สาเหตุสำคัญที่จะปกป้องเราให้พ้นจากไสยศาสตร์และอัลอัยน์ (อัลอัยน์-สายตาริษยาคืออะไร)

วันนี้นำเรื่องอัลอัยน์ สายตาริษยา มาให้รู้จักกัน
หลายคนเคยได้ยินแล้ว บางคนอาจเพิ่งได้ยินวันนี้ครั้งแรก
สายตาริษยา มาจาก 3 แหล่ง คือ
1. ตัวเราเอง โดยการพูดชมตัวเอง หรือที่ยุคนี้เรียกว่า self-ทอล์ค
ซึ่งเป็นการทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดความรู้สึกหลงตัวเอง ลำพองตน หยิ่งทะนงตน
วัลอิยาซุบิลลาฮฺ จะมีตัวอย่างจากเนื้อหาบรรยายให้เข้าใจชัดเจน

2. สายตาริษยาของคน คนอิจฉาจนริษยา ไม่อยากให้คนอื่นได้ดี
แต่ก็มีสาเหตุมาจากเราอีก เช่น การโพสต์รูปผ่านโซเชียล หรือเล่าเรื่องตัวเองให้คนอื่นฟัง

3. สายตาริษยาของญิน ชัยฏอน ซึ่งก็มาจากเราได้อีก เช่น
- การทำภาพสิ่งมีชีวิต เพราะรอซูลบอกมีโทษ ในภาพนั้นจะมีญิน ชัยฏอน เข้าไปอยู่
- แต่ถ้าในบ้านมีแล้ว (กรณีไม่ได้ทำเอง) เช่น ของใช้มีสลากสินค้าที่มีภาพสิ่งมีชีวิต
ก็จัดการให้เสียคุณลักษณะได้ เช่น ทำให้แหว่ง เป็นต้น

ผลร้ายในเนื้อหายกตัวอย่างด้านสุขภาพ แต่ผลร้ายนั้นครอบคลุมทุกด้าน
เช่น ครอบครัวทะเลาะกัน ค้าขายไม่ดี มีปัญหาในที่ทำงาน โพสต์รูปลูก-ลูกป่วย โพสต์รูปแมว-แมวป่วย
หลังจากมีคนรีวิวให้ ขายไม่ดี หรือหลังจากติดตั้งกล้องวงจรปิด ลูกค้าน้อยลง คนในบ้านป่วย เป็นต้น
เราจึงต้องเรียนรู้ และหาทางป้องกัน ซึ่งอิสลามมีทางออกเสมอ

เนื้อหาเรื่องนี้ จะแบ่งเนื้อหาเป็น 3 ตอน สอนโดยผู้รู้ อ้างอิงอยู่ด้านล่าง
1. อัลอัยน์ สายตาริษยา คืออะไร (วันนี้ เรื่องนี้ก่อนนะ)
2. วิธีการรักษาและป้องกันอัลอัยน์
3. บทเรียนจากเรื่องไสยศาสตร์

บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว เราไม่มีทางโดนหรอก
แต่อิสลามสอนให้กล่าวดุอาอฺเมื่อได้ยินเรื่องไม่ดีเสมอ
เช่น ให้กล่าวคำว่า "นะอูซุบิลลาฮิมินซาลิก" (ขออัลลอฮฺคุ้มครองเราให้ห่าไกลจากสิ่งนั้น)
ผู้ที่มั่นใจเกินไป อาจได้รับบททดสอบ วัลอิยาซุบิลลาฮฺ (ฉันขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ)

- - เข้าสู่เนื้อหากันเลย - -


-  - -
อัลอัยน์ในที่นี้ หมายถึงโรคสายตาริษยา คือโรคหนึ่งที่เกิดมาจากการมอง จะเกิดขึ้นจากมนุษย์และญิน เวลาที่คนๆ หนึ่งมอง เหมือนกับลูกศร จะมองที่เป้าหมาย แต่ในบางคนมองด้วยสายตาที่ริษยาอิจฉาอาฆาตพยาบาท 

ในบางครั้ง การมองของเขาทำให้เกิดผลร้ายกับสิ่งที่เขามอง 
แต่ในบางครั้งก็อาจไม่เกิดผลร้ายต่อสิ่งนั้น เพราะในช่วงเวลานั้น คนๆ นั้นอาจจะมีโล่ เหมือนเวลาเรายิงธนู ยิงไปแล้ว ศัตรูมีโล่กัน ลูกธนูจะไม่โดน เช่นเดียวกัน ถ้าหากคนๆ นั้นหรือตัวเราเอง ไม่มีโล่ที่จะป้องกันการมองของคนๆ นั้นหรือคำพูดของคนๆ นั้น ผลร้ายมันก็จะเกิดขึ้นกับตัวเราอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากว่าเรามีโล่ ต่อให้เขามอง ต่อให้เขาพูดเช่นไร ก็จะไม่สามารถทำอันตรายแก่ตัวเราได้ 
ก่อนที่จะเรียนรู้การป้องกันตัว มาดูก่อน อัลอัยน์เป็นอย่างไร 

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "อัลอัยน์ (สายตาอาฆาตริษยา) นั้นเป็นสิ่งที่มีผลจริง" (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรี เลขที่ 5740 และมุสลิม เลขที่ 2187)


- - -
อัลอัยน์ เวลาเกิด เกิดแบบไหน 
เวลาที่คนๆ มองสิ่งหนึ่งหรือมองคนหนึ่ง เขามองด้วยความริษยา อิจฉา อาฆาตพยาบาท พอมองแล้ว ก็จะอุทาน พูดคำหนึ่งออกไป อาจจะพูดด้วยความริษยา อิจฉาไม่ชอบ  หรือพูดด้วยความทะนง หลงตัวเอง  พูดไป ไม่ได้รำลึกถึงอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ไม่ได้ขอดุอาอฺ (ขอพร) ในสิ่งที่เห็น ที่ชอบ เวลาที่พูดแล้วมอง ชัยฏอนที่อยู่ใกล้ๆ จะเอาคำที่เราพูด เอาสายตาที่เราจ้องมอง จ้องมองผ่านจิตใจของเราออกไป ไปทำร้ายในสิ่งที่เรามองหรือคนที่เรามอง ทำให้เกิดอันตรายแก่คนๆ นั้น 
แต่จำไว้อย่างหนึ่งว่า ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น ทุกๆ สิ่งล้วนแต่เป็นการกำหนดของอัลลอฮฺ 
หมายความว่าอัลลอฮฺ ตะอาลา รู้ตั้งแต่อดีตกาล อัลลอฮฺบันทึกไว้แล้ว และเป็นความประสงค์ของพระองค์ที่จะให้มันเกิด เพราะในบางครั้งเราไม่มีโล่ป้องกัน และพระองค์ก็ทรงสร้างสิ่งนั้นให้มันเกิด 


- - -
อัลอัยน์ อันตรายตรงไหน
บางครั้งเราไม่รู้ว่าใครที่เขาหวังดีหรือหวังร้ายกับเรา บางครั้งคนที่ชมเรา คำชมนั่นแหละเกิดผลร้ายกับตัวเรา รอซูลจึงห้ามไม่ให้ชมต่อหน้า ใครชมต่อหน้าให้เอาทรายขว้าง แต่เราก็อย่าไปทำขนาดนั้น เพราะในบางครั้งที่รอซูลห้ามคือหมายความว่าห้ามทำจริงๆ  เพราะในการชมบางครั้ง มันทำให้ผู้ชมและผู้ถูกชมนั้นคิดในสิ่งที่ไม่ดี คนถูกชมก็จะรู้สึกทะนงตน ระเริงกับสิ่งที่ตัวเองมีจนกระทั่งถึงขั้นทำให้เกิดความโอ้อวด  คนชมบางทีพอชมแล้วเขาดีใจ ให้นั่นนี่เรา ก็อยากชมเขาเรื่อยๆ รอซูลจึงห้าม ไม่ให้ชมต่อหน้า 

ท่านอบู มะอฺมัร เล่าว่า มีชายคนหนึ่งลุกขึ้นยืนชมเชยเจ้าเมือง (หรือผู้ปกครอง) ต่อหน้า ท่านอัล-มิกดาดจึงเริ่มโปรยฝุ่นใส่ชายผู้นั้น พร้อมกับกล่าวว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สั่งพวกเราว่า "เมื่อพวกท่านพบเจอผู้ที่ชอบชมเชยเยินยอ ก็จงโปรยฝุ่นใส่หน้าของพวกเขาเสีย" (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 3002)

1. สายตาริษยาส่งผลร้ายถึงขั้นเสียชีวิต เป็นสายตาพิฆาต มองด้วยสายตาที่จิตริษยาอาฆาตพยาบาทสุดท้ายแล้วคนที่ถูกมอง เสียชีวิต 
2. ถึงขั้นทำให้เจ็บป่วยกะทันหันโดยไม่มีสาเหตุ สุขภาพร่างกายแข็งแรงปกติดีไม่มีโรคภัย เช่น
1) หรือในบางครั้งอาจส่งผลร้ายต่อตัวคนที่มองเอง หรือคําพูดที่เขาพูดเอง 
2) จู่ๆ ป่วยกะทันหัน ถึงขั้นอัมพฤกษ์ เมื่อวานมันยังเดินดีๆ วันนี้อัมพฤกษ์นอนนิ่งแล้ว ไปหาหมอๆ ก็บอกไม่มีอะไร ปกติดีทุกอย่าง 
3) บางคนอาเจียนหลายครั้ง ไปหาหมอๆ บอกไม่เห็นมีอะไรเลย  
4) บางครั้งซีด หน้าเหลือง เป็นอาการที่ฉับพลัน ไม่ได้เจ็บป่วย ไม่ได้เป็นคนที่ร่างกายอ่อนแอ ที่มีโรคอยู่แต่เดิมอยู่แล้ว ไม่ได้พักผ่อนไม่ได้นอน แต่ปกติไม่มีอาการอะไรเลย แล้วมีอาการขึ้นมาโดยกะทันหัน 
5) หาวบ่อยมาก ปกติง่วงนอนก็หาว แต่คนที่โดนสายตาริษยา จะหาวไม่หยุด อันนี้เป็นอาการที่เป็นผลข้างเคียงจากการถูกการมองริษยา 
6) บางครั้งถึงขั้นตาบอด มองไม่เห็น แต่พอไปหาหมอ หมอบอกไม่เห็นเป็นไร ไม่เห็นมีอะไร ปกติดีทุกอย่าง แต่เรามองไม่เห็น
7) บางคนมีอาการเป็นลมหมดสติแบบกะทันหัน มีทั้งโรคที่เกิดขึ้นในร่างกาย โรคที่เกิดขึ้นในจิตใจ โรคที่เกิดจากวิญญาณข้างใน แต่อาการนี้ จะมีร่างกายปกติ เป็นคนแข็งแรง พักผ่อนตามปกติ แต่อยู่ๆ เป็นลม ไม่มีสาเหตุ เป็นลมบ่อย 
8) บางครั้งที่มีอาการเป็นลมหมดสติ จะเพ้อชื่อถึงคนๆ หนึ่ง คนๆ นั้นแหละเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาถูกอัลอัยน์ 
9) หรือในบางครั้งในการนอนหลับของเขา เขาอาจจะละเมอเพ้อถึงชื่อคนๆ หนึ่ง และนั่นก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่บอกให้รู้ว่า เขาอาจจะถูกอัลอัยน์จากคนๆ นั้น
10) หรือในบางครั้งการมองของคนที่มองด้วยสายตาที่ริษยาอิจฉา ทําให้ของที่อยู่ในมือ ตกลงมา และทําให้เกิดความสูญเสียก็ได้ 


- - -
ตัวอย่างอัลอัยน์ (สายตาริษยา)
มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตของผู้ปกครองในยุคสมัยราชวงศ์อุมาวียะห์ท่านหนึ่ง  วันหนึ่งท่านยืนอยู่หน้ากระจก มองรูปกายตัวเองแล้วก็รู้สึกประทับใจในรูปกายของตัวเอง และพูดขึ้นบอกว่า ท่านนบีมุฮัมมัดเป็นนบี ท่านอบูบักรเป็นคนที่มีความเชื่อมั่น เชื่อในสิ่งที่ท่านรอซูลบอกทุกอย่าง ท่านเป็นผู้ที่จําแนกระหว่างความจริงและความเท็จ ท่านอุสมานเป็นที่รัก ท่านมูอาวียะห์เป็นคนที่มีความสุขุม ท่านยาซีดเป็นคนที่มีความอดทน ท่านอับดุลมาลิก บิน มัรวานนั้นเป็นนักการเมือง และวะลีดคือผู้ปกครองก่อนหน้าท่านสุไลมาน เป็นกษัตริย์ที่มีอํานาจ และท่านก็บอกว่า “ฉันเป็นกษัตริย์หนุ่ม” เขามีชีวิตอยู่หลังจากนั้นอีกไม่ถึงเดือนเสียชีวิต เพราะเป็นผลมาจากการที่เขาพูดด้วยความหลงตัวเอง 

อะลัสมาอีย์เล่าว่า ครั้งหนึ่งท่านนั่งอยู่กับคนที่มีสายตาร้อน ในยุคสมัยก่อนจะเป็นที่รู้กันว่าใครบ้างที่เป็นคนที่มีสายตาร้อน ในขณะที่นั่งสนทนากันอยู่นั้นคนที่มีสายตาร้อนเขาได้ยินเสียงคนกําลังปัสสาวะอยู่ข้างหลังกําแพง เขาพูดว่า ไอ้เสียงปัสสาวะนี่ชั่วเหลือเกิน คนที่อยู่ใกล้ๆ บอกว่า ใจเย็นๆ ลูกของคุณเอง เด็กคนนั้นน่ะเป็นลมล้มลงไปเลย หลังจากนั้นไม่นานก็เสียชีวิต และตั้งแต่วันที่เขาปัสสาวะจนกระทั่งถึงวันที่เขาตาย เขาไม่สามารถที่จะปัสสาวะได้อีกเลย 
เป็นผลมาจากอัลอัยน์ สายตาและคำพูดของคนนั่นเอง ท่านรอซูลจึงสอนให้เราขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เตือนให้ระวังเรื่องนี้ เวลาที่เกิดอะไรขึ้นกับตัวเราหรือคนในครอบครัวเรา จําไว้ว่า อัลลอฮฺ ตะอาลา เป็นผู้ที่ทําให้เกิดโรค และเวลาที่เกิดโรคแล้ว อัลลอฮฺก็เป็นผู้ให้ยารักษา ให้ท่านรอซูลมาสอนเราถึงวิธีรักษาที่ง่ายมากๆ

>>ตอนต่อไป การรักษาและการป้องกันโรคอัลอัยน์


วัลลอฮุอะอฺลัม
- - -
เนื้อหาจากการบรรยายในยูทูบ หัวข้อ
“สาเหตุสำคัญที่จะปกป้องเราให้พ้นจากไสยศาสตร์และอัลอัยน์”
สอนโดย อ.อัสมัน มีสมบูรณ์
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่