เมื่ออายุมากขึ้น อะไรมันก็ดูเหี่ยวดูคล้อย อะไรที่เคยตึงก็เหี่ยวไปตามไว พูดถึงใบหน้า ตีนตาก็มา หนังตาก็ตก ร่องแก้มก็ลึก และปัญหาใหญ่ของคุณหมอที่เคยมีลูก ที่หลายคนเจอ คือ พุงย้อยหลังคลอด หน้าท้องลาย ออกกำลังกายก็แล้ว หาครีมทาก็แล้ว ก็ไม่ช่วยเลยหมดเงินหลายบาท จนได้มาอ่านเจอข้อมูล เกี่ยวกับ การดึงหน้า ให้ดูอ่อนเยาว์ กับ ตัดไขมันหน้าท้อง ให้ดูเรียบ แล้วทำเอว S พยายามอ่านศึกษาข้อมูลมานานมากจน คิดว่าไหนๆก็ไหนแล้วเลยตัดสินใจทำ ทีแรกตั้งใจจะทำอีกละอย่างเพราะแอบตัวเจ็บ แต่พอให้ลองพูดคุยกับคุณหมอ ที่เป็นศัลยแพทย์ คุณหมอแนะนำว่า สามารถทำได้ เราเลยตัดสินใจทำพร้อมกันจะได้พักฟื้นทีเดียว เมื่อถึงวันทำแอบมีตื่นเต้นเล็กน้อย เมื่อตรวจสุขภาพเพื่อดูความพร้อมของร่างกายเสร็จก็ถึงเวลาผ่านตัด ได้เจอหมออีกครั้งเพื่อยืนยันความต้องการให้ตรงกันอีกรอบ จากนัดก็มีหมอดมยา หรือแพทย์วิสัญญีมาอธิบาย พูดคุยให้เราไม่เคลีย แล้วเราก็หลับไปเลย มาตื่นอีกทีก็มานอนอยู่ที่ห้องสังเกตุอาการก่อนย้ายไปที่พัก ตอนนั้นรู้สึกตึกไปทั้งหน้า ทั้งตัว แต่ไม่เจ็บมากอย่างที่คิด จะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็โกหกแล้ว มาดูรูปก่อนทำ และ หลังทำก่อนเลย เอารูปหน้าก่อนละกัน

คือก่อน ดึงหน้า ใบหน้าคล้อย ไม่กระชับ ดูเป็นป้ามากๆๆ ดูไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ หลังทำ บอกเลยว่ามั่นใจมากขึ้น
รูปหลังดึงหน้า 1 วัน คุณหมอได้มาเอาสายระบายเลือดออก ใบหน้าบวม มีระบมนิดหน่อย

หลังเอาสายระบายเลือดออก หมอจะให้ใส้ผ้ารัดหน้าเพื่อลดอาการบวม หมอให้ใส่ทั้งวัน ประมาณ 7 วัน

ต่อไปมาดูแผลกันว่าเป็นไงบ้าง ไม่ค่อยกล้าเช็ดเท่าไหร่ แต่ หลังดึงหน้า 1 วัน ก็สามารถอาบน้ำได้

แผลจะมี บริเวณขมับ หน้าหู และหลังหู

ในช่วง 7 วันแรกจะตัดไหม บริเวณหน้าหู ที่เดียว ในส่วนของ บริเวณขมับ กับ บริเวณหลังหู จะตัดตอน 14 วัน

ตอนนี้ 14 วัน เอาไหมออกหมดแล้ว แต่ใบหน้ายังดูบวมๆ

ต่อไปมาดูที่ พุงย้วย ๆ กันต่อ ศัลยกรรม โดยการตัดไขมันหน้าท้อง อย่างที่บอกหน้าท้องที่ผ่านการมีลูกมา มันก็จะย้วยๆ เหมือนลูกโป่ง ที่เป่าลม แล้วเอาลมออก มันจะนิ่มๆ ย้วยๆ แถมท้องลาย พยายามไปสักปิดท้องลาย ออกกำลังกายก็ ไม่หายย้วย มาดูรูปก่อนทำ

หลังทำพุงย้วยๆ หายไป หลายคนเห็นแผลแล้วแอบตกใจ แต่เราศึกษามาแล้วว่าแผลจะออกมาเป็นแบบนี้ แต่ แผลตัดไขมันหน้าท้อง แผลจะอยู่แนวขอบบิกินี ซึ่งจะมองไม่เห็นแผล ช่วงแรกๆ แผลจะตึงมาก ต้องเดินหลังค่อมๆ นิดนึงในช่วงสัปดาห์แรก

หลังทำไป 2 สัปดาห์ เราจะเริ่มยืนตรงมากขึ้น
แล้วเราจะรูว่า พุงย้วย หายไปแล้ว หน้าท้องกลับมาตึอีกครั้ง เหมือนยังไม่มีลูก จิงๆ อยากลงรูปมากกว่านี้ แต่มันอาจไม่เหมาะสม

ตอนนี้ทำมาได้ 3 สัปดาห์ แผลหายดีเหลือแต่รอยแผล ทีรอให้มาจางลง ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานิดนึง
โดยรวมพอใจกับการทำ ศัลยกรรม ดึงหน้า ตัดไขมันหน้าท้อง แรกๆ บ้านไม่อยากให้ทำเพราะกลัวทำออกมาแล้วไม่ดี ไม่ปลอดภัยเพราะข่าวทำศัลยกรรม แล้วมีปัญหากันเยอะ แต่ก็คุยว่าเราหาข้อมูลมาดี แถม หมอที่ทำ ก็เป็นศัลยแพทย์ จริงๆ เลยอยากจะบอกคุณแม่ หรือใครหลายๆคน ว่า การทำศัลยกรรมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ต้องเลือกและดูให้ดี หาข้อมูลเยอะ ศึกษาข้อดีข้อเสีย แล้วจะรู้ว่า การทำศัลยกรรมไม่ได้น่ากลัวเลย เมื่อทำกับ ศัลยแพทย์ ผู้เชียวชาญ ตัวจริง
คุณแม่ลูกหนึ่ง เคลียปัญหา หน้าคล้อย พุงย้อย ด้วยศัลยกรรม
รูปหลังดึงหน้า 1 วัน คุณหมอได้มาเอาสายระบายเลือดออก ใบหน้าบวม มีระบมนิดหน่อย
หลังเอาสายระบายเลือดออก หมอจะให้ใส้ผ้ารัดหน้าเพื่อลดอาการบวม หมอให้ใส่ทั้งวัน ประมาณ 7 วัน
ต่อไปมาดูแผลกันว่าเป็นไงบ้าง ไม่ค่อยกล้าเช็ดเท่าไหร่ แต่ หลังดึงหน้า 1 วัน ก็สามารถอาบน้ำได้
แผลจะมี บริเวณขมับ หน้าหู และหลังหู
ในช่วง 7 วันแรกจะตัดไหม บริเวณหน้าหู ที่เดียว ในส่วนของ บริเวณขมับ กับ บริเวณหลังหู จะตัดตอน 14 วัน
ตอนนี้ 14 วัน เอาไหมออกหมดแล้ว แต่ใบหน้ายังดูบวมๆ
ต่อไปมาดูที่ พุงย้วย ๆ กันต่อ ศัลยกรรม โดยการตัดไขมันหน้าท้อง อย่างที่บอกหน้าท้องที่ผ่านการมีลูกมา มันก็จะย้วยๆ เหมือนลูกโป่ง ที่เป่าลม แล้วเอาลมออก มันจะนิ่มๆ ย้วยๆ แถมท้องลาย พยายามไปสักปิดท้องลาย ออกกำลังกายก็ ไม่หายย้วย มาดูรูปก่อนทำ
หลังทำพุงย้วยๆ หายไป หลายคนเห็นแผลแล้วแอบตกใจ แต่เราศึกษามาแล้วว่าแผลจะออกมาเป็นแบบนี้ แต่ แผลตัดไขมันหน้าท้อง แผลจะอยู่แนวขอบบิกินี ซึ่งจะมองไม่เห็นแผล ช่วงแรกๆ แผลจะตึงมาก ต้องเดินหลังค่อมๆ นิดนึงในช่วงสัปดาห์แรก
หลังทำไป 2 สัปดาห์ เราจะเริ่มยืนตรงมากขึ้น
แล้วเราจะรูว่า พุงย้วย หายไปแล้ว หน้าท้องกลับมาตึอีกครั้ง เหมือนยังไม่มีลูก จิงๆ อยากลงรูปมากกว่านี้ แต่มันอาจไม่เหมาะสม
ตอนนี้ทำมาได้ 3 สัปดาห์ แผลหายดีเหลือแต่รอยแผล ทีรอให้มาจางลง ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานิดนึง
โดยรวมพอใจกับการทำ ศัลยกรรม ดึงหน้า ตัดไขมันหน้าท้อง แรกๆ บ้านไม่อยากให้ทำเพราะกลัวทำออกมาแล้วไม่ดี ไม่ปลอดภัยเพราะข่าวทำศัลยกรรม แล้วมีปัญหากันเยอะ แต่ก็คุยว่าเราหาข้อมูลมาดี แถม หมอที่ทำ ก็เป็นศัลยแพทย์ จริงๆ เลยอยากจะบอกคุณแม่ หรือใครหลายๆคน ว่า การทำศัลยกรรมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่ต้องเลือกและดูให้ดี หาข้อมูลเยอะ ศึกษาข้อดีข้อเสีย แล้วจะรู้ว่า การทำศัลยกรรมไม่ได้น่ากลัวเลย เมื่อทำกับ ศัลยแพทย์ ผู้เชียวชาญ ตัวจริง