เรื่องราวก่อนหน้านี้ค่ะ
https://pantip.com/topic/38892964

หลังจากเดินขึ้นลงๆ มา 4 วันเต็มๆ ก็เริ่มหาจังหวะการเดิน การหายใจของตัวเองได้บ้างแล้วค่ะ
ต้องเหนื่อยแค่ไหนจึงหยุด จะไปได้อีกเท่าไหร่ต้องหยุด ต้องคอยสังเกตตัวเอง
เพราะนอกจากความสูงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ยังเจอแดด เจอฝน เจอหนาว เจอหิมะเข้าไปอีก
(แต่กระนั้นก็ยังชอบเดินตากฝนไม่ใส่เสื้อกันฝนเหมือนเดิม ชอบฝนตก)
เวลาเดินก็นับ 1 ถึง 100 แล้วเริ่มใหม่ ถ้าทางชันทางเนินนับ 1 ถึง 10 ก็พอ
บอกตัวเองว่า ต้องระวังให้มากๆ ต้องไม่ท้องเสีย ไม่ป่วย ไม่บาดเจ็บ กินให้ได้ นอนให้หลับ
แต่กินให้ได้นี่...หลังจากกินยาแก้ท้องเสียไปเมื่อวาน ก็เริ่มกินอะไรไม่ได้ เหมือนร่างกายเริ่มแอนตี้ของกิน (อร่อยสุดคือแอปเปิ้ลกับทับทิมหลังอาหารเย็น)
นอนให้หลับนี่...นอนไม่ค่อยหลับตั้งแต่คืนแรกแล้ว งงมากๆ ที่นอนก็ดี ผ้าห่มก็อุ่น แต่หลับๆ ตื่นๆ ตลอดคืน
ยิ่งสูงยิ่งหนาวกลางคืนตอนนอนยิ่งหายใจลำบาก
อาการปวดหัวเลยเกิดขึ้นในทุกๆ เช้า การูจะคอยมาถามว่าปวดตรงไหน ปวดยังงัย ผิดปกติมั้ย
สิ่งที่กลัวก็คือ AMS (Acute Mountain Sickness) ค่ะ ซึ่งอาการทั่วไปคือ ปวดหัว นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย...นั่นงัย เข้าข่ายทุกข้อ
คุยกันว่า ยังงัยก็ตาม ต้องมีชีวิตรอดกลับบ้านเรา เพราะยังมีอีกหลายที่ที่อยากไปแล้วยังไม่ได้ไป ถ้าเป็น AMS นี่ต้องได้รีบลงแน่นอน
...แล้วถ้ามีใครป่วยเราจะทำยังงัย? น้องจอยถามขึ้นในเย็นวันหนึ่ง
...ก็ต้องเดินลงคนเดียวหล่ะจอย ถ้าจอยอยากมีเพื่อนเดินลง จอยต้องมากับแฟนนะ...นั่น ไปแซวเขาอีก
หารู้ไม่ ถ้าจะมีใครต้องลงก่อนก็อิป้านี่แหละ
สิ่งที่ต้องทำระหว่างเดินคือต้องจิบน้ำบ่อยๆ ให้ได้วันละอย่างน้อย 2 ลิตร กินน้ำอุ่นได้ยิ่งดี
น้ำขวดจะแพงตามความสูงเริ่มจาก 80 รูปีที่ลุกลา จนมากกว่า 300 เมื่อสูงขึ้นไป น้ำร้อนจะแพงกว่าเยอะ
ต้องซื้อน้ำขวดทุกวันเพราะไม่ค่อยมีที่ให้เติมน้ำ (แต่ไกด์และลูกหาบเขาก็มีที่เติมกันนะ)
มาเดินต่อค่ะ มาลุ้นกันว่าคำดั้วจะเดินถึงมั้ย ^__^
Everest Base Camp & Cho La Pass & Gokyo Lake : แค่เดินต่อไป...ยังไงก็ถึง (ต่อ)
https://pantip.com/topic/38892964
หลังจากเดินขึ้นลงๆ มา 4 วันเต็มๆ ก็เริ่มหาจังหวะการเดิน การหายใจของตัวเองได้บ้างแล้วค่ะ
ต้องเหนื่อยแค่ไหนจึงหยุด จะไปได้อีกเท่าไหร่ต้องหยุด ต้องคอยสังเกตตัวเอง
เพราะนอกจากความสูงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ยังเจอแดด เจอฝน เจอหนาว เจอหิมะเข้าไปอีก
(แต่กระนั้นก็ยังชอบเดินตากฝนไม่ใส่เสื้อกันฝนเหมือนเดิม ชอบฝนตก)
เวลาเดินก็นับ 1 ถึง 100 แล้วเริ่มใหม่ ถ้าทางชันทางเนินนับ 1 ถึง 10 ก็พอ
บอกตัวเองว่า ต้องระวังให้มากๆ ต้องไม่ท้องเสีย ไม่ป่วย ไม่บาดเจ็บ กินให้ได้ นอนให้หลับ
แต่กินให้ได้นี่...หลังจากกินยาแก้ท้องเสียไปเมื่อวาน ก็เริ่มกินอะไรไม่ได้ เหมือนร่างกายเริ่มแอนตี้ของกิน (อร่อยสุดคือแอปเปิ้ลกับทับทิมหลังอาหารเย็น)
นอนให้หลับนี่...นอนไม่ค่อยหลับตั้งแต่คืนแรกแล้ว งงมากๆ ที่นอนก็ดี ผ้าห่มก็อุ่น แต่หลับๆ ตื่นๆ ตลอดคืน
ยิ่งสูงยิ่งหนาวกลางคืนตอนนอนยิ่งหายใจลำบาก
อาการปวดหัวเลยเกิดขึ้นในทุกๆ เช้า การูจะคอยมาถามว่าปวดตรงไหน ปวดยังงัย ผิดปกติมั้ย
สิ่งที่กลัวก็คือ AMS (Acute Mountain Sickness) ค่ะ ซึ่งอาการทั่วไปคือ ปวดหัว นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย...นั่นงัย เข้าข่ายทุกข้อ
คุยกันว่า ยังงัยก็ตาม ต้องมีชีวิตรอดกลับบ้านเรา เพราะยังมีอีกหลายที่ที่อยากไปแล้วยังไม่ได้ไป ถ้าเป็น AMS นี่ต้องได้รีบลงแน่นอน
...แล้วถ้ามีใครป่วยเราจะทำยังงัย? น้องจอยถามขึ้นในเย็นวันหนึ่ง
...ก็ต้องเดินลงคนเดียวหล่ะจอย ถ้าจอยอยากมีเพื่อนเดินลง จอยต้องมากับแฟนนะ...นั่น ไปแซวเขาอีก
หารู้ไม่ ถ้าจะมีใครต้องลงก่อนก็อิป้านี่แหละ
สิ่งที่ต้องทำระหว่างเดินคือต้องจิบน้ำบ่อยๆ ให้ได้วันละอย่างน้อย 2 ลิตร กินน้ำอุ่นได้ยิ่งดี
น้ำขวดจะแพงตามความสูงเริ่มจาก 80 รูปีที่ลุกลา จนมากกว่า 300 เมื่อสูงขึ้นไป น้ำร้อนจะแพงกว่าเยอะ
ต้องซื้อน้ำขวดทุกวันเพราะไม่ค่อยมีที่ให้เติมน้ำ (แต่ไกด์และลูกหาบเขาก็มีที่เติมกันนะ)
มาเดินต่อค่ะ มาลุ้นกันว่าคำดั้วจะเดินถึงมั้ย ^__^