[CR] รีวิว Bronzer ใช้แล้วชอบ มาบ่มแดดด้วยบรอนเซอร์กันเถอะ

สวัสดีครับวันนี้ผมจะแนะนำบรอนเซอร์ที่ใช้แล้วชอบนะครับ ผมเองเป็นคนผิวค่อนข้างขาว
แต่จริงๆชอบผิวแทนนะครับ เวลาไปอาบแดดแล้วส่วนใหญ่หน้าจะไม่ค่อยแทนไวเหมือนตัว
เลยต้องพึ่งเจ้าบรอนเซอร์มาทำให้หน้ามีความแทนขึ้นมา ถ้าอยากจะรู้ว่าแต่ละชิ้นเป็นยังไง
เลื่อนลงไปต่อได้เลยครับ 

สำหรับใครที่อยากดูเวอร์ชั่นวีดีโอ ก็สามารถดูได้ข้างล่างนี้เลยครับ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ส่วนใครชอบอ่านมากกว่าก็ขยับตามกันลงมาได้เลยครับผม ช่วงหลังมานี้ มีหลายแบรนด์ทำบรอนเซอร์ออกมาในตลาดนะครับ
ทำให้พวกเรามีตัวเลือกมากมาย แต่บรอนเซอร์ก็ควรใช้ให้ถูกวิธีนะครับ เพราะแต่ละตัวเค้าจะมีโทนสี มีเนื้อที่แตกต่างกันออกไป
บางชิ้นสีออกส้มออกแดงมากหรือว่ามีชิมเมอร์ด้วย แต่บางคนเอาไปคอนทัวร์หน้า ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมามันจะผิดจุดประสงค์ของเค้า
นอกเสียจากว่าบรอนเซอร์ตัวนั้นจะมีโทนสีที่สามารถนำมาคอนทัวร์ได้จริงๆ อันนั้นก็อีกเรื่องนะครับ

ขอชมภาพหมู่ก่อนเนอะ

เริ่มกันที่ตัวแรก เป็นแบบเนื้อครีม นั่นก็คือ

Chanel SoleilTan de Chanel  
ตัวนี้โด่งดังเหมือนกันนะครับ แต่ว่าจะค่อนข้างหายากหน่อย กระปุกนี้ผมฝากพี่สาวซื้อจากต่างประเทศเลยไม่แน่ใจเรื่องราคาครับ
จะบอกว่ากระปุกแบบนี้นี่ใช้ได้นานมากๆเว่อร์ เป็นบรอนเซอร์เนื้อครีมที่ลองใช้แล้วชอบที่สุด
เพราะสีเค้าจะไม่ได้เข้มมากเกินไป จะออกส้มนิดๆ เกลี่ยง่าย ถ้าวันไหนหน้าซีดๆก็เอามาบัฟทั่วหน้า
หรือวันไหนลงรองพื้นหนักมือไปแล้วหน้าลอย ก็เอามาทากรอบหน้าช่วยกู้ชีวิตไปได้ครับ
เค้าจะมีกลิ่นหอมหรูหราสไตล์Chanel ด้วยครับ

ข้อเสีย คือ เค้ามีเพียงสีเดียว ซึ่งจะเหมาะกับคนผิวขาวถึงปานกลาง หากใครที่ผิวค่อนข้างเข้ม
ไม่แนะนำครับเพราะว่าสีจะอ่อนเกินไป เวลาใช้ผมจะใช้คู่กับแปรงขนสังเคราะห์อย่าง Real Techniques Contour brush หรือ Buffing brush

ชิ้นที่2 ก็คือ
Nars Lagunar Liquid Bronzer  (1,600  บาท)

ตัวนี้เป็นบรอนเซอร์ชนิดน้ำ เป็นแพ๊คเกจจิ้งแบบหัวปั้มซึ่งสะดวกในการใช้ครับ แต่ก่อนใช้ควรเขย่าขวดก่อนนะครับ
สีเค้าจะเข้มกว่า Chanel ด้านบนนะครับ 
เวลาใช้ ไม่ได้กดออกมาหลายปั้มมาก เพราะพอแห้งสีมันจะเข้มขึ้นมาอีกนิดนึง
(เคยพลาดกลัวไม่แทน กดมาสองสามปั้ม เวลาผ่านไปไปส่องกระจก ตกกะใจโป๊ะแตกมาก เราพลาด!!!
สิ่งที่ชอบนอกจากสีที่สวย คือความง่ายในการใช้งานครับ
จะทาเดี่ยวๆก็ได้ หรือจะเอาไปผสมกันแดด ผสมรองพื้นก็ได้

ในกรณีผสมกันแดดคือวันไหนสบายๆ ไม่อยากลงรองพื้น แต่อยากให้หน้าไม่จืดเกินไปก็กดมาผสมรองพื้นแล้วทาทั่วหน้าครับ

ส่วนกรณีผสมรองพื้นคือบางครั้งเลือกสีรองพื้นผิด สว่างไปกว่าผิว ก็จะผสม Lagunar liquid bronzer ตัวนี้ลงไปเพื่อช่วยกู้ชีวิตที่พลั้งพลาดของเราไป
ตัวนี้เป็นตัวที่ช่วยกอบกู้ชีวิตบ่อยมาก และใช้บ่อยมากครับ รักเลย อย่าเลิกผลิตนะ

ต่อไปเป็นบรอนเซอร์เนื้อฝุ่นนะครับ ซึ่งเป็นรูปแบบที่คนเลือกใช้กันมากที่สุดนะครับ
เค้าจะมีทั้งแบบเนื้อแมท เนื้อชิมเมอร์ครับแล้วแต่ความชอบเลย

ตัวแรกในเนื้อฝุ่นที่จะพูดถึงก็คือ
Hourglass Ambient Light Bronzer สี Nude Bronze Light (2,150บาท) 
ราคาค่อนข้างสูง แต่ของเค้าดีและมีปริมาณที่ใช้ได้นานครับ ตัวนี้เป็นแบบเนื้อแมทนะครับ ผู้หญิงใช้ได้
ผู้ชายใช้แล้วรอด ตัวนี้เหมาะกับคนผิวขาวถึงปานกลางครับ เวลาปัดอออกมาแล้วสีสวยมีติ้งความส้มนิดนึง
ปัดกรอบหน้าแล้วหน้าจะดูอุ่นขึ้นครับ เกลี่ยง่ายด้วย ในการปัด ผมชอบใช้คู่กับแปรงที่มีความฟูเพื่อให้การกระจายสีดูไม่เป็นปื้น
หรือเจาะจงไปที่ส่วนใดส่วนหนึ่งจนเกินไป

ชิ้นต่อไปยังคงอยู่ที่ Hourglass
Hourglass Ambient Lighting Bronzer สี Luminous Bronze Light (2,150 บาท)
ตัวนี้ต่างจากอันข้างบนตรงที่เค้าจะมีชิมเมอร์ครับ ตอนซื้อคือโดนคนอื่นเค้าป้ายยามา ฮ่าๆๆๆ สติหลุด ซื้อมาทำไมมมมมม
ผู้ชายจริงๆไม่ควรใช้ชิมเมอร์นะ ก็ถือว่าซื้อมาเผื่อคุณอั้ม ภัชราภาพแล้วกัน (ข้ออ้าง)
พอลองปุ๊บ ว่าบาป สีสวยสมคำล่ำลือ ประกายชิมเมอร์ตอนปาดที่มือเหมือนจะสะพรึง
แต่เวลาใช้แปรงแล้วลงบนหน้าจริงๆแล้วนั้น ไม่ได้เป็นเกล็ดไม่ได้เป็นกลุ่มก้อนสะท้อนแสงอย่างที่กลัว มันจะนัวๆ
ให้ความวิ้งวับเบาๆแบบลูกคุณหนู แบบลูกผู้ดี ชั้นสวย ชั้นสวย ชั้นปัดบรอนเซอร์ hourglass นะ ซึ่งเป็นจุดเด่นของแบรนด์นี้นะครับ

ชิ้นต่อมาเป็นบรอนเซอร์ที่โด่งดังมาหลายต่อหลายปี
หลายๆคนคงรู้จักเค้าดีนะครับ
นั่นก็คือ
Benefits Hoola Bronzer (1,350 บาท) 
มาในแพ๊คเกจจิ้งกระดาษ ซึ่งผมเองไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะมันหนาไปหน่อย เค้าแถมแปรงมาให้ด้วยนะครับ
แต่ไม่เคยใช้แปรงที่เค้าแถมมาให้เลย สีของเค้าจะค่อนข้างเข้มกว่าของ Hourglass และมีติดโทนแดงเข้ามานิดหน่อย
เวลาเอามาปัดกรอบหน้าแล้วเอาที่เหลือในแปรงมาปัดทั่วหน้า มันจะได้ลุ๊คบ่มแดด
เหมือนเราไปเที่ยวทะเลอาบแดดมาครับ มิน่าละขายดีเชียว เวลานึกอะไรไม่ออกก็มักจะหยิบมาใช้ครับ

ชิ้นสุดท้ายที่จะมาแนะนำ เป็นบรอนเซอร์ที่เคยโด่งดังมาเมื่อนานมาแล้ว แต่กระแสเงียบหงอยหายไปเพราะพักหลังมีหลายยี่ห้อทำบรอนเซอร์ออกมาค่อนข้างมาก
นั่นก็คือ
The Balm Bahama Mama (890 บาท) 
แพ๊คเกจจิ้งมาในแบบกระดาษอีกแล้ว ซึ่งส่วนตัวไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะมันดูเหมือนของเล่นไปนิดนึง
แต่ยังดีที่บางทำให้เวลาวางเก็บในลิ้นชัก หรือเอาใส่กระเป๋าไปเที่ยวจะไม่เกะกะเท่าไหร่

สีของเค้าจะเข้มที่สุดในบรรดาทุกชิ้นที่ผมเคยลองมา เป็นบรอนเซอร์สีน้ำตาลเข้มที่ไม่ติดความส้ม ความแดงใดๆ
วันไหนอยากเข้มสุดก็จะใช้ Bahama mama ครับ แถมสีแบบนี้ยังเอามาคอนทัวร์ได้ด้วย แต่ไม่ว่าจะเอาไปคอนทัวร์
หรือปัดเป็นบรอนเซอร์ ก็ต้องมีสติ และระมัดระวังในการปัด

เนื่องจากสีเค้าเข้มมากๆ ปัดหนักมือไปหน้าจะละม้ายคล้ายต้องมนตร์ แต่เป็นมนตร์ดำนะครับ 5555 หมองเหมือนโดนของ
ดำเหมือนเปรอะโคลน เพราะฉะนั้นต้องมือเบากับเค้าจริงๆ และค่อยๆบิ้วความเข้มขึ้นไปครับ คนผิวขาวใช้ได้(แต่ต้องเบามือ)
คนผิวปานกลางถึงผิวเข้มก็ใช้แล้วรอดครับ ผู้หญิงใช้ได้ ผู้ชายใช้ดี

Swatch  ให้ดูกันหน่อย
และนี่ก็คือบรอนเซอร์ที่ผมใช้แล้วชอบเลยมารีวิวและแนะนำให้เพื่อนๆกันครับ
ใครสนใจตัวไหนก็ไปลองเทสสีที่ counter ก่อนก็ได้ครับ เพราะสีผิวคนเรามีundertone ต่างกัน

หวังว่าจะมีประโยชน์และช่วยประกอบการตัดสินใจของเพื่อนๆได้นะครับผม
ฝากติดตามกันต่อไปนะครับ ผมยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่อยากจะแบ่งปันครับ

ขอบคุณครับ

Uncle Bank
ชื่อสินค้า:   Bronzer
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่