เนื่องจากกระทู้ที่แล้วที่ผมตั้งมันดูกำกวมไปหน่อยครับ ผมก็เลยอยากให้ ผู้หญิง หรือผู้เชี่ยวชาญมาช่วยแนะนำหน่อยครับ ว่าผมควรเข้าหายังไงดี
ประมาณว่า ผมอยากจะเป็นเพื่อนทำความรู้จักกับเขาคนนั้นจริงๆน่ะครับ คือไม่ได้เดินเอามาขอเฟสแล้วไลน์มาเลยเนี่ย มันเหมือนเราไม่ได้รู้จักกันจริงๆ อ่ะครับ ไหนๆก็เจอกันแล้วก็ค่อยทำความรู้จักกันไปเลย 5555+
คือนี่เป็นวิธีพูดที่ผมใช้ประจำนะคับ อยากให้พี่ๆผู้รู้ช่วยแนะนำหน่อยว่าควรปรับอะไรบ้างครับ คือผมไม่ได้ใช้คุยแค่กับผู้หญิงนะครับ แต่คุยกับผู้ชายด้วย เพศที่สามด้วยอะไรด้วย 555555
ส่วนตัวก็ได้ผลออกมาแบบ เขายอมคุยด้วยอะไรด้วยอ่ะครับ แต่แค่ยังไม่มั่นใจว่ามันโอเคหรือยัง คือสิ่งที่ผมพิมมานี่ไม่มีทฤษฏีไรเลยนะครับ มันมาจากสมองของผมล้วนๆ ในการเริ่มบทสนทนา
การเริ่มบทสนทนาผมเนี่ย บอกเลยหลายคนอาจะมองว่าน่าเบื่อมากๆ คือเรื่องที่จะเริ่มบทสนทนาเนี่ย มันก็เป็นเรื่องไกล้ๆตัวนี่แหละครับที่เกิดขึ้นเวลานั้นอ่ะครับ เช่น ลมฟ้าอากาศเอย หรือเรื่องรอบตัวเอย บางทีอาจเป็นข่าวสารอะไรที่มันกำลังฮิตๆดังๆ สิ่งรอบตัวทั้งหลายแหล่
บางทีอาจเห็นเธอใช้โทรสัพรุ่นใหม่ดังๆ ผมก็ถามไปว่า "โทรสัพรุ่นนี้มันใช้ดีบ่ครับ เหนว่ามันเอามาฉายทางโทรทัศน์แมะครับ"
ถ้านั่งกินกาแฟยุ ก็ชวนคนข้างๆคุยเลยครับ เกี่ยวกับบรรยากาศในร้านเนี่ย ว่าฝนตกแล้วมันเ่ปนงี้เอ่ย บรรยากาศแบบนี้มันเหมาะกับการไปกินกาแฟกับแฟนเอยประมาณนี้อ่ะครับ คือผมเขียนเป็นบทความไม่ค่อยได้เลย เพราะว่าเวลาเจอสถานการณ์จริงๆเนี่ย เหมือนสมองมันไปเองหมดให้พูดไรออกมาครับ
ถ้าเจอกันในสนามสอบอะไรซักอย่าง ก็ถามเรื่องสอบ เจอสนามบิน ถามว่าจะไปเที่ยวไหนคับวันหยุด ถ้าต่อคิวหรือไปซั้อข้าวร้านอาหารก็ถามไปว่า ร้านนี้มีอะไรแนะนำไหมครับ มีเมนูหยังแนะนำบ่น้อ
ตัวอย่างเช่น ผมไปถ่ายภาพที่สวนสาธารณะในหมู่บ้าน ไปเจอ ผญ ที่ไหนไม่รู้ผมก็ไปคุย
มาออกกำลังที่นี่กันบ่อยไหมครับ พอเธอตอบมาผมก็เปิดประเด็นต่อไปประมาณว่า 1.หูวว น่าจะเป่นคนชอบดูแลสุขภาพนะเนี่ย
2.มาออกกำลังกายแต่ละครั้งมันเฮดหยังแน่ครับ 3.นอกจากออกกำลังกายนี่มีวิธีในการดูแลหุ่นบ้างไหมครับเนี่ย 4. และต้องคุมอาหารอะไรบ้างไหมเนี่ย 5.นอกจากทีนี่มีที่ไหนไหมครับที่ชอบไปออกกำลังกายอ่ะ 6.รู้สึกยังไงเวลาออกกำลังกาย 7.แต่ก่อนผมก็มาบ่อยนะฮะ แต่ว่าช่วงนี้ค้านหลาย เลยมาหาแต่ถ่ายรุปสาวๆ
เอ่อ คือผมแค่ยกตัวอย่างการเปิดประเด็นต่อนะครับ 6555555 ถ้าให้ถามรัวๆขนาดนั้นเขาคงสตั๊นไป 10 วินาที และเดินหายไปว่าผีบ้าทางไหนมาสัมภาษณ์งาน
บางทีผมก็ไม่ถามเขา ผมก็แค่บอกไปว่า ออกกำลังกายนี่มันคงต้องหนักมากๆเนาะ ไหนจะลดอาหาร ผมเนี่ยเคยตั้งใจจะลดแปบเดียวถอดใจแล้ว
บางทีการคุยผมอาจจะแทรกเรื่องของผมลงไปบ้างพอเล็กน้อยพองามครับ เพราะว่าเวลาผมเอาเรื่องส่วนตัวเล็กน้อยมาแชร์เนี่ย ทำให้อีกฝ่ายเอาเรื่องตัวเองมาแชร์แทบทุกทีครับ
คือผมเป็นคนที่ชอบถือกล้องฟิล์มไปถ่ายรูปด้วยอ่ะครับ บางทีผมก็ไปขอความเห็นกับคนแถวนั้นเกี่ยวกับรูปภาพที่ผมถ่ายอ่ะครับ
ประมาณขอความเห็นหน่อยอะไรประมาณนี้แล้วก็คุยกันต่อไปไรเอยอ่ะครับ ผมจะเน้นคุยไปเกี่ยวกับตัวตน หรือความชอบของคู่สนทนาและรับฟังเขาเป็นหลักครับ
คืออยากทราบว่าผมควรปรับอะไรบ้างครับ เพื่อให้เข้ากับสังคมยุคนี้ ผมเคยเฟลไปสามครั้งคือ ผมไม่กล้าชวนกับเขาตอนจ่ายตลาดเลยเพราะว่าผมก็ไม่รู้ว่าจะเอาบทสนทนาอะไรให้มันเมคเซนส์ดี เคยคุยครั้งนึงแล้วเขาทำหน้า เหวอๆ ไปเลยครับว่าใครมาคุยด้วยว่ะ..
ครั้งสุดท้าย เฟลเพราะผมไปคุยกับเขาเรื่องยานอวกาศอะพอลโล ก็เลยไม่รู้จะคุยไรต่อดี (สมัยเริ่มคุยแรกๆ)
ผมว่าวิธีผมที่ผมใช้คุยมันทำให้เรารู้จักตัวตนคู่สนทนามากขึ้น และคู่สนทนาก็จะรู้ว่าเราเป็นคนตัวตนแบบไหน และเขาก็จะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะทำความรู้จักเราต่อไปป่าวว
รบกวนชี้แนะทีครับว่าควรเข้าหายังไงครับ
การเข้าไปทำความรู้จักผู้หญิงแปลกหน้าที่เราอยากรู้จักควรทำแบบไหนครับ ในยุคโซเชี่ยล
ประมาณว่า ผมอยากจะเป็นเพื่อนทำความรู้จักกับเขาคนนั้นจริงๆน่ะครับ คือไม่ได้เดินเอามาขอเฟสแล้วไลน์มาเลยเนี่ย มันเหมือนเราไม่ได้รู้จักกันจริงๆ อ่ะครับ ไหนๆก็เจอกันแล้วก็ค่อยทำความรู้จักกันไปเลย 5555+
คือนี่เป็นวิธีพูดที่ผมใช้ประจำนะคับ อยากให้พี่ๆผู้รู้ช่วยแนะนำหน่อยว่าควรปรับอะไรบ้างครับ คือผมไม่ได้ใช้คุยแค่กับผู้หญิงนะครับ แต่คุยกับผู้ชายด้วย เพศที่สามด้วยอะไรด้วย 555555
ส่วนตัวก็ได้ผลออกมาแบบ เขายอมคุยด้วยอะไรด้วยอ่ะครับ แต่แค่ยังไม่มั่นใจว่ามันโอเคหรือยัง คือสิ่งที่ผมพิมมานี่ไม่มีทฤษฏีไรเลยนะครับ มันมาจากสมองของผมล้วนๆ ในการเริ่มบทสนทนา
การเริ่มบทสนทนาผมเนี่ย บอกเลยหลายคนอาจะมองว่าน่าเบื่อมากๆ คือเรื่องที่จะเริ่มบทสนทนาเนี่ย มันก็เป็นเรื่องไกล้ๆตัวนี่แหละครับที่เกิดขึ้นเวลานั้นอ่ะครับ เช่น ลมฟ้าอากาศเอย หรือเรื่องรอบตัวเอย บางทีอาจเป็นข่าวสารอะไรที่มันกำลังฮิตๆดังๆ สิ่งรอบตัวทั้งหลายแหล่
บางทีอาจเห็นเธอใช้โทรสัพรุ่นใหม่ดังๆ ผมก็ถามไปว่า "โทรสัพรุ่นนี้มันใช้ดีบ่ครับ เหนว่ามันเอามาฉายทางโทรทัศน์แมะครับ"
ถ้านั่งกินกาแฟยุ ก็ชวนคนข้างๆคุยเลยครับ เกี่ยวกับบรรยากาศในร้านเนี่ย ว่าฝนตกแล้วมันเ่ปนงี้เอ่ย บรรยากาศแบบนี้มันเหมาะกับการไปกินกาแฟกับแฟนเอยประมาณนี้อ่ะครับ คือผมเขียนเป็นบทความไม่ค่อยได้เลย เพราะว่าเวลาเจอสถานการณ์จริงๆเนี่ย เหมือนสมองมันไปเองหมดให้พูดไรออกมาครับ
ถ้าเจอกันในสนามสอบอะไรซักอย่าง ก็ถามเรื่องสอบ เจอสนามบิน ถามว่าจะไปเที่ยวไหนคับวันหยุด ถ้าต่อคิวหรือไปซั้อข้าวร้านอาหารก็ถามไปว่า ร้านนี้มีอะไรแนะนำไหมครับ มีเมนูหยังแนะนำบ่น้อ
ตัวอย่างเช่น ผมไปถ่ายภาพที่สวนสาธารณะในหมู่บ้าน ไปเจอ ผญ ที่ไหนไม่รู้ผมก็ไปคุย
มาออกกำลังที่นี่กันบ่อยไหมครับ พอเธอตอบมาผมก็เปิดประเด็นต่อไปประมาณว่า 1.หูวว น่าจะเป่นคนชอบดูแลสุขภาพนะเนี่ย
2.มาออกกำลังกายแต่ละครั้งมันเฮดหยังแน่ครับ 3.นอกจากออกกำลังกายนี่มีวิธีในการดูแลหุ่นบ้างไหมครับเนี่ย 4. และต้องคุมอาหารอะไรบ้างไหมเนี่ย 5.นอกจากทีนี่มีที่ไหนไหมครับที่ชอบไปออกกำลังกายอ่ะ 6.รู้สึกยังไงเวลาออกกำลังกาย 7.แต่ก่อนผมก็มาบ่อยนะฮะ แต่ว่าช่วงนี้ค้านหลาย เลยมาหาแต่ถ่ายรุปสาวๆ
เอ่อ คือผมแค่ยกตัวอย่างการเปิดประเด็นต่อนะครับ 6555555 ถ้าให้ถามรัวๆขนาดนั้นเขาคงสตั๊นไป 10 วินาที และเดินหายไปว่าผีบ้าทางไหนมาสัมภาษณ์งาน
บางทีผมก็ไม่ถามเขา ผมก็แค่บอกไปว่า ออกกำลังกายนี่มันคงต้องหนักมากๆเนาะ ไหนจะลดอาหาร ผมเนี่ยเคยตั้งใจจะลดแปบเดียวถอดใจแล้ว
บางทีการคุยผมอาจจะแทรกเรื่องของผมลงไปบ้างพอเล็กน้อยพองามครับ เพราะว่าเวลาผมเอาเรื่องส่วนตัวเล็กน้อยมาแชร์เนี่ย ทำให้อีกฝ่ายเอาเรื่องตัวเองมาแชร์แทบทุกทีครับ
คือผมเป็นคนที่ชอบถือกล้องฟิล์มไปถ่ายรูปด้วยอ่ะครับ บางทีผมก็ไปขอความเห็นกับคนแถวนั้นเกี่ยวกับรูปภาพที่ผมถ่ายอ่ะครับ
ประมาณขอความเห็นหน่อยอะไรประมาณนี้แล้วก็คุยกันต่อไปไรเอยอ่ะครับ ผมจะเน้นคุยไปเกี่ยวกับตัวตน หรือความชอบของคู่สนทนาและรับฟังเขาเป็นหลักครับ
คืออยากทราบว่าผมควรปรับอะไรบ้างครับ เพื่อให้เข้ากับสังคมยุคนี้ ผมเคยเฟลไปสามครั้งคือ ผมไม่กล้าชวนกับเขาตอนจ่ายตลาดเลยเพราะว่าผมก็ไม่รู้ว่าจะเอาบทสนทนาอะไรให้มันเมคเซนส์ดี เคยคุยครั้งนึงแล้วเขาทำหน้า เหวอๆ ไปเลยครับว่าใครมาคุยด้วยว่ะ..
ครั้งสุดท้าย เฟลเพราะผมไปคุยกับเขาเรื่องยานอวกาศอะพอลโล ก็เลยไม่รู้จะคุยไรต่อดี (สมัยเริ่มคุยแรกๆ)
ผมว่าวิธีผมที่ผมใช้คุยมันทำให้เรารู้จักตัวตนคู่สนทนามากขึ้น และคู่สนทนาก็จะรู้ว่าเราเป็นคนตัวตนแบบไหน และเขาก็จะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะทำความรู้จักเราต่อไปป่าวว
รบกวนชี้แนะทีครับว่าควรเข้าหายังไงครับ