คนไทยชอบ 'ทักแชทซื้อของ' มากเป็นเรื่องจริง ถึงขนาดกลายเป็นกรณีศึกษาเรื่อง Chat Commerce ให้กับหลายแพลตฟอร์มใหญ่ระดับโลก

พฤติกรรมนี้ยังสะท้อนถึงรูปแบบการซื้อของออนไลน์ของคนไทยด้วย เพราะการ ‘ทักแชทร้านค้า’ กลายเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะเป็นการถามราคา โปรโมชัน หรือรายละเอียดสินค้า
.
เทรนด์นี้สอดคล้องกับผลการศึกษาของ Kantar ที่พบว่า ในปี 2568 ผู้บริโภคไทยมีพฤติกรรมดังนี้
.
- 81% ส่งข้อความหาธุรกิจอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
- 80% บอกว่าการส่งข้อความ คือช่องทางหลักที่ใช้สื่อสารกับแบรนด์
- 68% มองว่าการตอบกลับจาก AI หรือระบบอัตโนมัติก็มีประโยชน์
.
ขณะที่ 95% ของธุรกิจไทยที่ร่วมตอบแบบสำรวจบอกว่า การใช้ระบบส่งข้อความช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าได้
.
ท่ามกลางเทรนด์ทั้งหมดนี้ Meta จึงเปิดตัว ‘Business AI’ บน ‘Messenger’ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยวางบทบาทให้เป็นผู้ช่วยขายที่คอยตอบลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ช่วยหาสินค้า ตอบคำถาม ไปจนถึงช่วยพาลูกค้าไปสู่การตัดสินใจซื้อ
.
‘แพร ดำรงค์มงคลกุล’ Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta เล่าว่า ปัญหาที่ธุรกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่ม SME เจอเหมือนกันคือ ลูกค้าทักมาเยอะ แต่ตอบไม่ทัน หรือบางช่วงก็ไม่มีคนเฝ้าแชท ทำให้พลาดโอกาสขายไปแบบน่าเสียดาย
.
Business AI จึงถูกออกแบบมาให้เป็นเหมือน “ทีมงานขายอีกคนหนึ่ง” ที่คอยตอบลูกค้าได้ทันที ช่วยให้ร้านค้าไม่พลาดจังหวะสำคัญในการปิดการขาย และทำให้ทีมงานมีเวลาไปทำงานอื่นที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้มากขึ้น
.
อีกจุดที่ Meta พยายามทำให้ใช้ง่ายคือ การตั้งค่าระบบ เพราะธุรกิจสามารถเริ่มใช้งานได้ทันที โดย AI จะดึงข้อมูลจากสิ่งที่มีอยู่แล้วบนแพลตฟอร์มของ Meta ไม่ว่าจะเป็นโพสต์บนเพจ โฆษณา แคตตาล็อกสินค้า หรือข้อมูลจากเว็บไซต์ เพื่อนำมาเรียนรู้และเริ่มทำงานได้ภายในไม่กี่นาที
.
นอกจากนี้ ธุรกิจยังสามารถกำหนดได้ว่าอยากให้ AI ตอบแบบไหน เช่น เน้นเรื่องอะไร ใช้น้ำเสียงแบบไหน หรือสะท้อนบุคลิกของแบรนด์อย่างไร ทำให้บทสนทนาออกมาคล้ายกับการคุยกับทีมงานของร้านจริงๆ
.
[ Business AI ไม่เหมือนแชทบอททั่วไป ]
.
‘แพร’ อธิบายว่า Business AI แตกต่างจากแชทบอทแบบเดิมๆ ที่มักต้องตั้งคำถาม และคำตอบล่วงหน้าเป็นขั้นตอน แต่ Business AI สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ธุรกิจสามารถทดลองป้อนหัวข้อเพื่อทดสอบการตอบ และปรับให้ระบบเก่งขึ้นได้เรื่อยๆ ก่อนเริ่มใช้งานจริง
.
อีกจุดหนึ่งคือ Business AI ถูกฝึกให้คุยเหมือน ‘คน’ มากขึ้น คำตอบในแต่ละแชทอาจไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่จะปรับคำพูดให้ดูเป็นธรรมชาติ เหมือนบทสนทนาของคนจริง
.
ในช่วงเริ่มต้น Business AI จะใช้ได้บน Facebook Messenger เท่านั้น จะยังไม่รองรับ Instagram แต่มีแผนจะขยายไปในอนาคต แถมช่วงแรกยังเปิดให้ธุรกิจทดลองใช้ได้ฟรี ก่อนที่ในระยะยาวอาจพัฒนาไปสู่โมเดลแบบสมัครสมาชิกในอนาคต
.
ระบบนี้ยังเปิดให้เฉพาะเพจธุรกิจที่มีการใช้งานจริง และมีประวัติการสนทนากับลูกค้าอยู่แล้ว เพื่อให้ AI มีข้อมูลเพียงพอในการเรียนรู้รูปแบบการสื่อสารของธุรกิจ รวมถึงช่วยลดปัญหาข้อความสแปมจากฝั่งลูกค้า
.
‘แพร’ เสริมว่า กลุ่มธุรกิจที่น่าจะได้ประโยชน์จาก Business AI มากเป็นพิเศษคือ ธุรกิจที่ต้อง “คุยกับลูกค้าเยอะๆ” เช่น แฟชั่น บิวตี้ แกดเจ็ต คลินิกความงาม หรือดีลเลอร์รถยนต์ ซึ่งลูกค้ามักต้องสอบถามรายละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ
.
การเปิดตัว Business AI ในไทยจึงสะท้อนอีกก้าวของโซเชียลคอมเมิร์ซ ที่กำลังขยับไปสู่ยุคใหม่ ซึ่ง AI จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยที่คอยคุยกับลูกค้าแทนเจ้าของธุรกิจ
.
ขณะเดียวกันก็สะท้อนว่า เทรนด์การแชทในไทยแข็งแรงมาก จน Meta เลือกเปิดตัวบริการนี้ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพียง 2 ประเทศ คือ ‘ไทย’ และ ‘ฟิลิปปินส์’ แถมไทยยังเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ได้ใช้ Business AI บน Messenger ด้วย
.
ที่มา : BrandInside
คนไทยชอบ 'ทักแชทซื้อของ' Meta เปิดตัว Business AI
พฤติกรรมนี้ยังสะท้อนถึงรูปแบบการซื้อของออนไลน์ของคนไทยด้วย เพราะการ ‘ทักแชทร้านค้า’ กลายเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะเป็นการถามราคา โปรโมชัน หรือรายละเอียดสินค้า
.
เทรนด์นี้สอดคล้องกับผลการศึกษาของ Kantar ที่พบว่า ในปี 2568 ผู้บริโภคไทยมีพฤติกรรมดังนี้
.
- 81% ส่งข้อความหาธุรกิจอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
- 80% บอกว่าการส่งข้อความ คือช่องทางหลักที่ใช้สื่อสารกับแบรนด์
- 68% มองว่าการตอบกลับจาก AI หรือระบบอัตโนมัติก็มีประโยชน์
.
ขณะที่ 95% ของธุรกิจไทยที่ร่วมตอบแบบสำรวจบอกว่า การใช้ระบบส่งข้อความช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าได้
.
ท่ามกลางเทรนด์ทั้งหมดนี้ Meta จึงเปิดตัว ‘Business AI’ บน ‘Messenger’ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยวางบทบาทให้เป็นผู้ช่วยขายที่คอยตอบลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ช่วยหาสินค้า ตอบคำถาม ไปจนถึงช่วยพาลูกค้าไปสู่การตัดสินใจซื้อ
.
‘แพร ดำรงค์มงคลกุล’ Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta เล่าว่า ปัญหาที่ธุรกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่ม SME เจอเหมือนกันคือ ลูกค้าทักมาเยอะ แต่ตอบไม่ทัน หรือบางช่วงก็ไม่มีคนเฝ้าแชท ทำให้พลาดโอกาสขายไปแบบน่าเสียดาย
.
Business AI จึงถูกออกแบบมาให้เป็นเหมือน “ทีมงานขายอีกคนหนึ่ง” ที่คอยตอบลูกค้าได้ทันที ช่วยให้ร้านค้าไม่พลาดจังหวะสำคัญในการปิดการขาย และทำให้ทีมงานมีเวลาไปทำงานอื่นที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้มากขึ้น
.
อีกจุดที่ Meta พยายามทำให้ใช้ง่ายคือ การตั้งค่าระบบ เพราะธุรกิจสามารถเริ่มใช้งานได้ทันที โดย AI จะดึงข้อมูลจากสิ่งที่มีอยู่แล้วบนแพลตฟอร์มของ Meta ไม่ว่าจะเป็นโพสต์บนเพจ โฆษณา แคตตาล็อกสินค้า หรือข้อมูลจากเว็บไซต์ เพื่อนำมาเรียนรู้และเริ่มทำงานได้ภายในไม่กี่นาที
.
นอกจากนี้ ธุรกิจยังสามารถกำหนดได้ว่าอยากให้ AI ตอบแบบไหน เช่น เน้นเรื่องอะไร ใช้น้ำเสียงแบบไหน หรือสะท้อนบุคลิกของแบรนด์อย่างไร ทำให้บทสนทนาออกมาคล้ายกับการคุยกับทีมงานของร้านจริงๆ
.
[ Business AI ไม่เหมือนแชทบอททั่วไป ]
.
‘แพร’ อธิบายว่า Business AI แตกต่างจากแชทบอทแบบเดิมๆ ที่มักต้องตั้งคำถาม และคำตอบล่วงหน้าเป็นขั้นตอน แต่ Business AI สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ธุรกิจสามารถทดลองป้อนหัวข้อเพื่อทดสอบการตอบ และปรับให้ระบบเก่งขึ้นได้เรื่อยๆ ก่อนเริ่มใช้งานจริง
.
อีกจุดหนึ่งคือ Business AI ถูกฝึกให้คุยเหมือน ‘คน’ มากขึ้น คำตอบในแต่ละแชทอาจไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่จะปรับคำพูดให้ดูเป็นธรรมชาติ เหมือนบทสนทนาของคนจริง
.
ในช่วงเริ่มต้น Business AI จะใช้ได้บน Facebook Messenger เท่านั้น จะยังไม่รองรับ Instagram แต่มีแผนจะขยายไปในอนาคต แถมช่วงแรกยังเปิดให้ธุรกิจทดลองใช้ได้ฟรี ก่อนที่ในระยะยาวอาจพัฒนาไปสู่โมเดลแบบสมัครสมาชิกในอนาคต
.
ระบบนี้ยังเปิดให้เฉพาะเพจธุรกิจที่มีการใช้งานจริง และมีประวัติการสนทนากับลูกค้าอยู่แล้ว เพื่อให้ AI มีข้อมูลเพียงพอในการเรียนรู้รูปแบบการสื่อสารของธุรกิจ รวมถึงช่วยลดปัญหาข้อความสแปมจากฝั่งลูกค้า
.
‘แพร’ เสริมว่า กลุ่มธุรกิจที่น่าจะได้ประโยชน์จาก Business AI มากเป็นพิเศษคือ ธุรกิจที่ต้อง “คุยกับลูกค้าเยอะๆ” เช่น แฟชั่น บิวตี้ แกดเจ็ต คลินิกความงาม หรือดีลเลอร์รถยนต์ ซึ่งลูกค้ามักต้องสอบถามรายละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ
.
การเปิดตัว Business AI ในไทยจึงสะท้อนอีกก้าวของโซเชียลคอมเมิร์ซ ที่กำลังขยับไปสู่ยุคใหม่ ซึ่ง AI จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยที่คอยคุยกับลูกค้าแทนเจ้าของธุรกิจ
.
ขณะเดียวกันก็สะท้อนว่า เทรนด์การแชทในไทยแข็งแรงมาก จน Meta เลือกเปิดตัวบริการนี้ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพียง 2 ประเทศ คือ ‘ไทย’ และ ‘ฟิลิปปินส์’ แถมไทยยังเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ได้ใช้ Business AI บน Messenger ด้วย
.
ที่มา : BrandInside