[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เหนื่อยมั้ย? พยายามทำทุกวิถีทางแล้ว แต่ภรรยาไม่เชื่อมั่น ไม่ใส่ใจ ไม่เห็นคุณค่าในตัวสามี และไม่หวานชื่นเหมืนก่อน คุณจะทำอย่างไร? ไปต่อหรือหยุดดี
เกริ่นก่อน ผมกับภรรยาคบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมครับ เธอเป็นเด็กวัยใส ม.4 ผมเป็นรุ่นพี่ ม.6 คบกันบ้างเลิกกันบ้าง สุดท้ายก็ตกลงแต่งงานกันตอนเธออายุ 27 ผมอายุ 30
เธอเป็นลูกหัวหน้าตำบล ส่วนผมเป็นลูกแม่ค้า คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่มีอะไรเลย เราคบกันตอนเด็กยังจำได้ผมติดลบ แต่พอโตขึ้นผมก็ได้ทำงานรับราชการ มีงานบรรยายทั่วประเทศ แถวยังไปช่วยงานการเมืองในระดับต่าง ไปอบรมเรียนรู้ต่างประเทศ
เธอจะอยู่บ้านคุมบัญชีใช้จ่าย ช่วยพ่อทำงานการเงิน เพราะเธอจบ ป.โทบัญชีครับ ส่วนผมจบ ป.โทการเมือง
ผมเป็นคนไร้อนาคตเมิ่อแรกเจอในช่วงคนเธอแรกๆ มาปัจจุบันก็เริ่มสร้างการยอมรับเพิ่มมากขึ้น ในหมู่คนและญาติที่รายล้อมเธอ
วันแต่งงานของเรา 2 คน มีแขกมาร่วมหลายพันคน
เราเป็นสามีภรรยากัน ผมอาศัยอยู่บ้านเธอ
แรกๆเรารักกันมาก เรามี
เรามีลูกสาว 1 คนวัยกำลังน่ารัก
รู้สึกมีความสุขเมื่อมีลูกมาเติมเต็มหัวใจ
แต่หลังๆ เหมือนเธอเริ่มไม่สนใจ หรือใส่ใจผม รวมไปถึงแม่ของผมเหมือนแต่ก่อน เธอพูดอะไรออกมาอย่างไม่เกรงใจหลายครั้ง เกี่ยวกับผู้มีพระคุณของผม
ผมยังคงปฏิบัติต่อพ่อแม่พี่น้องเธอเหมือนเดิม พูดว่าเอาใจก็ว่าได้
แต่เหมือนเธอเบื่อผม หรือ เหนื่อยเพราะเลี้ยงลูก เธอไม่ต้องการมีเซ็กส์ เธอลดลงมาก
ผมป่วย เธอจะบอกผมว่าผมสำออย
ผมไปงานเธอจะบอกว่าเกี่ยวอะไรทำไมต้องไป
ผมชวนเธอไปกินข้าวกับแม่ของผม เธอพูดว่า "ถ้าไปกินกับคนอื่นไม่ไปนะ"
ผมรู้สึกมันสะสมเรื่องแบบนี้ขึ้นเรื่อยๆ จนมันเริ่มเป็นระเบิด 2 ครั้งที่ผมระเบิดมันออกมา เธอก็จะต่อว่าผมเสียๆหาย ๆ
เธอบอกว่า
นอนตื่นสาย ถึงทำอะไรไม่สำเร็จในชีวิตไง (ผมทำงานรับราชการ มีองค์กรภายในภายนอกบรรยายทั่วประเทศ เขียนงานวิชาการได้ค่าเขียนครั้งละ 10,000-50,000฿ เวลาเธออาบน้ำทำธุระส่วนตัว ผมจะเป็นคนดูแลลูกจนเธอทำกิจเสร็จ ราว 5 ทุ่มเที่ยงคืนประจำ)
กินเหล้า ชอบออกไปข้างนอก (ผมยอมรับว่าออกไปในระแวกบ้านครั้งแต่ไม่ได้ถี่ทุกวันเดือนนึงมี 2 ครั้ง ปกติวันหยุดผมก็จะพาเธอเที่ยวกับลูกไปไกลๆ ไปพักต่างจังหวัดเดือนละครั้ง)
พอเวลาผมเขาไปกอดเธอ
หอมเธอ
เย้าแหย่เธอ
เธอจะไม่เล่นด้วยสะบัดหนี ไม่มีรอยยิ้ม อะไร เราจะมีเซ็กส์กันก็ต่อเมื่อผมนวดให้เธอ ลงน้ำมัน ถึงเป็นผลพลอยได้ทุกครั้งจะไม่ได้เกิดจากความอยากของเธอ หรือวิ่งเข้าใส่เลย ผมต้องเป็นฝ่ายเล้าโลมเธอเสมอ
ลูกเราน่ารักมาก 2 ครั้งแล้วที่เราทะเลาะกันต่อหน้าลูกแล้วลูกร้องไห้
เธอเป็นคนดี และดูแลลูกตลอดเวลาครับ ผมมาแบ่งบ้างเฉพาะเวลาว่างหรือวันหยุด
แต่อาการเมินเฉย ไม่สนใจ ไม่ดูแล มากขึ้นเรื่อยๆ จนแม่ยายบอกว่า ไม่ดูแลผัวบ้างเหรอ ทุกวันนี้ผมซักเสื้อผ้าเอง จ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้านและลูก
อารมณ์นำพาผมไปสู่การคิดมีครอบครัวใหม่หลายครั้ง แต่ลูกและความรักที่ผมมีต่อเธอ มันมากกว่าจะกล้าทำ
ผมเคยทดลองไม่คุยกับเธอหลังจากทะเลาะกัน ไม่เกิน 1 สัปดาห์ผมต้องไปง้อเธอ ทุกครั้งที่ง้อ เธอจะแอบยิ้ม เหมือนเธอเป็นผู้ชนะ
เธอเคยบอกผมว่าเธอเป็นโรคซึมเศร้าชอบคิดไปเอง และกังวลไปต่างๆนานา ให้ผมพาไปหาหมอที่ศรีธัญญา เคยบอกผมว่าถ้าเธอทำร้ายลูกแล้วฆ่าตัวตายให้ผมดูแลลูกให้ดีอย่าให้ลูกไปอยู่กับใครนะ กลัวแม่เลี้ยงทำร้ายลูก ผมไม่เข้าใจความคิดเธอ
วันนี้ ผมกับเธอทะเลาะกันอีกครั้ง ผมทำงานห่างไกลจากบ้านมากขับรถไปกลับทุกวันร่วม 200 กิโลเมตร แต่ก็อยากกลับไปนอน เพื่อได้เห็นหน้าลูก หน้าเมีย
ลืมบอกไป ตั้งแต่เรามีลูกเธอจอแยกนอนกับผมครับ ให้เหตุผลว่า กลัวผมนอนไม่พอไปทำงานไม่ไหว แต่ลึกๆแล้วเธอชอบความเป็นส่วนตัว
ผมได้ระบายพอสมควร อยากย้อนกลับไปที่หัวข้อด้านบนว่า ผมควร *ไปต่อ (อดทน เฝ้ารอวันดีๆ กลับมา) หรือ *หยุด (ถอยห่างกันไปซักพักถ้ายังมีใจผูกพันคงได้กลับมาดีกันอีกครั้งหนึ่งครับ)
เหนื่อยมั้ย? พยายามทำทุกวิถีทางแล้ว แต่ภรรยาไม่เชื่อมั่น ไม่ใส่ใจ ไม่เห็นคุณค่าในตัวสามี ไม่หวานชื่นเหมือนก่อน จะสู้มั้ย
เกริ่นก่อน ผมกับภรรยาคบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมครับ เธอเป็นเด็กวัยใส ม.4 ผมเป็นรุ่นพี่ ม.6 คบกันบ้างเลิกกันบ้าง สุดท้ายก็ตกลงแต่งงานกันตอนเธออายุ 27 ผมอายุ 30
เธอเป็นลูกหัวหน้าตำบล ส่วนผมเป็นลูกแม่ค้า คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่มีอะไรเลย เราคบกันตอนเด็กยังจำได้ผมติดลบ แต่พอโตขึ้นผมก็ได้ทำงานรับราชการ มีงานบรรยายทั่วประเทศ แถวยังไปช่วยงานการเมืองในระดับต่าง ไปอบรมเรียนรู้ต่างประเทศ
เธอจะอยู่บ้านคุมบัญชีใช้จ่าย ช่วยพ่อทำงานการเงิน เพราะเธอจบ ป.โทบัญชีครับ ส่วนผมจบ ป.โทการเมือง
ผมเป็นคนไร้อนาคตเมิ่อแรกเจอในช่วงคนเธอแรกๆ มาปัจจุบันก็เริ่มสร้างการยอมรับเพิ่มมากขึ้น ในหมู่คนและญาติที่รายล้อมเธอ
วันแต่งงานของเรา 2 คน มีแขกมาร่วมหลายพันคน
เราเป็นสามีภรรยากัน ผมอาศัยอยู่บ้านเธอ
แรกๆเรารักกันมาก เรามี
เรามีลูกสาว 1 คนวัยกำลังน่ารัก
รู้สึกมีความสุขเมื่อมีลูกมาเติมเต็มหัวใจ
แต่หลังๆ เหมือนเธอเริ่มไม่สนใจ หรือใส่ใจผม รวมไปถึงแม่ของผมเหมือนแต่ก่อน เธอพูดอะไรออกมาอย่างไม่เกรงใจหลายครั้ง เกี่ยวกับผู้มีพระคุณของผม
ผมยังคงปฏิบัติต่อพ่อแม่พี่น้องเธอเหมือนเดิม พูดว่าเอาใจก็ว่าได้
แต่เหมือนเธอเบื่อผม หรือ เหนื่อยเพราะเลี้ยงลูก เธอไม่ต้องการมีเซ็กส์ เธอลดลงมาก
ผมป่วย เธอจะบอกผมว่าผมสำออย
ผมไปงานเธอจะบอกว่าเกี่ยวอะไรทำไมต้องไป
ผมชวนเธอไปกินข้าวกับแม่ของผม เธอพูดว่า "ถ้าไปกินกับคนอื่นไม่ไปนะ"
ผมรู้สึกมันสะสมเรื่องแบบนี้ขึ้นเรื่อยๆ จนมันเริ่มเป็นระเบิด 2 ครั้งที่ผมระเบิดมันออกมา เธอก็จะต่อว่าผมเสียๆหาย ๆ
เธอบอกว่า
นอนตื่นสาย ถึงทำอะไรไม่สำเร็จในชีวิตไง (ผมทำงานรับราชการ มีองค์กรภายในภายนอกบรรยายทั่วประเทศ เขียนงานวิชาการได้ค่าเขียนครั้งละ 10,000-50,000฿ เวลาเธออาบน้ำทำธุระส่วนตัว ผมจะเป็นคนดูแลลูกจนเธอทำกิจเสร็จ ราว 5 ทุ่มเที่ยงคืนประจำ)
กินเหล้า ชอบออกไปข้างนอก (ผมยอมรับว่าออกไปในระแวกบ้านครั้งแต่ไม่ได้ถี่ทุกวันเดือนนึงมี 2 ครั้ง ปกติวันหยุดผมก็จะพาเธอเที่ยวกับลูกไปไกลๆ ไปพักต่างจังหวัดเดือนละครั้ง)
พอเวลาผมเขาไปกอดเธอ
หอมเธอ
เย้าแหย่เธอ
เธอจะไม่เล่นด้วยสะบัดหนี ไม่มีรอยยิ้ม อะไร เราจะมีเซ็กส์กันก็ต่อเมื่อผมนวดให้เธอ ลงน้ำมัน ถึงเป็นผลพลอยได้ทุกครั้งจะไม่ได้เกิดจากความอยากของเธอ หรือวิ่งเข้าใส่เลย ผมต้องเป็นฝ่ายเล้าโลมเธอเสมอ
ลูกเราน่ารักมาก 2 ครั้งแล้วที่เราทะเลาะกันต่อหน้าลูกแล้วลูกร้องไห้
เธอเป็นคนดี และดูแลลูกตลอดเวลาครับ ผมมาแบ่งบ้างเฉพาะเวลาว่างหรือวันหยุด
แต่อาการเมินเฉย ไม่สนใจ ไม่ดูแล มากขึ้นเรื่อยๆ จนแม่ยายบอกว่า ไม่ดูแลผัวบ้างเหรอ ทุกวันนี้ผมซักเสื้อผ้าเอง จ่ายค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้านและลูก
อารมณ์นำพาผมไปสู่การคิดมีครอบครัวใหม่หลายครั้ง แต่ลูกและความรักที่ผมมีต่อเธอ มันมากกว่าจะกล้าทำ
ผมเคยทดลองไม่คุยกับเธอหลังจากทะเลาะกัน ไม่เกิน 1 สัปดาห์ผมต้องไปง้อเธอ ทุกครั้งที่ง้อ เธอจะแอบยิ้ม เหมือนเธอเป็นผู้ชนะ
เธอเคยบอกผมว่าเธอเป็นโรคซึมเศร้าชอบคิดไปเอง และกังวลไปต่างๆนานา ให้ผมพาไปหาหมอที่ศรีธัญญา เคยบอกผมว่าถ้าเธอทำร้ายลูกแล้วฆ่าตัวตายให้ผมดูแลลูกให้ดีอย่าให้ลูกไปอยู่กับใครนะ กลัวแม่เลี้ยงทำร้ายลูก ผมไม่เข้าใจความคิดเธอ
วันนี้ ผมกับเธอทะเลาะกันอีกครั้ง ผมทำงานห่างไกลจากบ้านมากขับรถไปกลับทุกวันร่วม 200 กิโลเมตร แต่ก็อยากกลับไปนอน เพื่อได้เห็นหน้าลูก หน้าเมีย
ลืมบอกไป ตั้งแต่เรามีลูกเธอจอแยกนอนกับผมครับ ให้เหตุผลว่า กลัวผมนอนไม่พอไปทำงานไม่ไหว แต่ลึกๆแล้วเธอชอบความเป็นส่วนตัว
ผมได้ระบายพอสมควร อยากย้อนกลับไปที่หัวข้อด้านบนว่า ผมควร *ไปต่อ (อดทน เฝ้ารอวันดีๆ กลับมา) หรือ *หยุด (ถอยห่างกันไปซักพักถ้ายังมีใจผูกพันคงได้กลับมาดีกันอีกครั้งหนึ่งครับ)