คิดอย่างไรกับบริษัทที่พยายามหลีกเลี่ยงที่จะจ่ายเงินชดเชยให้พนักงาน ด้วยวิธีสกปรก

            คิดอย่างไรกับบริษัทที่พยายามหลีกเลี่ยงที่จะจ่ายเงินชดเชยให้พนักงาน ด้วยวิธีสกปรก
วันนี้ผมจะมาขอแชร์ประสบการณ์ทำงานของผมกับบริษัทนำเข้าอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์น้องใหม่ที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้
บ.เพรส ซิสเท็ม จำกัด( Press Systems Co.,Ltd.) และ บ.อิ๊งค์ ซิสเท็ม จำกัด ( Ink Systems Co., Ltd.)
ทั้ง 2 คือบริษัทเดียวกันแต่จดทะเบียนคนละชื่อกันด้วยเหตุผลทางด้านภาษี และการบัญชี คุณเจน หรือ พี่เจน คือชื่อที่พนักงาน
ใช้เรียกเจ้าของบริษัทด้วยความสนิทสนม พี่เจนจะเป็นคนฉลาด หลักแหลม และ เจ้าเล่ห์ เป็นคนที่มีจิตวิทยาในการพูดจัดว่าดีมาก
ไม่ว่าจะเป็นการพูดโนมน้าว หรือกระตุ้นพนักงานให้ทำงานตรงตามที่พี่เจนต้องการ พี่เจนจะมีคำพูดที่ใช้พูดกับพนักงานเป็นประจำ
ในการประชุมหรืองานสังสรรค์บริษัท คือ พี่เห็นความสำคัญและให้ความสำคัญกับพนักงานของบริษัททุกคน และ ทุกตำแหน่ง 
จุดประสงค์หลักในการก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้นมา ไม่ได้อยู่ที่ผลกำไรของบริษัท พี่ไม่ได้มองตรงรายได้เป็นสำคัญ เพราะพี่มีเงินมากพอ
โดยที่ไม่ต้องทำอะไรก็ได้ แต่เหตุผลหลักที่พี่คิดจะก่อตั้งบริษัท คือ "พี่ต้องการช่วยให้พนักงานที่ทำงานกับพี่ทุกคนมีรายได้ที่ดีและมั่นคง"
คำพูดที่ใช้พูดบ่อยๆ ทำให้พนักงานบางคนเริ่มซึมซับ ผมคือหนึ่งในพนักงานเหล่านั้น ผมทำงานในตำแหน่ง Senior Stock Controller
ในส่วนของหมึกพิมพ์ ผมทำงานในตำแหน่งนี้มา3ปีเกือบๆจะ4ปี งานที่ผมทำหลักๆในทุกๆวันคือ รับสินค้า จ่ายสินค้า
ควบคุมสินค้าในสต็อคให้มีเพียงพอกับยอดขายในแต่ละวัน และที่สำคัญต้องถูกต้องและแม่นยำเช่นกัน ในแต่ละวัน การทำงานก้อจะมี
รูปแบบเดิมๆ เช่น จัดสินค้าเตรียมส่งให้ลูกค้า บางวันที่ลูกค้าไม่สั่งสินค้าวันนั้นก็จะว่าง แต่ก็จะมีบางวันที้เหนื่อยจนแทบสลบ
ยิ่งช่วงสิ้นเดือนของทุกเดือนจะมีสินค้าเข้าจากอังกฤษโดยการขนส่งทางเรือ ตกประมาณเดือนละ 3-5ตัน ซึ่งงานในส่วนนี้ผมทำอยู่คนเดียว
ตั้งแต่ขั่นตอนตรวจนับ จัดเรียง และไปจบที่การทำเอกสารรับเข้าในระบบ เสดแล้วจึงส่งให้แผนกบัญชีต่อไป ผมใช้เวลาทำงานตรงนี้ประมาณ2-3วัน
ในกรณีที่ไม่มีสินค้าเสียหาย ผมทำงานอยู่ในห้องที่มีการปนเปื้อนของสารเคมีทุกวันอยู่เป็นเวลา3ปีครึ่ง จนมาถึงปลายปี61 
ทางบริษัทได้มีการจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีขึ้นที่บริษัท โดยทางบริษัทได้จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด ผ่านไป2อาทิตย์
ทางโรงพยาบาลได้ส่งกลับผลตรวจกลับมายังบริษัท หลังจากได้รับสมุดตรวจสุขภาพ ผมเปิดอ่านผลของการตรวจสรุปออกมาว่า 
หัวใจของผมทำงานได้แค่20% มีอาการน้ำท่วมปอด และเป็นโรคหัวใจโต ซึ่งก่อนหน้านี้ผมได้มีการขอลาป่วยอยู่บ่อยๆ
แต่หมอวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะ จนอยู่มาวันนึงผมพบว่าตัวเองบวมขึ้นผิดปกติ จึงได้ขอลางานไปหาหมอเพื่อตรวจหาสาเหตุอีกครั้ง คราวนี้
ทางหมอที่ตรวจแจ้งกับผมว่าต้องเข้ารับการรักษาโดยด่วน ผมโทรไปแจ้งพี่เจนเรื่องที่ต้องเข้ารับการรักษา พอได้ยินเรื่องที่ผมแจ้ง พี่เจนก้อแสดง
ความห่วงใยผมตามมารยาท ผมต้องรักษาตัวอยู่ในห้องICU 3วัน ในระหว่างที่ผมเข้าก้องICU พี่เจนได้โทรเข้ามาหาผม ประโยคแรกที่พี่เจนพูดกับผม คือ  ต้นพอจะช่วยสอนงานน้องพนักงานใหม่ที่จะมาทำงานตรงนี้แทนต้นในช่วงที่ต้นไม่อยู่โดยการคุยผ่านVDO Call ได้มั้ย ผมตอบพี่เจนกลับไปว่า
ตอนนี้ผมอยู่ในห้องICU ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ พี่เจนเลยตอบกลับผมมาว่า งั้นไม่เป็นไรแล้วก้อวางสายไปโดยไม่ได้ถามถึงอาการผมเป็นยังไง
หลังออกจากโรงพยาบาล ผมก้อมานอกพักอยู่ที่ห้องอีก1อาทิตย์ก่อนกลับไปทำงาน วันแรกที่ผมไปทำงานผมพบว่ามีพนักงานใหม่มาทำงานในส่วนของผมแทนผมอยู่ หลังจากพูดคุยกันจึงได้ทราบว่าน้องเค้าเข้ามาช่วยผมในเรืองการจัดเรียงสินค้า ยกสินค้า เพราะหมอห้ามให้ผมยกของหนักๆ โดยระหว่างนี้ผมก้อมีการลางานเพื่อไปพบหมอตามที่หมอนัดอยู่บ่อยๆ จนวันนึงผมบังเอิญได้ยินคุณจอห์นพูดกับพนักงานคนอื่นขึ้นมาว่า ลาบ่อยขนาดนี้ทำใมไม่ลาออกไปเลยว่ะ (คุณจอห์น คือ น้องชายของพี่เจน คุนจอห์นทำงานในตำแหน่ง IT Manager ) เนื่องจากคุณจอห์นเป็นคนที่มีอาการผิดปกติทางจิตและอารมณ์ไม่คงที่
สาเหตุมาจากการใช้สารเสพติดเป็นเวลานาน ผมจึงทำเป็นว่าไม่ได้ยินในสิ่งทีคุนจอห์นพูด และพยายามเข้าใจว่าแกป่วยทางความคิด 
ผมยังคงทำงานในแบบเดิมอยู่เป็นประจำ แตกต่างจากเดิมตรงที่งานยกของจะเป็นหน้าที่ของพนักงานใหม่ที่เข้ามาช่วยผม ราญคือพนักงานใหม่ที่เข้ามาทำงานเป็นผู้ช่วยผม ราญเป็นเด็กขยัน มีน้ำใจ ที่สำคัญคือ มีประสบการณ์เกี่ยวกับงานมาก่อน จึงไม่ยากที่จะสอนระบบงานของบริษัท ต่อมาคุณจอห์นสังเกตุเห็นว่าราญยกของอยู่คนเดียวโดยที่ผมไม่ช่วยยกเลย จึงเข้ามาต่อว่าผมว่าเอาเปรียบคนอื่น และเอาเรื่องนี้ไปฟ้องกับพี่เจน แต่เนื่องจากเป็นคำสั่งของพี่เจนเองที่ให้ราญมาช่วยผม คุนจอห์นจึงไม่พอใจ และเก็บความไม่พอใจไว้ หลังจากนั้นก้อจะมาหาเรื่องผมตลอดเวลาที่มีโอกาส ผมพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะอยู่ตลอด จนมาถึงวันที่เกิดเป็นชนวนขึ้นมา ราญกำลังช่วยผมทำสินค้าเคลมโดยการยกของออกจากพาเรทและเช็คจำนวนสินค้าที่เสียหายและถ่ายรูป ซึ่งต้องเปิดดูสินค้าที่อยู่ภายในกล่องโดยละเอียดและถ่ายรูปส่งประกัน คุนจอห์นเข้ามาเห็นราญกำลังยกกล่องทุกใบและเปิดเช็คข้างใน คุนจอห์นเลยสั่งว่าไม่ต้องยกทุกกล่อง ให้เคลมไปทั้งพาเรท เพราะมันเลอะทุกกล่อง แต่กล่องเลอะของภายในอาจจะไม่เสียหาย และถ้าส่งสินค้าที่ไม่เสียหายไปเคลม แน่นอนว่าทางบริษัทประกันไม่มีทางยอมจ่ายแน่นอน ผมจึงบอกราญว่าไม่ได้นะ ต้องเปิดทุกกล่องเช็คให้ละเอียด คำพูดผมเหมือนเป็นการไปหักหน้าผู้ถือหุ้นอย่างคุนจอห์นเข้าเต็มๆ คุณจอห์นพอรู้สึกเหมือนโดนหักหน้าเลยโมโหใช้คำหยาบต่อว่าผมสารพัด และออกคำสั่งให้ราญทำตามที่แกบอก ด้วยความที่เป็นเด็กและพึ่งเข้ามาทำงานจึงต้องยอมทำตามที่คุณจอห์นสั่ง ผ่านไป1วัน ทางฝ่ายที่ทำเรื่องเคลมสินค้าลงมาต่อว่าราญกับผมว่าส่งไปแบบนี้ใครจะให้เคลม ผมเลยบอกไปว่าเป็นคำสั่งคุนจอห์น เสร็จแล้วจึงเดินไปบอกคุณจอห์นว่าขออณุญาติเปิดกล่องเพื่อถ่ายรูปใหม่ คุนจอห์นตอบกลับผมมาว่าก้อเปิดถ่ายไปดิ เรื่องแค่นี้จะมาบอกทำใม ทำงานไม่มีสมองไม่มีไหวพริบ ผมเลยบอกว่าเมื่อวานคุณจอห์นสั่งให้ทำตามแบบที่คุณจอห์นสั่ง พออธิบายเหตุผลก้อบอกว่าผมเถียง ไม่ให้ความเคารพ แล้วขึ้นไปฟ้องพี่เจนให้ไล่ผมออก พี่เจนเมื่อโดนกดดันจากน้องชายอันเป็นที่รักของเตี่ยกับม่า ก้อต้องทำตาม แต่ติดปัญหาอยู่ที่ว่าถ้าไล่ผมออกทางบริษัทจะต้องเสียเงินชดเชยให้ผม6เดือน ซึ่งพี่เจนไม่โอเครที่จะต้องจ่ายเงินหลักแสนให้กับผม จึงคิดวางแผนที่จะให้ผมออกโดยที่บริษัทไม่ต้องเสียเงินชดเชย พอคิดออกเลยให้ผมขึ้นไปพบและพูดเรื่องเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของผม โดยบอกว่าให้ผมลาออกไปหางานใหม่ที่เหมาะกับร่างกาย ผมคิดไว้ว่าออกได้แต่เราสมควรได้รับค่าชดเชยตามกฏหมาย อยู่จะให้ผมเขียนใบลาออกผมคงไม่ทำ เมื่อดูว่าวิธีนี้ไม่ได้ผล จึงบอกกับผมวว่าให้ผมเซ็นชื่อในใบเตือนใบนี้ โดยบอกว่าเป็นความผิดของผมที่ส่งสินค้าหมดอายุให้กับทางลุกค้า แต่ผมไล่ย้อนดูจากเอกสาร ณ.วันที่ส่งสินค้า ของที่ส่งยังมีอายุเหลืออีก2เดือน แต่พี่เจนก้อไม่ฟังพยายามยัดข้อหาให้ผมเซ็นใบเตือนให้ได้ สุดท้ายผมจึงต้องยอมเซ็น  โดยบันทัดสุดท้ายของใบเตือนมีข้อตความว่า ถ้ามีการทำผิดอีกครั้งภายในเดือนนี้ ทางบริษัทสามารถให้พ้นจากความเป้นพนักงานได้โดยไมขจ่ายเงินชดเชย หลังจากวันนั้นมาตรการจัดผิดจากคุณจอห์นก้อมีเข้ามาทุกวัน แต่ไม่เป็นผล เพราะผมรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมทำงานพลาดในช่วง1เดือนนี้  ผมจึงระวังมากว่าเดิม เมื่อไม่ได้ผลจึงต้องหาวิธีอื่น คราวนี้เป้นการสร้างหลักฐานเท็จข้นมาเพื่อใส่ร้าย แต่ผมก้อรู้อีกว่ามันคือการใส่ร้าย ผมปฏิเสธในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำ และท้าให้เปิดกล้องวงจรปิดแต่ไม่ได้รับการยินยอม พี่เจนพยายามบังคับทุกอย่างเพื่อให้ผมเซ็นใบลาออกให้ได้ สุดท้ายคือมาขอต่อรองว่าจะจ่ายให้2เดือน สุดท้ายผมยอมเซ็นให้ เพื่อตัดความรำคาญและไม่อยากจะต้องต่อสู้กับคนพวกนี้อีกแล้ว ตลอดเวลาผมทำงานด้วยความซื่อสัตย์ มาตลอด แต่สุดท้ายเป้นบริษัทที่ไม่ซื่อสัตย์กับพนักงาน และมันขัดแย้งกับอุดมการณ์ของพี่เจนที่ใช้พูดกับพนักงานอยู่ทุกปี วันนี้ที่ผมออกจากบริษัทมาผมรู้สึกว่าโล่งแม้จะมีความเสียดายอยู่ไม่น้อย แต่ดีแล้วที่ได้ออกมา
ลาก่อนPress Syetems บริษัทของคนยิ้ม

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่