สวัสดีคะ ฉันอยากจะได้วิธียอมรับหรือแก้ไข กับสิ่งที่เราทำแล้ว รู้สึกแย่
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะค่ะ ว่าฉันเปิดคาร์แคร์ และร้านน้ำเต้าหู้(แบบรถเข็น)
คือเรื่องราวมันมีอยู่ว่า....
1. ฉันต้องหาเงินเพื่อใช้หนี้ (ไม่ใช้หนี้ของตัวเอง)
2. ฉันต้องหาเงินเพื่อใช้หนี้ให้พ่อแม่สามี
3. ฉันต้องหาเงินให้พ่อฉันใช้
รายละเอียด
1.คือว่า สามีฉันเค้าไปดาว์นบิ๊กไบค และต้องจ่ายค่างวดรถเดือนละ 5490บาท ซึ่งฉันก็บอกไปว่าจะซื้อมาทำไม เงินก็ไม่ได้มีเยอะ แล้วมันก็เกิดปันหาคือ สามีพูดออกมาว่า ทำไมทำงาน มีเงิน แต่ใช้ไม่ได้ มีก็ได้แต่ให้คนอื่นยืม ส่วนตัวเราอยากได้อะไรก็ไม่ได้ เพราะต้องเกบตังไว้ให้คนอื่นยืม
ซึ่งฉันได้ยินแบบนี้ ฉันก็เสียใจกับสิ่งที่สามีรู้สึกว่าทำงาน มีเงิน แต่ใช้ไม่ได้ ฉันจึงยอมให้เค้าซื้อ เพื่อฉันจะได้ไม่ต้องโดนสามีมองว่าฉันเอาเปรียบ มันเลยทำให้ฉันต้องมีหนี้ด้วยการผ่อนรถ ฉันเคยคุยกับแม่เรื่องนี้ ซึ่งแม่ฉันบอกว่า ก็ยอมให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องยอมรับแล้วใช้งวดรถช่วยกัน เพราะมันเปนครอบครัวกันแล้ว ซึ่งฉันก็ยอมรับฟังและทำตามแม่อย่างที่แม่บอก แต่กำไรจากคาร์แคร์มันไม่ได้มากมาย ฉันจึงเปิดร้านน้ำเต้าหู้เพื่อเปนการเพิ่มช่องทางการหาเงิน จนการเปิดร้านน้ำเต้าหู้มันก็เปนผลดี สามารถจ่ายค่างวดรถได้อย่างสบาย แต่และแล้วมันก็มีปันหาใหม่เกิดขึ้นมาอีก
2. พ่อแม่สามี มาทวงเงินจำนวน200,000บาท คือเงินนี้มาจากการที่สามีฉันบวชให้พ่อก่อนแต่งงาน 100,000บาท และเงินค่าสินสอดทองหมั่น 100,000บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้มันมากสำหรับฉันและสามี เพราะฉันเพิ่งแต่งงานกันยังไม่ถึง2ปี แล้วจะเอาจากไหนมาให้ ฉันเลยแก้ปันหาด้วยการเอากำไรจากคาร์แคร์ เดือนละ10,000 บาท ค่อยๆทยอยจ่ายพ่อแม่สามี ซึ่งเอาจริงๆกำไรจากคาร์แคร์มันไม่ได้มากพอที่จะมีเงินเก็บเดือนละหมื่นขนาดนั้น ไหนจะกินจะใช้ ฉันเลยเอาเงินที่มีไปปล่อยดอก เพื่อจะเอาดอกเบี้ยนั้นมาไว้ใช้กิน แต่มันก็มีปันหา เวลาคนยืมเค้าจะตัดแล้วยืมใหม่ ฉันต้องหาเงินไว้หมุนเรื่องนี้อีกด้วย แล้วปันหาใหม่ก็เกิดขึ้นเพิ่มอีก
3.พ่อฉันขอเงินใช้เดือนละ10,000บาท ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า พ่อแม่ฉันหย่ากันและแยกกันอยู่ ชื่อพ่อฉันจะเปนชื่อเจ้าของทรัพย์สินทั้งหมด เค้าคอยขายไปเรื่อยๆ เพราะเค้าไม่ได้ทำงาน (เมื่อก่อนพ่อจะวาดรูปขาย แล้วก็ได้เงินเยอะ แต่พอเวลาผ่านไป ภาพที่พ่อวาดมันไม่เปนที่ต้องการของคนซื้อ ร้านที่เคยสั่งภาพจากพ่อก็งานน้อยลง จนปัจจุบันไม่มีงานเลย) เมื่อไหร่ที่พ่อไม่มีเงิน เค้าก็จะเอาที่ดินไปขาย ซึ่งแม่ฉันบอกว่าทำยังไงก็ได้ให้พ่อไม่ขายที่ เพราะมันเปนที่สุดท้ายที่เหลืออยู่ ฉันเลยแก้ปันหานี้ด้วยการเอาเงินให้พ่อ(จากการขายน้ำเต้าหู้)ใช้ทุกเดือน เพื่อที่พ่อจะได้ไม่เอาที่นี้ไปขาย และมันก็เปนหน้าที่ของลูกที่ต้องคอยดูแลเลี้ยงดูบุพการี
แต่เรื่องพวกนี้มันจะไม่เปนปันหาเลยถ้าสามีฉันอยากจะช่วยรับมือและแก้ไข
=> สามีฉันเค้าอยากจะไปทริปบิ๊กไบค์กะพวกๆ แต่การไปทริปแต่ละครั้งส่วนใหญ่มันมักจะตรงกับวันเสาร์อาทิตย์ ซึ่งวันหยุดแบบนี้ ลูกค้าจะเข้าเยอะ ฉันเลยบอกเค้าว่าไม่ไปได้ไม๊ เพราะรถเข้าเยอะ แล้วฉันเองต้องเตรียมน้ำเต้าหู้ขายอีก ซึ่งมันก็เกิดปันหาคือ สามีก็ทำหน้าตาไม่พอใจและอารมเสีย ซึ่งฉันก็ไม่โอเคเหมือนกัน จนบางครั้งเราก็ยอมให้เค้าไปทริป แต่ฉันเองก็ต้องอยู่บ้านทำงานเพื่อหาเงินใช้หนี้ แล้วสามีฉันไปเที่ยวเพื่อความสุขของตัวเอง มันเลยทำให้ฉันรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบ ฉันมาทนทำงานเหนื่อยเพราะต้องมาหาเงินใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อด้วยซ้ำ พอฉันเอาเรื่องนี้ไปคุยกับสามีก็ต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องที่ว่า ไปก็ไม่ได้บ่อย ไปแค่นี้เอง ถ้ามีรถแล้วไม่ไปทริปจะมีไว้ทำไม ฉันนี้อึ้งเลยคะ การพูดแบบนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกว่า เค้าไม่คิดถึงเราเลยว่าเราจะรู้สึกยังไง คิดยังไง จนมันทำให้ฉันเลือกที่จะไม่เอาเรื่องนี้มาพูดอีก เพราะพูดไปเราก็เจ็บใจเอง คอยบอกตัวเองว่าช่างมัน!
=>ปันหาเรื่องแรก เลือกที่ปล่อยผ่านไป แต่เรื่องใหม่ก็เข้ามา คือเวลาที่สามีฉันไปกินเหล้ากับเพื่อน ฉันไม่เคยห้ามเพราะไม่อยากจะรั้งเค้าไว้ ไม่อยากให้เค้ารู้สึกว่าทำแต่งานๆๆๆๆ แล้วไม่มีเพื่อน ไม่มีสังคม แต่การที่ตอนกลางคืนเค้าไปกินเหล้ากับเพื่อน มันทำให้ตอนเช้าตื่นมาทำงานไม่ไหว ตื่นมาอาบน้ำ หาข้าวหาน้ำกินแล้วก็นอนๆๆๆๆ แล้วนี้มันก็ทำให้ฉันรู้สึกอีกครั้งว่าโดนเอาเปรียบ เพราะในขณะที่เค้านอนเพราะแฮงค์เหล้า ฉันยังคงทำน้ำเต้าหู้ ดูแลคาร์แคร์ไม่ได้หยุด พอฉันเอาเรื่องนี้ไปคุยกะสามี ฉันบอกเค้าว่าไปกินได้นะ แต่เช้าต้องตื่นมาทำงานให้ได้ อย่ากินให้มันเมาจนทำงานไม่ไหว เพราะฉันเองก็ไม่ได้หยุด และหนี้มันก็ไม่หยุดด้วย แต่เค้าตอบเรามาว่า กินยังไงให้มันไม่เมา ถ้างั้นไม่ไปแล้วก็ได้ แล้วมาทำหน้าตาเบื่อ เซงใส่เรา แล้วอาการแบบนี้ของเค้ามันก็ทำให้ฉันแย่อีกด้วย มันเลยทำให้ฉันเลือกที่จะไม่พูด ตอนเช้าไม่ปลุก ปล่อยให้นอน ไว้ถ้าพ่อแม่ฉันมาเหน เค้าก็จะอายเอง
การที่ฉันทำน้ำเต้าหู้ เค้าไม่ได้ช่วยอะไรเรา นอกจากยกหมอ ยกน้ำให้ เข็นรถไปที่ตลาดให้ แล้วงานคาร์แคร์ก็ไม่ได้ทำอะไร วันๆได้แต่หาข้าวกิน ดูคลิปบิ๊กไบค์ ดูอุปกรณ์แต่งรถ เล่นเกมส์ ฉันรู้เลยว่าโดนเอาเปรียบ
ปันหาเหล่านี้ฉันควรทำยังไง ฉันต้องทำแต่งานๆๆๆๆ เพื่อหาเงินมาใช้จ่าย ทั้งๆที่ไม่ใช้หนี้ของเราด้วยซ้ำ
หนี้รถเพราะสามีอยากได้
หนี้พ่อแม่สามี ทำให้ฉันคิดว่า หาเงินมาแต่งตัวเองและงานบวชเค้าก็ไม่ได้บวชให้พ่อแม่เรา
ฉันต้องแก้ปันหาเหล่านี้ยังไง?
ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อคนอื่น ทั้งๆที่ตัวฉันเองอยากได้อะไรก็ไม่เคยได้ เพราะทุกอย่างที่ทำมันไม่เหลือพอที่ฉันจะเอามาใช้ได้!
อยากให้คนอ่านให้ความเหน ข้อคิดในทางที่ดีสำหรับตัวฉันด้วยเถอะคะ
ปัญหาชีวิตคู่ ที่รู้สึกแย่สำหรับภรรยา
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะค่ะ ว่าฉันเปิดคาร์แคร์ และร้านน้ำเต้าหู้(แบบรถเข็น)
คือเรื่องราวมันมีอยู่ว่า....
1. ฉันต้องหาเงินเพื่อใช้หนี้ (ไม่ใช้หนี้ของตัวเอง)
2. ฉันต้องหาเงินเพื่อใช้หนี้ให้พ่อแม่สามี
3. ฉันต้องหาเงินให้พ่อฉันใช้
รายละเอียด
1.คือว่า สามีฉันเค้าไปดาว์นบิ๊กไบค และต้องจ่ายค่างวดรถเดือนละ 5490บาท ซึ่งฉันก็บอกไปว่าจะซื้อมาทำไม เงินก็ไม่ได้มีเยอะ แล้วมันก็เกิดปันหาคือ สามีพูดออกมาว่า ทำไมทำงาน มีเงิน แต่ใช้ไม่ได้ มีก็ได้แต่ให้คนอื่นยืม ส่วนตัวเราอยากได้อะไรก็ไม่ได้ เพราะต้องเกบตังไว้ให้คนอื่นยืม
ซึ่งฉันได้ยินแบบนี้ ฉันก็เสียใจกับสิ่งที่สามีรู้สึกว่าทำงาน มีเงิน แต่ใช้ไม่ได้ ฉันจึงยอมให้เค้าซื้อ เพื่อฉันจะได้ไม่ต้องโดนสามีมองว่าฉันเอาเปรียบ มันเลยทำให้ฉันต้องมีหนี้ด้วยการผ่อนรถ ฉันเคยคุยกับแม่เรื่องนี้ ซึ่งแม่ฉันบอกว่า ก็ยอมให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องยอมรับแล้วใช้งวดรถช่วยกัน เพราะมันเปนครอบครัวกันแล้ว ซึ่งฉันก็ยอมรับฟังและทำตามแม่อย่างที่แม่บอก แต่กำไรจากคาร์แคร์มันไม่ได้มากมาย ฉันจึงเปิดร้านน้ำเต้าหู้เพื่อเปนการเพิ่มช่องทางการหาเงิน จนการเปิดร้านน้ำเต้าหู้มันก็เปนผลดี สามารถจ่ายค่างวดรถได้อย่างสบาย แต่และแล้วมันก็มีปันหาใหม่เกิดขึ้นมาอีก
2. พ่อแม่สามี มาทวงเงินจำนวน200,000บาท คือเงินนี้มาจากการที่สามีฉันบวชให้พ่อก่อนแต่งงาน 100,000บาท และเงินค่าสินสอดทองหมั่น 100,000บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้มันมากสำหรับฉันและสามี เพราะฉันเพิ่งแต่งงานกันยังไม่ถึง2ปี แล้วจะเอาจากไหนมาให้ ฉันเลยแก้ปันหาด้วยการเอากำไรจากคาร์แคร์ เดือนละ10,000 บาท ค่อยๆทยอยจ่ายพ่อแม่สามี ซึ่งเอาจริงๆกำไรจากคาร์แคร์มันไม่ได้มากพอที่จะมีเงินเก็บเดือนละหมื่นขนาดนั้น ไหนจะกินจะใช้ ฉันเลยเอาเงินที่มีไปปล่อยดอก เพื่อจะเอาดอกเบี้ยนั้นมาไว้ใช้กิน แต่มันก็มีปันหา เวลาคนยืมเค้าจะตัดแล้วยืมใหม่ ฉันต้องหาเงินไว้หมุนเรื่องนี้อีกด้วย แล้วปันหาใหม่ก็เกิดขึ้นเพิ่มอีก
3.พ่อฉันขอเงินใช้เดือนละ10,000บาท ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า พ่อแม่ฉันหย่ากันและแยกกันอยู่ ชื่อพ่อฉันจะเปนชื่อเจ้าของทรัพย์สินทั้งหมด เค้าคอยขายไปเรื่อยๆ เพราะเค้าไม่ได้ทำงาน (เมื่อก่อนพ่อจะวาดรูปขาย แล้วก็ได้เงินเยอะ แต่พอเวลาผ่านไป ภาพที่พ่อวาดมันไม่เปนที่ต้องการของคนซื้อ ร้านที่เคยสั่งภาพจากพ่อก็งานน้อยลง จนปัจจุบันไม่มีงานเลย) เมื่อไหร่ที่พ่อไม่มีเงิน เค้าก็จะเอาที่ดินไปขาย ซึ่งแม่ฉันบอกว่าทำยังไงก็ได้ให้พ่อไม่ขายที่ เพราะมันเปนที่สุดท้ายที่เหลืออยู่ ฉันเลยแก้ปันหานี้ด้วยการเอาเงินให้พ่อ(จากการขายน้ำเต้าหู้)ใช้ทุกเดือน เพื่อที่พ่อจะได้ไม่เอาที่นี้ไปขาย และมันก็เปนหน้าที่ของลูกที่ต้องคอยดูแลเลี้ยงดูบุพการี
แต่เรื่องพวกนี้มันจะไม่เปนปันหาเลยถ้าสามีฉันอยากจะช่วยรับมือและแก้ไข
=> สามีฉันเค้าอยากจะไปทริปบิ๊กไบค์กะพวกๆ แต่การไปทริปแต่ละครั้งส่วนใหญ่มันมักจะตรงกับวันเสาร์อาทิตย์ ซึ่งวันหยุดแบบนี้ ลูกค้าจะเข้าเยอะ ฉันเลยบอกเค้าว่าไม่ไปได้ไม๊ เพราะรถเข้าเยอะ แล้วฉันเองต้องเตรียมน้ำเต้าหู้ขายอีก ซึ่งมันก็เกิดปันหาคือ สามีก็ทำหน้าตาไม่พอใจและอารมเสีย ซึ่งฉันก็ไม่โอเคเหมือนกัน จนบางครั้งเราก็ยอมให้เค้าไปทริป แต่ฉันเองก็ต้องอยู่บ้านทำงานเพื่อหาเงินใช้หนี้ แล้วสามีฉันไปเที่ยวเพื่อความสุขของตัวเอง มันเลยทำให้ฉันรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบ ฉันมาทนทำงานเหนื่อยเพราะต้องมาหาเงินใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อด้วยซ้ำ พอฉันเอาเรื่องนี้ไปคุยกับสามีก็ต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องที่ว่า ไปก็ไม่ได้บ่อย ไปแค่นี้เอง ถ้ามีรถแล้วไม่ไปทริปจะมีไว้ทำไม ฉันนี้อึ้งเลยคะ การพูดแบบนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกว่า เค้าไม่คิดถึงเราเลยว่าเราจะรู้สึกยังไง คิดยังไง จนมันทำให้ฉันเลือกที่จะไม่เอาเรื่องนี้มาพูดอีก เพราะพูดไปเราก็เจ็บใจเอง คอยบอกตัวเองว่าช่างมัน!
=>ปันหาเรื่องแรก เลือกที่ปล่อยผ่านไป แต่เรื่องใหม่ก็เข้ามา คือเวลาที่สามีฉันไปกินเหล้ากับเพื่อน ฉันไม่เคยห้ามเพราะไม่อยากจะรั้งเค้าไว้ ไม่อยากให้เค้ารู้สึกว่าทำแต่งานๆๆๆๆ แล้วไม่มีเพื่อน ไม่มีสังคม แต่การที่ตอนกลางคืนเค้าไปกินเหล้ากับเพื่อน มันทำให้ตอนเช้าตื่นมาทำงานไม่ไหว ตื่นมาอาบน้ำ หาข้าวหาน้ำกินแล้วก็นอนๆๆๆๆ แล้วนี้มันก็ทำให้ฉันรู้สึกอีกครั้งว่าโดนเอาเปรียบ เพราะในขณะที่เค้านอนเพราะแฮงค์เหล้า ฉันยังคงทำน้ำเต้าหู้ ดูแลคาร์แคร์ไม่ได้หยุด พอฉันเอาเรื่องนี้ไปคุยกะสามี ฉันบอกเค้าว่าไปกินได้นะ แต่เช้าต้องตื่นมาทำงานให้ได้ อย่ากินให้มันเมาจนทำงานไม่ไหว เพราะฉันเองก็ไม่ได้หยุด และหนี้มันก็ไม่หยุดด้วย แต่เค้าตอบเรามาว่า กินยังไงให้มันไม่เมา ถ้างั้นไม่ไปแล้วก็ได้ แล้วมาทำหน้าตาเบื่อ เซงใส่เรา แล้วอาการแบบนี้ของเค้ามันก็ทำให้ฉันแย่อีกด้วย มันเลยทำให้ฉันเลือกที่จะไม่พูด ตอนเช้าไม่ปลุก ปล่อยให้นอน ไว้ถ้าพ่อแม่ฉันมาเหน เค้าก็จะอายเอง
การที่ฉันทำน้ำเต้าหู้ เค้าไม่ได้ช่วยอะไรเรา นอกจากยกหมอ ยกน้ำให้ เข็นรถไปที่ตลาดให้ แล้วงานคาร์แคร์ก็ไม่ได้ทำอะไร วันๆได้แต่หาข้าวกิน ดูคลิปบิ๊กไบค์ ดูอุปกรณ์แต่งรถ เล่นเกมส์ ฉันรู้เลยว่าโดนเอาเปรียบ
ปันหาเหล่านี้ฉันควรทำยังไง ฉันต้องทำแต่งานๆๆๆๆ เพื่อหาเงินมาใช้จ่าย ทั้งๆที่ไม่ใช้หนี้ของเราด้วยซ้ำ
หนี้รถเพราะสามีอยากได้
หนี้พ่อแม่สามี ทำให้ฉันคิดว่า หาเงินมาแต่งตัวเองและงานบวชเค้าก็ไม่ได้บวชให้พ่อแม่เรา
ฉันต้องแก้ปันหาเหล่านี้ยังไง?
ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อคนอื่น ทั้งๆที่ตัวฉันเองอยากได้อะไรก็ไม่เคยได้ เพราะทุกอย่างที่ทำมันไม่เหลือพอที่ฉันจะเอามาใช้ได้!
อยากให้คนอ่านให้ความเหน ข้อคิดในทางที่ดีสำหรับตัวฉันด้วยเถอะคะ