่กลัวแล้ว   ใช้ชีวิตให้เหมือนวันพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้าย   เราก็เต็มที่เลยค่ะ

  

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่