
เมื่อฟ้าได้ลิขิต (3)
หลังคืนวันอันลำบากผ่านพ้นไป
ผมตื่นขึ้นมาบนความรู้สึกของความว่างเปล่า
ว่างเปล่าแม้กระทั่งคนในบ้านที่เคยอาศัยอยู่ด้วยกัน
ในเช้าที่ต้องการความอบอุ่นและกำลังใจอย่างยิ่งนั้น กลับไม่มีใครแม้แต่คนเดียว !!
เดือนมกราคมของอเมริกานั้น อยู่ในช่วงของฤดูหนาว
อากาศยังอยู่ในระดับติดลบ อุณหภูมิสูงสุดที่เห็น ไม่เคยเกิน 3 องศาเซนเซียสสักวัน
ความหนาวเย็นยะเยือกของอากาศขนาดนี้นั้น แม้ผมไม่เคยเจอที่เมืองไทย
แต่ระยะเวลาเกือบ 7 ปี ก็ทำให้ผมคุ้นเคยกับมันพอสมควร และในบ้านก็ยังมีฮีทเตอร์ช่วยบรรเทาความหนาวเย็นลงได้บ้าง
แต่เช้าวันนั้น แม้ฮีทเตอร์ 10 ตัว ก็ไม่อาจลดอุณหภูมิความหนาวในใจผมได้
ผมคิดย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า วกไปวนมา
นึกดีใจที่ตัวเองรอดจาก ICE มาได้ แต่ก็เสียใจที่เพื่อน 2 คน ทั้งแพทและต้าร์ โดนจับไป
บ้านพักของเราอยู่บนเขาในย่าน South Hill
บ้านแต่ละหลังห่างกันประมาณ 20 เมตร ไม่มีรั้วบ้านมากั้นให้เสียอารมณ์แอบมอง !!
ด้านหน้าบ้านของเราเป็นถนนสายเล็กๆ เชื่อมไปสู่เมืองอื่นๆ ในแถบนี้
เช่น เมือง Danby เมือง Oswego เมือง Cortland ซึ่งก็อยู่ในเขตรัฐ New York ทั้งหมด
ส่วนด้านหลังบ้านก็เป็นป่าโปร่ง ซึ่งก็สามารถเดินเล่น ลัดเลาะอย่างเพลินๆ ได้ ถ้าไม่กลัวหลงป่า
และป่านี้ ก็เป็นที่อยู่อาศัยของพวกกวางจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเคยเห็นฝูงกวางเหล่านี้
เดินออกจากป่ามาหาอาหารแถวหลังบ้านเป็นประจำ เมื่อยามในป่ามีอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของมัน
บรรยากาศแถบนี้จึงเงียบสงบ อากาศดี และบริสุทธิ์ยิ่งนัก
ปกติบ้านของเราจะอยู่กัน 4 คน หนึ่งในนั้นเป็นอเมริกัน ซิติเซ่น เชื้อสายสกลนคร
แต่เวลานั้น เธอได้กลับประเทศไทยไปเพื่อพักผ่อน และมีคิวที่จะกลับมาในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า
อีก 2 คน โดนควบคุมตัวโดย จนท.ICE และหนึ่งเดียวคนนี้ จึงโดดเดี่ยวกลางบ้านป่าในแถบอเมริกาเหนือ
ข่าวการจับกุมตัวคนไทย 2 คนในเมือง Ithaca แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
คนเม้าท์กันสนั่นลั่นคุ้งน้ำ วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ จนท.ICE ว่าไม่เหมาะสม
ไม่ควรที่จะมีใครในเมืองอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ที่จะต้องถูกจับเพียงเพราะเป็นผู้อพยพ หรือ Immigrant
เพราะมีคนจำนวนหนึ่งในเมืองนี้รวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มขึ้นมา เพื่อต่อต้านนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่พยายามจะผลักดันผู้อพยพ และ
แรงงานผิดกฎหมายออกจากประเทศ พวกเขาถือว่าเมือง Ithaca เป็นเมืองที่มีผู้ทรงความรู้ มีนักศึกษา มีอาจารย์และนักวิชาการเป็นจำนวนมาก
เพราะมี 2 มหาวิทยาลัยใหญ่ตั้งอยู่ คือ Cornell University และ Ithaca College ในความเห็นของพวกเขา มันจึงเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ (Sanctuary Town)
ต้องช่วยกันปกป้องผู้อพยพจากนโยบายที่พวกเขามองว่า ไม่เห็นความเท่าเทียมกันของมนุษย์
หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น The Ithaca Voice ก็ลงข่าวคดีนี้ แม้จะไม่มีรายละเอียดมากนัก
แต่ก็ได้ใจความหลักว่า มีการจับกุมคนไทย 2 คนในเมือง โดย จนท. ICE
มีทนายความหลายคนติดต่อมาที่ร้าน เพื่อที่จะติดตามและดูแลทางด้านกฎหมายให้
สมาคม มูลนิธิต่างๆ โทรมาสอบถาม และให้กำลังใจอย่างล้นหลาม
รวมทั้ง Tompkins County Immigration Rights Coalition (TCIRC) ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวมตัวกัน
เพื่อช่วยเหลือคนต่างชาติที่ประสบปัญหาในด้านต่างๆ ที่มาอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา
โดยเบื้องต้นรู้เพียงว่า มีคนไทย 1 คน เป็นสมาชิกอยู่ในคณะทำงานของกลุ่มนี้ด้วย
วันที่โดดเดี่ยวอย่างไม่ได้ตั้งใจวันนี้ ผมไม่ได้ไปทำงานเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา
จากการพูดคุยกับผู้จัดการและเจ้าของร้าน ได้ข้อสรุปออกมาว่า
ช่วงระยะเวลานี้ ผมไม่ควรไปทำงานที่ร้าน เพราะผมอยู่ในสถานะ Overstay หรือจะเรียกเท่ห์ๆ อีกแบบว่า Robin Hood
กลิ่นกรุ่นฝุ่นตลบยังไม่จางหาย จนท.ICE จะมาอีกเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้
คราวหน้า ผมอาจจะไม่โชคดีเหมือนคราวนี้ก็ได้
ผมเห็นด้วยอย่างแรง เพราะแม้จะเชื่ออยู่บ้างว่า ฟ้าได้ลิขิตชีวิตคนไว้แล้ว
แต่ถ้าเราตั้งตนในความไม่ประมาท ก็ย่อมจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า
อีกอย่างหนึ่งนั้น การได้หยุดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็น่าจะเป็นการดี
เกือบ 7 ปีในอเมริกานั้น ผมทำงานหนักอย่างกะอุปกรณ์การเกษตร !!
ได้หยุดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ได้หายใจหายคอนิดหน่อย พรุ่งนี้ก็ต้องไปไถนาต่ออีกแล้ว
ผมเคยสนทนากับเพื่อนบางคนที่ประเทศไทย
และหล่นคำถามอันสับสน จนตนเองก็ตอบคำถามเหล่านั้นไม่ได้
“กูมาที่นี่ทำไมวะ?“
“มาทำงานหาเลี้ยงครอบครัวน่ะสิ“
“มาทำงาน แต่กลับบ้านหาลูกเมียไม่ได้เนี่ยนะ“
“กลับได้ แต่เขาไม่ให้กลับมาอีก!!“
นี่คือความแตกต่าง และความพิเศษ ที่เราได้รับจากการเป็น “Robin Hood”
อย่างไรก็ตาม ผมยอมรับมันอย่างเต็มใจ และไม่เคยแหกปากเรียกร้องอะไรจากใคร
เพราะผมสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองทั้งสิ้น
Home Alone เวอร์ชั่นไทย ดำเนินไปได้ 1 อาทิตย์
ผมไม่ได้ไปทำงานอย่างที่คุ้นเคยมาตลอดหลายปี
ไม่ได้ออกจากบ้านเลยแม้แต่ก้าวเดียว
และวันนี้ “แพน” ผู้จัดการใจดีแวะมาที่บ้าน มาส่งข้าวส่งน้ำเพื่อประทังชีวิต !!
และคอยอัพเดตสถานการณ์ให้ฟัง ว่า 2 คนนั้น ทั้งแพทและต้าร์ได้เข้าไปอยู่ในสถานควบคุม กักกันผู้ทำผิดกฎหมายคนเข้าเมือง ที่เรียกว่า Buffalo
Federal Detention Facility (BFDF) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Batavia รัฐ New York ห่างจากเมือง Buffalo ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ทางตอนเหนืออยู่ประมาณ 45 นาที
ข่าวบอกว่า เจ้าหน้าที่ในนั้นดูแลดีมาก วันๆ ไม่ต้องทำอะไร รอกินแต่ข้าว 3 มื้อ
เสื้อผ้าก็ไม่ต้องซัก มี เจ้าหน้าที่แผนกที่รับผิดชอบไปจัดการให้
มีเพื่อนๆ ให้คุยแลกเปลี่ยนเยอะแยะ เพียงแต่ไม่มีอิสระ ที่จะออกไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบเท่านั้นเอง
เดี๋ยวก็ได้ประกันตัวออกมา นั่นคือความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ได้ยิน
“พี่ไมค์เหงามั๊ยคะ? เบื่อมั๊ย? ถ้าอยากออกไปซื้อของ หรือไปที่ไหน บอกได้นะคะ เดี๋ยวแพนจะมารับค่ะ“
“ขอบคุณครับ“ ผมกล่าวขอบคุณในความมีน้ำใจของแพน ผู้จัดการร้านคนสวย ที่ต้องวิ่งวุ่นสารพัด ในการที่จะหาคนมาทำงานแทนกำลังพลที่ขาดหายไป
“รออีกสักพักนะคะ เดี๋ยวเรื่องซาๆ ก่อน ค่อยไปทำงานค่ะ“
“ครับ ไม่เป็นไร ผมโอเคดี“
“รู้สึกว่า วันอังคารหน้า พวก ICE นัดกับทางเราว่าจะมาเอาเอกสารต่างๆ ของร้านน่ะค่ะ หลังจากนั้นแล้ว คงไม่มีอะไรค่ะ โอเคนะคะ“
“ครับ“ ผมตอบสั้นๆ
แพนขับรถฝ่ากองหิมะหนา 1 นิ้วหน้าบ้านออกไปพร้อมกับความหวังว่า ทุกอย่างมันจะเรียบร้อยและดีขึ้น และทั้ง 2 คน ในศูนย์กักกันนั้นได้ประกันตัวออก
มา เพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการทางกฏหมาย และถ้า จนท.ICE มาเอาข้อมูลเอกสารเพิ่มเติมเสร็จแล้ว หลังจากนั้นก็คงไม่มีภารกิจอะไรที่จะต้องมาอีก
และผมก็ คงจะกลับมาทำงานได้อีกครั้ง
แต่การณ์...กลับไม่เป็นเช่นนั้น
เพราะฟ้า...ได้เขียนบทไว้แล้วจากเบื้องบน !!
ไอ้มนุษย์ฝรั่งพันธุ์ ICE ที่ยืนประกบติดไอ้ต้าร์เมื่อคราวก่อนนั้น มันคงเป็นเจ้ากรรมนายเวรผม ในแนวทางแบบพุทธศาสนา
มันคงบันทึกใบหน้าผมไว้ในความทรงจำ และเกิดนิมิตหมายปนความสงสัยว่า
ผมคงเป็นมนุษย์ Robin Hood แน่ๆ แม้มันจะไม่รู้จัก และไม่รู้ข้อมูลผมสักอย่าง
ไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนาม ซึ่งต่างกับกรณีของแพทและต้าร์ ที่มันมีข้อมูลทั้งหมด แม้แต่รูปภาพก็ยังมี
แต่การที่ผมเดินปาดหน้ามันไปในระยะประชิดเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนนั้น
คงทำให้มันติดตา ตรึงใจ และกระสันที่อยากจะพบผมอีกสักครั้งหนึ่ง
เพื่อพิสูจน์ว่า...มันคิดไม่ผิด ผมคือ Robin Hood ตัวสุดท้าย ที่ยังหลงเหลืออยู่ในร้าน !!
ทำให้ในวันอังคารถัดมา ที่ ICE นัดจะมาเอาเอกสารนั้น
มีการวางแผนที่จะจับกุมตัวผมในบ้านพักอีกภารกิจหนึ่งด้วย
และในเช้าวันอังคารนั้นเอง ผมก็ยังคงอยู่ในบ้านอย่างปกติสุขดี
ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ที่จะออกไปทำอะไรที่ไหน
เสบียงอาหารก็มี อินเตอร์เน็ตก็พร้อมท่องโลกได้ทุกเมื่อ เครื่องดื่ม และยาบำรุงกำลัง ก็ยังพอมีหลงเหลือ
“พี่ไมค์ วันนี้พวก ICE จะมาเอาเอกสารที่ร้าน แพนว่าพี่ไปอยู่บ้านพี่ซินดี้ก่อนมั๊ย จะได้หายเบื่อด้วย“ ข้อความทาง Line จากผู้จัดการคนสวยส่งมาถึงผม
“ก็ได้ครับ“ ผมตอบไปอย่างนั้นเอง แต่ในใจก็ไม่ได้เบื่อ หรืออยากไปที่ไหนหรอก
แต่ใจหนึ่งก็คิดว่า ออกไปก็ได้วะ บ้านพี่ซินดี้ คนทำงานในครัวคนหนึ่งนั้น อยู่ใกล้กับ Walmart, TJ Maxx และอีกเยอะแยะ ไปเดินเล่นซะหน่อยก็ดีเหมือนกัน
“โอเคค่ะ เดี๋ยวแพนไปรับ 10 โมงครึ่งนะคะ“ นั่นคือข้อความสุดท้ายที่ผมได้เห็นในวันนั้น
รถแวนสีขาวยี่ห้อ Toyota ทะเบียน New York เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้าน แล้วกลับรถหันหน้าออกไปทางถนนใหญ่
ผมมองเห็นรถจากหน้าต่างของห้อง เลยหยิบเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวจากตู้ สวมรองเท้าผ้าใบ เปิดประตูบ้าน แล้วเดินออกไปที่รถ
ผมทักทายกับผู้จัดการคนสวยตามธรรมเนียม แล้วก็เปิดประตูด้านข้างคนขับขึ้นรถ
“ปัง“ พอสิ้นเสียงปิดประตูรถผมเท่านั้น รถยนต์ 2 คัน พุ่งออกมาด้วยความรวดเร็ว จากทางไหนก็ไม่รู้
ราวกับลูอิส แฮมิลตัน แชมป์ฟอร์มูล่าวันยังไงยังงั้น แล้วจอดขวางปิดทางรถแวนของเราไว้
“ใครวะ?..สงสัย ICE ว่ะพี่“ เสียงรำพึงเบาๆ ของแพน
เราทั้งสองงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ชั่วขณะแวบเดียวที่เราตั้งสติได้
มนุษย์ฝรั่งทั้ง 5 คน ได้มายืนชิดประกบตัวเราเรียบร้อยแล้ว !!
นาทีนั้น ผมไม่คิดว่าเราจะทำอะไรได้ ทั้งการต่อสู้หรือการหนี
เรารู้ตัวเองดี ว่าเราทำผิด
การยอมจำนนตามกระบวนการของกฎหมาย น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
เราไม่ใช่อาชญากร เราไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย ไม่มีอะไรที่จะต้องเสียใจ หรือเสียดาย
ถ้าจะเสียดายก็คงแค่...เสียดายโอกาสและความอิสระบนความผิดกฎหมาย เท่านั้นเอง !!
หลังจากนี้ Buffalo Federal Detention Facility คงอ้าแขนต้อนรับผมด้วยความยินดี
แม้ผมจะไม่ใคร่ยินดีนักก็ตาม
แต่ฟ้า...ได้ลิขิตมันไว้แล้ว !!!
**********************************
เรื่องสั้นชุด. “ชีวิตต่างแดน” ตอน “เมื่อฟ้าได้ลิขิต (3)” โดย....ตุ๊กดุ๋ย เลิฟลี่
เมื่อฟ้าได้ลิขิต (3)
หลังคืนวันอันลำบากผ่านพ้นไป
ผมตื่นขึ้นมาบนความรู้สึกของความว่างเปล่า
ว่างเปล่าแม้กระทั่งคนในบ้านที่เคยอาศัยอยู่ด้วยกัน
ในเช้าที่ต้องการความอบอุ่นและกำลังใจอย่างยิ่งนั้น กลับไม่มีใครแม้แต่คนเดียว !!
เดือนมกราคมของอเมริกานั้น อยู่ในช่วงของฤดูหนาว
อากาศยังอยู่ในระดับติดลบ อุณหภูมิสูงสุดที่เห็น ไม่เคยเกิน 3 องศาเซนเซียสสักวัน
ความหนาวเย็นยะเยือกของอากาศขนาดนี้นั้น แม้ผมไม่เคยเจอที่เมืองไทย
แต่ระยะเวลาเกือบ 7 ปี ก็ทำให้ผมคุ้นเคยกับมันพอสมควร และในบ้านก็ยังมีฮีทเตอร์ช่วยบรรเทาความหนาวเย็นลงได้บ้าง
แต่เช้าวันนั้น แม้ฮีทเตอร์ 10 ตัว ก็ไม่อาจลดอุณหภูมิความหนาวในใจผมได้
ผมคิดย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า วกไปวนมา
นึกดีใจที่ตัวเองรอดจาก ICE มาได้ แต่ก็เสียใจที่เพื่อน 2 คน ทั้งแพทและต้าร์ โดนจับไป
บ้านพักของเราอยู่บนเขาในย่าน South Hill
บ้านแต่ละหลังห่างกันประมาณ 20 เมตร ไม่มีรั้วบ้านมากั้นให้เสียอารมณ์แอบมอง !!
ด้านหน้าบ้านของเราเป็นถนนสายเล็กๆ เชื่อมไปสู่เมืองอื่นๆ ในแถบนี้
เช่น เมือง Danby เมือง Oswego เมือง Cortland ซึ่งก็อยู่ในเขตรัฐ New York ทั้งหมด
ส่วนด้านหลังบ้านก็เป็นป่าโปร่ง ซึ่งก็สามารถเดินเล่น ลัดเลาะอย่างเพลินๆ ได้ ถ้าไม่กลัวหลงป่า
และป่านี้ ก็เป็นที่อยู่อาศัยของพวกกวางจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเคยเห็นฝูงกวางเหล่านี้
เดินออกจากป่ามาหาอาหารแถวหลังบ้านเป็นประจำ เมื่อยามในป่ามีอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของมัน
บรรยากาศแถบนี้จึงเงียบสงบ อากาศดี และบริสุทธิ์ยิ่งนัก
ปกติบ้านของเราจะอยู่กัน 4 คน หนึ่งในนั้นเป็นอเมริกัน ซิติเซ่น เชื้อสายสกลนคร
แต่เวลานั้น เธอได้กลับประเทศไทยไปเพื่อพักผ่อน และมีคิวที่จะกลับมาในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า
อีก 2 คน โดนควบคุมตัวโดย จนท.ICE และหนึ่งเดียวคนนี้ จึงโดดเดี่ยวกลางบ้านป่าในแถบอเมริกาเหนือ
ข่าวการจับกุมตัวคนไทย 2 คนในเมือง Ithaca แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
คนเม้าท์กันสนั่นลั่นคุ้งน้ำ วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ จนท.ICE ว่าไม่เหมาะสม
ไม่ควรที่จะมีใครในเมืองอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ที่จะต้องถูกจับเพียงเพราะเป็นผู้อพยพ หรือ Immigrant
เพราะมีคนจำนวนหนึ่งในเมืองนี้รวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มขึ้นมา เพื่อต่อต้านนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่พยายามจะผลักดันผู้อพยพ และ
แรงงานผิดกฎหมายออกจากประเทศ พวกเขาถือว่าเมือง Ithaca เป็นเมืองที่มีผู้ทรงความรู้ มีนักศึกษา มีอาจารย์และนักวิชาการเป็นจำนวนมาก
เพราะมี 2 มหาวิทยาลัยใหญ่ตั้งอยู่ คือ Cornell University และ Ithaca College ในความเห็นของพวกเขา มันจึงเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ (Sanctuary Town)
ต้องช่วยกันปกป้องผู้อพยพจากนโยบายที่พวกเขามองว่า ไม่เห็นความเท่าเทียมกันของมนุษย์
หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น The Ithaca Voice ก็ลงข่าวคดีนี้ แม้จะไม่มีรายละเอียดมากนัก
แต่ก็ได้ใจความหลักว่า มีการจับกุมคนไทย 2 คนในเมือง โดย จนท. ICE
มีทนายความหลายคนติดต่อมาที่ร้าน เพื่อที่จะติดตามและดูแลทางด้านกฎหมายให้
สมาคม มูลนิธิต่างๆ โทรมาสอบถาม และให้กำลังใจอย่างล้นหลาม
รวมทั้ง Tompkins County Immigration Rights Coalition (TCIRC) ซึ่งเป็นกลุ่มที่รวมตัวกัน
เพื่อช่วยเหลือคนต่างชาติที่ประสบปัญหาในด้านต่างๆ ที่มาอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา
โดยเบื้องต้นรู้เพียงว่า มีคนไทย 1 คน เป็นสมาชิกอยู่ในคณะทำงานของกลุ่มนี้ด้วย
วันที่โดดเดี่ยวอย่างไม่ได้ตั้งใจวันนี้ ผมไม่ได้ไปทำงานเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา
จากการพูดคุยกับผู้จัดการและเจ้าของร้าน ได้ข้อสรุปออกมาว่า
ช่วงระยะเวลานี้ ผมไม่ควรไปทำงานที่ร้าน เพราะผมอยู่ในสถานะ Overstay หรือจะเรียกเท่ห์ๆ อีกแบบว่า Robin Hood
กลิ่นกรุ่นฝุ่นตลบยังไม่จางหาย จนท.ICE จะมาอีกเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครรู้
คราวหน้า ผมอาจจะไม่โชคดีเหมือนคราวนี้ก็ได้
ผมเห็นด้วยอย่างแรง เพราะแม้จะเชื่ออยู่บ้างว่า ฟ้าได้ลิขิตชีวิตคนไว้แล้ว
แต่ถ้าเราตั้งตนในความไม่ประมาท ก็ย่อมจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า
อีกอย่างหนึ่งนั้น การได้หยุดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็น่าจะเป็นการดี
เกือบ 7 ปีในอเมริกานั้น ผมทำงานหนักอย่างกะอุปกรณ์การเกษตร !!
ได้หยุดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ได้หายใจหายคอนิดหน่อย พรุ่งนี้ก็ต้องไปไถนาต่ออีกแล้ว
ผมเคยสนทนากับเพื่อนบางคนที่ประเทศไทย
และหล่นคำถามอันสับสน จนตนเองก็ตอบคำถามเหล่านั้นไม่ได้
“กูมาที่นี่ทำไมวะ?“
“มาทำงานหาเลี้ยงครอบครัวน่ะสิ“
“มาทำงาน แต่กลับบ้านหาลูกเมียไม่ได้เนี่ยนะ“
“กลับได้ แต่เขาไม่ให้กลับมาอีก!!“
นี่คือความแตกต่าง และความพิเศษ ที่เราได้รับจากการเป็น “Robin Hood”
อย่างไรก็ตาม ผมยอมรับมันอย่างเต็มใจ และไม่เคยแหกปากเรียกร้องอะไรจากใคร
เพราะผมสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเองทั้งสิ้น
Home Alone เวอร์ชั่นไทย ดำเนินไปได้ 1 อาทิตย์
ผมไม่ได้ไปทำงานอย่างที่คุ้นเคยมาตลอดหลายปี
ไม่ได้ออกจากบ้านเลยแม้แต่ก้าวเดียว
และวันนี้ “แพน” ผู้จัดการใจดีแวะมาที่บ้าน มาส่งข้าวส่งน้ำเพื่อประทังชีวิต !!
และคอยอัพเดตสถานการณ์ให้ฟัง ว่า 2 คนนั้น ทั้งแพทและต้าร์ได้เข้าไปอยู่ในสถานควบคุม กักกันผู้ทำผิดกฎหมายคนเข้าเมือง ที่เรียกว่า Buffalo
Federal Detention Facility (BFDF) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Batavia รัฐ New York ห่างจากเมือง Buffalo ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ทางตอนเหนืออยู่ประมาณ 45 นาที
ข่าวบอกว่า เจ้าหน้าที่ในนั้นดูแลดีมาก วันๆ ไม่ต้องทำอะไร รอกินแต่ข้าว 3 มื้อ
เสื้อผ้าก็ไม่ต้องซัก มี เจ้าหน้าที่แผนกที่รับผิดชอบไปจัดการให้
มีเพื่อนๆ ให้คุยแลกเปลี่ยนเยอะแยะ เพียงแต่ไม่มีอิสระ ที่จะออกไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบเท่านั้นเอง
เดี๋ยวก็ได้ประกันตัวออกมา นั่นคือความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ได้ยิน
“พี่ไมค์เหงามั๊ยคะ? เบื่อมั๊ย? ถ้าอยากออกไปซื้อของ หรือไปที่ไหน บอกได้นะคะ เดี๋ยวแพนจะมารับค่ะ“
“ขอบคุณครับ“ ผมกล่าวขอบคุณในความมีน้ำใจของแพน ผู้จัดการร้านคนสวย ที่ต้องวิ่งวุ่นสารพัด ในการที่จะหาคนมาทำงานแทนกำลังพลที่ขาดหายไป
“รออีกสักพักนะคะ เดี๋ยวเรื่องซาๆ ก่อน ค่อยไปทำงานค่ะ“
“ครับ ไม่เป็นไร ผมโอเคดี“
“รู้สึกว่า วันอังคารหน้า พวก ICE นัดกับทางเราว่าจะมาเอาเอกสารต่างๆ ของร้านน่ะค่ะ หลังจากนั้นแล้ว คงไม่มีอะไรค่ะ โอเคนะคะ“
“ครับ“ ผมตอบสั้นๆ
แพนขับรถฝ่ากองหิมะหนา 1 นิ้วหน้าบ้านออกไปพร้อมกับความหวังว่า ทุกอย่างมันจะเรียบร้อยและดีขึ้น และทั้ง 2 คน ในศูนย์กักกันนั้นได้ประกันตัวออก
มา เพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการทางกฏหมาย และถ้า จนท.ICE มาเอาข้อมูลเอกสารเพิ่มเติมเสร็จแล้ว หลังจากนั้นก็คงไม่มีภารกิจอะไรที่จะต้องมาอีก
และผมก็ คงจะกลับมาทำงานได้อีกครั้ง
แต่การณ์...กลับไม่เป็นเช่นนั้น
เพราะฟ้า...ได้เขียนบทไว้แล้วจากเบื้องบน !!
ไอ้มนุษย์ฝรั่งพันธุ์ ICE ที่ยืนประกบติดไอ้ต้าร์เมื่อคราวก่อนนั้น มันคงเป็นเจ้ากรรมนายเวรผม ในแนวทางแบบพุทธศาสนา
มันคงบันทึกใบหน้าผมไว้ในความทรงจำ และเกิดนิมิตหมายปนความสงสัยว่า
ผมคงเป็นมนุษย์ Robin Hood แน่ๆ แม้มันจะไม่รู้จัก และไม่รู้ข้อมูลผมสักอย่าง
ไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนาม ซึ่งต่างกับกรณีของแพทและต้าร์ ที่มันมีข้อมูลทั้งหมด แม้แต่รูปภาพก็ยังมี
แต่การที่ผมเดินปาดหน้ามันไปในระยะประชิดเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนนั้น
คงทำให้มันติดตา ตรึงใจ และกระสันที่อยากจะพบผมอีกสักครั้งหนึ่ง
เพื่อพิสูจน์ว่า...มันคิดไม่ผิด ผมคือ Robin Hood ตัวสุดท้าย ที่ยังหลงเหลืออยู่ในร้าน !!
ทำให้ในวันอังคารถัดมา ที่ ICE นัดจะมาเอาเอกสารนั้น
มีการวางแผนที่จะจับกุมตัวผมในบ้านพักอีกภารกิจหนึ่งด้วย
และในเช้าวันอังคารนั้นเอง ผมก็ยังคงอยู่ในบ้านอย่างปกติสุขดี
ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ที่จะออกไปทำอะไรที่ไหน
เสบียงอาหารก็มี อินเตอร์เน็ตก็พร้อมท่องโลกได้ทุกเมื่อ เครื่องดื่ม และยาบำรุงกำลัง ก็ยังพอมีหลงเหลือ
“พี่ไมค์ วันนี้พวก ICE จะมาเอาเอกสารที่ร้าน แพนว่าพี่ไปอยู่บ้านพี่ซินดี้ก่อนมั๊ย จะได้หายเบื่อด้วย“ ข้อความทาง Line จากผู้จัดการคนสวยส่งมาถึงผม
“ก็ได้ครับ“ ผมตอบไปอย่างนั้นเอง แต่ในใจก็ไม่ได้เบื่อ หรืออยากไปที่ไหนหรอก
แต่ใจหนึ่งก็คิดว่า ออกไปก็ได้วะ บ้านพี่ซินดี้ คนทำงานในครัวคนหนึ่งนั้น อยู่ใกล้กับ Walmart, TJ Maxx และอีกเยอะแยะ ไปเดินเล่นซะหน่อยก็ดีเหมือนกัน
“โอเคค่ะ เดี๋ยวแพนไปรับ 10 โมงครึ่งนะคะ“ นั่นคือข้อความสุดท้ายที่ผมได้เห็นในวันนั้น
รถแวนสีขาวยี่ห้อ Toyota ทะเบียน New York เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้าน แล้วกลับรถหันหน้าออกไปทางถนนใหญ่
ผมมองเห็นรถจากหน้าต่างของห้อง เลยหยิบเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวจากตู้ สวมรองเท้าผ้าใบ เปิดประตูบ้าน แล้วเดินออกไปที่รถ
ผมทักทายกับผู้จัดการคนสวยตามธรรมเนียม แล้วก็เปิดประตูด้านข้างคนขับขึ้นรถ
“ปัง“ พอสิ้นเสียงปิดประตูรถผมเท่านั้น รถยนต์ 2 คัน พุ่งออกมาด้วยความรวดเร็ว จากทางไหนก็ไม่รู้
ราวกับลูอิส แฮมิลตัน แชมป์ฟอร์มูล่าวันยังไงยังงั้น แล้วจอดขวางปิดทางรถแวนของเราไว้
“ใครวะ?..สงสัย ICE ว่ะพี่“ เสียงรำพึงเบาๆ ของแพน
เราทั้งสองงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ชั่วขณะแวบเดียวที่เราตั้งสติได้
มนุษย์ฝรั่งทั้ง 5 คน ได้มายืนชิดประกบตัวเราเรียบร้อยแล้ว !!
นาทีนั้น ผมไม่คิดว่าเราจะทำอะไรได้ ทั้งการต่อสู้หรือการหนี
เรารู้ตัวเองดี ว่าเราทำผิด
การยอมจำนนตามกระบวนการของกฎหมาย น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
เราไม่ใช่อาชญากร เราไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย ไม่มีอะไรที่จะต้องเสียใจ หรือเสียดาย
ถ้าจะเสียดายก็คงแค่...เสียดายโอกาสและความอิสระบนความผิดกฎหมาย เท่านั้นเอง !!
หลังจากนี้ Buffalo Federal Detention Facility คงอ้าแขนต้อนรับผมด้วยความยินดี
แม้ผมจะไม่ใคร่ยินดีนักก็ตาม
แต่ฟ้า...ได้ลิขิตมันไว้แล้ว !!!
**********************************