จะมาแชร์เรื่องราวความรักที่ยังหาบทสรุปไม่ได้ให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ ถือซะว่าเป็นการระบายก็ได้ค่ะ 5555
...เรื่องบางเรื่อง ความรู้สึกบางอย่าง เราก็ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นระหว่าง ‘เรา’ กับ ‘พี่คนนี้’...
เดิมที่รู้จักพี่เขาในฐานะที่เราเป็นรุ่นน้องสาขาที่ต้องรับงานจากพี่ๆมาทำ เวลามีงานพี่เขาก็จะเข้ามาดูเข้ามาคุยกับน้องตามปกติแต่ไม่ใช่ชั้นปีติดกัน (เช่น เราอยู่ปี1 เขาจะอยู่ปี3) เราเองก็เคยคุยกับพี่เขาบ้าง แต่ก็ไม่ได้สนิทกัน เพราะความรู้สึกตอนนั้นคือไม่อยากให้รุ่นพี่รู้จักเยอะ และเราเองก็ไม่ใช่คนที่โดดเด่นในเรื่องหน้าตา แต่ยอมรับว่ารุ่นพี่รู้จักเราจากการทำงานและนิสัยห้าวๆของเรา ได้เรียนกับ ‘พี่คนนี้’บ้างบางวิชา เพราะพี่เขารีรหัสมาเรียนใหม่ หรือง่ายๆก็คือกลายเป็นปีเดียวกัน แต่น้องๆจะเรียกว่าพี่ตามรุ่นเกียร์ของแก(ด้วยความเคารพ) เวลาผ่านมาจนเราอยู่ปี3 เพิ่งมาได้สนิทแล้วก็รู้จักนิสัยพี่แกจริงๆตอนได้ทำงานใหญ่ของคณะด้วยกัน เราได้เข้ามาทำงานตรงนี้เพราะไปตกปากรับคำพี่ๆในที่ประชุมแทนเพื่อนๆ (จากสายตาที่คาดหวังคำตอบของเราจากพวกพี่ๆและเพื่อนๆ 55555)
จากนั้นก็ต้องเข้าประชุมกับชมรมศิษย์เก่าและอาจารย์ โดยมีปี3(รุ่นเรา)2-3คน ,ปี4 และพี่คนนี้ เป็นศิษย์ปัจจุบัน งานนี้ปี3เป็นแรงหลักของงาน
มีพี่ๆเป็นหัวงานและที่ปรึกษา เราได้ทำงานประมาณ2ฝ่าย มีฝ่ายหนึ่งที่ต้องทำงานกับพี่เขา โดยแกขอให้เราไปช่วยงานในส่วนของการจดรายละเอียดต่างๆสำหรับของที่ต้องใช้แล้วก็ในส่วนของเรื่องเงินในฝ่ายให้ช่วยเก็บหลักฐานต่างๆ (พี่แกไม่ค่อยละเอียด ขี้ลืม) ช่วงทำงานเตรียมงานก็จะคุยกับแกบ่อย สนิทกันมาก สนิทขั้นที่ว่าพี่เขาผลักหัว ลูบหัว ล็อคคอ แกล้งสารพัด ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่า นี่กูก็ผู้หญิงคนหนึ่งนะ ทำไมคนอื่นโดนแกล้งน้อยจัง หรือเพราะเรากวน...พี่เขาบ่อย 5555 ก่อนถึงช่วงงานเรากลับบ้านเพราะเป็นช่วงปีใหม่ เรานั่งรถทัวร์กลับเอง แปลกใจที่ว่า คืนนั้นทั้งคืนพี่เขาคุยกับเรายันถึงบ้าน คุยเล่นกันไปมา ก็มีบ้างที่แบบ ‘ดีไม่ดีกูกับอาจจะได้มาคุยกันเองจะไปรู้เรอะ’ พอจะกลับมอเราก็หาของฝากติดไม้ติดมือไป เราบอกเดี๋ยวเอาไปให้ที่ตึกมั้ย เขาบอกว่า ยังก่อนก็ได้นะ สักวันสองวันต่อมา แกทักมาหา ‘พอดีออกมาเล่นเกมส์ เอาขนมลงมาให้พี่ได้เปล่า’ พี่เขาจะมาเอาของเองที่ข้างล่างหอเรา เราก็ลงไป คุยกันอยู่สักพักหนึ่ง เราก็พูดคะ ค่ะ เป็นปกติเพราะถือว่าเขาเป็นรุ่นพี่ ด้วยช่วงนั้นยังเป็นพี่น้องกันปกติ เราเองก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ก็แอบสังเกตบ้างช่วงที่พูดคุยกัน พอเราพูดลงท้ายด้วย 'ค่ะ' พี่เขาได้ยินเขาก็บอกว่า 'อย่าพูด คะ ค่ะ บ่อยสิ มันน่ารัก จะละลายอยู่แล้วเนี่ย' แต่เราก็หัวเราะกลับ ก็พูดแบบนี้กับพี่ๆเป็นปกติจนชินอ่ะ ผิดอะไรล่ะ แล้วเราเป็นคนที่มองคนออก อย่างพี่เขาก็เห็นได้อย่างชัดเจนจากคำพูด แววตา แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าพี่เขาชอบเราแน่ๆหรือเปล่า เพราะต่างคนต่างมีแฟนกันอยู่แล้ว อันนี้คือก็รู้กัน เราก็คุยในแชทกันบ้าง ทั้งแชทกลุ่ม แชทเดี่ยว คุยเยอะมาก มีเรื่องอะไรในสาขาก็จะเอาไปฟ้องไปเป่าหูให้พี่แกของขึ้น ช่วงนั้นรุ่นเราเลยกลายเป็นน้องรักของพี่ๆปีใหญ่ 5555 (กับรุ่นของพี่คนนี้ พี่ๆคนอื่นเราก็พอจะสนิทบ้าง) คุยถึงขั้นที่ว่าพี่เขาเอ่ยปากถามว่า 'คุยกันทุกวันแบบนี้แฟนไม่ว่าเหรอ' เราเองตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร เราเฉยๆก็เลยบอกว่า 'ไม่ว่าหรอก ไม่ใช่มีอะไรสักหน่อย พี่นั่นแหละ แฟนไม่ว่าเหรอ' เขาก็บอกเรากลับมาว่า 'มันไม่ใช่สนใจอะไร ไม่ค่อยได้คุยกัน' เราก็เออๆเอาที่พี่สบายใจแล้วกัน แล้วก็วนลูปคุยกันแบบนี้ทุกวัน จนมีอยู่ครั้งหนึ่ง เพื่อนที่ชื่ออ.มาเล่าให้ฟังว่า มีเพื่อนมาถามว่า พี่...คุยกับเราเหรอ เราก็บอกไม่ว่าไม่ได้คุยนะ ก็ปกติอ่ะ ทำงานสนิทกันไม่แปลกนะ หลังจากที่บอกไปเราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
พอถึงวันงานก็ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง แต่เราลองสังเกตตัวเองคือ ทำไมเราจะต้องพยายามมองหาเขาด้วยล่ะ ห่วงว่าจะได้พักยัง ได้กินข้าวยัง (งานนี้เหนื่อยมากๆ) แล้วเรามารู้ทีหลังคือ พี่เขาบอกว่า เขาเองก็คอยมองหาเรา เดินมาหาบ้างแบบเนียนๆ กลับเข้าเรื่องต่อ งานนี้มีช่วงเช้าทำบุญ ช่วงเย็นงานเลี้ยง แล้วเรากับเพื่อนอีกคนที่คอยคุมงานไม่ได้กินข้าวเลยจ้าาาา คนที่โต๊ะกินกันหมด พี่เขาเลยพาไปกินอีกที่ งานนี้อยู่ถึงตี5 ตอนนั้นยอมรับเลยว่ารอพี่เขากลับเราก็จะกลับ หลังจากจบงานนี้ก็ยังต้องเคลียร์เงินให้พี่เขาต่อ มีให้พี่เขาสอนคอมออกแบบ ไม่เข้าใจตรงไหนพี่เขาช่วยได้แกก็จะช่วย ทีนี้สังคมมหาลัยอ่ะเนอะ มีเที่ยวกลางคืนกันบ้างอะไรบ้าง ก็จะเป็นช่วงที่แบบเราเองก็ชวนพี่เขาออกไปด้วยกัน แต่มีคนอื่นไปด้วยนะ ไม่ได้ไป2:2 เป็นกลุ่มพี่น้องที่สนิทกันสองสามคน มีอยู่ครั้งหนึ่งพี่เขาให้ไปหาที่ร้านเหล้า อยากเม้าส์มอยตามประสาเด็กขี้ฟ้องเลยไปหา เพราะมีเรื่องมาจากตอนกลางวัน ตอนนั้นก็ประมาณ5ทุ่มละ ก็ไป มีพี่เขา เพื่อนเขา1คน แล้วก็รุ่นน้อง(แต่เป็นรุ่นพี่เรา2คน)รู้จักกันหมด ก็ดื่มไป (งานนี้ฟรีจ้า พี่เลี้ยงเองไอ่น้อง) แต่เราเองก็สังเกตแกนะ เพราะแกเองดูสนใจเวลาเราพูด ผิดจากเมื่อก่อน พอเสร็จเรียบร้อยก็แยกกลับหอ พอถึงหอสักพักพี่เขาก็ทักมาหาว่าถึงหอยัง ก็คุยๆไปแลัวก็เข้านอน
มีจุดเปลี่ยนที่สำคัญคือ เรากับแก๊งค์เพื่อนๆผู้ชายและมีเพื่อนผู้หญิงอีก1คน (เรามีเพื่อนเป็นกลุ่มผู้ชายกกับผู้หญิง รวมเป็น2กลุ่ม) นัดกันไปตี้ เรากับเพื่อนก็ชวนพี่เขาในกลุ่มแชท พี่เขาก็ตกลง ที่ร้านเรานั่งข้างกัน เพราะเราเองไม่อยากนั่งข้างเพื่อนอีกคนที่เคยมีซัมติงกันอยู่ ก็เลยให้เพื่อนผู้หญิงอีกคนไปนั่งแทน ทีนี้ดื่มกันไปสักพัก ระหว่างดื่มพี่เขากำลังจะไปเข้าห้องน้ำ แกก็ถอดเสื้อคลุมของแกมาคลุมหัวเรา (-_-) บอกว่า ฝาก สุดท้ายก็คลุมถึงร้านปิด (ภาคเหนืออากาศยังหนาวอยู่ในช่วงต้นปี) ก็ถือซะว่ากันหนาวไป ทุกคนคืนนั้นคือ กรึ่ม กันมากๆ ก็แยกย้ายกันไปปกติ เรื่องไม่จบแค่นั้น ปรากฎว่า พี่เขาทักมาตอนเราถึงหอแล้วว่า 'ต่อมั้ย พี่มีเหล้าอยู่ ยังไม่สุดอ่ะ อยากเมา' ไอ่เราก็ดันบ้าจี้ ถามไปว่า 'ที่ไหนพี่ว่ามา' .............
(อยากเล่าต่อนะคะ เรื่องราวมีอีกเยอะ ทั้งๆที่คุยกันมาไม่นาน แต่อยากให้เพื่อนๆในพันทิปแสดงความคิดเห็นด้วย เราจะได้ไม่เหงา 5555 ยังไงถ้ามีคนอยากให้เล่าต่อ จะมาเล่าในep.2นะคะ)
รู้ว่าผิดตั้งแต่ที่รู้ตัว ผิดที่ ผิดเวลา ผิดคน
...เรื่องบางเรื่อง ความรู้สึกบางอย่าง เราก็ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นระหว่าง ‘เรา’ กับ ‘พี่คนนี้’...
เดิมที่รู้จักพี่เขาในฐานะที่เราเป็นรุ่นน้องสาขาที่ต้องรับงานจากพี่ๆมาทำ เวลามีงานพี่เขาก็จะเข้ามาดูเข้ามาคุยกับน้องตามปกติแต่ไม่ใช่ชั้นปีติดกัน (เช่น เราอยู่ปี1 เขาจะอยู่ปี3) เราเองก็เคยคุยกับพี่เขาบ้าง แต่ก็ไม่ได้สนิทกัน เพราะความรู้สึกตอนนั้นคือไม่อยากให้รุ่นพี่รู้จักเยอะ และเราเองก็ไม่ใช่คนที่โดดเด่นในเรื่องหน้าตา แต่ยอมรับว่ารุ่นพี่รู้จักเราจากการทำงานและนิสัยห้าวๆของเรา ได้เรียนกับ ‘พี่คนนี้’บ้างบางวิชา เพราะพี่เขารีรหัสมาเรียนใหม่ หรือง่ายๆก็คือกลายเป็นปีเดียวกัน แต่น้องๆจะเรียกว่าพี่ตามรุ่นเกียร์ของแก(ด้วยความเคารพ) เวลาผ่านมาจนเราอยู่ปี3 เพิ่งมาได้สนิทแล้วก็รู้จักนิสัยพี่แกจริงๆตอนได้ทำงานใหญ่ของคณะด้วยกัน เราได้เข้ามาทำงานตรงนี้เพราะไปตกปากรับคำพี่ๆในที่ประชุมแทนเพื่อนๆ (จากสายตาที่คาดหวังคำตอบของเราจากพวกพี่ๆและเพื่อนๆ 55555)
จากนั้นก็ต้องเข้าประชุมกับชมรมศิษย์เก่าและอาจารย์ โดยมีปี3(รุ่นเรา)2-3คน ,ปี4 และพี่คนนี้ เป็นศิษย์ปัจจุบัน งานนี้ปี3เป็นแรงหลักของงาน
มีพี่ๆเป็นหัวงานและที่ปรึกษา เราได้ทำงานประมาณ2ฝ่าย มีฝ่ายหนึ่งที่ต้องทำงานกับพี่เขา โดยแกขอให้เราไปช่วยงานในส่วนของการจดรายละเอียดต่างๆสำหรับของที่ต้องใช้แล้วก็ในส่วนของเรื่องเงินในฝ่ายให้ช่วยเก็บหลักฐานต่างๆ (พี่แกไม่ค่อยละเอียด ขี้ลืม) ช่วงทำงานเตรียมงานก็จะคุยกับแกบ่อย สนิทกันมาก สนิทขั้นที่ว่าพี่เขาผลักหัว ลูบหัว ล็อคคอ แกล้งสารพัด ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่า นี่กูก็ผู้หญิงคนหนึ่งนะ ทำไมคนอื่นโดนแกล้งน้อยจัง หรือเพราะเรากวน...พี่เขาบ่อย 5555 ก่อนถึงช่วงงานเรากลับบ้านเพราะเป็นช่วงปีใหม่ เรานั่งรถทัวร์กลับเอง แปลกใจที่ว่า คืนนั้นทั้งคืนพี่เขาคุยกับเรายันถึงบ้าน คุยเล่นกันไปมา ก็มีบ้างที่แบบ ‘ดีไม่ดีกูกับอาจจะได้มาคุยกันเองจะไปรู้เรอะ’ พอจะกลับมอเราก็หาของฝากติดไม้ติดมือไป เราบอกเดี๋ยวเอาไปให้ที่ตึกมั้ย เขาบอกว่า ยังก่อนก็ได้นะ สักวันสองวันต่อมา แกทักมาหา ‘พอดีออกมาเล่นเกมส์ เอาขนมลงมาให้พี่ได้เปล่า’ พี่เขาจะมาเอาของเองที่ข้างล่างหอเรา เราก็ลงไป คุยกันอยู่สักพักหนึ่ง เราก็พูดคะ ค่ะ เป็นปกติเพราะถือว่าเขาเป็นรุ่นพี่ ด้วยช่วงนั้นยังเป็นพี่น้องกันปกติ เราเองก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ก็แอบสังเกตบ้างช่วงที่พูดคุยกัน พอเราพูดลงท้ายด้วย 'ค่ะ' พี่เขาได้ยินเขาก็บอกว่า 'อย่าพูด คะ ค่ะ บ่อยสิ มันน่ารัก จะละลายอยู่แล้วเนี่ย' แต่เราก็หัวเราะกลับ ก็พูดแบบนี้กับพี่ๆเป็นปกติจนชินอ่ะ ผิดอะไรล่ะ แล้วเราเป็นคนที่มองคนออก อย่างพี่เขาก็เห็นได้อย่างชัดเจนจากคำพูด แววตา แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าพี่เขาชอบเราแน่ๆหรือเปล่า เพราะต่างคนต่างมีแฟนกันอยู่แล้ว อันนี้คือก็รู้กัน เราก็คุยในแชทกันบ้าง ทั้งแชทกลุ่ม แชทเดี่ยว คุยเยอะมาก มีเรื่องอะไรในสาขาก็จะเอาไปฟ้องไปเป่าหูให้พี่แกของขึ้น ช่วงนั้นรุ่นเราเลยกลายเป็นน้องรักของพี่ๆปีใหญ่ 5555 (กับรุ่นของพี่คนนี้ พี่ๆคนอื่นเราก็พอจะสนิทบ้าง) คุยถึงขั้นที่ว่าพี่เขาเอ่ยปากถามว่า 'คุยกันทุกวันแบบนี้แฟนไม่ว่าเหรอ' เราเองตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร เราเฉยๆก็เลยบอกว่า 'ไม่ว่าหรอก ไม่ใช่มีอะไรสักหน่อย พี่นั่นแหละ แฟนไม่ว่าเหรอ' เขาก็บอกเรากลับมาว่า 'มันไม่ใช่สนใจอะไร ไม่ค่อยได้คุยกัน' เราก็เออๆเอาที่พี่สบายใจแล้วกัน แล้วก็วนลูปคุยกันแบบนี้ทุกวัน จนมีอยู่ครั้งหนึ่ง เพื่อนที่ชื่ออ.มาเล่าให้ฟังว่า มีเพื่อนมาถามว่า พี่...คุยกับเราเหรอ เราก็บอกไม่ว่าไม่ได้คุยนะ ก็ปกติอ่ะ ทำงานสนิทกันไม่แปลกนะ หลังจากที่บอกไปเราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
พอถึงวันงานก็ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง แต่เราลองสังเกตตัวเองคือ ทำไมเราจะต้องพยายามมองหาเขาด้วยล่ะ ห่วงว่าจะได้พักยัง ได้กินข้าวยัง (งานนี้เหนื่อยมากๆ) แล้วเรามารู้ทีหลังคือ พี่เขาบอกว่า เขาเองก็คอยมองหาเรา เดินมาหาบ้างแบบเนียนๆ กลับเข้าเรื่องต่อ งานนี้มีช่วงเช้าทำบุญ ช่วงเย็นงานเลี้ยง แล้วเรากับเพื่อนอีกคนที่คอยคุมงานไม่ได้กินข้าวเลยจ้าาาา คนที่โต๊ะกินกันหมด พี่เขาเลยพาไปกินอีกที่ งานนี้อยู่ถึงตี5 ตอนนั้นยอมรับเลยว่ารอพี่เขากลับเราก็จะกลับ หลังจากจบงานนี้ก็ยังต้องเคลียร์เงินให้พี่เขาต่อ มีให้พี่เขาสอนคอมออกแบบ ไม่เข้าใจตรงไหนพี่เขาช่วยได้แกก็จะช่วย ทีนี้สังคมมหาลัยอ่ะเนอะ มีเที่ยวกลางคืนกันบ้างอะไรบ้าง ก็จะเป็นช่วงที่แบบเราเองก็ชวนพี่เขาออกไปด้วยกัน แต่มีคนอื่นไปด้วยนะ ไม่ได้ไป2:2 เป็นกลุ่มพี่น้องที่สนิทกันสองสามคน มีอยู่ครั้งหนึ่งพี่เขาให้ไปหาที่ร้านเหล้า อยากเม้าส์มอยตามประสาเด็กขี้ฟ้องเลยไปหา เพราะมีเรื่องมาจากตอนกลางวัน ตอนนั้นก็ประมาณ5ทุ่มละ ก็ไป มีพี่เขา เพื่อนเขา1คน แล้วก็รุ่นน้อง(แต่เป็นรุ่นพี่เรา2คน)รู้จักกันหมด ก็ดื่มไป (งานนี้ฟรีจ้า พี่เลี้ยงเองไอ่น้อง) แต่เราเองก็สังเกตแกนะ เพราะแกเองดูสนใจเวลาเราพูด ผิดจากเมื่อก่อน พอเสร็จเรียบร้อยก็แยกกลับหอ พอถึงหอสักพักพี่เขาก็ทักมาหาว่าถึงหอยัง ก็คุยๆไปแลัวก็เข้านอน
มีจุดเปลี่ยนที่สำคัญคือ เรากับแก๊งค์เพื่อนๆผู้ชายและมีเพื่อนผู้หญิงอีก1คน (เรามีเพื่อนเป็นกลุ่มผู้ชายกกับผู้หญิง รวมเป็น2กลุ่ม) นัดกันไปตี้ เรากับเพื่อนก็ชวนพี่เขาในกลุ่มแชท พี่เขาก็ตกลง ที่ร้านเรานั่งข้างกัน เพราะเราเองไม่อยากนั่งข้างเพื่อนอีกคนที่เคยมีซัมติงกันอยู่ ก็เลยให้เพื่อนผู้หญิงอีกคนไปนั่งแทน ทีนี้ดื่มกันไปสักพัก ระหว่างดื่มพี่เขากำลังจะไปเข้าห้องน้ำ แกก็ถอดเสื้อคลุมของแกมาคลุมหัวเรา (-_-) บอกว่า ฝาก สุดท้ายก็คลุมถึงร้านปิด (ภาคเหนืออากาศยังหนาวอยู่ในช่วงต้นปี) ก็ถือซะว่ากันหนาวไป ทุกคนคืนนั้นคือ กรึ่ม กันมากๆ ก็แยกย้ายกันไปปกติ เรื่องไม่จบแค่นั้น ปรากฎว่า พี่เขาทักมาตอนเราถึงหอแล้วว่า 'ต่อมั้ย พี่มีเหล้าอยู่ ยังไม่สุดอ่ะ อยากเมา' ไอ่เราก็ดันบ้าจี้ ถามไปว่า 'ที่ไหนพี่ว่ามา' .............
(อยากเล่าต่อนะคะ เรื่องราวมีอีกเยอะ ทั้งๆที่คุยกันมาไม่นาน แต่อยากให้เพื่อนๆในพันทิปแสดงความคิดเห็นด้วย เราจะได้ไม่เหงา 5555 ยังไงถ้ามีคนอยากให้เล่าต่อ จะมาเล่าในep.2นะคะ)