ตามหัวกระทู้ อย่าพึ่งด่าเรา ฟังก่อน
เราอายุไม่มาก ยังวัยรุ่น พลาดไปมีลูก แบบไม่ได้ตั้งใจเลย ยิ่งท้องโตคนเป็นพ่อก็เริ่มปล่อยปะละเลยเรา ยังไม่ทำงาน ไม่อะไรทั้งสิ้น อารมรุนแรง จนถึง7เดือนเราต้องเลิกกัน แยกกันไป ทางบ้านเค้าค่อนข้างมีเงิน มีฐานะ แต่เราไม่ได้เรียกร้องอะไร แค่ส่งนม ส่งแพมเพิส ก็พอแล้ว พอลูกเราเริ่มโตลูกเราเริ่มน่ารัก ทางฝั่งนั้นอยากเอาไปเลี้ยง เอาไปนอนค้างเราก็โอเค สายเลือดเดียวกัน นานๆไปเข้า เค้าเริ่มมาติเตียนเรา เลี้ยงหลานเค้าไม่ดี ไม่อ้วน อะไรแบบนี้ทั้งๆที่เราทำทุกอย่างเหมือนที่แม่ทุกคนทำ ทุกคนในบ้านเริ่มกระหน่ำใส่เราเพราะเราไม่อยากให้เค้าเอาลูกเราไปเลี้ยง ไปก็ป้อนขนม เป็ปซี่ ให้กินอะไรที่เด็กไม่ควรกิน แต่คนที่บ้านเราดันส่งเสริม อารมณ์แบบ ถ้าลูกเราอยู่กับเค้า มีอนาคตกว่า ได้เรียนโรงเรียนดีๆ คนที่บ้านเราก็ไม่ได้มีฐานะอะไร ทำงานได้เงินขั้นต่ำ300 ทุกคนพูดใส่เราว่าเราจะไปเลี้ยงมันโตได้หรอ อายุแค่นี้ อยู่กับบ้านนั้นสุขสบายกว่าอยู่กับเรา จนเราเก็บมาร้องไห้ประมาณหลายสิบรอบเพราะเรื่องแบบนี้ ล่าสุดเราหยุดงาน(เดือนนึงได้หยุด2วัน) เราบอกว่าวันนี้เอาลูกมาเลี้ยงได้ไหม ปกติก็เจอลูกแค่ตอนเลิกงาน เราทำงานเวลาห้างปิดเปิด กลับบ้านไปลูกก็หลับ เช้ามาบ้านนั้นก็จะเอาไปเลี้ยงเลย วันนั้นเราหยุด เราบอกเราขอเลี้ยงวันนึง แต่คนที่บ้านเรา กลับไม่พอใจ หาว่าเราหวงลูกไม่อยากให้เค้าเลี้ยง ยังคงใช้คำเดิม อยู่กับเรามันจะมีอนาคตหรออยู่บ้านนั้นมีพร้อมทุกอย่าง เราร้องไห้กับคำพูดเหล่านี้มากมาย จนเมื่อวานเรามานั่งคิด ถ้าเราไปจากจุดๆนี้ ทุกอย่างมันคงจะดีขึ้นเราจะหนีไปให้ไกลที่สุด มันจะดีไหม เราอยากให้มันจบลงตอนนี้เลยเรารับไม่ไหวแล้วกับปัญหาทุกอย่างในชีวิต ทั้งเรื่องเงิน เรื่องชีวิตคู่ พ่อแม่ คนในบ้านเรา เรายังอายุไม่ถึง30เลย ตอนเรามาทำงานไม่ได้คุยกลับใคร มีความสุขกว่าตอนกลับไปถึงบ้านสะอีก เรารักลูกมาก รักที่สุดแล้ว พิมไปร้องไห้ไป ไม่เคยอยากให้ลูกไปไหนแล้วก็ไม่อยากทิ้งลูกไปไหน นึกถึงหน้าตลอด แต่เราก็นึกถึงตอนตัวเองตอนเด็กที่อยากกินอะไรแล้วไม่ได้กิน เราไม่อยากให้ลูกเราเป็นแบบนั้น อยากเริ่มต้นใหม่ เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนทุกอย่าง ไปให้ไกลที่สุด วันนึงที่เราพร้อมเราอาจจะกลับมาเจอหน้าลูก
ถ้าเรามีเหตุผลที่จะต้องทิ้งลูก
เราอายุไม่มาก ยังวัยรุ่น พลาดไปมีลูก แบบไม่ได้ตั้งใจเลย ยิ่งท้องโตคนเป็นพ่อก็เริ่มปล่อยปะละเลยเรา ยังไม่ทำงาน ไม่อะไรทั้งสิ้น อารมรุนแรง จนถึง7เดือนเราต้องเลิกกัน แยกกันไป ทางบ้านเค้าค่อนข้างมีเงิน มีฐานะ แต่เราไม่ได้เรียกร้องอะไร แค่ส่งนม ส่งแพมเพิส ก็พอแล้ว พอลูกเราเริ่มโตลูกเราเริ่มน่ารัก ทางฝั่งนั้นอยากเอาไปเลี้ยง เอาไปนอนค้างเราก็โอเค สายเลือดเดียวกัน นานๆไปเข้า เค้าเริ่มมาติเตียนเรา เลี้ยงหลานเค้าไม่ดี ไม่อ้วน อะไรแบบนี้ทั้งๆที่เราทำทุกอย่างเหมือนที่แม่ทุกคนทำ ทุกคนในบ้านเริ่มกระหน่ำใส่เราเพราะเราไม่อยากให้เค้าเอาลูกเราไปเลี้ยง ไปก็ป้อนขนม เป็ปซี่ ให้กินอะไรที่เด็กไม่ควรกิน แต่คนที่บ้านเราดันส่งเสริม อารมณ์แบบ ถ้าลูกเราอยู่กับเค้า มีอนาคตกว่า ได้เรียนโรงเรียนดีๆ คนที่บ้านเราก็ไม่ได้มีฐานะอะไร ทำงานได้เงินขั้นต่ำ300 ทุกคนพูดใส่เราว่าเราจะไปเลี้ยงมันโตได้หรอ อายุแค่นี้ อยู่กับบ้านนั้นสุขสบายกว่าอยู่กับเรา จนเราเก็บมาร้องไห้ประมาณหลายสิบรอบเพราะเรื่องแบบนี้ ล่าสุดเราหยุดงาน(เดือนนึงได้หยุด2วัน) เราบอกว่าวันนี้เอาลูกมาเลี้ยงได้ไหม ปกติก็เจอลูกแค่ตอนเลิกงาน เราทำงานเวลาห้างปิดเปิด กลับบ้านไปลูกก็หลับ เช้ามาบ้านนั้นก็จะเอาไปเลี้ยงเลย วันนั้นเราหยุด เราบอกเราขอเลี้ยงวันนึง แต่คนที่บ้านเรา กลับไม่พอใจ หาว่าเราหวงลูกไม่อยากให้เค้าเลี้ยง ยังคงใช้คำเดิม อยู่กับเรามันจะมีอนาคตหรออยู่บ้านนั้นมีพร้อมทุกอย่าง เราร้องไห้กับคำพูดเหล่านี้มากมาย จนเมื่อวานเรามานั่งคิด ถ้าเราไปจากจุดๆนี้ ทุกอย่างมันคงจะดีขึ้นเราจะหนีไปให้ไกลที่สุด มันจะดีไหม เราอยากให้มันจบลงตอนนี้เลยเรารับไม่ไหวแล้วกับปัญหาทุกอย่างในชีวิต ทั้งเรื่องเงิน เรื่องชีวิตคู่ พ่อแม่ คนในบ้านเรา เรายังอายุไม่ถึง30เลย ตอนเรามาทำงานไม่ได้คุยกลับใคร มีความสุขกว่าตอนกลับไปถึงบ้านสะอีก เรารักลูกมาก รักที่สุดแล้ว พิมไปร้องไห้ไป ไม่เคยอยากให้ลูกไปไหนแล้วก็ไม่อยากทิ้งลูกไปไหน นึกถึงหน้าตลอด แต่เราก็นึกถึงตอนตัวเองตอนเด็กที่อยากกินอะไรแล้วไม่ได้กิน เราไม่อยากให้ลูกเราเป็นแบบนั้น อยากเริ่มต้นใหม่ เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนทุกอย่าง ไปให้ไกลที่สุด วันนึงที่เราพร้อมเราอาจจะกลับมาเจอหน้าลูก