JJNY : 'เรืองไกร' ลุยร้องกกต.สอบ 'อุตตม-ไพบูลย์'/ศรีสุวรรณจ่อร้องกกต.ตรวจสอบคุณสมบัติ พิเชษฐ สถิรชวาล ส่อขัดรัฐธรรมนูญ

'เรืองไกร' ลุยร้องกกต.สอบ 'อุตตม-ไพบูลย์'
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/846732

“เรืองไกร” ร้องกกต.ตรวจสอบคุณสมบัติ “อุตตม” อ้างคำพิพากษาฎีการะบุเป็นบอร์ดอนุมัติเงินกู้กรุงไทยให้กฤษดานคร พร้อมยื่นสอบ “ไพบูลย์” ขาดสมาชิกภาพหมดสิทธิสมัคร สังกัดพปชร.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เข้ายื่นหนังสือถึงกกต.เพื่อขอให้ตรวจสอบความเป็นรัฐมนตรีของนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา160 (4) หรือไม่ เนื่องจากเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีคำพิพากษาในคดีธนาคารกรุงไทยปล่อยเงินกู้ให้กับกฤษดามหานคร ซึ่งแม้ตามคำพิพากษาจะระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯไม่มีความผิด แต่ในเนื้อของคำพิพากษามีข้อเท็จจริงที่ศาลได้วินิจฉัยว่า พฤติการณ์ของคณะกรรมการบริหารอนุมัติสินเชื่อของธนาคารกรุงไทย ที่มีนายอุตตม เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหาร ซึ่งได้อนุมัติสินเชื่อจำนวน 9,900 ล้านบาทให้กับเครือกฤษฎานคร มีเจตนาฝ่าฝืนประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย และมีเจตนาช่วยเหลือให้กฤษดามหานครได้รับสิ้นเชื่อ และ

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า แม้ว่าในการรับรองรายงานการประชุมในครั้งถัดมา จะมีเพียงแค่กรรมการ 3 คน แต่ไม่มีนายอุตตม ร่วมรับรองประกอบกับในการประชุม หลังจากนั้นนายอุตตม ได้เข้าร่วมประชุม และได้รับทราบรายงานความคืบหน้าโครงการที่มองว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงแค่การรีไฟแนนซ์
โดยไม่มีข้อท้วงติงใดๆและเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยเข้าไปตรวจสอบ รวมทั้งมีการดำเนินคดีของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ซึ่งไม่ได้ดำเนินคดีกับนายอุตตม แต่คำพิพากษาของศาลล่าสุดได้พิจารณาแล้วว่า คณะกรรมทั้ง 5 คนฝ่าฝืนไม่สุจริต ตนจึงอยากให้กกต.ตรวจสอบ เพราะน่าจะเข้าข่ายความผิดของรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (4) ผู้ซึ่งเป็นรัฐมนตรีจะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ อย่างไรก็ตามนอกจากกกต.แล้วตนยังเชื่อว่า ส.ส.จะเข้าชื่อเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของนายอุตตมด้วย

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า ตนยังยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบว่านายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ขาดสมาชิกภาพการเป็นส.ส.หลังกกต.มีมติให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เนื่องจากตนเห็นว่าการสิ้นสภาพส.ส.มีได้ 2 แบบ คือตามมาตรา 91 ในกรณียุบเลิกพรรค และในมาตรา 92 กรณีถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (10) ส.ส.จะขาดความเป็นสมาชิกภาพเมื่อขาดการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง โดยกรณีนายไพบูลย์ อ้างว่ามีเวลา 60 วัน กรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่ศาลมีคำสั่งยุบพรรค แต่กรณีของนายไพบูลย์เป็นการยุบเลิกพรรค
ประกอบกับการสิ้นสภาพพรรคที่กฎหมายกำหนดให้ยังต้องดำรงสถานะการเป็นหัวหน้าพรรคเพื่ออยู่ปิดบัญชี การที่นายไพบูลย์จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังไม่ทราบว่าพรรคพปชร.จะรับเป็นสมาชิกหรือไม่ และคะแนนของพรรคประชาชนปฏิรูป รวมถึงลำดับส.ส.บัญชีรายชื่อ จะลำดับอย่างไร
เข้าข่ายการได้มาซึ่งอำนาจการปกครองที่มิชอบด้วยหรือไม่ ดังนั้นในวันนี้ข้อเท็จจริงได้เกิดขึ้นแล้วตนจึงอยากให้กกต.พิจารณาและส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หากพรรคพปชร.รับนายไพบูลย์ ไว้เป็นสมาชิกพรรค ตนก็จะเดินหน้าตรวจสอบอีกครั้ง

นอกจากนี้นายเรืองไกร ยังเข้าให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ กกต.กรณีขอให้กกต.ตรวจสอบความเป็นสมาชิกภาพส.ส.สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่