กระทู้นี้เป็นกระทู้แรกของผม อยากจะมาแบ่งปันทฤษฎีในแบบของผมกับเรื่อง Weathering with You จะเน้นเชื่อมโยงไปทางเรื่องตำนานในเรื่อง ทั้งหมดนี้เป็นความคิดของผมที่นำมาประกอบกับของคนอื่น อาจจะได้ฉากจบที่ไม่เหมือนคนอื่น แต่อยากให้รับชมความคิดของผม
ตำนาน 2 เรื่องที่ซ้อนทับกัน
เรื่องนี้ได้กล่าวถึงตำนาน 2 เรื่อง ซึ่งอยู่ในฉากที่โฮดากะกับนัตสึมิไปสัมภาษณ์หมอดู(งานแรกของโฮดากะ) และฉากที่สุกะกับนัตสึมิสัมภาษณ์ปู่ท่านนึงในวัดแห่งหนึ่ง
ตำนานแรกกล่าวว่า บนโลกนี้มีคนอยู่ 2 คนซึ่งมีพลังในการไล่ฝนและเรียกฝน คนที่มีพลังในการไล่ฝนจะถูกเรียกว่า "สาวฟ้าใส" ซึ่งมีวิญญาณเทพจิ้งจอกอินาริสถิตอยู่ ส่วนคนเรียกฝนก็ถูกเรียกว่า "สาวเรียกฝน" ซึ่งมีวิญญาณมังกรสถิตอยู่ จากเนื้อเรื่องทำให้เราเห็นว่าสาวฟ้าใสคือฮินะ ซึ่งเห็นได้ชัด ส่วนสาวเรียกฝนคือโฮดากะ ซึ่งมองได้ยากกว่า แต่หลักฐานจากที่ตอนอยู่บนท้องฟ้าถูกเทพมังกรกลืนกิน หมวกรูปมังกรลักษณะนิสัยตามที่หมอดูบอก ก็สามารถสรุปได้ตามนั้น ซึ่งหลังจากนี้จะเรียกว่า "หนุ่มเรียกฝน" แทน
ตำนานที่สองกล่าวถึง มิโกะแห่งสภาพอากาศซึ่งก็คือตัวตนที่เชื่อมโยงระหว่างพื้นดินและสวรรค์เอาไว้ สมัยก่อนแต่ละหมู่บ้านจะมีมิโกะแห่งสภาพอากาศแห่งละคน และสิ่งแลกเปลี่ยนที่จะต้องสังเวยให้กับเทพเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศคือชีวิตของมิโกะนั้น จากจุดนี้ถ้าอ่านในนิยายจะบรรยายถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของจิตใจฮินะกับผืนโลก หิมะตกจากความโศกเศร้าที่ต้องออกจากบ้าน พลังในการเรียกสายฟ้า จึงสรุปได้ว่า ฮินะคือมิโกะแห่งสภาพอากาศ
ซึ่งนั่นก็หมายความว่าโฮดากะเป็นหนุ่มเรียกฝน ฮินะเป็นสาวฟ้าใสและมิโกะแห่งสภาพอากาศ
บทนี้ผมจะเกริ่นไว้เท่านี้ก่อนเพราะหลังจากนี้จะต้องใช้ความเข้าใจในส่วนนี้เยอะ
แสงประหลาดที่ไม่ว่าจะตามเท่าไหร่ ก็ไม่ถึง
แสงประหลาดนี้ปรากฏให้เห็นในช่วงที่โฮดากะยังอยู่บนเกาะ ตามฉบับนิยายจะเล่าเพิ่มด้วยว่าก่อนหน้านี้โฮดากะโดนพ่อต่อย เลยปั่นจักรยานหนีออกมา แต่ก็ได้มาเจอแสงประหลาดท่ามกลางสายฝน ซึ่งไม่ว่าตามเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถเข้าไปอยู่ได้ จนสุดท้ายมาหยุดอยู่ที่หน้าผาก่อนแสงนั้นจะลอยออกนอกทะเลไป ผมสันนิษฐานว่าแสงนั้นคือแสงจากเทพเจ้าที่ต้องการจะพาสาวฟ้าใสกับหนุ่มเรียกฝนให้มาเจอกัน จากฉากที่หมอดูเล่าให้ฟัง เค้ายังบอกอีกว่าทั้ง 2 จะถูกเทพให้มาเจอกัน ซึ่งนั่นทำให้ฮินะกับโฮดากะได้เจอกัน
ผมคิดว่าลึกๆแล้วส่วนนึงโฮดากะต้องการจะมาโตเกียวเพราะต้องการจะไล่ตามแสงนั้นด้วยส่วนนึง
ฝนตกเพราะ?
หัวข้อนี้หลายคนก็จะมีหลายทฤษฎี บ้างก็ว่าเพราะหนุ่มเรียกฝน แต่ในความคิดผมมันไม่ใช่ ฝนมันแค่ตกตามธรรมชาติของมัน จากคำพูดของปู่ที่เล่าเกี่ยวกับตำนานเรื่องที่ 2 ยังบอกด้วยว่า มนุษย์เราพึ่งมาเก็บผลสำรวจไม่กี่ปีเอง จะมาบอกว่าฝนตกครั้งใหญ่สุดในประวัติการไม่ได้ และคำพูดของย่า(หรือยายวะ)ของทาคิก็บอกว่า เมื่อก่อนญี่ปุ่นตรงนี้เคยเป็นทะเล ธรรมชาติแค่ทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม จากสองเหตุผลนี้ ผมเองก็ยังไม่เชื่อหรอกว่ามันเป็นไปตามธรรมชาติที่หวนกลับมาอีกรอบ แต่อยู่ ๆ ผมก็ฉุดคิดขึ้นมาว่ากับคำว่า "ธรรมชาติที่หวนกลับมาอีกรอบ" เริ่มคุ้นมั้ยครับ ใช่ครับ มันทำให้ผมนึกถึง your name ถ้า your name การที่อุกาบาตที่เคยตกที่นึง แล้วเวลาผ่านไป 1200 ปี ก็ยังมาตกตรงจุดใกล้ๆเดิม แล้วทำไมการที่ฝนจะตกลงมาเหมือนเมื่อ 800 ปีก่อนจะเกิดไม่ได้ อีกทั้งการที่นำเสนอเกาะโอไดบะ(ในฉากที่โฮดากะนั่งเรือเข้าเมือง) เกาะที่สร้างมาจากภูมิปัญญามนุษย์ถมขึ้นมาเอง แต่สุดท้ายก็ถูกธรรมชาติทำให้จมอยู่ดี (ในฉบับนิยายบอกชัดเจนว่าสะพาน rainbow bridge ของเกาะจมลงเหลือแต่เสา)
จากทั้งหมดนี้ ทำให้ผมคิดว่ามันตกเพราะธรรมชาติมันวน loop ของมันกลับมาครับ
ความจริงของฉากบนฟ้า
ฉากนี้เป็นฉากที่เรียกได้ว่าซึ้งมากและปริศนาก็เยอะมากเช่นกัน อย่างแรกเลยคือการที่ฮินะได้ขึ้นไปอยู่บนดินแดนบนฟ้านั้นเกิดจาการใช้พลังเฮือกสุดท้ายเพื่อทำให้ท้องฟ้าปลอดโปล่งแรกกับชีวิตของตนจึงทำให้ได้ไปอยู่บนดินแดนบนท้องฟ้า ซึ่งในนิยายเรียกพื้นที่ตรงนั้นว่านิพพานการแลกเปลี่ยนนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างความปรารถนาของผู้คนมากมายในโตเกียวกับตน จำการแลกเปลี่ยนนี้ไว้ เพราะมันจะเกี่ยวข้องกับทฤษฎีที่ผมจะเล่าต่อ
หลังจากโฮดากะหนีตำรวจจนไปที่ศาลเจ้าและไปโผล่บนฟ้า(จุดพิสูจน์อีกจุดว่าเค้าคือหนุ่มเรียกฝนเพราะไม่งั้นอาจจะผ่านไปในดินแดนเดียวกับฮินะไม่ได้) หลังจากถูกเทพมังกรกลืนกินและมาพบกับฮินะ จะสังเกตว่าโฮโดกะไม่สามารถเข้าสู่ดินแดนนิพพานได้(แหงอยู่ละ ก็ยังไม่ตาย)ทำได้เพียงตะโกนเรียกฮินะให้กระโดดออกมาจากโลกแห่งนั้นเพื่อฟื้นจากความตาย ที่นี้ทฤษฎีผมจะเล่าถึงเรื่องฉากที่ทั้งคู่ขอพร โฮโดกะมีพลังในการเรียกฝน ถ้าการที่ฮินะขอให้ฝนหยุด(หรือก็คือความปรารถนาของผู้คน)แลกกับชีวิตตนที่สูญสลาย(ที่ร่างต้องสลายเพราะมันขัดกับหลักธรรมชาติที่มันควรจะตกจากทฤษฎีที่ผมบอกว่ามันตกตามธรรมชาติ) ดังนั้นการที่โฮดากะขอเรียกฝน(ทำลายความปรารถนาผู้คนเกือบทั้งโตเกียว)แลกกับชีวิตฮินะ(ธรรมชาติให้รางวัลที่ช่วยทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม)ซึ่งไม่เป็นสาวฟ้าใสอีกต่อไปด้วยก็ดูจะสมเหตุสมผล
ทฤษฎีนี้ของผมสรุปได้ว่าคุณจะเลือกได้แค่หนึ่งอย่างระหว่างความปรารถนากับธรรรมชาติ ถ้าเลือกความปรารถนา ธรรมชาติจะลงทัณฑ์ชีวิตมิโกะผู้เป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อมนุษย์กับธรรมชาติที่ไม่ปล่อยให้โชคชะตาเป็นไปตามโชตชะตา
สุดท้าย ท้องฟ้าก็เปิด
ถึงแม้ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ แต่ก็อย่าลืมเรื่องตำนานของมิโกะกับฉากที่หิมะตก จะเห็นได้ว่าสภาพจิตใจของมิโกะได้เชื่อมกับสภาพอากาศ ทีนี้ก็จะมีคำถามว่าทำไมตอนที่ฮินะอารมณ์ดีในช่วงกลางเรื่อง ท้องฟ้าถึงไม่เปิด นั่นคงเป็นเพราะเค้าไม่ได้ดีใจเหมือนกับสิ่งที่เราเห็น ทุกครั้งที่เค้าใช้พลังเค้าก็จะพอตระหนักถึงร่างกายที่กลายเป็นน้ำ ทุกครั้งที่มองท้องฟ้าหลังใช้พลัง พร้อมเอามือปิดดูแสงอาทิตย์เค้าไม่เคยมีความสุข นั่นคือสาเหตุที่ท้องฟ้าไม่เปิด แต่ตอนสุดท้ายของเรื่องทั้งสองกลับดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง ซึ่งผมไม่รู้หรอกว่ามิโกะหลังเหตุการณ์นั้นคือคนไหน แต่มันแสดงให้เห็นว่า พวกเค้าไม่มีภาระที่ต้องแบกรับอันหนักอึ้งอีกต่อไปแล้ว พวกเค้าเลือกที่จะอยู่ด้วยกัน และปล่อยให้ธรรมชาติเป็นไปตามนั้น สุดท้าย ท้องฟ้าเลยเปิดออก…
ทั้งหมดนี้คือทฤษฎีที่ผมคิดขึ้นเอง อาจจะแปลกไปจากของคนอื่น แต่ผมรู้สึกว่ามันสอดคล้องกันอย่างงดงาม ใครมีความเห็นอื่นหรืออยากแย้งจุดไหนก็คอมเม้นต์ได้เลยนะครับ^^
[Spoil] ทฤษฎี(ของผม)ในเรื่อง Weathering with You
ตำนาน 2 เรื่องที่ซ้อนทับกัน
เรื่องนี้ได้กล่าวถึงตำนาน 2 เรื่อง ซึ่งอยู่ในฉากที่โฮดากะกับนัตสึมิไปสัมภาษณ์หมอดู(งานแรกของโฮดากะ) และฉากที่สุกะกับนัตสึมิสัมภาษณ์ปู่ท่านนึงในวัดแห่งหนึ่ง
ตำนานแรกกล่าวว่า บนโลกนี้มีคนอยู่ 2 คนซึ่งมีพลังในการไล่ฝนและเรียกฝน คนที่มีพลังในการไล่ฝนจะถูกเรียกว่า "สาวฟ้าใส" ซึ่งมีวิญญาณเทพจิ้งจอกอินาริสถิตอยู่ ส่วนคนเรียกฝนก็ถูกเรียกว่า "สาวเรียกฝน" ซึ่งมีวิญญาณมังกรสถิตอยู่ จากเนื้อเรื่องทำให้เราเห็นว่าสาวฟ้าใสคือฮินะ ซึ่งเห็นได้ชัด ส่วนสาวเรียกฝนคือโฮดากะ ซึ่งมองได้ยากกว่า แต่หลักฐานจากที่ตอนอยู่บนท้องฟ้าถูกเทพมังกรกลืนกิน หมวกรูปมังกรลักษณะนิสัยตามที่หมอดูบอก ก็สามารถสรุปได้ตามนั้น ซึ่งหลังจากนี้จะเรียกว่า "หนุ่มเรียกฝน" แทน
ตำนานที่สองกล่าวถึง มิโกะแห่งสภาพอากาศซึ่งก็คือตัวตนที่เชื่อมโยงระหว่างพื้นดินและสวรรค์เอาไว้ สมัยก่อนแต่ละหมู่บ้านจะมีมิโกะแห่งสภาพอากาศแห่งละคน และสิ่งแลกเปลี่ยนที่จะต้องสังเวยให้กับเทพเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศคือชีวิตของมิโกะนั้น จากจุดนี้ถ้าอ่านในนิยายจะบรรยายถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของจิตใจฮินะกับผืนโลก หิมะตกจากความโศกเศร้าที่ต้องออกจากบ้าน พลังในการเรียกสายฟ้า จึงสรุปได้ว่า ฮินะคือมิโกะแห่งสภาพอากาศ
ซึ่งนั่นก็หมายความว่าโฮดากะเป็นหนุ่มเรียกฝน ฮินะเป็นสาวฟ้าใสและมิโกะแห่งสภาพอากาศ
บทนี้ผมจะเกริ่นไว้เท่านี้ก่อนเพราะหลังจากนี้จะต้องใช้ความเข้าใจในส่วนนี้เยอะ
แสงประหลาดที่ไม่ว่าจะตามเท่าไหร่ ก็ไม่ถึง
แสงประหลาดนี้ปรากฏให้เห็นในช่วงที่โฮดากะยังอยู่บนเกาะ ตามฉบับนิยายจะเล่าเพิ่มด้วยว่าก่อนหน้านี้โฮดากะโดนพ่อต่อย เลยปั่นจักรยานหนีออกมา แต่ก็ได้มาเจอแสงประหลาดท่ามกลางสายฝน ซึ่งไม่ว่าตามเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถเข้าไปอยู่ได้ จนสุดท้ายมาหยุดอยู่ที่หน้าผาก่อนแสงนั้นจะลอยออกนอกทะเลไป ผมสันนิษฐานว่าแสงนั้นคือแสงจากเทพเจ้าที่ต้องการจะพาสาวฟ้าใสกับหนุ่มเรียกฝนให้มาเจอกัน จากฉากที่หมอดูเล่าให้ฟัง เค้ายังบอกอีกว่าทั้ง 2 จะถูกเทพให้มาเจอกัน ซึ่งนั่นทำให้ฮินะกับโฮดากะได้เจอกัน
ผมคิดว่าลึกๆแล้วส่วนนึงโฮดากะต้องการจะมาโตเกียวเพราะต้องการจะไล่ตามแสงนั้นด้วยส่วนนึง
ฝนตกเพราะ?
หัวข้อนี้หลายคนก็จะมีหลายทฤษฎี บ้างก็ว่าเพราะหนุ่มเรียกฝน แต่ในความคิดผมมันไม่ใช่ ฝนมันแค่ตกตามธรรมชาติของมัน จากคำพูดของปู่ที่เล่าเกี่ยวกับตำนานเรื่องที่ 2 ยังบอกด้วยว่า มนุษย์เราพึ่งมาเก็บผลสำรวจไม่กี่ปีเอง จะมาบอกว่าฝนตกครั้งใหญ่สุดในประวัติการไม่ได้ และคำพูดของย่า(หรือยายวะ)ของทาคิก็บอกว่า เมื่อก่อนญี่ปุ่นตรงนี้เคยเป็นทะเล ธรรมชาติแค่ทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม จากสองเหตุผลนี้ ผมเองก็ยังไม่เชื่อหรอกว่ามันเป็นไปตามธรรมชาติที่หวนกลับมาอีกรอบ แต่อยู่ ๆ ผมก็ฉุดคิดขึ้นมาว่ากับคำว่า "ธรรมชาติที่หวนกลับมาอีกรอบ" เริ่มคุ้นมั้ยครับ ใช่ครับ มันทำให้ผมนึกถึง your name ถ้า your name การที่อุกาบาตที่เคยตกที่นึง แล้วเวลาผ่านไป 1200 ปี ก็ยังมาตกตรงจุดใกล้ๆเดิม แล้วทำไมการที่ฝนจะตกลงมาเหมือนเมื่อ 800 ปีก่อนจะเกิดไม่ได้ อีกทั้งการที่นำเสนอเกาะโอไดบะ(ในฉากที่โฮดากะนั่งเรือเข้าเมือง) เกาะที่สร้างมาจากภูมิปัญญามนุษย์ถมขึ้นมาเอง แต่สุดท้ายก็ถูกธรรมชาติทำให้จมอยู่ดี (ในฉบับนิยายบอกชัดเจนว่าสะพาน rainbow bridge ของเกาะจมลงเหลือแต่เสา)
จากทั้งหมดนี้ ทำให้ผมคิดว่ามันตกเพราะธรรมชาติมันวน loop ของมันกลับมาครับ
ความจริงของฉากบนฟ้า
ฉากนี้เป็นฉากที่เรียกได้ว่าซึ้งมากและปริศนาก็เยอะมากเช่นกัน อย่างแรกเลยคือการที่ฮินะได้ขึ้นไปอยู่บนดินแดนบนฟ้านั้นเกิดจาการใช้พลังเฮือกสุดท้ายเพื่อทำให้ท้องฟ้าปลอดโปล่งแรกกับชีวิตของตนจึงทำให้ได้ไปอยู่บนดินแดนบนท้องฟ้า ซึ่งในนิยายเรียกพื้นที่ตรงนั้นว่านิพพานการแลกเปลี่ยนนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างความปรารถนาของผู้คนมากมายในโตเกียวกับตน จำการแลกเปลี่ยนนี้ไว้ เพราะมันจะเกี่ยวข้องกับทฤษฎีที่ผมจะเล่าต่อ
หลังจากโฮดากะหนีตำรวจจนไปที่ศาลเจ้าและไปโผล่บนฟ้า(จุดพิสูจน์อีกจุดว่าเค้าคือหนุ่มเรียกฝนเพราะไม่งั้นอาจจะผ่านไปในดินแดนเดียวกับฮินะไม่ได้) หลังจากถูกเทพมังกรกลืนกินและมาพบกับฮินะ จะสังเกตว่าโฮโดกะไม่สามารถเข้าสู่ดินแดนนิพพานได้(แหงอยู่ละ ก็ยังไม่ตาย)ทำได้เพียงตะโกนเรียกฮินะให้กระโดดออกมาจากโลกแห่งนั้นเพื่อฟื้นจากความตาย ที่นี้ทฤษฎีผมจะเล่าถึงเรื่องฉากที่ทั้งคู่ขอพร โฮโดกะมีพลังในการเรียกฝน ถ้าการที่ฮินะขอให้ฝนหยุด(หรือก็คือความปรารถนาของผู้คน)แลกกับชีวิตตนที่สูญสลาย(ที่ร่างต้องสลายเพราะมันขัดกับหลักธรรมชาติที่มันควรจะตกจากทฤษฎีที่ผมบอกว่ามันตกตามธรรมชาติ) ดังนั้นการที่โฮดากะขอเรียกฝน(ทำลายความปรารถนาผู้คนเกือบทั้งโตเกียว)แลกกับชีวิตฮินะ(ธรรมชาติให้รางวัลที่ช่วยทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม)ซึ่งไม่เป็นสาวฟ้าใสอีกต่อไปด้วยก็ดูจะสมเหตุสมผล
ทฤษฎีนี้ของผมสรุปได้ว่าคุณจะเลือกได้แค่หนึ่งอย่างระหว่างความปรารถนากับธรรรมชาติ ถ้าเลือกความปรารถนา ธรรมชาติจะลงทัณฑ์ชีวิตมิโกะผู้เป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อมนุษย์กับธรรมชาติที่ไม่ปล่อยให้โชคชะตาเป็นไปตามโชตชะตา
สุดท้าย ท้องฟ้าก็เปิด
ถึงแม้ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ แต่ก็อย่าลืมเรื่องตำนานของมิโกะกับฉากที่หิมะตก จะเห็นได้ว่าสภาพจิตใจของมิโกะได้เชื่อมกับสภาพอากาศ ทีนี้ก็จะมีคำถามว่าทำไมตอนที่ฮินะอารมณ์ดีในช่วงกลางเรื่อง ท้องฟ้าถึงไม่เปิด นั่นคงเป็นเพราะเค้าไม่ได้ดีใจเหมือนกับสิ่งที่เราเห็น ทุกครั้งที่เค้าใช้พลังเค้าก็จะพอตระหนักถึงร่างกายที่กลายเป็นน้ำ ทุกครั้งที่มองท้องฟ้าหลังใช้พลัง พร้อมเอามือปิดดูแสงอาทิตย์เค้าไม่เคยมีความสุข นั่นคือสาเหตุที่ท้องฟ้าไม่เปิด แต่ตอนสุดท้ายของเรื่องทั้งสองกลับดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง ซึ่งผมไม่รู้หรอกว่ามิโกะหลังเหตุการณ์นั้นคือคนไหน แต่มันแสดงให้เห็นว่า พวกเค้าไม่มีภาระที่ต้องแบกรับอันหนักอึ้งอีกต่อไปแล้ว พวกเค้าเลือกที่จะอยู่ด้วยกัน และปล่อยให้ธรรมชาติเป็นไปตามนั้น สุดท้าย ท้องฟ้าเลยเปิดออก…
ทั้งหมดนี้คือทฤษฎีที่ผมคิดขึ้นเอง อาจจะแปลกไปจากของคนอื่น แต่ผมรู้สึกว่ามันสอดคล้องกันอย่างงดงาม ใครมีความเห็นอื่นหรืออยากแย้งจุดไหนก็คอมเม้นต์ได้เลยนะครับ^^