ฮันนีแบดเจอร์รอดตายจากพิษงูได้ แม้จะโดนกัดจนสลบไปหลายชั่วโมง แต่มันก็ฟื้นขึ้นมากินงูตัวนั้นต่อหน้าตาเฉย!...
ฮันนีแบดเจอร์ (Honey badger) ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสัตว์ที่ทรหด ดุดันไม่เกรงใจใคร ที่สุดในธรรมชาติ
โดยเฉพาะเวลาที่ต้องปะทะกับงูพิษร้ายแรง
.
หากมันพลาดท่าถูกกัดจนพิษแล่นเข้าสู่ร่างกาย มันก็อาจจะล้มพับและสลบเหมือดไปเหมือนตุย
แต่เชื่อไหมว่าผ่านไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง ร่างกายของมันจะฟื้นตัว ลุกขึ้นมาหน้าตาเฉย แถมยังหันไปจัดการกินงูตัวที่เพิ่งกัดมันต่อจนหมดเกลี้ยง!
.
ความอึดของเจ้าฮันนีแบดเจอร์นี้มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อยู่ ในปี 2015 ทีมนักชีววิทยาเชิงวิวัฒนาการนำโดย ดาเนียล ดราเบก (Danielle Drabeck) ได้ค้นพบความลับนี้ว่า กล้ามเนื้อและระบบประสาทของฮันนีแบดเจอร์มีการกลายพันธุ์ตรงจุดรับสัญญาณที่เรียกว่า
ตัวรับนิโคตินิกอะเซทิลโคลีน (Nicotinic acetylcholine receptors)
ซึ่งตามปกติแล้ว พิษทำลายระบบประสาท (Neurotoxins) ของงูจะใช้วิธีพุ่งเป้าไปจับกับตัวรับเหล่านี้เพื่อทำให้เหยื่อเป็นอัมพาตและขาดใจตาย
.
ทว่าการกลายพันธุ์นี้ได้เปลี่ยนรูปร่างตัวรับของฮันนีแบดเจอร์ไปจากเดิม เปรียบง่ายๆ ก็เหมือนกับ "แม่กุญแจ"
ที่ถูกเปลี่ยนรูปทรงของช่องเสียบ ทำให้โมเลกุลพิษงูที่เป็นเหมือน "ลูกกุญแจ"
เสียบไม่เข้าและเกาะไม่ติด เมื่อพิษโจมตีระบบประสาทไม่สำเร็จ ร่างกายของมันจึงมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ
และซื้อเวลาให้ร่างกายค่อยๆ สลายพิษออกจากระบบเลือดไปเอง
.
ที่น่าสนใจคือ กลไกการเอาตัวรอดแบบนี้ไม่ได้มีแค่ในฮันนีแบดเจอร์เท่านั้น แต่ยังพบได้ในสัตว์กินงูชนิดอื่นๆ
เช่น พังพอน (Mongoose) และ เม่น (Hedgehog) อีกด้วย ในทางวิทยาศาสตร์เราเรียกปรากฏการณ์ที่สัตว์ต่างสายพันธุ์บังเอิญวิวัฒนาการมามีกลไกคล้ายกันเพื่อแก้ปัญหาเดียวกันแบบนี้ว่า วิวัฒนาการแบบเบนเข้า (Convergent evolution)
ซึ่งทั้งหมดนี้คือสุดยอดผลลัพธ์ของการดิ้นรนเอาชีวิตรอดที่ธรรมชาติได้คัดสรรมาอย่างยาวนาน
.
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Drabeck, D. H., Dean, A. M., and Jansa, S. A. "Why the honey badger don't care: Convergent evolution of venom-targeted nicotinic acetylcholine receptors in mammals that survive venomous snake bites." Toxicon, 2015. DOI: 10.1016/j.toxicon.2015.03.007
SCIWAYS
ฮันนีแบดเจอร์รอดตายจากพิษงูได้ แม้จะโดนกัดจนสลบไปหลายชั่วโมง แต่มันก็ฟื้นขึ้นมากินงูตัวนั้นต่อหน้าตาเฉย!
ฮันนีแบดเจอร์รอดตายจากพิษงูได้ แม้จะโดนกัดจนสลบไปหลายชั่วโมง แต่มันก็ฟื้นขึ้นมากินงูตัวนั้นต่อหน้าตาเฉย!...
ฮันนีแบดเจอร์ (Honey badger) ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสัตว์ที่ทรหด ดุดันไม่เกรงใจใคร ที่สุดในธรรมชาติ
โดยเฉพาะเวลาที่ต้องปะทะกับงูพิษร้ายแรง
.
หากมันพลาดท่าถูกกัดจนพิษแล่นเข้าสู่ร่างกาย มันก็อาจจะล้มพับและสลบเหมือดไปเหมือนตุย
แต่เชื่อไหมว่าผ่านไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง ร่างกายของมันจะฟื้นตัว ลุกขึ้นมาหน้าตาเฉย แถมยังหันไปจัดการกินงูตัวที่เพิ่งกัดมันต่อจนหมดเกลี้ยง!
.
ความอึดของเจ้าฮันนีแบดเจอร์นี้มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อยู่ ในปี 2015 ทีมนักชีววิทยาเชิงวิวัฒนาการนำโดย ดาเนียล ดราเบก (Danielle Drabeck) ได้ค้นพบความลับนี้ว่า กล้ามเนื้อและระบบประสาทของฮันนีแบดเจอร์มีการกลายพันธุ์ตรงจุดรับสัญญาณที่เรียกว่า
ตัวรับนิโคตินิกอะเซทิลโคลีน (Nicotinic acetylcholine receptors)
ซึ่งตามปกติแล้ว พิษทำลายระบบประสาท (Neurotoxins) ของงูจะใช้วิธีพุ่งเป้าไปจับกับตัวรับเหล่านี้เพื่อทำให้เหยื่อเป็นอัมพาตและขาดใจตาย
.
ทว่าการกลายพันธุ์นี้ได้เปลี่ยนรูปร่างตัวรับของฮันนีแบดเจอร์ไปจากเดิม เปรียบง่ายๆ ก็เหมือนกับ "แม่กุญแจ"
ที่ถูกเปลี่ยนรูปทรงของช่องเสียบ ทำให้โมเลกุลพิษงูที่เป็นเหมือน "ลูกกุญแจ"
เสียบไม่เข้าและเกาะไม่ติด เมื่อพิษโจมตีระบบประสาทไม่สำเร็จ ร่างกายของมันจึงมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ
และซื้อเวลาให้ร่างกายค่อยๆ สลายพิษออกจากระบบเลือดไปเอง
.
ที่น่าสนใจคือ กลไกการเอาตัวรอดแบบนี้ไม่ได้มีแค่ในฮันนีแบดเจอร์เท่านั้น แต่ยังพบได้ในสัตว์กินงูชนิดอื่นๆ
เช่น พังพอน (Mongoose) และ เม่น (Hedgehog) อีกด้วย ในทางวิทยาศาสตร์เราเรียกปรากฏการณ์ที่สัตว์ต่างสายพันธุ์บังเอิญวิวัฒนาการมามีกลไกคล้ายกันเพื่อแก้ปัญหาเดียวกันแบบนี้ว่า วิวัฒนาการแบบเบนเข้า (Convergent evolution)
ซึ่งทั้งหมดนี้คือสุดยอดผลลัพธ์ของการดิ้นรนเอาชีวิตรอดที่ธรรมชาติได้คัดสรรมาอย่างยาวนาน
.
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Drabeck, D. H., Dean, A. M., and Jansa, S. A. "Why the honey badger don't care: Convergent evolution of venom-targeted nicotinic acetylcholine receptors in mammals that survive venomous snake bites." Toxicon, 2015. DOI: 10.1016/j.toxicon.2015.03.007
SCIWAYS