คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 9
1. มีบางทฤษฎีว่ามันอาจจะเป็นเพียงการแสดงออกของยีน ตามเงื่อนไข
ยีนเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องแสดงออกเหมือนกันเสมอไปนะครับ
ยกตัวอย่างเช่น ยีนเดียวกันนี้ สมัยที่มารดามีความเครียดสูง หรือขาดอาหาร อาจจะทำให้เด็กในท้องที่มียีนนี้ตอนแม่ตั้งครรภ์ ออกมาเป็นคนที่มีความสามารถในการล่าสัตว์ (สังเกตุเก่ง ฯลฯ) ก็ได้ แต่ยีนเดียวกัน ถ้าเกิดเด็กมีในแม่ที่สมบูรณ์ นั่งๆนอนๆบ่อย อาจจะได้ลูกที่มีรสนิยมทางเพศเบี่ยงเบน ก็ได้
2. การแสดงออกของยีน ไม่ได้เกิดจากยีนหนึ่งยีนเสมอไป
ว่าง่ายๆ มันเกิดจาก combination ดังนั้นมันไม่ได้มีทางหายไปง่ายๆ เพราะคุณต้องบังเอิญ มียีนบางตัวมาจากพ่อ และบังเอิญมียีนบางตัวมาจากแม่ ... ไม่ใช่แค่หนึ่งคู่เหมือนยีนเด่นยีนด้อยนะครับ หมายถึงต้องบังเอิญหลายๆคู่ลงล็อคพอดี ถึงจะออกมาเบี่ยงเบนทางเพศ
เหมือนโรคกระเพาะนี่แหละครับ มันไม่ได้มีสาเหตุเดียว
3. บางทฤษฎีก็บอกว่าการมีสมาชิกที่ไม่สืบพันธุ์บ้าง กลับเป็นผลดีต่อกลุ่ม เพราะจะมีสมาชิกที่ช่วยตัวเมียดูแลลูก และไม่เกิดการแย่งชิงตัวเมีย เพิ่มความสงบและมั่นคงในกลุ่ม
ป.ล. คนที่คิดว่าการเบี่ยงเบนทางเพศ เป็นการ"เลือก"จะเป็น เลิกคิดซะนะครับ มันดูถูกเค้ามากเลย
ถ้าคุณคิดแบบนั้น คุณลองถามตัวเองดุนะครับ ว่าคุณได้"เลือก"จะไม่ชอบเพศเดียวกันหรือเปล่า
คุณตื่นมาแต่ละวัน คุณ"เลือก"ไหมครับว่า "จะชอบเพศเดียวกันดีไหมน้า ... อืม ตัดสินใจละ ไม่ดีกว่า ชอบเพศตรงข้ามนี่แหละ"
คุณก็ไม่ได้ทำ คุณไม่ได้เลือก แล้วทำไมคุณกลับกล้าไปคิดว่าคนที่เขาเบี่ยงเบนนี่เขา"เลือก"จะชอบเพศเดียวกันทั้งๆที่สังคมแอนตี้ขนาดนั้น
แนวคิดที่ว่า"เค้าเลือกเป็นเกย์เอง"นี่แหละครับ เป็นแนวคิดที่พวกเหยียดเพศใช้เพื่อหาเหตุผลให้ตัวเองในการกีดกันเพศที่สาม
"ก็เลือกเป็นเองนิ่ ถ้าไม่อยากโดนกีดกัน ก็เลิกเป็นสิ"
เป็นแนวคิดที่ลองส่องกระจกดูนะครับ ว่าตัวเองคิดได้ยังไง
ยีนเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องแสดงออกเหมือนกันเสมอไปนะครับ
ยกตัวอย่างเช่น ยีนเดียวกันนี้ สมัยที่มารดามีความเครียดสูง หรือขาดอาหาร อาจจะทำให้เด็กในท้องที่มียีนนี้ตอนแม่ตั้งครรภ์ ออกมาเป็นคนที่มีความสามารถในการล่าสัตว์ (สังเกตุเก่ง ฯลฯ) ก็ได้ แต่ยีนเดียวกัน ถ้าเกิดเด็กมีในแม่ที่สมบูรณ์ นั่งๆนอนๆบ่อย อาจจะได้ลูกที่มีรสนิยมทางเพศเบี่ยงเบน ก็ได้
2. การแสดงออกของยีน ไม่ได้เกิดจากยีนหนึ่งยีนเสมอไป
ว่าง่ายๆ มันเกิดจาก combination ดังนั้นมันไม่ได้มีทางหายไปง่ายๆ เพราะคุณต้องบังเอิญ มียีนบางตัวมาจากพ่อ และบังเอิญมียีนบางตัวมาจากแม่ ... ไม่ใช่แค่หนึ่งคู่เหมือนยีนเด่นยีนด้อยนะครับ หมายถึงต้องบังเอิญหลายๆคู่ลงล็อคพอดี ถึงจะออกมาเบี่ยงเบนทางเพศ
เหมือนโรคกระเพาะนี่แหละครับ มันไม่ได้มีสาเหตุเดียว
3. บางทฤษฎีก็บอกว่าการมีสมาชิกที่ไม่สืบพันธุ์บ้าง กลับเป็นผลดีต่อกลุ่ม เพราะจะมีสมาชิกที่ช่วยตัวเมียดูแลลูก และไม่เกิดการแย่งชิงตัวเมีย เพิ่มความสงบและมั่นคงในกลุ่ม
ป.ล. คนที่คิดว่าการเบี่ยงเบนทางเพศ เป็นการ"เลือก"จะเป็น เลิกคิดซะนะครับ มันดูถูกเค้ามากเลย
ถ้าคุณคิดแบบนั้น คุณลองถามตัวเองดุนะครับ ว่าคุณได้"เลือก"จะไม่ชอบเพศเดียวกันหรือเปล่า
คุณตื่นมาแต่ละวัน คุณ"เลือก"ไหมครับว่า "จะชอบเพศเดียวกันดีไหมน้า ... อืม ตัดสินใจละ ไม่ดีกว่า ชอบเพศตรงข้ามนี่แหละ"
คุณก็ไม่ได้ทำ คุณไม่ได้เลือก แล้วทำไมคุณกลับกล้าไปคิดว่าคนที่เขาเบี่ยงเบนนี่เขา"เลือก"จะชอบเพศเดียวกันทั้งๆที่สังคมแอนตี้ขนาดนั้น
แนวคิดที่ว่า"เค้าเลือกเป็นเกย์เอง"นี่แหละครับ เป็นแนวคิดที่พวกเหยียดเพศใช้เพื่อหาเหตุผลให้ตัวเองในการกีดกันเพศที่สาม
"ก็เลือกเป็นเองนิ่ ถ้าไม่อยากโดนกีดกัน ก็เลิกเป็นสิ"
เป็นแนวคิดที่ลองส่องกระจกดูนะครับ ว่าตัวเองคิดได้ยังไง
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ชีววิทยา
ทฤษฎีการคัดสรรธรรมชาติของดาร์วินจะอธิบายเรื่องคนรักร่วมเพศได้อย่างไร เพราะควรจะหายไปแล้วเพราะไม่มีบุตรสืบต่อ