คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
ศึกษาเรื่อง Law of large number ครับ
สุดท้ายแล้วมันจะลู่เข้าสู่ค่า Expectation ในกรณีโยนเหรียญคือความน่าจะเป็นของการออกหัว (ถ้านับหัวเป็น1 ก้อยเป็น0)
การทดลองโยนหัวก้อยจะมีการกระจายตัวแบบ Bernoulli distribution (เผื่ออ่านต่อครับ)
คิดไว้ว่ามันคือการทดลองสุ่ม เราไม่สามารถบอกได้ชัดว่าขั้นต่ำเท่าใด แต่เราบอกได้ว่า ถ้าทำถึงจำนวนเท่านี้ ค่ามันไม่ควรแกว่งเกินเท่านี้
คุณทดลอง 1000 ครั้ง ได้กราฟใน2-1 มาหนึ่งกราฟ
ผมอยากให้คุณลองทำอย่างนั้นซัก 20-30 กราฟ แล้วหาค่า Variance ที่ค่า n เดียวกันกับทุก ๆ กราฟดู
ที่ตำแหน่ง n เดียวกัน จะเห็นว่า Variance ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามสมการ
ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่า p(1-p) นี่แหละเป้นตัวกำหนดว่ามันมีจุดเริ่มเท่าใด ถ้ามันน้อย ก็จะลู่เข้าเร็ว
โดยลักษณะแล้ว p(1-p) เป็นพาราโบลาคว่ำ จุดตัดที่ 0,1 ทำให้จุด0,1 มีการลู่เข้าสู่ค่าความน่าจะเป็นทันที และจุดที่ช้าสุดคือ p=0.5 หรือจุดยอดของกราฟพาราโบลานั่นเอง
และเมื่อ n-> inf จะได้ว่า มันจะลู่เข้าความน่าจะเป็น และ variance กลายเป็น 0 เพราะค่าที่ได้มันไม่ random อีกต่อไป (ลู่เข้าสู่ค่า ๆ หนึ่ง นั่นเอง)
สุดท้ายแล้วมันจะลู่เข้าสู่ค่า Expectation ในกรณีโยนเหรียญคือความน่าจะเป็นของการออกหัว (ถ้านับหัวเป็น1 ก้อยเป็น0)
การทดลองโยนหัวก้อยจะมีการกระจายตัวแบบ Bernoulli distribution (เผื่ออ่านต่อครับ)
คิดไว้ว่ามันคือการทดลองสุ่ม เราไม่สามารถบอกได้ชัดว่าขั้นต่ำเท่าใด แต่เราบอกได้ว่า ถ้าทำถึงจำนวนเท่านี้ ค่ามันไม่ควรแกว่งเกินเท่านี้
คุณทดลอง 1000 ครั้ง ได้กราฟใน2-1 มาหนึ่งกราฟ
ผมอยากให้คุณลองทำอย่างนั้นซัก 20-30 กราฟ แล้วหาค่า Variance ที่ค่า n เดียวกันกับทุก ๆ กราฟดู
ที่ตำแหน่ง n เดียวกัน จะเห็นว่า Variance ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามสมการ
p(1-p)/n
ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่า p(1-p) นี่แหละเป้นตัวกำหนดว่ามันมีจุดเริ่มเท่าใด ถ้ามันน้อย ก็จะลู่เข้าเร็ว
โดยลักษณะแล้ว p(1-p) เป็นพาราโบลาคว่ำ จุดตัดที่ 0,1 ทำให้จุด0,1 มีการลู่เข้าสู่ค่าความน่าจะเป็นทันที และจุดที่ช้าสุดคือ p=0.5 หรือจุดยอดของกราฟพาราโบลานั่นเอง
และเมื่อ n-> inf จะได้ว่า มันจะลู่เข้าความน่าจะเป็น และ variance กลายเป็น 0 เพราะค่าที่ได้มันไม่ random อีกต่อไป (ลู่เข้าสู่ค่า ๆ หนึ่ง นั่นเอง)
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
คณิตศาสตร์
วิศวกรรมศาสตร์
สถิติ (Statistics)
สมการ (คณิตศาสตร์)
นักสถิติ
‘จำนวนครั้งของการทดลอง,ความน่าจะเป็น’ มีความสัมพันธ์(สมการ)กับ ‘การที่สถิติผลการทดลองเข้าใกล้ความน่าจะเป็น’ อย่างไรครับ
ดังนั้นอาจจะใช้คำไม่ตรงกับหลักการบ้าง
แน่นอนครับผมทราบว่า ในการทดลองต่างๆเช่นการ โยนเหรียญ หรือ การทอยลูกเต๋า
‘จำนวนครั้งของการทดลอง’ยิ่งมากเท่าไร ผลของ’สถิติ’ที่เก็บมาได้ ยิ่งตรงกับค่า’ความน่าจะเป็น’ในทางทฤษฎีมากเท่านั้น
แต่ผมเกิดสงสัยขึ้นมาว่า ..
มีสมการที่สามารถคำนวณหาเพื่อความสัมพันธ์ของ..
‘ความแม่นยำหรือความคลาดเคลื่อนของ สถิติ เทียบกับ ความน่าจะเป็น’ และ ‘จำนวนครั้งของการทดลอง’ ได้หรือไม่
และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมสงสัยคือ แล้ว’ความน่าจะเป็น’ มีผลกับ ‘ความรวดเร็วในการที่สถิติผลการทดลองเข้าใกล้ความน่าจะเป็น’ หรือไม่
(รวดเร็วมาก คือ ทดลองไม่กี่ครั้ง สถิติก็แสดงผลของความน่าจะเป็นออกมาแล้ว , รวดเร็วน้อยคือ ต้องทดลองหลายๆครั้งสถิติจึงจะแสดงผล )
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้นผมขอยกตัวอย่างแบบนี้ครับ..
สมมุติผมมี ‘เหรียญพิเศษ’ ที่ปรับค่า ความน่าจะเป็น ในการออกหัว(H)กับก้อย(T) ได้
การทดลองที่ 1 ผมปรับค่า ความน่าจะเป็น เป็น H : 50% และ T: 50%
โยนครั้งที่ 1 : H << หากนำผลสถิติไปแปลผลเลยจะได้ว่า (H:100% T:0%)
โยนครั้งที่ 2 : H H << (H:100% T:0%)
โยนครั้งที่ 3 : H H T << (H:66.67% T:33.33%)
โยนครั้งที่ 4 : H H T H << (H:75% T:25%)
.
โยนครั้งที่ 10 : H H T H T T H H T H << (H:60% T:40%)
.
โยนครั้งที่ 1000 : H H T H T T H H ……………. T H T T H T T T << (H:52% T:48%)
จะเห็นว่า สถิติ ต้องใช้เวลา(จำนวนครั้ง)เพื่อแสดงผลของ ความน่าจะเป็น ออกมา
การทดลองที่ 2 ผมปรับค่า ความน่าจะเป็น เป็น H : 0% และ T: 100%
โยนครั้งที่ 1 : T << หากนำผลสถิติไปแปลผลเลยจะได้ว่า (H:0% T:100%)
โยนครั้งที่ 2 : T T << (H:0% T:100%)
โยนครั้งที่ 3 : T T T << (H:0% T:100%)
โยนครั้งที่ 4 : T T T T << (H:0% T:100%)
.
โยนครั้งที่ 10 : T T T T T T T T T T << (H:0% T:100%)
จะเห็นว่า สถิติ แสดงผล ความน่าจะเป็น ออกมาตั้งแต่ครั้งแรกที่โยนแล้ว
(หรือเป็นกรณีพิเศษเฉพาะ 100% กับ 0%)
แล้วหากผลปรับค่า ความน่าจะเป็น เป็น 10:90 , 70:30 , 55:45
เวลา(จำนวนครั้ง)ที่ต้องใช้เพื่อให้ สถิติ แสดงผลของ ความน่าจะเป็น ออกมาจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร
แล้ว ถ้าเปลี่ยน ’ความน่าจะเป็น’ มีความสัมพันธ์(สมการ) กับ ‘ความรวดเร็วในการที่สถิติผลการทดลองเข้าใกล้ความน่าจะเป็น’ อย่างไร
แต่ ถ้าไม่มีขอถามผู้รู้ทุกๆท่านเพิ่มว่าการทดลองโยนควรโยนอย่างน้อยกี่ครั้งเพื่อให้สถิติแสดงผลของความน่าจะเป็นออกมา
สรุปคำถาม (ขอคำตอบในรูปของสมการที่สามารถคำนวนได้หรือตัวเลขนะครับ)
1. ความสัมพันธ์ของ ‘ความแม่นยำหรือความคลาดเคลื่อนของ สถิติ เทียบกับ ความน่าจะเป็น’ และ ‘จำนวนครั้งของการทดลอง’ เป็นอย่างไร
2. หากผลปรับค่า ความน่าจะเป็น 'จำนวนครั้งที่ต้องใช้เพื่อให้ สถิติ แสดงผลของ ความน่าจะเป็น' ออกมาจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร
3. ถ้าไม่มีในการทดลองโยนเหรียญควร 'โยนอย่างน้อยกี่ครั้ง' เพื่อให้ 'สถิติแสดงผลของความน่าจะเป็นออกมา'
(อาจจะตอบว่า 1000 ครั้ง มีความแม่นยำ/คลาดเคลื่อนเท่านี้ๆก็ได้ครับ)
ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบของทุกท่านครับ