อยากระบายมากสมัครสมาชิกพันทิปเพราะอยากระบายสิ่งที่อัดอั้นในใจที่หาทางออกไม่เจอแล้วคิดว่าคนที่อ่านเรื่องของเราอาจจะมีคำแนะนำและทางออกดีๆให้ เรื่องมีอยู่ว่า
เรามีโรคประจำตัวไม่ขอระบุนะว่าโรคอะไรแต่ไม่ใช่โรคต้องห้าม
ที่เป็นอุปสรรคในการทำงานนะคะและเพราะโรคประจำตัวสิ่งนี้คือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดคือ
ตั้งแต่จบม.3มาแม่ก็ให้เราเรียนปัญญาภิวัฒน์ตั้งแต่ปวช.ถึงป.ตรี ได้ทุนเรียนฟรีเพราะแม่อยากให้เราเรียนแต่ศนูย์การเรียนต่างจังหวัดมีแค่คณะบริหารธุรกิจค้าปลีกไม่ใช่ว่าคณะนี้หรือมหาลัยนี้ไม่ดีนะคะแค่ไม่ใช่คณะที่เราใฝ่ฝันเลยเและไม่ใช่ตัวเราเลยเราบอกแม่ว่าถ้าอยากให้เรียนมหาลัยนี้
ขอเรียนนิเทศได้มั๊ยอย่างน้อยหนูก็ชอบเพราะมันตรงกับที่ใช่แต่แม่บอกไม่อยากให้ไปเพราะอยู่ไกลค่าใช่จ่ายเยอะแถมอันตรายเราก็เข้าใจความห่วงของคนเป็นแม่นะซึ่งจริงๆถ้าคนไม่มาเรียนที่นี้แบบไม่ใช่นักศึกษาของที่นี้เช่นเรียนมหาลัยอื่น
จะต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะเพราะต้องมาหางานซึ่งยากแต่นี้มหาลัยเค้าช่วยซับพรอต์ได้เยอะ
เพราะว่าการจะเรียนคณะนี้ได้ต้องเรียนอยู่ศนูย์ใหญ่ซึ่งก็คือนนทบุรีและ
เพราะเป็นผู้หญิงไม่อยากให้ไปอยู่ไกลครอบครัวฐานะก็ไม่ค่อยดี
เลยยอมเรียนสิ่งที่แม่อยากให้เรียนซึ่งตอนเรียนก็ฝึกงาน3เดือนที่เซ่เว่นเรียน3เดือนเราก็ทำเต็มที่ชีวิตเราวนเวียนทำในเซ่เว่นซึ่งเราทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเองต่อไปจนจบรับปริญญาถ้าถามว่าดีใจมั๊ยตอบว่าดีใจแต่ดีใจไม่สุดเราจบออกมาก็ทำงาน
เซ่เว่นได้ปรับประจำยิ่งทำไปยิ่งฝืนเราก็ทำเต็มที่แต่ไม่ได้แบบว่าทำส่งๆนะคะเราทำงานใช้ทุนจนหมดคือการทำงานใช้ทุน2ปีบวกกับว่าบ้านเราฐานะไม่ดีจริงๆซึ่งเรามองหน้าแม่ก็สงสารแม่ที่ครอบครัวที่ต้องเป็นแบบนี้ถ้าคนภายนอกมองจะไม่รู้เลยว่าบ้านเราฐานะไม่ดีมีเท่าไหร่ต้องรีบจ่ายหนี้ซื้อของใช้และค่ากิน
อยู่ในครอบครัวซึ่งอยู่ที่เราคนเดียวถ้าถามว่าเงินเดือนที่ได้อยู่ได้มั๊ยตอบถ้าคนไม่มีภาระอะไรถือว่าเยอะ
แต่สำหรับเราเราว่าน้อยเราเลยไปคุยกับแม่ว่าถ้าแม่จะให้หนูเติบโตตามสายงานนี้จริงๆ
แม่ต้องให้หนูไปขึ้นตำแหน่งนะจังหวัดที่เราอยู่ตำแหน่งเต็มขยับขยายยากเพื่อนหนูตอนนี้เป็น
ผู้จัดการกันไปแล้วเงินเดือนก็สูงจะได้มีเงินให้แม่ใช้ตังหากเหมือนลูกคนอื่นแม่จะได้มีกินมีใช้ดีกว่านี้ถ้าแม่บอกว่า
แม่จะให้หนูเติบโตด้านสายนี้แม่ต้องยอมรับ
ซึ่งหนูยอมสละเรียนที่แม่อยากให้เรียนแล้วหนูรู้ว่าแม่เป็นห่วงแต่
หนูต้องเติบโตถ้าวันนึงแม่ไม่สามารถอยู่กับหนูได้หนูจะทำยังไงถ้า
แม่ยังให้หนูใช้ชีวิตแค่ว่าไปทำงานกับบ้านชีวิตวนลูปอยู่แค่นี้แต่
แม่ก็มานั่งบ่นนั่งทุกข์ใจเรื่องเงิน เราซึ่งเรามาคิดในใจว่าต่อให้แม่ไม่บ่นแต่เรามองหน้าแม่ทุกวัน
เราไม่เคยสบายใจเลยและวันนั้นเราก็ทะเลาะกันหนักมากคือแกจะเอาแค่
เรื่องโรคประจำตัวของเรามาอ้างในการห้ามไปที่อื่นพอจะไปสมัครงาน
สายอื่นแม่ก็โกรธจะให้เราทำแต่เซ่เว่นที่เราก็ไม่เข้าใจแม่และไม่รู้จะทำยังไงให้แม่
ใจอ่อนสักทีพอทะเลาะกับแม่ที่ไรเราก็เครียดและเคาะห์ซ้ำวันต่อมาหัวหน้ามีจัดประชุมซึ่งทำให้เรานอยคือตอนประชุมแกดันทำให้เรารู้
สึกอับอายเพราะว่าแกตำหนิยกข้อเสียของเราให้คนในประชุมรู้ทั้งๆที่
คนอื่นก็ไม่ได้ดีแตกต่างอะไรกันมากมายคนเราทุกคนมีจุดดีจุดด้อยของ
แต่ล่ะคนอยู่แล้วแต่แกไม่พูดชื่อออกมาพูดแค่ปัญหาและไม่เจาะจง
บุคคลใดบุคคลนึงผิดกับเราสมมุติเราชื่อเอก็แล้วกัน
เหตุการณ์สมมุติเหตุการณ์ประมาณว่าแกรู้ว่าใครมีข้อเสียยังไงแต่แกไม่เอ่ยชื่อ
เช่นการประชุมวันนี้อยากให้น้องทำแบบนี้และแบบนี้จะไม่เกิดการเอ่ยและเจาะจงใครพอพูดหัวข้อเสร็จก็ชี้มาที่เรา
บอกอย่างเอเนี้ยทำงานผิดพลาดตรงนี้ๆและพูดเหมือนการทำงานเราไม่มี
ดีสักอย่างเราทั้งอึ่งทั้งอายทั้งเสียใจไม่ใช่ว่าเราจะไม่สามารถ
ให้หัวหน้าด่าไม่ได้นะด่าได้ถ้าเราผิดจริงก็ควรมาพูดคุยกันแบบตัว
ต่อตัวว่าอยากให้เราปรับปรุงด้านไหนเราจะได้รับรู้และแก้ไขจะไม่
โกรธสักนิดแต่นี้มาพูดกลางที่ประชุมและเราเป็นผช.และเป็นหัวหน้าผลัดแล้วลูกผลัดเรามีแต่
พาสทามกับพนักงานคือมาพูดแบบนี้น้องมันจะเครพรึเปล่าพอหัวหน้าพูด
แบบนี้ลูกผลัดก็ไม่มีใครเชื่อถือเราบอกสอนอะไรไปก็จะคิดว่าเดี๋ยว
โดนด่าเหมือนพี่เอคือหมดความน่าเชื่อถือไปเลยซึ่งความรู้เท่าๆผช.คนอื่นนั้นแหละ
พอเราบอกน้องน้องจะไม่ค่อยเชื่อพอไปถามผช.คนอื่นน้องถึงเชื่อนี้คือข้อที่เราใจออกไม่อยาก
ทำแล้วพอกลับบ้านไปแม่กับพ่อก็ทะเลาะกันรุนแรงคือท่านทะเลาะกันมา
นาน2ปีแล้วมีวันนั้นหนักสุดพ่อกับแม่ก็เลิกกันอีกเราแบบเจอเรื่องอะไร
หนักๆเข้าไหนจะงานไหนจะครอบครัวไหนจะความฝันไหนจะภาระที่ต้องจ่าย
ในตอนนั้นในหัวเราเหมือนเส้นฟางสุดท้ายขาดพึงเลยเราตัดสินใจลาออก
จะว่าเราโง่ก็ได้ไม่ทันได้หางานใหม่ได้เหมือนคนสติแตกแบบเงียบๆ
พอไปสมัครงานเค้าก็ไม่รับเราหาทุกทีในจังหวัดเราแต่ก็ไม่ได้งานเลย
เราลาออกตอนสิ้นเดือนเมษาเราว่างงานมากแต่งานที่พอต้องการเราดัน
อยู่แต่ในกรุงเทพซึ่งแม่เราไม่ยอมพอเราไม่มีเงินแม่ก็ชอบมาพูดซ้ำ
ทำตัวเองว่าออกจากงานเราเลยนึกโมโหแม่นิดนึงว่าทำไมแม่พูดแบบนี้
แม่เป็นคนเลือกทางแบบนี้ให้หนูเองนะพอหนูจะไปหาความเจริญก้าวหน้า
แม่ก็ไม่ยอมหาว่าหนูทะเยอทะยานเกินแต่พอเป็นแบบนี้ก็ไม่มีอะไรดี
ขึ้นก็มานั่งทุกข์กันต่อไปถ้าแม่ให้หนูเลือกเรียนนิเทศตั้งแต่แรก
ป่านนี้หนูคงมีความสุขกับการทำงานและอาจไปได้ไกลก็ได้พอทะเลาะ
กันหนักมากๆเข้าแม่เลยบอกถ้าจะไปเก็บเงินหาค่าเทอมเรียนเองค่าหอเอง
ค่ากินอยู่ระหว่างรองานเองเราเลยถามแม่ว่าแม่หนูอยากให้แม่ยอมให้หนูไปลองทำในสิ่งที่เลือกเอง
หนูอยากให้แม่อณุญาติด้วยความเต็มใจไม่ใช่ประชดนะแม่
แม่บอกอืมแต่แกก็แบบว่าจะให้เราทำแต่สายร้านเซ่เว่นถ้าจะทำงานแกถึงจะให้ไป
คือเราก็บอกนะสายอื่นก็มีในเครือข่ายหรืองานอื่นก็มีแต่ป่วยการ
เดี๋ยวจะทะเลาะกันอีกเลยคิดว่าเงียบก่อนดีกว่าถ้าตอนจะไปจริงๆอยากสมัครงานสายอื่นก่อนที่ไม่ใช่สายเซ่เว่น
ขอแค่แม่มีความคิดจะให้ไปก่อนและอย่างต่อมาคือเราอยากหาทำงานเก็บเงินให้
ได้แต่ไม่รู้ว่าเท่าไหร่สำหรับเข้ากรุงเทพประมาณเท่าไหร่และเรา
อยากเรียนป.ตรีใหม่ในม.กรุงเทพมากคณะนิเทศไม่ใช่เพราะไฮโซหรือดาราอะไรนะ
ที่อยากเข้าเพราะเครื่องมือและการเรียนการสอนของเค้าครอบคุมจริงๆและเค้า
รองรับที่ฝึกงานและรองรับงานหลังจบด้วยแต่ที่จังหวัดเราเครื่องมือไม่ครบ
เท่าจากที่ดูแถมหาที่ฝึกงานยากมากฟังจากคนรู้จักและที่ยากขึ้นไปอีก
เรากู้กยศ.ไม่ได้เพราะจบตรีแล้วไม่เคยกู้นะแต่ตอนเข้าไปอ่านเค้าบอกต้อง
ไม่ได้จบปริญญาทีใดที่นึงมาก่อนไม่รู้เข้าใจถูกรึเปล่าไม่งั้นคงได้จ่ายค่าเทอมเอง
ซึ่งตอนนี้เราจะอายุ26เดือนตุลาคมนี้เราว่าจะทำงานเก็บเงินเพื่อเรียนเรากะว่าต้องไม่เกิน28ต้องได้เรียน
ไม่ใช่ว่าเราอายที่เรียนกับเด็กนะแต่เราต้องนับอายุตอนจบด้วยยิ่ง
ใกล้35เค้ายิ่งรับงานยากเรากลัวตรงนี้มากกว่าแต่ถ้ามันเก็บเงินไม่ได้อย่างที่หวังคงได้แค่ฝัน
แม่บอกว่าตอนนี้ให้เรากับไปทำเซ่เว่นชั่วคราวเก็บเงินก่อนค่อยไป
กรุงเทพเราก็เลยไม่มีทางเลือกเข้าไปสมัครพาสทามเพราะหางานแถวบ้าน
ก็ไม่มีบริษัทไหนเรียกพอจะไปเสริฟก็เอาเปรียบเราเกินไปให้ทำงาน08.30-23.00ให้200ไม่ก็250เรทนี้ส่วนมากจะมี300หรือ320บ้างแต่น้อยแถมไกลบ้านมากไม่มีทั้งมอไซต์และรถยนต์อีกเลยได้ไปทำพาสทามเซ่เว่นคนล่ะสาขากับที่เดิมแต่จะเงินน้อย
เพราะสมัครใหม่จังหวัดเราจะเป็นพาสทามก่อนก็จะได้น้อยแถมพอจะพยายามไป
หางานเสริมเพิ่มก็ไม่มีเราเลยท้อแท้มากถ้าที่กรุงเทพมีงานที่มีที่พักหรือมีที่พักใกล้ๆ
ให้เราก็จะได้ซอฟเงินด้านนี้เก็บแค่เงินไว้กินระหว่างเดือนแต่ถ้า
ไม่มีทีพักเราคงต้องเก็บเพิ่มยาวที่เรากล่าวมาแค่ระบายความในใจและความเครียดนะคะไม่ได้เจตนาโจม
ตีบริษัทหรือใครนะคะเราแค่อยากระบายสิ่งที่เราเจอมาและเราอยากทราบว่าทำยังไง
แม่ถึงจะเข้าใจเราสักทีและยอมด้วยใจจริงๆอยากให้ท่านสบายนี้คือปัญหาเราทั้งอยากทำงานทั้งอยากเรียนค่าใช้จ่ายสูงมากพอรวมดู
แล้วถ้าจะเก็บเงินควรเก็บเท่าไหร่สำหรับขั้นแรกในการไปกรุงเทพ
สุดท้ายนี้ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะบ้างคนอาจจะงงๆเพราะเรา
คิดอะไรได้ก็พิมพเลยแถมพิมพกับโทรศัพท์ด้วยอาจจะอ่านงงๆ
เราเลยอยากได้คำปรึกษามาก
อยากระบายปัญหาที่คิดว่าทางออกหายากทำยังไงกับปัญหาแบบนี้ดี?
เรามีโรคประจำตัวไม่ขอระบุนะว่าโรคอะไรแต่ไม่ใช่โรคต้องห้าม
ที่เป็นอุปสรรคในการทำงานนะคะและเพราะโรคประจำตัวสิ่งนี้คือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดคือ
ตั้งแต่จบม.3มาแม่ก็ให้เราเรียนปัญญาภิวัฒน์ตั้งแต่ปวช.ถึงป.ตรี ได้ทุนเรียนฟรีเพราะแม่อยากให้เราเรียนแต่ศนูย์การเรียนต่างจังหวัดมีแค่คณะบริหารธุรกิจค้าปลีกไม่ใช่ว่าคณะนี้หรือมหาลัยนี้ไม่ดีนะคะแค่ไม่ใช่คณะที่เราใฝ่ฝันเลยเและไม่ใช่ตัวเราเลยเราบอกแม่ว่าถ้าอยากให้เรียนมหาลัยนี้
ขอเรียนนิเทศได้มั๊ยอย่างน้อยหนูก็ชอบเพราะมันตรงกับที่ใช่แต่แม่บอกไม่อยากให้ไปเพราะอยู่ไกลค่าใช่จ่ายเยอะแถมอันตรายเราก็เข้าใจความห่วงของคนเป็นแม่นะซึ่งจริงๆถ้าคนไม่มาเรียนที่นี้แบบไม่ใช่นักศึกษาของที่นี้เช่นเรียนมหาลัยอื่น
จะต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะเพราะต้องมาหางานซึ่งยากแต่นี้มหาลัยเค้าช่วยซับพรอต์ได้เยอะ
เพราะว่าการจะเรียนคณะนี้ได้ต้องเรียนอยู่ศนูย์ใหญ่ซึ่งก็คือนนทบุรีและ
เพราะเป็นผู้หญิงไม่อยากให้ไปอยู่ไกลครอบครัวฐานะก็ไม่ค่อยดี
เลยยอมเรียนสิ่งที่แม่อยากให้เรียนซึ่งตอนเรียนก็ฝึกงาน3เดือนที่เซ่เว่นเรียน3เดือนเราก็ทำเต็มที่ชีวิตเราวนเวียนทำในเซ่เว่นซึ่งเราทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเองต่อไปจนจบรับปริญญาถ้าถามว่าดีใจมั๊ยตอบว่าดีใจแต่ดีใจไม่สุดเราจบออกมาก็ทำงาน
เซ่เว่นได้ปรับประจำยิ่งทำไปยิ่งฝืนเราก็ทำเต็มที่แต่ไม่ได้แบบว่าทำส่งๆนะคะเราทำงานใช้ทุนจนหมดคือการทำงานใช้ทุน2ปีบวกกับว่าบ้านเราฐานะไม่ดีจริงๆซึ่งเรามองหน้าแม่ก็สงสารแม่ที่ครอบครัวที่ต้องเป็นแบบนี้ถ้าคนภายนอกมองจะไม่รู้เลยว่าบ้านเราฐานะไม่ดีมีเท่าไหร่ต้องรีบจ่ายหนี้ซื้อของใช้และค่ากิน
อยู่ในครอบครัวซึ่งอยู่ที่เราคนเดียวถ้าถามว่าเงินเดือนที่ได้อยู่ได้มั๊ยตอบถ้าคนไม่มีภาระอะไรถือว่าเยอะ
แต่สำหรับเราเราว่าน้อยเราเลยไปคุยกับแม่ว่าถ้าแม่จะให้หนูเติบโตตามสายงานนี้จริงๆ
แม่ต้องให้หนูไปขึ้นตำแหน่งนะจังหวัดที่เราอยู่ตำแหน่งเต็มขยับขยายยากเพื่อนหนูตอนนี้เป็น
ผู้จัดการกันไปแล้วเงินเดือนก็สูงจะได้มีเงินให้แม่ใช้ตังหากเหมือนลูกคนอื่นแม่จะได้มีกินมีใช้ดีกว่านี้ถ้าแม่บอกว่า
แม่จะให้หนูเติบโตด้านสายนี้แม่ต้องยอมรับ
ซึ่งหนูยอมสละเรียนที่แม่อยากให้เรียนแล้วหนูรู้ว่าแม่เป็นห่วงแต่
หนูต้องเติบโตถ้าวันนึงแม่ไม่สามารถอยู่กับหนูได้หนูจะทำยังไงถ้า
แม่ยังให้หนูใช้ชีวิตแค่ว่าไปทำงานกับบ้านชีวิตวนลูปอยู่แค่นี้แต่
แม่ก็มานั่งบ่นนั่งทุกข์ใจเรื่องเงิน เราซึ่งเรามาคิดในใจว่าต่อให้แม่ไม่บ่นแต่เรามองหน้าแม่ทุกวัน
เราไม่เคยสบายใจเลยและวันนั้นเราก็ทะเลาะกันหนักมากคือแกจะเอาแค่
เรื่องโรคประจำตัวของเรามาอ้างในการห้ามไปที่อื่นพอจะไปสมัครงาน
สายอื่นแม่ก็โกรธจะให้เราทำแต่เซ่เว่นที่เราก็ไม่เข้าใจแม่และไม่รู้จะทำยังไงให้แม่
ใจอ่อนสักทีพอทะเลาะกับแม่ที่ไรเราก็เครียดและเคาะห์ซ้ำวันต่อมาหัวหน้ามีจัดประชุมซึ่งทำให้เรานอยคือตอนประชุมแกดันทำให้เรารู้
สึกอับอายเพราะว่าแกตำหนิยกข้อเสียของเราให้คนในประชุมรู้ทั้งๆที่
คนอื่นก็ไม่ได้ดีแตกต่างอะไรกันมากมายคนเราทุกคนมีจุดดีจุดด้อยของ
แต่ล่ะคนอยู่แล้วแต่แกไม่พูดชื่อออกมาพูดแค่ปัญหาและไม่เจาะจง
บุคคลใดบุคคลนึงผิดกับเราสมมุติเราชื่อเอก็แล้วกัน
เหตุการณ์สมมุติเหตุการณ์ประมาณว่าแกรู้ว่าใครมีข้อเสียยังไงแต่แกไม่เอ่ยชื่อ
เช่นการประชุมวันนี้อยากให้น้องทำแบบนี้และแบบนี้จะไม่เกิดการเอ่ยและเจาะจงใครพอพูดหัวข้อเสร็จก็ชี้มาที่เรา
บอกอย่างเอเนี้ยทำงานผิดพลาดตรงนี้ๆและพูดเหมือนการทำงานเราไม่มี
ดีสักอย่างเราทั้งอึ่งทั้งอายทั้งเสียใจไม่ใช่ว่าเราจะไม่สามารถ
ให้หัวหน้าด่าไม่ได้นะด่าได้ถ้าเราผิดจริงก็ควรมาพูดคุยกันแบบตัว
ต่อตัวว่าอยากให้เราปรับปรุงด้านไหนเราจะได้รับรู้และแก้ไขจะไม่
โกรธสักนิดแต่นี้มาพูดกลางที่ประชุมและเราเป็นผช.และเป็นหัวหน้าผลัดแล้วลูกผลัดเรามีแต่
พาสทามกับพนักงานคือมาพูดแบบนี้น้องมันจะเครพรึเปล่าพอหัวหน้าพูด
แบบนี้ลูกผลัดก็ไม่มีใครเชื่อถือเราบอกสอนอะไรไปก็จะคิดว่าเดี๋ยว
โดนด่าเหมือนพี่เอคือหมดความน่าเชื่อถือไปเลยซึ่งความรู้เท่าๆผช.คนอื่นนั้นแหละ
พอเราบอกน้องน้องจะไม่ค่อยเชื่อพอไปถามผช.คนอื่นน้องถึงเชื่อนี้คือข้อที่เราใจออกไม่อยาก
ทำแล้วพอกลับบ้านไปแม่กับพ่อก็ทะเลาะกันรุนแรงคือท่านทะเลาะกันมา
นาน2ปีแล้วมีวันนั้นหนักสุดพ่อกับแม่ก็เลิกกันอีกเราแบบเจอเรื่องอะไร
หนักๆเข้าไหนจะงานไหนจะครอบครัวไหนจะความฝันไหนจะภาระที่ต้องจ่าย
ในตอนนั้นในหัวเราเหมือนเส้นฟางสุดท้ายขาดพึงเลยเราตัดสินใจลาออก
จะว่าเราโง่ก็ได้ไม่ทันได้หางานใหม่ได้เหมือนคนสติแตกแบบเงียบๆ
พอไปสมัครงานเค้าก็ไม่รับเราหาทุกทีในจังหวัดเราแต่ก็ไม่ได้งานเลย
เราลาออกตอนสิ้นเดือนเมษาเราว่างงานมากแต่งานที่พอต้องการเราดัน
อยู่แต่ในกรุงเทพซึ่งแม่เราไม่ยอมพอเราไม่มีเงินแม่ก็ชอบมาพูดซ้ำ
ทำตัวเองว่าออกจากงานเราเลยนึกโมโหแม่นิดนึงว่าทำไมแม่พูดแบบนี้
แม่เป็นคนเลือกทางแบบนี้ให้หนูเองนะพอหนูจะไปหาความเจริญก้าวหน้า
แม่ก็ไม่ยอมหาว่าหนูทะเยอทะยานเกินแต่พอเป็นแบบนี้ก็ไม่มีอะไรดี
ขึ้นก็มานั่งทุกข์กันต่อไปถ้าแม่ให้หนูเลือกเรียนนิเทศตั้งแต่แรก
ป่านนี้หนูคงมีความสุขกับการทำงานและอาจไปได้ไกลก็ได้พอทะเลาะ
กันหนักมากๆเข้าแม่เลยบอกถ้าจะไปเก็บเงินหาค่าเทอมเรียนเองค่าหอเอง
ค่ากินอยู่ระหว่างรองานเองเราเลยถามแม่ว่าแม่หนูอยากให้แม่ยอมให้หนูไปลองทำในสิ่งที่เลือกเอง
หนูอยากให้แม่อณุญาติด้วยความเต็มใจไม่ใช่ประชดนะแม่
แม่บอกอืมแต่แกก็แบบว่าจะให้เราทำแต่สายร้านเซ่เว่นถ้าจะทำงานแกถึงจะให้ไป
คือเราก็บอกนะสายอื่นก็มีในเครือข่ายหรืองานอื่นก็มีแต่ป่วยการ
เดี๋ยวจะทะเลาะกันอีกเลยคิดว่าเงียบก่อนดีกว่าถ้าตอนจะไปจริงๆอยากสมัครงานสายอื่นก่อนที่ไม่ใช่สายเซ่เว่น
ขอแค่แม่มีความคิดจะให้ไปก่อนและอย่างต่อมาคือเราอยากหาทำงานเก็บเงินให้
ได้แต่ไม่รู้ว่าเท่าไหร่สำหรับเข้ากรุงเทพประมาณเท่าไหร่และเรา
อยากเรียนป.ตรีใหม่ในม.กรุงเทพมากคณะนิเทศไม่ใช่เพราะไฮโซหรือดาราอะไรนะ
ที่อยากเข้าเพราะเครื่องมือและการเรียนการสอนของเค้าครอบคุมจริงๆและเค้า
รองรับที่ฝึกงานและรองรับงานหลังจบด้วยแต่ที่จังหวัดเราเครื่องมือไม่ครบ
เท่าจากที่ดูแถมหาที่ฝึกงานยากมากฟังจากคนรู้จักและที่ยากขึ้นไปอีก
เรากู้กยศ.ไม่ได้เพราะจบตรีแล้วไม่เคยกู้นะแต่ตอนเข้าไปอ่านเค้าบอกต้อง
ไม่ได้จบปริญญาทีใดที่นึงมาก่อนไม่รู้เข้าใจถูกรึเปล่าไม่งั้นคงได้จ่ายค่าเทอมเอง
ซึ่งตอนนี้เราจะอายุ26เดือนตุลาคมนี้เราว่าจะทำงานเก็บเงินเพื่อเรียนเรากะว่าต้องไม่เกิน28ต้องได้เรียน
ไม่ใช่ว่าเราอายที่เรียนกับเด็กนะแต่เราต้องนับอายุตอนจบด้วยยิ่ง
ใกล้35เค้ายิ่งรับงานยากเรากลัวตรงนี้มากกว่าแต่ถ้ามันเก็บเงินไม่ได้อย่างที่หวังคงได้แค่ฝัน
แม่บอกว่าตอนนี้ให้เรากับไปทำเซ่เว่นชั่วคราวเก็บเงินก่อนค่อยไป
กรุงเทพเราก็เลยไม่มีทางเลือกเข้าไปสมัครพาสทามเพราะหางานแถวบ้าน
ก็ไม่มีบริษัทไหนเรียกพอจะไปเสริฟก็เอาเปรียบเราเกินไปให้ทำงาน08.30-23.00ให้200ไม่ก็250เรทนี้ส่วนมากจะมี300หรือ320บ้างแต่น้อยแถมไกลบ้านมากไม่มีทั้งมอไซต์และรถยนต์อีกเลยได้ไปทำพาสทามเซ่เว่นคนล่ะสาขากับที่เดิมแต่จะเงินน้อย
เพราะสมัครใหม่จังหวัดเราจะเป็นพาสทามก่อนก็จะได้น้อยแถมพอจะพยายามไป
หางานเสริมเพิ่มก็ไม่มีเราเลยท้อแท้มากถ้าที่กรุงเทพมีงานที่มีที่พักหรือมีที่พักใกล้ๆ
ให้เราก็จะได้ซอฟเงินด้านนี้เก็บแค่เงินไว้กินระหว่างเดือนแต่ถ้า
ไม่มีทีพักเราคงต้องเก็บเพิ่มยาวที่เรากล่าวมาแค่ระบายความในใจและความเครียดนะคะไม่ได้เจตนาโจม
ตีบริษัทหรือใครนะคะเราแค่อยากระบายสิ่งที่เราเจอมาและเราอยากทราบว่าทำยังไง
แม่ถึงจะเข้าใจเราสักทีและยอมด้วยใจจริงๆอยากให้ท่านสบายนี้คือปัญหาเราทั้งอยากทำงานทั้งอยากเรียนค่าใช้จ่ายสูงมากพอรวมดู
แล้วถ้าจะเก็บเงินควรเก็บเท่าไหร่สำหรับขั้นแรกในการไปกรุงเทพ
สุดท้ายนี้ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะบ้างคนอาจจะงงๆเพราะเรา
คิดอะไรได้ก็พิมพเลยแถมพิมพกับโทรศัพท์ด้วยอาจจะอ่านงงๆ