🍥🍥มาลาริน/ลุงตู่ไม่ได้คิดช้าใช้งบกลางตามกติกา-ขั้นตอน มีเงินเพียงพอ ขอบคุณบิณฑ์ช่วยเหลือ ฝ่ายค้านจะทำอะไรก็ทำอย่าโจมตี


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้รัฐบาลมีวงเงินที่สามารถใช้จ่ายได้ ในส่วนของงบฯกลางในการช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งจะนำมาใช้ในการฟื้นฟูเป็นหลัก สำหรับการช่วยเหลือในวันนี้มีงบประมาณ 50 ล้านบาทในทุกจังหวัดเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วน เมื่อไม่พอก็ขอมาที่รัฐบาล โดยจะให้ไปเป็นก้อนๆก็ขอให้เข้าใจว่าการใช้งบฯมีขั้นตอนอยู่ ไม่ใช่ตนจะไม่ให้อะไรเลย ตนเข้าใจในกฎหมายดี ทั้งนี้ในส่วนของกระทรวงการคลังก็มีมาตรการช่วยเหลือ ทั้งการเยียวยาพืชผลทางการเกษตร ไร่นาเสียหาย ปศุสัตว์ ประมง นอกจากนี้ ยังมีมาตรการบรรเทาหนี้และดอกเบี้ย ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) ในส่วนนี้มีการสำรวจอยู่ในการเยียมยาตามหลักเณฑ์ หลังจากนั้นจะไปดูว่าประชาชนเดือดร้อนเรื่องอะไรอีกหลังช่วงน้ำลดก็ต้องหามาตรการเสริม ซึ่งย้ำว่าต้องใช้งบประมาณให้ทั่วถึงและเหมาะสมในทุกกิจกรรม ก็ต้องมาพิจารณาว่าจะใช้กันอย่างไร ทั้งถนนหนทาง ปศุสัตว์ ซ่อมบ้านเรือน การเกษตร คาดว่าจะเสียหายเกือบล้านไร่ แสนกว่าครอบครัว รวมตัวเลขมาก็ใกล้กับวงเงินที่เรามีอยู่ ตนจะใช้อย่างเต็มที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

"เราเคยเผชิญสถานการณ์อย่างนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้อาจหนักหนาสาหัสหน่อยในบางพื้นที่ ก็ต้องไปตรวจสอบเพื่อใช้จ่ายวงงเงินงบประมาณดังกล่าวที่ปลดล็อกแล้วถึง 5 หมื่นล้านบาท ที่ได้ตั้งเป็นกองทุนสำรองจ่ายใช้จ่ายกรณีจำเป็นและฉุกเฉิน ขณะที่ความเสียหายประเมินคราวๆในวันนี้ความเสียหายไม่ต่ำว่า 2-3 หมื่นล้านบาท ต้องทยอยดำเนินการด้วยสำรวจและตรวจสอบข้อมูล มันไม่ใช่เรื่องที่จะใช้จ่ายง่ายๆทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทุกคนที่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนลงไปได้บ้าง แต่ผมเป็นห่วงว่าหลังจากกนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ที่จะทำให้ประชาชนเข้มแข็ง ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ"นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในส่วนของมหาดไทยก็มีศูนย์ปภ. ทุกกระทรวงมีหน่วยงานลงไปช่วยเหลือ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข ทราบว่ามีประชาชนเดือดร้อนด้านสุขภาพจิตประมาณ 19 คน กระทรวงสาธารณสุขได้นำตัวมาพบเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต และอธิบดีได้ลงไปอยู่ในพื้นที่เพื่อให้ประชาชนสบายใจ เพราะถ้าไปคิดสั้น หรือคิดอะไรจะทำให้เสียหาทั้งหมด สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ตามบ้านก็ได้ลำเลียงออกมาโรงพยาบาลนำมาดูแลในพื้นที่ปลอดภัย ทั้งหมดคือแผนที่ทำร่วมระหว่างกระทรวงหลายหน่วยงาน ทั้งแผนเผชิญหน้า เผชิญเหตุ และปรับเปลี่ยนวิธีการช่วยเหลือ ทั้งหมดคือการคิดล่วงหน้าไม่เช่นนั้นจะสับสนอลหม่านกว่านนี้ ตอนนี้สถานการณ์มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ระดับน้ำลดลงไป 40 เซนติเมตร เพราะระบบระบายน้ำมีประสิทธิภาพแล้ว ลำน้ำชี ลำน้ำมูลที่ล้นตลิ่งก็ลดลง

นายกฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดตามขั้นตอนเราต้องช่วยชีวิต ช่วยเหลือประชาชนก่อน ทุกหน่วยงานต้องเข้าช่วยเหลืออย่างทันท้วงที ทั้งคนและสัตว์หาพื้นที่ปลอดภัยให้อยู่ แต่หลายคนไม่อยากย้ายออกจากบ้าน แต่พอจะย้ายทีหลังก็ตัดสินใจไม่ทันแล้ว บางครั้งเวลาบอกควรจะฟังกันบ้าง

ตอนนี้มีการตั้งศูนย์ดูแลประชาชน จัดหาอาหารน้ำดื่มและหมอเข้ามาดูแลโรคหวัดและน้ำกัดเท้า รวมถึงแผนการระบายน้ำ ระบายลงสู่น้ำโขงให้เร็วที่สุด แม้เราจะห้ามฝนตกไม่ได้ ก็จะดำเนินการให้ดีที่สุด และขั้นตอนสุดท้ายคือการเยียวยาซ่อมสร้าง ทั้งเฉพาะหน้าและฟื้นฟู ครอบคลุมทุกจังหวัดที่มีความเดือดร้อน โดยการเยียวยาต้องพิจารณาให้รัดกุม เพราะเป็นการใช้งานเงินของทางราชการ ซึ่งมีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องการลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนตนก็ได้ลงไปแล้ว ได้เห็นสภาพ นึกภาพออกตลอด และมีการรายงานผ่านระบบออนไลน์เข้ามาตลอด ซึ่งอยู่ในกรอบการทำงานของเราอยู่แล้ว หลังจากที่มอบภารกิจลงไป ตนมีหน้าที่ในการติดตาม งบประมาณของจังหวัดพอหรือไม่ ไม่พอก็ขอขึ้นมา รัฐบาลก็พร้อมจะดูแล แต่ต้องให้ในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎและระเบียบ พร้อมกันนี้ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ระดมช่วยน้ำท่วม ทั้งภาคธุรกิจ รวมถึงนายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ซึ่งทำให้ตนมีความสุขที่ทุดคนมีส่วนร่วมกัน

“จะไปแจกกันเลยอะไรเลยคงไม่ได้เวลานี้ เพราะมันผิดกติกาตรงนั้น การมีเม็ดเงินเท่าไหร่ก็ตาม มันต้องระวังเรื่องการใช้จ่ายเพราะต้องมีการตรวจสอบภายหลังทุกที คืนนี้ขอแรงช่วยกันบริจาคในรายการพิเศษ ร่วมใจพี่น้องไทยช่วยภัยน้ำท่วม เวลา 19.30 น.ถ่ายทอดสดทางช่อง 9 MCOT HD 30”นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนที่มีการมองว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นการแย่งชิงพื้นที่ของพรรคการเมืองนั้น ในส่วนของพรรครัฐบาลเป็นหน้าที่ที่จะต้องลงไปอยู่แล้ว โดยลงไปในพื้นที่ที่รับผิดชอบด้วย ซึ่งได้มีการแบ่งรับความรับผิดชอบ ในรองนายกฯ รัฐมนตรีรับผิดชอบเป็นภาคและกลุ่มจังหวัดไป แต่ในส่วนของฝ่ายค้านก็เป็นเรื่องของฝ่ายค้าน ตนไม่อยากไปทะเลาะ แต่ขอให้เข้าใจว่าการช่วยเหลือส่วนใหญ่ต้องมาจากรัฐบาล การจะช่วยเล็กๆ น้อยๆ ตรงนั้นตรงนี้ก็เป็นเรื่องของเขา ถ้าจะโจมตีในภาพใหญ่มันก็ลำบากที่จะมองกันแบบนั้น

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยจะร่วมจัดงานเลี้ยงโดยอ้างว่าเพื่อระดมทุนนำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ก็เป็นเรื่องของเขา ทราบเบื้องต้นว่าเขาต้องการนำเงินมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผมก็ยินดี ไม่ว่าจะเป็นเอกชน หรือพรรคการเมืองใดก็ตาม ถ้าทำเพื่อช่วยประชาชนก็เป็นประโยชน์ทั้งสิ้น แต่อย่าบิดเบือนให้ร้ายซึ่งกันและกันเลยมันไม่เกิดประโยชน์"


ด้าน นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลังไปหารือร่วมกันเพื่อจัดทำแพคเกจฟื้นฟู เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่นอกเหนือจากการชดเชยเยียวยาตามระเบียบปกติ ซึ่งขณะนี้มีหลายพื้นที่นำลดแล้วและต้องการการเยียวยา ดังนั้นขอให้ทั้ง 2 หน่วยงานเร่งดำเนินการทำแพคเกจกลับมาเสนอเข้าที่ประชุมครม.เพื่อพิจารณา หากอนุมัติก็จะจัดส่งให้ผู้ประสบภัยได้ทันที 

นางสาวไตรศุลี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ยังได้สั่งการว่าในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมนั้น หลักการทางราชการ หากเป็นเรื่องสำคัญต้องสามรรถยืดหยุ่นได้ นอกจากนี้ กำชับไปยังสถานพยาบาลทุกแห่งต้องเตรียมความพร้อมทุกด้านทั้งคน ยา เวชภัณฑ์ต่างๆ เพื่อรับมือในการดูแลสุขภาพกาย และสุขภาพจิตของผู้ประสบภัย อย่างล่าสุดมีรายงานผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจเสี่ยงฆ่าตัวตายจำนวน 19 ราย ในส่วนนี้มีทีมจิตแพทย์เข้าไปดูแลต่อเนื่องแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้ให้กำลังใจบุคลากรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ว่าขออย่าไปใส่ใจกับคำติเตียนมากเกินไป เพราะเราต่างรู้ว่าเราทำอะไรอยู่ ขอให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/politics/731990


ลุงตู่ตอบชัดเจนแล้วนะคะ  ว่ามีเงินเพียงพอ คาดใช้ 2-3 หมื่นล้าน 

การรับบริจาคก็เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือคนที่ถูกน้ำท่วมบ้าน
เป็นกุศลให้แก่ผู้บริจาค ให้ได้แสดงความมีน้ำใจต่อกันในยามทุกข์ยากจากภัยธรรมชาติ

ฝ่ายแค้นใช้อะไรคิดสร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชน ยุแยงให้รัฐบาลเป็นผู้ร้าย ให้ประชาชนเกลียด หาว่าไม่เอาเงินมาช่วยน้ำท่วม เอาไปซืออาวุธทั้งที่คนละส่วนกัน

น้ำท่วมฝ่ายแค้นไปช่วยประชาชนเถอะ อย่ามัวดราม่าแก้รัฐธรรมนูญ 

แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 18
ส่วนที่มีคำถามว่าเงินหายไปไหน ส่วนหนึ่งน่าจะเอาไปชำระหนี้นะครับเพี้ยนหืม




3 มี.ค.62 นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Chuchart Srisaeng ระบุว่า

.....พรรคเพื่อไทยใช้แคมเปญหาเสียงว่า เป็นนักบริหารมืออาชีพจะทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น

.....ถ้าพิจารณาผลงานในอดีตของพรรคเพื่อไทยกันอย่างเป็นกลางและเที่ยงธรรมก็ต้องยอมรับว่า พรรคเพื่อไทยเป็นนักบริหารมืออาชีพจริงๆ

.....พรรคเพื่อไทยที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ใช้เวลาเพียง 2 ปีเศษ ดำเนินการโครงการรับจำนำข้าวอย่างนักบริหารมืออาชีพจนขาดทุนมหาศาลในปัจจุบันยังเป็นหนี้ ธกส. อยู่เป็นเงิน 300,000 ล้านบาทเศษ กระทรวงการคลังต้องใช้เงินงบประมาณแผ่นดินซึ่งเป็นเงินที่มาจากภาษีของคนไทยทุกคนผ่อนชำระหนี้ปีละ 50,000 ล้านบาท โดยเป็นดอกเบี้ยปีละ 30.000 ล้านบาท และต้องใช้เวลาถึง 16 ปี จึงหมดหนี้

.....การบริหารอย่างมืออาชีพของพรรคเพื่อไทยจนเป็นหนี้ให้รัฐบาลชุดต่อมาและต่อไปต้องรับผิดชอบใช้หนี้ดังกล่าวยังไม่มีรัฐบาลชุดไหนมีความสามารถทำได้เลย

.....ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลอีกก็ไม่รู้ว่าความเป็นนักบริหารมืออาชีพจะบริหารประเทศให้เป็นหนี้เพิ่มขึ้นอีกมากมายเพียงใดรวมกับหนี้เก่าแล้วจะเป็นเท่าใดและจะต้องใช้เงินภาษีของประชาชนไทยทุกคนชำระหนี้อีกกี่สิบปีจึงจะใช้หนี้หมด

https://www.naewna.com/politic/399039
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่