ความรัก ครอบครัว หรือ ผลประโยชน์ ? ขอคำแนะนำค่ะ

นี่เป็นกระทู้แรกค่ะ ยาวหน่อย ผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยค่ะ

............................................................

ขอเรียกแทนตัวเองว่าบีนะคะ
ครอบครัวบีมีพี่น้อง3คนบีเป็นคนสุดท้าย เกิดไล่เลี่ยกับพี่สาวแม่เลี้ยงไม่ไหวเลยส่งไปให้ตายายเลี้ยงเนื่องจากฐานะฝั่งยายค่อนข้างดีกว่า
ตั้งแต่3วันแรกที่เกิด จนอายุประมาณ10ปี ตอนนั้นรู้สึกว่าอยากอยู่กับพ่อแม่มาก พอได้ไปอยู่ด้วยทุกอย่างสำหรับบีตอนนั้นดีมาก แต่มีเรื่องนึงที่มาอยู่กับพ่อแม่แล้วต่างจากอยู่กับตายาย คือแม่จะไปทำงานเลิกงานมาก็กินข้าวแล้วนอน ส่วนพ่อจะหมกตัวทำงานอยู่แต่ในห้องทำงานไม่สนใจใครนอกจากเวลาออกงานถึงจะเป็นช่วงวันครอบครัว พาออกสังคม (พ่อแม่ค่อนข้างมีหน้าตาทางสังคมข้าราชการ) นอกจากออกงานคือไม่มีพูดเล่นพูดคุยสนุดสนานเลย เหมือนต่างคนต่างอยู่ จนมีครั้งนึงเลิกเรียนเดินกลับบ้านมารอแม่เลิกงาน พอแม่ลงจากรถมาบีวิ่งไปกอดเอวแม่ แต่ แม่นิ่งมาก นิ่งจนบีรู้สึกได้จนต้องปล่อยมือออก เพราะแม่ไม่กอดคืนเลย ไม่จับหัว ไม่พูดอะไรยืนนิ่งมาก นั่นเป็นครั้งแรกที่รู้สึกตั้งคำถามเลยค่ะ ว่าแม่รักเรารึปล่าว*
มีวันนึงย้ายบ้าน ห้องพี่ชายกับพี่สาวมีเตียง,ตู้,คอม คือครบค่ะ แต่เรา พ่อแม่เอาลำโพงตัวใหญ่มาให้เรานอนปูผ้าเอาเอง จนวันนึงพี่สาวเรียกเราไปนอนด้วย ก็ต้องนอนพื้นค่ะ ตอนนั้นเริ่มน้อยใจแล้วแต่ยังไม่คิดไรมาก เพราะตอนอยู่กับตายายอบอุ่นมาก พูดกับบีเสมอว่าเราไม่ได้ขาดอะไรนะลูก พอเจอเหตุการณ์แบบนี้เลยไม่ค่อยคิดอะไร
..จนมาวันนึงค่ะวันนั้นพ่อแม่ตกลงกันว่าจะไปกินข้าวนอกบ้านที่จังหวัดใกล้เคียง ก็ออกไปกินข้าวปกติ พอตอนกลับเนื่องจากเราก็ยังเด็กเวลาเดินทางนานๆก็เพลีย หลับง่ายหลับนานจนถึงบ้านทุกคนลงจากรถแต่บียังหลับอยู่ในรถ แม่ก็เปิดประตูรถทิ้งไว้แล้วเรียกเราลงมา ตอนนั้นได้ยินแว่วๆสลึมสลือพึ่งตื่นแต่เพลียมากเพราะตอนนั้นก็ดึกแล้ว แต่ตอนนั้นเริ่มได้ยินชัดว่าแม่เริ่มเรียกบีไม่ดีแล้ว ประมาณว่า จะลงไม่ลง ตอนนั้นคือตกใจมาก ร้องไห้เลยทำไมพูดแบบนี้ พอร้องไห้เท่านั้นแหล่ะค่ะ พ่อบีมาจากไหนไม่รู้ปรับเบาะกระชากแขนจนตกรถ ตอนนั้นเจ็บมากเจ็บเข่ากระแทกพื้น เจ็บแขนที่พ่อกระชากลงมา ยังไม่หยุดร้องไห้เพราะเจ็บมากไม่เคยเจออะไรแบบนี้ พ่อจิกหัวยกตัวขึ้นจนตัวลอยสบัดไปมาแล้วถามว่า จะหยุดร้องมั้ย หะ!! แล้วตบหน้าบีจนหน้าหัน1ครั้ง ช็อคและกลัวมากเจ็บตัวด้วย แต่แม่ยืนดูไม่ห้ามไม่ร้องไม่ทำไรเลย จนพ่อเดินออกไปแม่ถึงเดินเข้ามาเรียกไปนอน วันนั้นคือจำมาก อยู่ไปสักพักก็เริ่มอยากย้ายกลับไปหาตายาย ขอแม่ แม่ก็ให้ค่ะ ทำเรื่องย้าย มาต่อมัธยมที่บ้านตายาย อยู่ไปเรื่อยๆจนช่วงเข้ามหาลัย ยายบีเริ่มจดค่าใช้จ่ายว่าวันนี้ๆๆ ใช้เท่าไร จดเป็นปี เริ่มเอาให้บีดูว่า เนี่ย ดูสิว่าจ่ายให้เรามาเท่าไรแล้ว ตอนนั้นก็เริ่มนอยมากแล้วค่ะ แอบร้องไห้ เหมือนทวงเราว่าจ่ายเยอะแล้วนะ แต่ตายายก็คอยพูดค่ะว่าไม่ได้จะทวงไรเลย
แต่ยายบีก็ชอบพูดประมาณว่า เมื่อก่อนก็เลี้ยงลูกของน้าเรามาก็ไม่ได้ใช้เงินเท่านั้นเท่านี้เลย บีน้อยใจมากแอบร้องไห้หลายครั้งแต่ไม่กล้าพูดอะไร จนเรียนจบแล้วยังไม่ได้งาน บีกลับไปบ้านพ่อแม่ใช้ชีวิตปกติ แต่ก็ยังไม่ปกติ แม่บีโดนชักชวนให้ไปทำธุรกิจอาหารเสริมของบริษัทนึง แม่เปลี่ยนไปมาก ชอบพูดให้ฟังว่าคนนั้นทำได้กี่ล้าน ได้ไปเที่ยวที่ไหน ขายแค่นี้แต่ได้เงินเท่านี้ นึกภาพออกไหมคะ *ขายตรงนั่นเอง* พูดบ่อยพูดตลอดจนเราได้งานทำแม่ก็บอกให้เราลาออกมาทำตัวนี้ ตอนนั้นบีเครียดมากเตือนแม่หลายครั้งจนทะเลาะกันบ่อย เอาชื่อเราไปสมัครให้เราเป็นสมาชิกอีกด้วย จนตอนนั้นเริ่มทนไม่ไหวเพราะทะเลาะกับแม่บ่อยมากแม่จะให้ลาออกจากงาน ตอนนั้นลาออกจากงานแต่ได้งานที่กทมพอดี เลยรอดตัวไปช่วงนึง อยู่กทมสักพักแม่ก็โทรมาให้ลางานไปฟังอบรม บอกว่านะบี ช่วยแม่หน่อยนะ จังหวะนั้นตารางงานบีหาคนมาแทนงานไม่ได้เลยบอกกับแม่ไปว่า บีไม่แน่ใจนะแม่ว่าำปได้มั้ยเพราะลายังไม่ได้ แม่บีตอบกลับมาว่า ไม่เป็นไรจะไม่ช่วยแม่ก็ไม่เป็นไร เท่านั้นค่ะบีเครียดมากเพราะไม่อยากไปแต่เจอคำพูดแบบนี่ก็ต้องลาค่ะ ลาป่วยเพื่อไปฟังสัมมนาขายตรง !! แล้วหลังจากวันนั้นเวลามีวันหยุดแม่ก็จะโทรให้บีเข้าไปที่บริษัทขายตรงเพื่อให้ไปทำเว็บทำโฆษณา แต่บีบ่ายเบี่ยงมาตลอดแล้วก็จะได้ยินคำพูดว่าโอเคไม่ทำก็ไม่ทำไม่ช่วยแม่ก็ไม่เป็นไร
เมื่อก่อนแม่ส่งให้เราเรียนเราใช้มาตั้งเท่าไรๆค่าเทอมที่ยายจ่ายอะแม่ก็ส่งให้ยายหมดแล้ว จะไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร แต่ดูเอสิ(พี่สาวบี)ได้เงินจากเล่นสลอตเท่าไรก็เอามาให้แม่ *พี่ของบีไม่ได้ทำงาน อยู่บ้านอย่างเดียว* แต่แม่ไม่เคยบังคับให้ไปนั่งฟังหรือว่าอะไรพี่ของบีเลย

จนมาวันนึงแม่กับยายทะเลาะกันเรื่องที่แม่เอาของจากขายตรงมาขายให้ยายกิน แบบให้กินก่อนค่อยจ่ายเงิน พอแม่มาเก็บเงินปรากฏว่าค่าของมีราคาแพงมากจนขั้นมีปากเสียงกัน ทะเลาะกันเรื่องเงิน
มาวันนี้ก็ยังเคลียร์เรื่องเงินค่าของที่แม่เอามาให้ยายยังไม่จบ ยายบ่นและพูดเรื่องขายตรงลามไปจนถึงค่าเทอมบีตอนเรียน แต่มีเรื่องนึงที่ฟังแล้วสะดุดมากคือยายบอกว่าตั้งแต่เด็กจนตอนนี้แม่บีไม่เคยส่งเงินมาช่วยเลยแม้แต่บาทเดียว บีตกใจว่าแม่ไม่เคยส่งมาเลยหรอในเมื่อแม่บอกว่าแม่จ่ายให้ยายค่าเทอมค่ากินมาตลอด ยายโกรธมากจนโทรไปว่าแม่เรื่องเงินค่าเทอมค่ากินบีว่าไม่เคยส่งมาเลยแถมค่าเทอมเบิกได้มาตลอด แม่โกหกทั้งตายายและบี

ตอนนี้เครียดมากค่ะ ไม่เข้าใจเลยว่าตอนนี้ครอบครัวบียังมีความรักกันอยู่จริงๆไหมคะ เพราะหลังๆมาเวลากลับบ้านไม่ค่อยสบายใจเลย ไม่ได้รู้สึกว่าเหนื่อยจากงานแล้วกลับบ้านแล้วจะเป็นการชาร์จพลังอะไรเลย ท้อกับชีวิตมากค่ะ ไม่รู้เป้าหมาย เหมือนไม่มีที่พึ่งทางใจ ควรทำอย่างไรดีคะ เพราะเรื่องแบบนี้ส่งผลต่อจิตใจมาก แถมมีผลกระทบกับงานจนตอนนี้ต้องลาออกค่ะ เพราะร้องไห้บ่อย เครียด บางทีโดนว่านิดหน่อยก็ร้องไห้เลย หลายครั้งคิดถึงบ้านก็ร้องไห้บ่อยๆ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ทำไมเราถึงคุยเรื่องเงินกันตลอด กดดันตัวเองให้หาเงิน หาเงินให้ได้มากๆ เพื่อที่จะเอาไปให้แม่ ตายาย แต่ไม่มีกำลังใจเลยค่ะเครียดมากๆ
ทำอย่างไรดีคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่