ทำไมพระพุทธเจ้าถึงยังมีการยิ้มอยู่ครับ

เห็นเวลาที่พระพุทธเจ้าพบอะไรที่พิเศษจะมีการยิ้ม/แย้มพระสรวลอยู่หลายครั้ง เช่น เวลาที่เจอกับเปรตตนหนึ่ง พระพุทธเจ้ายิ้ม สาวกจึงถามว่ายิ้มเพราะอะไร พระพุทธเจ้าจึงเล่าถึงบุพกรรมบองเปรตตนนั้น และมีอีกหลายครั้ง ผมสงสัยว่าพระพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์แล้ว เวลาที่พบสิ่งต่างๆน่าจะมีแต่อุเบกขาเวทนา เหตุใดจึงยังมีการยิ้มเหมือนว่าเสวยสุขเวทนาอยู่ครับ(การยิ้มเป็นเหมือนการแสดงออกถึงความพึงพอใจที่ออกมาทางกายอย่างหนึ่ง) แล้วถ้ายิ้มเพราะเป็นสัญลักษณ์ให้ภิกษุทั้งหลายสงสัย เหตุใดจึงไม่ตรัสสอนไปแต่แรกเลยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ปล. พบว่ากระทู้ข้างบนผิดนิดหน่อยคือพระพุทธเจ้าไม่ได้ยิ้มตอนเจอเปรต คนที่ยิ้มคือพระโมคลัลลานะ ส่วนเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้ายิ้มก็เช่นใน มฆเทวสูตร ภเวสิสูตร 
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
เวลาที่เจอกับเปรตตนหนึ่ง พระพุทธเจ้ายิ้ม....  น่าจะเป็นพระโมคคัลานะ http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=20&p=6  คือท่านพบเปรตที่เขาคิชกูฏ พระลักขณเถระถามเหตุแห่งการยิ้ม ฯลฯ โปรดอ่านที่ลิ้งค์ที่ให้มาในย่อหน้านี้

เรื่องยิ้มของพระอริยบุคคล http://www.madchima.org/forum/index.php?topic=5349.0;wap2

เรื่องความยินดีของพระพุทธเจ้าที่เคยฟังมาก็มีเหมือนกัน น่าจะกรณีเมื่อสาวกได้บรรลุคุณธรรมขั้นใดขั้นหนึ่งแล้ว (จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไรบ้าง ยังไม่ได้หาลิ้งค์มาให้) ที่มีถาม ๆ กันในกระทู้พันทิป ก็เช่น https://pantip.com/topic/37946574

ถ้ายิ้มเพราะเป็นสัญลักษณ์ให้ภิกษุทั้งหลายสงสัย เหตุใดจึงไม่ตรัสสอนไปแต่แรกเลยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ ........ ถ้าเป็นเรื่องตามลิ้งค์ที่ให้มาก็เป็นอันตกไป เพราะไม่ใช่ ส่วนเรื่องการสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ได้มีแบบเดียวตายตัวว่าต้องสอนไปตั้งแต่แรกเลย วิธีการสอนของพระพุทธเจ้ามีอีกมาก  ที่ลงเว็บกันก็จะมี https://www.baanjomyut.com/library_2/extension-3/buddhist_truth/05.html  คือไม่ได้มีวิธีบรรยายแต่เพียงอย่างเดียว

พระอรหันต์ท่านก็ยิ้ม ดูหสิตุปปาทจิต ๓ ที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัสสเวทนา  http://www.84000.org/tipitaka/dic/d_item.php?i=356 ไม่ใช่ยิ้มที่เกิดจากความพึงพอใจที่แสดงออกทางกาย (พอใจก็ไม่จำเป็นต้องยิ้ม ไม่ใช่หรือครับ)  แล้วหสิตุปปาทะ เป็นจิตชาติกริยา อารมณ์เป็นโสมนัสเวทนา แต่เป็นอเหตุกกริยาจิต 3 (จิตที่เป็นเพียงกิริยา ไม่มีสัมปยุตตเหตุ — rootless functional consc)
                      1. อุเปกฺขาสหคตํ ปญฺจทฺวาราวชฺชนํ
                      2. อุเปกฺขาสหคตํ มโนทฺวาราวชฺชนํ
                      3. โสมนสฺสสหคตํ หสิตุปฺปาทจิตฺตํ  ..... ถ้าทราบเรื่อง อเหตุ (ไม่มีเหตุ (โลภะ โทสะ โมหะ อโลภะ อโทสะ อโมหะ)) กับเรื่องกริยาจิตบ้าง ก็พอจะเข้าใจได้ว่าพระอรหันต์ไม่ได้ยิ้มเพราะเหตุ (เห ตุ ที่ไม่ใช่เหตุ (เรื่องในภาษไทย))  เรื่องที่ว่าพระอรหันต์ท่านจะมีแต่อุเบกขาเวทนาอย่างเดียว ไม่มีโสมนัสเลยก็ไม่ใช่ แต่เวทนาของท่านคือกริยาจิต (วันนี้ถ้ายังไม่เข้าใจไม่เป็นไรครับ ถ้ายังสนใจศึกษา ฟังไปเรื่อยก็เข้าใจได้ หรือจะฮึดขนาดไปศึกษาพระอภิธรรมมัตถสังหคะ ปริจเฉท 1 เรื่องจิตก็ได้)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่