ประสบการณ์โรคซึมเศร้า , เพื่อนสนิท = เพื่อนที่ :)ที่สุดในชีวิต

    ฉันขอระบายสิ่งที่เก็บไว้คนเดียวหน่อยแล้วกัน

---------------------------

         พอขึ้นม.ปลายฉันและเพื่อนสนิทชื่อ A เลือกที่จะไปเรียนโรงเรียนประจำเพราะอยากลองใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ในห้องต้องนอนด้วยกันถึง 6 คน โดยเป็นเตียง 2 ชั้น 3 เตียง มันเป็นเรื่องบังเอิญมากที่เรา 6 คนมาจากโรงเรียนเดียวกัน พวกเราสนิทกันขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งขึ้นม.5

         เพื่อนฉันที่ชื่อ O ซึ่งเป็นคนที่ชอบนินทาและพูดเเซะคนอื่นในลักษณะพูดหยอกล้อ ฉันก็โดนบ่อยๆ ตอนแรกฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะรู้ว่ามันพูดเล่น จนกระทั่งถึงวันงานรร. ที่ต้องใส่ชุดราตรี ส่วนตัวฉันเป็นคน sensitive กับการที่ถูกคนอื่นมาวิจารณ์รูปร่างหน้าตา ฉันพยายามดูแลตัวเองต่างๆเพื่อลบคำดูถูกพวกนั้น จนฉันมั่นใจได้ระดับนึงว่าจะไม่ถูกล้อ แต่วันงานตอนกำลังแต่งตัว O วิจารณ์รูปร่างฉันต่างๆนาๆ จนฉันเสียความมั่นใจ และรู้สึกแย่ ฉันเคยพูดบอกเขานัยๆแล้วว่าฉันไม่ชอบ แต่ก็นั่นแหละ

         หลังจากนั้นมาเหมือนตัวฉันจะมีปฏิกิริยากับคำพูดของเขาตลอด คำพูดที่ออกจากปากของเขาแต่ละคำเหมือนดาบเล่มเล็กๆที่ค่อยๆทิ่มแทงฉันเรื่อยๆจนสภาพจิตใจฉันไม่สามารถรับมันไหว จนฉันไปพบจิตแพทย์เพราะกลัวว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า แล้วก็เป็นอย่างที่คิด คนที่ได้รับคำพูดเหยียดหยามตัวเองมาเกือบ 2 เทอมก็คงหนีไม่พ้น 

         ฉันไม่เคยคิดว่าเป็นเพราะเพื่อนฉันเลย ฉันกลับคิดว่าเป็นเพราะฉันอ่อนแอเกินที่จะรับคำพูดพวกนั้นต่างๆ

         3 สัปดาห์สุดท้ายก่อนจบ ม.5 ฉันรักษาอาการซึมเศร้าได้ 3-4 เดือน จนอาการเริ่มโอเค แต่ทุกอย่างกลับพังเพราะคำพูดของมัน...

         อาทิตย์นั้นพวกเราต้องทำโครงงานจนถึงตี3-4 ทุกวัน ทำให้ฉันกว่าจะได้กินยาก็ปาไปเกือบเช้า ยาเลยออกฤทธิ์ได้ไม่มากทำให้การรักษาของฉันที่เริ่มดีก็แปรปรวนไปเล็กน้อย 

         กระทั่งวันนั้นพวกเราแบ่งกันออกเป็น 2 ทีม ทีมนึงเป็นคนทำรูปเล่ม อีกทีมประดิษฐ์ ฉันได้รับมอบหมายในการทำรูปเล่มกับ G พวกเรานั่งทำงานกันจนประมาณตี 2 G บอกให้ฉันส่งข้อความไปหาเพื่อนในแชทกลุ่ม ฉันก็พิมพ์ไปตามที่ G บอก แต่เหมือนฝั่งนั้นจะไม่เข้าใจแล้วส่งข้อความกลับมาในเชิงหัวร้อน เราก็งงเลยอ่านให้ G ฟัง G ก็พูดออกมาส่วนฉันก็เป็นคนพิมพ์คำพูดของ G ลง แต่ทางนั้นกลับบอกว่าฉันหัวร้อนและพิมพ์ด่ากลับมา ฉันกับ G ก็มองหน้ากันงงๆ ก็เลยพยายามจะอธิบาย แต่ไม่ทันจะพิมพ์เสร็จ O ก็โทรมาหาฉัน

          O : มีอะไร หัวร้อนทำไม / น้ำเสียงของเขาคือหัวร้อนอย่างชัดเจน ซึ่งฉันไม่ได้หัวร้อนอะไรและข้อความนั้นก็เป็นของ G ด้วย 
          ฉัน : ห๊ะ หัวร้อนอะไร มีแต่ป่าวที่หัวร้อนอยู่ตอนนี้
          O : เออ กูหัวร้อน แต่ข้อความที่ส่งมาใครอ่านก็รู้ว่าหัวร้อน
          ฉัน : หัวร้อนอะไรวะ ลองกลับไปอ่านใหม่ดู 
          O : ----- / ด่าฉันต่างๆด้วยความหัวร้อน
          O : เออ กูผิดเองที่หัวร้อน 

           ในหัวของฉันตอนนั้นคือ "เป็น ยิ้มไรวะ" คงเพราะดึกและงานยังไม่เสร็จเลยเครียดๆกันจนทำให้เขาอ่านข้อความธรรมดาแล้วคิดว่าฉันหัวร้อน น้ำเสียงตอนที่เขาโทรมาคือกระแทกด้วยความโมโห มันทำให้ฉันวิตกกังวลไปชั่วขณะ ตัวและมือสั่นฉันไปหมด แถวยังเย็นด้วย ในหัวก็เหมือนมีอะไรหลั่งออกมาไม่หยุด

           นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการแตกหักของฉันกับเพื่อนที่ฉันเคยสนิทที่สุด

           เพราะกินยาไม่ตรงเวลา ความเครียดและยังมาโดนคนโทรด่าทั้งๆที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย สิ่งที่ได้รับคือพัง ตัวของฉันพังเรียบร้อย วันต่อมาฉันเริ่มหวาดกลัวเสียงพูดของคนอื่น เหมือนพวกเขากำลังจะด่าฉัน ฉันร้องไห้อย่างไม่มีสาเหตุและร้องไห้ไม่หยุด ฉันส่งข้อความไปหาแม่และแม่ฉันบอกว่าให้ไปหากินอะไรเย็นๆให้สบายใจ ฉันก็ไปตามที่แม่บอกแต่ฉันจำไม่ได้ว่าไปร้านไหน วันนั้นเหมือนมีอาจารย์หลายท่านมาคุยกับฉัน แต่ฉันจำไม่ได้ว่าพวกเขาคุยอะไรกับฉันบ้างและฉันคุยอะไรกับพวกเขาไป

           ฉันรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่หมอประจำตัวของฉันยื่นทิชชู่มาให้ ในตอนนั้นฉันสับสนมาก

           ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง? ฉันกลับมาตอนไหน? แล้วทำไมฉันมาอยู่ตรงหน้าหมอได้? ฉันเดินทางจากที่นั่นกลับมาจากบ้าน ซึ่งใช้เวลาเดินทางเกือบ 6 ชม. โดยที่ฉันไม่มีความทรงจำอะไรเหลืออยู่เลยเหรอ ? แล้วช่วง 2 วันก่อนที่ฉันจะพบหมอฉันทำอะไรที่ไหน ฉันจำไม่ได้สักอย่าง 

            ตลกดี... เสียความทรงจำช่วงนั้นโดยสมบูรณ์ จำได้แค่ตอนหมอยื่นทิชชู่มาให้กับตอนพูดเรื่องแอทมิท หลังจากพบหมอเกือบ 2 อาทิตย์ ช่วงนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้เลย เหมือนเรื่องโกหกเลย แต่หมอบอกว่าเป็นช่วงที่ฉันดาวน์มากเลยทำให้ฉันจำอะไรไม่ได้ ดีที่ฉันยังรอดมาได้ ฉันก็ต้องขอบคุณฉันในตอนนั้นที่ไม่ได้ทำอะไรแย่ๆลงไป  

           หมอจะให้ฉันแอทมิทอยู่รพ. 3 เดือน โดยไม่ให้พบคนภายนอกเลย แม่ฉันสงสารเลยขอร้องหมอจนหมอยอมให้รักษาที่บ้าน ฉันกลับมาสอบปลายภาคที่รร.โดยมีพ่อหยุดงานอยู่ด้วย 6 วัน ตลอด 24 ชม.

            พอกลับมารร.อีกครั้งฉันเห็นแชทกลุ่มอีกกลุ่มขึ้นบนโทรศัพท์ A ฉันก็ได้รู้ว่าเพื่อนของฉันไม่ได้คุยงานในแชทเดิมอีกแล้ว

            ทำไม? นั่นคือสิ่งที่ฉันสงสัย
            เพราะกลัวรบกวนฉัน? นี่มันงานกลุ่มนะจะรบกวนอะไร 
            พวกเขาตัดฉันออกจากกลุ่มงั้นหรอ? ทั้งๆที่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ข้อความนั้นฉันก็พิมพ์ตามที่ G บอก แถมฉันยังโดนลูกหลงจนเกือบตายและมีรอยแผลเป็นเต็มตัวที่ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหนกลับมา 
            
            ตลกดี... ฉันรู้สึกเหมือนโดน A หักหลัง เขาเป็นเพื่อนกับฉันมาตั้งนาน สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะทำแบบนี้กับฉันงั้นเหรอ 
           
            เลือกคนที่ทำให้ฉันเป็นโรคซึมเศร้า และทำให้ฉันเกือบตายงั้นหรอ?

            ที่นี่เขาได้พบกับเพื่อนที่คุยในเรื่องที่พวกเขาชื่นชอบเหมือนกันรูมเมทคนอื่นๆต่างชอบเกาหลีเหมือนกัน ต่างจากฉันที่ไม่ได้ชื่นชอบอะไรแบบเขา วันๆนึงเขาคุยเรื่องไอดอลที่เขาชื่นชอบกับ K จนฉันนับได้เลยว่าเขาคุยกับฉันกี่ประโยค แต่ฉันไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะมันเป็นเรื่องปกติที่คนเราจะเลือกคุยกับคนที่เราคิดว่าเข้ากันได้ดีกว่า เวลาพวกเขาไปไหนมาไหนก็ไม่เคยบอกฉัน ทิ้งฉันไว้คนเดียว ฉันเคยถามเขาเขาบอกว่า คิดว่าฉันคงไม่ไปด้วยเลยไม่ชวน

            จนฉันอดคิดไม่ได้ว่าเขาได้เพื่อนใหม่แล้วจะทิ้งฉันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ 

            พอเปิดเทอมมา ม.6 A เขาเล่นกับ O อย่างสนิทสนม หยอกล้อกันต่อหน้าฉัน ทั้งๆที่ฉันเคยขอร้องว่าพยายามอย่าเล่นกับ O ต่อหน้าได้ไหม ฉันยังรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันยังไม่อยากได้ยินเสียงของ O เพราะมันทำให้ฉันดาวน์และคิดถึงเหตุการณ์ตอนนั้นทุกครั้ง ฉันไม่เคยไม่ให้เขาเล่นกับ O เพียงแค่อย่าเล่นกันตอนที่ฉันอยู่ตรงนั้นเท่านั้น

            แต่สิ่งที่ฉันได้มาไม่ใช่เพื่อนสนิทที่ยอมเล่นกับ O ในที่ๆฉันไม่ได้ยินเสียงเขา แต่เขากลับเลือกที่จะเลิกเล่นกับฉันไปเล่นกับ O แทน 

            นี่สินะสิ่งที่เพื่อนทำกัน พวกเขามอบโรคนี้ให้ฉัน เหยียบฉันจนจมดินแล้วทิ้งฉันไว้ข้างหลังเนี่ยนะ

หลังจากนั้นฉันก็ไปเล่นกับเพื่อนอีกคน ฉันคิดว่าคงมีเพื่อนในห้องหลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเรา O ซึ่งเป็นคนชอบพูดเรื่องคนอื่น คงไม่พ้นพูดเรื่องฉันให้คนอื่นๆฟัง ทั้งๆที่ฉันไม่เคยคิดจะเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟังเพราะมุมมองเรามันไม่เหมือนกัน เขาอาจเป็นคนเลวสำหรับฉันและฉันอาจเป็นคนเลวสำหรับเขา ถ้าฉันพูดเรื่องที่เกิดขึ้นในมุมมองของฉันให้คนอื่นฟัง คนอื่นก็อาจพาลมองพวกเขาไม่ดีไปตามมุมมองของฉัน

           แต่สายตาที่คนที่พวก O เล่นด้วยมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ ทำให้ฉันรู้ว่าพวกเขาไม่ได้คิดแบบฉัน

           ก็ดี ฉันเตรียมใจไว้นานแล้วจนฉันชินกับการอยู่คนเดียว พอฉันมาอยู่คนเดียวถึงได้เริ่มรับรู้ถึงความสุขอีกครั้ง ฉันมีความสุขกว่าตอนที่อยู่ในสังคมนั้น สังคมที่นินทาคนอื่นไปวันๆ สังคมที่พูดจาเหยียดหยามคนอื่น 

            ทั้งๆที่ฉันอยู่คนเดียวกลับทำให้ฉันสุขภาพจิตดีขึ้นจากคนที่เกือบตายในวันนั้น กลายมาเป็นคนที่กำลังจะหายจากโรคซึมเศร้านี้

            แต่ทั้งหมดที่ฉันลุกขึ้นได้เกิดจากความแค้นล้วนๆ ฉันแค้นที่พวกเขาทำกับฉัน ฉันแค้นที่พวกเขาทำลายชีวิต ฉันแค้นที่พวกเขาฆ่าฉันไปแล้วครั้งหนึ่ง และฉันก็ไม่มีทางให้อภัยพวกเขาเด็ดขาด ฉันให้คำมั่นสัญญากับตัวเองว่าจะมีชีวิตต่อไปเพื่อรอดูผลกรรมที่พวกมันสมควรจะได้รับ หลังจากทำเรื่อง ยิ้มๆกับฉัน 

            ตอนนี้ฉันก็แค่ผู้หญิงที่มีชีวิตอยู่ได้เพราะความแค้นเท่านั้น เมื่อฉันรู้สึกท้อฉันจะนึกถึงสิ่งที่พวกมันทำไว้กับฉันและผลักดันตัวเอง ฉันจะไม่ยอมให้พ่อกับแม่ต้องมาเสียใจเพราะฉํนอีกแล้ว ฉันคิดว่าการที่เราใช้ความแค้นมาผลักดันตัวเองก็ไม่แย่เท่าไหร่ เมื่อถึงวันที่ฉันคิดว่าเหมาะสม ฉันจะยอมปล่อยวางเอง



ปล. เรื่องในงานราตรีที่ฉันไม่ได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคก็เพราะความจำในตอนนั้นหายไปเหมือนกัน 
ปล. ถึงฉันจะจำเรื่องราวบางอย่างไม่ได้แต่สิ่งที่พวกมันทำกับฉันฉันจำได้แม่นและมันเพียงอยู่ในสมอง แต่ฝังอยู่ในความรู้สึกของฉัน ความเสียใจ ความโกรธแค้นของฉันในวันนั้นฉันยังสัมผัสได้อยู่เลย 


            

        
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่