อณาจักรไอที from CIO กากๆ
ตอนที่ 1 ความตั้งใจแรก
ความยากของเด็กไอทีคนหนึ่ง ที่ต้องการจะถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานตลอดช่วงระยะเวลา 20 กว่าปี ออกมาเป็นเรื่องราวที่ชวนติดตาม น่าอ่าน ไม่น่าเบื่อ แฝงด้วยความรู้ เทคนิคการแก้ปัญหา และทำให้คนอ่านไม่ว่าจะอยู่ในวงการนี้หรือนอกวงการเข้าใจในสิ่งที่ต้องการสื่อสารไปนั้นดูเป็นเรื่องยาก แต่ก็จะพยายามทำ storytelling นี้ให้ดีที่สุด…โดยจะแบ่งเป็นตอนๆ
พลังลบสู่พลังบวก
"คุณไม่เหมาะกับงานนี้ครับ เพราะคุณขายคอมพิเตอร์ไม่เป็น" เป็นบทสรุปกับการสัมภาษณ์งานครั้งแรกของผมกับบริษัทขายคอมพิวเตอร์ บริษัทคอมพิวเตอร์เช่าห้องแถว 3 ชั้น เก่าๆ ย่านคลองสาน หลังจากเรียนจบ ปวช.การขาย จริงๆอยากจะบอกว่าผมหน้าตาไม่หล่อแต่เขาไม่กล้าพูดตรงๆ หรือเปล่า 55 ยังๆยังไม่หยุด เป็นเพราะเรายังไม่เข้าใจจริงๆนะแระไม่ว่าทั้งงานขายและคอมพิวเตอร์ ..ตอนนั้นคิดว่าไปทอดกล้วยแขกขายคงไม่ต้องใช้ความรู้ไรมาก 55
เอาวะลุยไปก่อนอย่าท้อๆ
สกิลแถมาก่อนสกิลขาย
เรียนแต่ทฤษฏี 4p 5p 7p ถ้าในหลักสูตรมีฝึกขายของเป็นภาคปฏิบัติคงดีมาก ยิ่งถ้ามีขายของเฉพาะทางจะดียิ่งกว่า ถึงแม้ว่าบางคนจะบอกว่าพื้นทางการขายเดียวกันก็ตาม ฝากถึงคนออกหลักสูตรอาชีวะบ้านเราถ้าอยากขายสินค้าเก่งเหมือนพวก สิงคโป มาเล ควรจะเปลี่ยนหลักสูตรการขาย 3 ใน 4 ส่วน ให้เป็นแบบ open ให้สถาบันการศึกษาและไป due กับ vender ในไทยมาเป็นเทรนเนอร์ กำหนดหลักสูตรเฉพาะทางตามที่ถนัด สมมุติว่าจะขายอุปกรณ์ไอที ก็เจาะไปเลย hardware software network ให้ได้ 3 สกิลนี้นะ บางคนคิดว่ามันก็เป็นสินค้าไอทีนี่หว่าทำไมต้องแยกหละ จะบอกว่า detail แตกต่างกันสิ้นเชิงกลุ่มตลาดก็คนละกลุ่ม ถ้าปูพื้น ปวช ปวส ดีๆ คนไทยจะมีคนขายอุปกรณ์เหล่านี้อย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่เอาเซลแต่งตัวดีเหมือนหลุดออกจากแคตตาล็อคอย่างเดียวมาขาย แต่พอถามลงรายละเอียดก็ไปเรียกเทคนิคอลเซลมาตอบซึ่งบ้านเราพวก si ก็ชอบใช้โมเดลนี้ทำธุรกิจแทนที่จะต้องจ้าง 1 คน แต่ต้องจ้าง 2 คน ลองคิดว่าถ้าจะขาย hw/sf/network ต้องใช้คนเยอะแค่ไหน... แต่ทุกวันนี้สถาบันการศึกษาก็เสียเวลาไปกับการทำมาตรฐานสาระพัด ส. 50% ล่ารางวัลอีก 20% หมดไปกับเรื่องนี้.. บ้าไปแล้ว เด็กจบมา คุณภาพต่ำเตี้ยเรี่ยดินเหมือนผมจบปวช.มาใหม่ๆ ไปสมัครงานแล้วเขาไม่รับนะแระ..สุดท้ายแทนที่จะขายเป็นก็กลายเป็นแถแทน..ฮา..
เจอกันในตอนต่อไปนะจะ
...CIO กากๆ...
อณาจักรไอที ตอนที่ 1 ความตั้งใจแรก
ตอนที่ 1 ความตั้งใจแรก
ความยากของเด็กไอทีคนหนึ่ง ที่ต้องการจะถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานตลอดช่วงระยะเวลา 20 กว่าปี ออกมาเป็นเรื่องราวที่ชวนติดตาม น่าอ่าน ไม่น่าเบื่อ แฝงด้วยความรู้ เทคนิคการแก้ปัญหา และทำให้คนอ่านไม่ว่าจะอยู่ในวงการนี้หรือนอกวงการเข้าใจในสิ่งที่ต้องการสื่อสารไปนั้นดูเป็นเรื่องยาก แต่ก็จะพยายามทำ storytelling นี้ให้ดีที่สุด…โดยจะแบ่งเป็นตอนๆ
พลังลบสู่พลังบวก
"คุณไม่เหมาะกับงานนี้ครับ เพราะคุณขายคอมพิเตอร์ไม่เป็น" เป็นบทสรุปกับการสัมภาษณ์งานครั้งแรกของผมกับบริษัทขายคอมพิวเตอร์ บริษัทคอมพิวเตอร์เช่าห้องแถว 3 ชั้น เก่าๆ ย่านคลองสาน หลังจากเรียนจบ ปวช.การขาย จริงๆอยากจะบอกว่าผมหน้าตาไม่หล่อแต่เขาไม่กล้าพูดตรงๆ หรือเปล่า 55 ยังๆยังไม่หยุด เป็นเพราะเรายังไม่เข้าใจจริงๆนะแระไม่ว่าทั้งงานขายและคอมพิวเตอร์ ..ตอนนั้นคิดว่าไปทอดกล้วยแขกขายคงไม่ต้องใช้ความรู้ไรมาก 55
เอาวะลุยไปก่อนอย่าท้อๆ
สกิลแถมาก่อนสกิลขาย
เรียนแต่ทฤษฏี 4p 5p 7p ถ้าในหลักสูตรมีฝึกขายของเป็นภาคปฏิบัติคงดีมาก ยิ่งถ้ามีขายของเฉพาะทางจะดียิ่งกว่า ถึงแม้ว่าบางคนจะบอกว่าพื้นทางการขายเดียวกันก็ตาม ฝากถึงคนออกหลักสูตรอาชีวะบ้านเราถ้าอยากขายสินค้าเก่งเหมือนพวก สิงคโป มาเล ควรจะเปลี่ยนหลักสูตรการขาย 3 ใน 4 ส่วน ให้เป็นแบบ open ให้สถาบันการศึกษาและไป due กับ vender ในไทยมาเป็นเทรนเนอร์ กำหนดหลักสูตรเฉพาะทางตามที่ถนัด สมมุติว่าจะขายอุปกรณ์ไอที ก็เจาะไปเลย hardware software network ให้ได้ 3 สกิลนี้นะ บางคนคิดว่ามันก็เป็นสินค้าไอทีนี่หว่าทำไมต้องแยกหละ จะบอกว่า detail แตกต่างกันสิ้นเชิงกลุ่มตลาดก็คนละกลุ่ม ถ้าปูพื้น ปวช ปวส ดีๆ คนไทยจะมีคนขายอุปกรณ์เหล่านี้อย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่เอาเซลแต่งตัวดีเหมือนหลุดออกจากแคตตาล็อคอย่างเดียวมาขาย แต่พอถามลงรายละเอียดก็ไปเรียกเทคนิคอลเซลมาตอบซึ่งบ้านเราพวก si ก็ชอบใช้โมเดลนี้ทำธุรกิจแทนที่จะต้องจ้าง 1 คน แต่ต้องจ้าง 2 คน ลองคิดว่าถ้าจะขาย hw/sf/network ต้องใช้คนเยอะแค่ไหน... แต่ทุกวันนี้สถาบันการศึกษาก็เสียเวลาไปกับการทำมาตรฐานสาระพัด ส. 50% ล่ารางวัลอีก 20% หมดไปกับเรื่องนี้.. บ้าไปแล้ว เด็กจบมา คุณภาพต่ำเตี้ยเรี่ยดินเหมือนผมจบปวช.มาใหม่ๆ ไปสมัครงานแล้วเขาไม่รับนะแระ..สุดท้ายแทนที่จะขายเป็นก็กลายเป็นแถแทน..ฮา..
เจอกันในตอนต่อไปนะจะ
...CIO กากๆ...