ความอึดอันในใจที่มีมาหลายปี ขอลงไว้ในนี้บ้างนะค่ะ ฉันมีสามีที่อายุแก่กว่า2รอบ เขามีลูกชาย อายุพอๆกับฉัน ฉันและสามี เราคบกันมาก็10+ปีแล้ว แต่มันฝังใจมากเพราะลูกชายเขา มันมีเหตุกาลหนึ่งว่า ลูกชายเขาเลี้ยงปลาอยู่สัก3บ่อ สามีและตัวฉันต้องขับรถ20กว่ากิโล ไปกลับ เพราะสามีเขาเป็นหวงลูกกลัวลูกเหนื่อย เขาจึงไปช่วยให้อาหารปลาทุกวัน แต่ตัวฉันเองก็มีกิจการของฉันมีรายได้ของฉันเอง ฉันกับสามีต้องขับรถแบบนี้มาหลายปี จนวันหนึ่ง เขาบอกว่าเหนื่อยแล้ว เราไปปลูกบ้านในที่ของเขาไหม แต่ต้องขายบ้านน่ะ บ้านที่อยู่นี้เป็นบ้านที่ฉันซื้อเอง และรถที่ขับก็เป็นรถของฉันเองอีกเหมือนกัน แต่ว่าที่ดินที่จะไปปลูกน่ะ สามีฉันซื้อในชื่อของลูกชายเขา4ไร่ สามีเขาขอ2งาน แต่ขอลงชื่อให้ฉัน เพราะฉันต้องขายบ้านมาปลูก ฉันยอมขาย เพราะสงสารสามี ที่ต้องขับรถแบบนี้ทุกวัน พอสามีไปคุยกับลูกชายเขา อาที่ลูกชายเขาอยู่ด้วยกลับมาด่าฉันว่ามาปอกลอก จะมาเอาที่ทาง ทั้งที่ฉันขายบ้านในตัวเมือง เพื่อมาปลูกอยู่กับพ่อของเขา ลูกชายเขาดันเชื่อฟังคำอา ลงเฟสด่าฉันไม่เหลืออะไรดีสักอย่าง ลูกเขา2คน ฉันก็เลี้ยงมาจนโตทั้งคู่ ฉันเลยพาพ่อเขาเข้าไปคุยกับลูกชายเขา พ่อถามลูกว่า ลูกไม่เอาพ่อเหรอ ลูกเขาบอกว่าพ่อเขาเอา แต่คนอื่นไม่เอา ฉันจำคำนี้มาตลอด เขาพูดให้พ่อเขาเสียใจมาก (เพราะมันยาวเลยขอตัดแค่นี้ก่อนนะค่ะ) สุดท้ายเขาบอกพ่อว่าถ้าจะเอา ก็ไปเอาที่โน้น5ไร่ ที่อยู่ในป่าโน้น สามีได้ยินวันนั้น อีกวันก็ประกาศขายเลย ตอนที่ขับรถกลับ สามีร้องให้มาตลอดทาง อีกวันเขาเลยไปว่าน้องสาวเขาว่าเสี้ยมลูกเขาให้ดูถูกพ่อและฉันแบบนี้ได้ยังไง พี่น้องเลยทะเลาะกันใหญ่ สามีเลยบอกว่า ในเมื่อที่ของตรงนี้ไม่ให้กุ กุก็ไม่เอา ให้กุไปขายที่ในป่ากุก็จะขาย (ถ้าได้ฟังคำที่ลูกว่าพ่อน่ะ ไม่มีใครเลยที่จะรับได้จริงๆ) สามีร้องให้ นอนไม่หลับหลายคืน จนความดันขึ้น ฉันก็คอยปลอบเขาตลอด สามีเลยไม่ไปเลี้ยงปลาที่เขาต้องไปให้อาหารทุกวัน แต่หลังจากวันที่สามีร้องให้กลับมา ปลาบ่อใหญ่10ไร่ก็น็อคตายยกบ่อ อีก2บ่อก็น็อคตามมาติดๆเลย ขาดทุนเป็นล้าน เพราะเอาขึ้นไม่ทันปลาเริ่มเน่า แล้วเขามาปล่อยใหม่อีก ปลาก็ไม่โต ขาดทุนไปอีก จนต้องหยุดเลี้ยงไปเลย ตอนที่จับปลาได้กำไรเกือบล้าน รู้ไหมเขาให้พ่อ 2หมื่น ทั้งที่พ่อเขาให้อาหารทุกวันเกือบ8เดือน แต่กลับเอาไปไว้ให้อาเขา แล้วเอาเข้าบัญชีตัวเองคลึ่งหนึ่ง ช่วงนั้น ลูกชายเขาเที่ยวผับทุกคืน เอาเงินให้นักร้อง มีคนมาพูดให้ฟังว่า คืนหนึ่งหมด4-5พัน สามีเขาก็รู้ เขาว่าช่างเถอะ เงินเขา
ที่ดินที่ประกาศขาย ได้มีคนมาซื้อ เขาเลยเอาเงินที่ขายมาซื้อที่ดิน1ไร่ แบ่งเป็น2ฉะโนด คือชื่อฉันและชื่อสามี ที่ดินตรงที่สามีขอเป็นที่ดินที่ขีดเส้นถนนเข้าออกแต่อยู่ข้างในสัก200เมตร แต่ที่ดินที่ซื้ออยู่ติดถนน อยู่เส้นเดียวกับของลูกชายเขา (ทุกวันนี้เขาใช้ถนนเข้าออกในที่ดินของฉัน) และฉันได้ซื้อเพิ่มอีก1ไร่เข้าไป
จนวันหนึ่ง ฉันเดินมาอยู่หน้าบ้าน อยู่ๆลูกชายกับน้องสาวสามีเข้ามาคุยกัยฉันเหมือนไม่มีอะ เหมือนไม่เคยด่าฉันเลย แต่ฉันยกโทษให้น่ะ แต่แค่ไม่อยากยุ่งด้วยแค่นั้น ฉันทำตัวเฉยๆ เขาพยายามเข้าหา แต่ฉันเดินหนี คุยแป้บๆ ฉันก็จะอ้างไม่ว่าง เพราะฉันฝังใจทุกคำพูด
ฉันขายบ้านในตัวเมืองได้ก็มาปลูกในที่ที่สามียกให้ รถของเขาฉันก็บอกยกให้ลูกชายเขาไปเถอะ เพราะเขาไม่มีใช้ ใช้รถฉันก็พอ ลูกชายและน้องสาวเขาพยายามเข้าหา แต่ฉันจะไม่ยุ้งด้วย
มีวันหนึ่ง สามีมาขอยืมเงินฉัน ก็เยอะเหมือนกันนะ เอาให้ลูกชายเขายืม เพื่อลงปลา ฉันคิดหลายวัน เลยตัดสินใจให้ยืม (ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่ให้แน่ๆ)
ทุกวันนี้ฉันกับสามีอยู่ด้วยกันมีความสุขมาก อยากไปไหนได้ไป อยากกินไร ก็ได้กิน ไม่ต้องเครียดเรื่องเงิน
แต่ต่างกับลูกชายกับน้องสาวเขา เพิ่งจะรู้ว่าเป็นหนี้เกือบล้าน ที่ทางก็เข้าธนาคารเกือบหมด เครียดจนต้องหาหมอจิตเวช(แต่พ่อก็ยังหวงลูกเหมือนเดิม)
ฉันคิดว่า คงเป็นเวรกรรมที่เขากับอาว่าพ่อเขา ทำให้พ่อเขาร้องให้ ที่ทางบ้านช่อง รถที่ขับ ก็ของพ่อเขาทั้งหมด แต่แค่คำพูดคำนั้นคำเดียว ทำให้พ่อผู้ที่ให้เขามาตลอดทั้งชีวิตเสียใจ ร้องให้ได้ ได้กลับมาเป็นบาปกรรมกับตัวเขาเอง ทำกินไม่ขึ้น เพื่อนฝูงที่เคยพากันกินเที่ยวก็หายหมด เหลือแค่สามีกับฉันที่ช่วยเขา
#แต่ทุกวันนี้ฉันยังไม่ยกโทษให้ในสิ่งที่เขาทำ เพราะมันฝังใจ ฝังลึกเกินที่จะขุดออกมาจริงๆ
#เราต้องคิดถึงหัวอกของพ่อ ก่อนที่เราจะพูดออกไป ไม่ใช่พูดเพื่อสะใจตัวเอง คิดก่อนที่จะว่าพ่อ ว่าพ่อจะเสียใจไหมถ้าได้ยิน คำพูดเมื่อมันออกมาจากปากแล้ว มันไม่สามารถกลับเข้าไปได้เหมือนเดิม ทำดีตอนที่พ่อยังอยู่ ดีกว่า พ่อจากไปแล้วเพิ่งจะนึกถึงความดีของพ่อนะ
อย่างน้อยนึกถึงพ่อบ้าง..
ที่ดินที่ประกาศขาย ได้มีคนมาซื้อ เขาเลยเอาเงินที่ขายมาซื้อที่ดิน1ไร่ แบ่งเป็น2ฉะโนด คือชื่อฉันและชื่อสามี ที่ดินตรงที่สามีขอเป็นที่ดินที่ขีดเส้นถนนเข้าออกแต่อยู่ข้างในสัก200เมตร แต่ที่ดินที่ซื้ออยู่ติดถนน อยู่เส้นเดียวกับของลูกชายเขา (ทุกวันนี้เขาใช้ถนนเข้าออกในที่ดินของฉัน) และฉันได้ซื้อเพิ่มอีก1ไร่เข้าไป
จนวันหนึ่ง ฉันเดินมาอยู่หน้าบ้าน อยู่ๆลูกชายกับน้องสาวสามีเข้ามาคุยกัยฉันเหมือนไม่มีอะ เหมือนไม่เคยด่าฉันเลย แต่ฉันยกโทษให้น่ะ แต่แค่ไม่อยากยุ่งด้วยแค่นั้น ฉันทำตัวเฉยๆ เขาพยายามเข้าหา แต่ฉันเดินหนี คุยแป้บๆ ฉันก็จะอ้างไม่ว่าง เพราะฉันฝังใจทุกคำพูด
ฉันขายบ้านในตัวเมืองได้ก็มาปลูกในที่ที่สามียกให้ รถของเขาฉันก็บอกยกให้ลูกชายเขาไปเถอะ เพราะเขาไม่มีใช้ ใช้รถฉันก็พอ ลูกชายและน้องสาวเขาพยายามเข้าหา แต่ฉันจะไม่ยุ้งด้วย
มีวันหนึ่ง สามีมาขอยืมเงินฉัน ก็เยอะเหมือนกันนะ เอาให้ลูกชายเขายืม เพื่อลงปลา ฉันคิดหลายวัน เลยตัดสินใจให้ยืม (ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่ให้แน่ๆ)
ทุกวันนี้ฉันกับสามีอยู่ด้วยกันมีความสุขมาก อยากไปไหนได้ไป อยากกินไร ก็ได้กิน ไม่ต้องเครียดเรื่องเงิน
แต่ต่างกับลูกชายกับน้องสาวเขา เพิ่งจะรู้ว่าเป็นหนี้เกือบล้าน ที่ทางก็เข้าธนาคารเกือบหมด เครียดจนต้องหาหมอจิตเวช(แต่พ่อก็ยังหวงลูกเหมือนเดิม)
ฉันคิดว่า คงเป็นเวรกรรมที่เขากับอาว่าพ่อเขา ทำให้พ่อเขาร้องให้ ที่ทางบ้านช่อง รถที่ขับ ก็ของพ่อเขาทั้งหมด แต่แค่คำพูดคำนั้นคำเดียว ทำให้พ่อผู้ที่ให้เขามาตลอดทั้งชีวิตเสียใจ ร้องให้ได้ ได้กลับมาเป็นบาปกรรมกับตัวเขาเอง ทำกินไม่ขึ้น เพื่อนฝูงที่เคยพากันกินเที่ยวก็หายหมด เหลือแค่สามีกับฉันที่ช่วยเขา
#แต่ทุกวันนี้ฉันยังไม่ยกโทษให้ในสิ่งที่เขาทำ เพราะมันฝังใจ ฝังลึกเกินที่จะขุดออกมาจริงๆ
#เราต้องคิดถึงหัวอกของพ่อ ก่อนที่เราจะพูดออกไป ไม่ใช่พูดเพื่อสะใจตัวเอง คิดก่อนที่จะว่าพ่อ ว่าพ่อจะเสียใจไหมถ้าได้ยิน คำพูดเมื่อมันออกมาจากปากแล้ว มันไม่สามารถกลับเข้าไปได้เหมือนเดิม ทำดีตอนที่พ่อยังอยู่ ดีกว่า พ่อจากไปแล้วเพิ่งจะนึกถึงความดีของพ่อนะ