เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเราทั้ง 2 คน ความสันพันธ์ในตอนนี้ของเรา แม้แต่คำว่าเพื่อน ก็ยังยากที่จะใช้คำนี้ ผมขอแบ่งเป็นพาร์ทไปนะครับ ขอรับประกันว่า เป็นเรื่องจริงครับ ทั้งเพื่อนฝูง คนไกล้ตัว ก็ยังคิดว่าเราคบกันอยู่ เพราะเราไม่ได้บอกใคร
Part 1 บทนำ (อ่านข้ามๆก็ได้นะครับ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น)
เรื่องเกิดขึ้นในปี 2007 ผมขอใช้ชื่อสมมุตินะครับ ผมชื่อ K อายุ 22 ปี พึ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังย่านรังสิต อยู่ระหว่างรอทรานสคริปป์ไปสมัครงาน นั้นเท่ากับว่า ผมมีเวลาว่างเกือบ 2 เดือน พอดีที่บ้านมีธุระกิจเสริมขายก๋วยเตี๋ยว ด้วยตัวผมนั้นว่าง จึงใช้เวลาว่างระหว่างรอทรานสคริปป์เพื่อหางานทำมาขายก๋วยเตี๋ยว ทั้งจ่ายตลาด ลวก เสิร์ฟ แต่ที่บ้านมีลูกจ้างอยู่แล้ว 2-3 คน ทำอยู่ได้ราว 1 สัปดาห์ มีเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมาตั้งแต่สมัย ม.ต้น มาซื้อก๋วยเตี๋ยว คุยไปคุยมาว่าทำอะไรอยู่ ทำงานที่ไหน เพื่อนคนนี้ของผมบอกว่า เป็น PC อยู่ห้างหนึ่ง ในจังหวัดอยุธยา ขายพวกเครื่องครัวสแตนเลส ผมเลยแกล้งถามไปว่า ได้เท่าไร มีว่างบ้างไหม ช่วงนี้ว่าง อยากไปลองทำ มันตอบผมว่า ได้ 10,000.- บาท ระยะงาน 1 เดือน มันถามผม อยากทำไหม ข้าติดทำโปรเจค มาทำแทนข้าได้นะ ด้วยตัวผมนั้นว่าง บวกกับอยากเห็นเงินเดือนเดือนแรก คืออยากภูมิใจ ว่างั้น โอเค เราจะเริ่มงานกัน
เริ่มงานวันแรก ผมยืนทั้งวัน คิดว่า บ้านผมก็พอมีฐานะเพราะธุระกิจของพ่อ ผมขับรถยนต์มาทำงานระยะทาง 30 กม. ทำไมทำงานมันลำบากแบบนี้ ยืนเมื่อยมาก เข้างาน 10 โมง เลิกงาน 2 ทุ่ม ผมยืนอยู่ราว 2 วัน ผมเบื่อมาก ผมใช้วิธีอาศัยไปแอบหลับในห้องน้ำ พออยู่นานๆเข้า เกือบสัปดาห์ ผมเข้ามาตอกบัตร จากนั้นเดินลงบันไดเลื่อนไปที่ลานจอดรถ เพราะไม่ค่อยมีใครจำหน้าผมได้ ตอนนั้นคิดว่า ถึงโดนไล่ออกก็ไม่สนใจ เพราะเบื่อมาก ผมลงไปที่ลานจอดรถ ขับรถกลับบ้านไปนอนซะเลย ผมทำแบบนี้ทุกวันจนเหลือระยะเวลางานอีกเพียง 5-6 วัน เริ่มมีคนจากทางห้างโทรมาตามหาผม ผมคิดว่า จะครบเวลางานแล้ว จะได้เงินเดือนอยู่แล้ว ยืนๆ ให้ครบเวลาไป
เหลือระยะเวลางานอีก 3 วัน วันนั้นเป็นวันศุกร์ มี Mc Pretty 3 คน มาจัดรายการผงซักฟอกยี่ห้อหนึ่ง จัดรายการห่างจากล็อคที่ผมอยู่ 3-4 ล็อคเท่านั้น ผมไปเตะตากับพริตตี้คนนึง แต่ไม่ถึงกับชอบ แต่โดยรวมถือว่าโอเค ขาว สูงราว 165cm. นน.ราว 47-50 วัดจากสายตา ผมคิดว่า เวลาผมกับทางห้างไกล้จะหมดแล้ว ลองหยอดดูดีกว่า
Part 2 จุดเริ่มต้นแห่งความรัก
วันนั้นเป็นวันที่ผมเดินเข้าห้องน้ำบ่อยมาก จุดประสงค์ก็คือ เดินผ่าน มองหน้า สบตาน้องพริตตี้คนนั้น รอบที่ 1-2 เธอไม่ได้สังเกตผม รอบที่ 3 นี่แหละ ผมเดินอย่างช้าๆ พร้อมเก๊กหน้า มองตาน้องเค้า ประจวบกับที่น้องเค้าสบตาผม เราหยุดจ้องตากันเกือบ 5 วินาที ผมมั่นใจว่า ถ้าน้องเค้าหลบตาผม แปลว่าเค้าชอบผมแน่นอน (ทฤษฎีอะไรของมันวะ) น้องเค้าหลบตาผมไปก่อนจริงๆครับ ระหว่างที่สบตาเสร็จและผมเดินกลับไปที่เชลฟ์ประจำการ มีเสียงเรียกมาจากข้างหลัง
ผมหันไปมอง แต่เป็นเสียงของ MC อีกคน ซึ่งไม่ใช่ตัวน้องเค้า เธอตะโกนมาแล้วพูดว่า
MC : เธอ น้องคนนี้ชอบ !!!!!
ได้ยินเท่านั้นแหละ ผมเดินดิ่งไปหาน้องเค้าทันที ผมหยุดยืนห่างจากน้องเค้าราว 1 เมตร น้องเค้าบอกผมว่า "เราไม่ได้เรียก พี่เค้าเรียก" แต่ผมไม่สนใจ ผมขอเบอร์ทันที
ผม : ชื่ออะไรครับ อายุเท่าไร เราชื่อ K เรียน ม.xxxxxx
น้องพริตตี้ : ชื่อ F ค่ะ อายุ 20 เรียน ม.xxxxxxxxx
ผม : ขอเบอร์หน่อยครับ
น้องพริตตี้ : จำเบอร์ไม่ได้ เอาเบอร์มาละกัน
....คือ น้องเค้าไม่อยากให้เบอร์ผม (ผมค่อนข้างมั่นใจในเซนส์)
จากนั้นผมเดินกลับไปที่เชลฟ์ เพื่อหาทางขอเบอร์น้องเค้า เรายืนหน้าเชลฟ์ จะมองเห็นกัน ผมยืนมองหน้าเธอ เพื่อรอเธอสบตา ...พระเจ้า มันได้ผล...น้องเค้าหันมาสบตา แล้วก็หลบหน้าไปพร้อมกับเธอยิ้มแบบเขินอาย ผมทำอยู่ 4-5 ครั้ง ผลลัพธ์คือ มันหมายความว่ายังไง เธอมีใจให้เราใช่ไหม แล้วทำไมเธอไม่ให้เบอร์เรา ....มองเวลา เฮ้ย อีก 2 ชม.จะเลิกงานแล้ว วันนี้จะได้แค่สบตายิ้มเหรอ เอาแค่นั้นจริงๆ เหรอ ประจวบกับที่ผมเห็น MC รุ่นพี่ของเธอเดินไปห้องน้ำ ผมไม่ลังเลที่จะเดินตาม 2 คนนั้นไป ผมยืนมองจนเธอ 2 คนออกจากห้องน้ำและเดินตรงไปที่ห้องอาหารพนักงาน ผมเดินตามสิครับ เดิน เดิน เดินปรี่เข้าไปหาเธอ 2 คน ผมพูดว่า มีเบอร์น้องเค้ามั้ยครับ ขอได้มั้ย MC 2 คนนั้น ยืนยิ้มให้ผม และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ให้เบอร์ผมมาง่ายๆ แต่ในใจผมไม่เชื่อหรอก ผมรีบเดินกลับเชลฟ์ไปเอาโทรศัพท์ หยิบขึ้นผม และพิมพ์ sms ส่งไปว่า " ว่างมั้ยครับ คืนนี้ไปกินข้าวกันมั้ยคะ " เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่าน และก็นิ่งหายไป แค่นี้ผมก็มั่นใจแล้ว ว่าเป็นเบอร์น้องเค้า ประจวบกับ MC 2 คนนั้นเดินกลับมาที่เชลฟ์ ผมเดินปรี่เข้าไปหาด้วยความเร็วสูงไปที่น้องเค้า ถามไปว่า " คืนนี้ไปทานข้าวกันมั้ยคะ พาพี่ๆ 2 คนไปด้วยสิ " จากนั้นก็ปรึกษากัน ผลสรุปคือพวกเธอบอกว่า โอเค ได้สิ หาคนนำเที่ยวอยู่ ไม่เคยมาจังหวัดนี้เหมือนกัน ผมนัดเวลาเสร็จสรรพ ที่ 3 ทุ่ม ครึ่ง จะมารับที่โรงแรม ผมเลิกงาน 2 ทุ่มจะกลับบ้านไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน พวกเธอเลิกงาน 3 ทุ่ม ตกลงตามนี้
Part 3 เป็นแฟนกับเรานะ
ผมออกจากบ้าน 3 ทุ่ม แต่งหล่อด้วยเสื้อยืดแบรนด์เนม กางเกงยีนส์ ขับรถด้วยความเร็วสูงเพื่อไปรับ ถึงโรงแรม ผมลงจากรถไปเพื่อเปิดประตูรถ พวกเธอมองผมและคุยกันว่า ใช่คนนี้เหรอ คนเดียวกับที่ห้างเหรอ ประมาณว่า ดูดีกว่าตอนทำงานแบบคนละคน ผมไม่ใส่ใจขับรถพาเหล่าสาวๆ ออกไปหาร้านอาหารกิน โดยที่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปที่ไหน ไม่มีเฟสบุ๊ค GPS แบบทุกวันนี้ ผมใช้ชีวิตอยู่กับหอพัก และมหาลัยเป็นส่วนใหญ่ ขับเข้าตัวเมืองทันที หาร้านดูดี ผมแวะกดเงินมา 2หมื่น อันนี้ไม่ได้อวดรวยนะครับ นั่นคือยอดเงินเกือบ 50% ที่ผมมีติดบัญชีเลยนะ 555+ ผมเห็นร้านอาหารร้านนึง เตะตาผม ดูดี สไตล์เรือนไทย ผมเข้าไปจอดรถและใช้คำพูดแบบป๋าๆ ว่า สั่งเต็มที่นะครับ ใช่ครับ ผมกะให้พวกเธอกินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ แต่ผมจะไม่เสียเวลากิน แต่จะเอาเวลานี้มาหยอดน้องพริตตี้ของผมดีกว่า ผมสั่งข้าวผัดมาวางไว้บนโต๊ะของผมแค่นั้น
มันได้ผลจริงๆ ครับ เหมือนว่าเธอเส้นตื้น ยิงมุขอะไรก็ขำ หัวเราะไปหมด บางมุขมีเขิน หน้าแดง เธอไม่กินอะไรเลย เพราะมัวแต่คุยกับผม ไม่สิ เรียกว่าฟังผมข้างเดียวจะดีกว่า
เกือบ 2 ชม.ที่เราอยู่ร้านอาหารด้วยกัน น้องเค้าเริ่มไว้ใจผมแล้ว ผมชวนน้องเค้าไปเที่ยวต่อ น้องเค้าตกลง เพราะคิดว่า 2 คนนั้นจะไปด้วย แต่เหมือน MC 2 คนนั้นรู้งาน บอกว่าง่วง ให้ไปส่งที่โรงแรมหน่อย..... โห รักเพื่อนมาก ...... ผมเรียกเช็คบิลทันที อันนี้บิลที่ผมต้องอึ้ง อาหารบนโต๊ะประมาณ 4-5 อย่าง ยอดแค่ 350.- ใช่ครับ 350 บาทไทย จำขึ้นใจทุกวันนี้ ร้านดูดีใช้ได้ อาหารน่าทานมาก แต่ผมไม่รู้รสชาติหรอก เพราะนี่ไม่ใช่เวลากินของผม จวบทุกวันนี้ ผมยังไม่ได้ไปร้านนั้นอีกเลย 555+ เพราะจำทางไม่ได้
ผมไปส่งพวกเธอทั้ง 2 คน และพาเธอไปผับแห่งหนึ่งในตัวเมือง และเป็นครั้งแรกของผมในผับของจังหวัดนี้ ผมสั่งเหล้ามา 1 กลม 690.- พร้อมมิกซ์และถั่ว ผมสังเกตก็รู้ว่า เธอดื่มไม่เก่ง เธอดื่มอย่างกลัวๆ กลัวผมจะทำอะไรไม่ดี ทุกครั้งที่ผมไปเข้าห้องน้ำแล้วกลับมา รสชาติเหล้าจะเข้มขึ้นไปอีก 25% แต่ผมไม่ใส่ใจ อยากลองของใช่ไหม หึหึ ....! เธอเต้น พร้อมกับจิบเหล้า แต่ไม่เยอะ แต่ตัวผมค่อนข้างเมาพอสมควร บวกกับที่ไม่ได้ทานข้าวมา ทำให้ท้องว่างและเมาง่ายขึ้น มาแล้วๆๆๆ ฤทธ์แอลออก
เนื่องจากเสียงเพลงดัง ผมเรียกเธอ เหมือนจะกระซิปอะไรบอกเธอ เธอเอียงหูมาที่ผม ผมไม่มีไรจะบอกเธอหรอกครับ ผมหอมแก้มเธอ ....เธอหันมาดุผมอย่างน่ารักว่า คนฉวยโอกาส อาจเป็นเพราะฤทธ์แอลที่เธอดื่มด้วย เลยไม่โกรธผม ผมให้เธอหันมาอีกรอบ เพื่อจะกระซิป ผมหอมแก้มเธออีก ....เธอเขินมาก ผมอาศัยช่วงจังหวะนี้ เดินเข้าไปกระซิป และพูดว่า เป็นแฟนกับเรานะ ?
.
.
.
เดี๋ยวผมมาต่อนะครับ ขอออกไปทำธุระแปปนึง
ความรัก 10 ปี 4 เดือน รักที่ผมรักษาไว้ไม่ได้ อีก 1 -2 ปี ถ้ายังไม่มีใคร ผมจะไปจีบเธออีกครั้ง
Part 1 บทนำ (อ่านข้ามๆก็ได้นะครับ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น)
เรื่องเกิดขึ้นในปี 2007 ผมขอใช้ชื่อสมมุตินะครับ ผมชื่อ K อายุ 22 ปี พึ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังย่านรังสิต อยู่ระหว่างรอทรานสคริปป์ไปสมัครงาน นั้นเท่ากับว่า ผมมีเวลาว่างเกือบ 2 เดือน พอดีที่บ้านมีธุระกิจเสริมขายก๋วยเตี๋ยว ด้วยตัวผมนั้นว่าง จึงใช้เวลาว่างระหว่างรอทรานสคริปป์เพื่อหางานทำมาขายก๋วยเตี๋ยว ทั้งจ่ายตลาด ลวก เสิร์ฟ แต่ที่บ้านมีลูกจ้างอยู่แล้ว 2-3 คน ทำอยู่ได้ราว 1 สัปดาห์ มีเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมาตั้งแต่สมัย ม.ต้น มาซื้อก๋วยเตี๋ยว คุยไปคุยมาว่าทำอะไรอยู่ ทำงานที่ไหน เพื่อนคนนี้ของผมบอกว่า เป็น PC อยู่ห้างหนึ่ง ในจังหวัดอยุธยา ขายพวกเครื่องครัวสแตนเลส ผมเลยแกล้งถามไปว่า ได้เท่าไร มีว่างบ้างไหม ช่วงนี้ว่าง อยากไปลองทำ มันตอบผมว่า ได้ 10,000.- บาท ระยะงาน 1 เดือน มันถามผม อยากทำไหม ข้าติดทำโปรเจค มาทำแทนข้าได้นะ ด้วยตัวผมนั้นว่าง บวกกับอยากเห็นเงินเดือนเดือนแรก คืออยากภูมิใจ ว่างั้น โอเค เราจะเริ่มงานกัน
เริ่มงานวันแรก ผมยืนทั้งวัน คิดว่า บ้านผมก็พอมีฐานะเพราะธุระกิจของพ่อ ผมขับรถยนต์มาทำงานระยะทาง 30 กม. ทำไมทำงานมันลำบากแบบนี้ ยืนเมื่อยมาก เข้างาน 10 โมง เลิกงาน 2 ทุ่ม ผมยืนอยู่ราว 2 วัน ผมเบื่อมาก ผมใช้วิธีอาศัยไปแอบหลับในห้องน้ำ พออยู่นานๆเข้า เกือบสัปดาห์ ผมเข้ามาตอกบัตร จากนั้นเดินลงบันไดเลื่อนไปที่ลานจอดรถ เพราะไม่ค่อยมีใครจำหน้าผมได้ ตอนนั้นคิดว่า ถึงโดนไล่ออกก็ไม่สนใจ เพราะเบื่อมาก ผมลงไปที่ลานจอดรถ ขับรถกลับบ้านไปนอนซะเลย ผมทำแบบนี้ทุกวันจนเหลือระยะเวลางานอีกเพียง 5-6 วัน เริ่มมีคนจากทางห้างโทรมาตามหาผม ผมคิดว่า จะครบเวลางานแล้ว จะได้เงินเดือนอยู่แล้ว ยืนๆ ให้ครบเวลาไป
เหลือระยะเวลางานอีก 3 วัน วันนั้นเป็นวันศุกร์ มี Mc Pretty 3 คน มาจัดรายการผงซักฟอกยี่ห้อหนึ่ง จัดรายการห่างจากล็อคที่ผมอยู่ 3-4 ล็อคเท่านั้น ผมไปเตะตากับพริตตี้คนนึง แต่ไม่ถึงกับชอบ แต่โดยรวมถือว่าโอเค ขาว สูงราว 165cm. นน.ราว 47-50 วัดจากสายตา ผมคิดว่า เวลาผมกับทางห้างไกล้จะหมดแล้ว ลองหยอดดูดีกว่า
Part 2 จุดเริ่มต้นแห่งความรัก
วันนั้นเป็นวันที่ผมเดินเข้าห้องน้ำบ่อยมาก จุดประสงค์ก็คือ เดินผ่าน มองหน้า สบตาน้องพริตตี้คนนั้น รอบที่ 1-2 เธอไม่ได้สังเกตผม รอบที่ 3 นี่แหละ ผมเดินอย่างช้าๆ พร้อมเก๊กหน้า มองตาน้องเค้า ประจวบกับที่น้องเค้าสบตาผม เราหยุดจ้องตากันเกือบ 5 วินาที ผมมั่นใจว่า ถ้าน้องเค้าหลบตาผม แปลว่าเค้าชอบผมแน่นอน (ทฤษฎีอะไรของมันวะ) น้องเค้าหลบตาผมไปก่อนจริงๆครับ ระหว่างที่สบตาเสร็จและผมเดินกลับไปที่เชลฟ์ประจำการ มีเสียงเรียกมาจากข้างหลัง
ผมหันไปมอง แต่เป็นเสียงของ MC อีกคน ซึ่งไม่ใช่ตัวน้องเค้า เธอตะโกนมาแล้วพูดว่า
MC : เธอ น้องคนนี้ชอบ !!!!!
ได้ยินเท่านั้นแหละ ผมเดินดิ่งไปหาน้องเค้าทันที ผมหยุดยืนห่างจากน้องเค้าราว 1 เมตร น้องเค้าบอกผมว่า "เราไม่ได้เรียก พี่เค้าเรียก" แต่ผมไม่สนใจ ผมขอเบอร์ทันที
ผม : ชื่ออะไรครับ อายุเท่าไร เราชื่อ K เรียน ม.xxxxxx
น้องพริตตี้ : ชื่อ F ค่ะ อายุ 20 เรียน ม.xxxxxxxxx
ผม : ขอเบอร์หน่อยครับ
น้องพริตตี้ : จำเบอร์ไม่ได้ เอาเบอร์มาละกัน
....คือ น้องเค้าไม่อยากให้เบอร์ผม (ผมค่อนข้างมั่นใจในเซนส์)
จากนั้นผมเดินกลับไปที่เชลฟ์ เพื่อหาทางขอเบอร์น้องเค้า เรายืนหน้าเชลฟ์ จะมองเห็นกัน ผมยืนมองหน้าเธอ เพื่อรอเธอสบตา ...พระเจ้า มันได้ผล...น้องเค้าหันมาสบตา แล้วก็หลบหน้าไปพร้อมกับเธอยิ้มแบบเขินอาย ผมทำอยู่ 4-5 ครั้ง ผลลัพธ์คือ มันหมายความว่ายังไง เธอมีใจให้เราใช่ไหม แล้วทำไมเธอไม่ให้เบอร์เรา ....มองเวลา เฮ้ย อีก 2 ชม.จะเลิกงานแล้ว วันนี้จะได้แค่สบตายิ้มเหรอ เอาแค่นั้นจริงๆ เหรอ ประจวบกับที่ผมเห็น MC รุ่นพี่ของเธอเดินไปห้องน้ำ ผมไม่ลังเลที่จะเดินตาม 2 คนนั้นไป ผมยืนมองจนเธอ 2 คนออกจากห้องน้ำและเดินตรงไปที่ห้องอาหารพนักงาน ผมเดินตามสิครับ เดิน เดิน เดินปรี่เข้าไปหาเธอ 2 คน ผมพูดว่า มีเบอร์น้องเค้ามั้ยครับ ขอได้มั้ย MC 2 คนนั้น ยืนยิ้มให้ผม และหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ให้เบอร์ผมมาง่ายๆ แต่ในใจผมไม่เชื่อหรอก ผมรีบเดินกลับเชลฟ์ไปเอาโทรศัพท์ หยิบขึ้นผม และพิมพ์ sms ส่งไปว่า " ว่างมั้ยครับ คืนนี้ไปกินข้าวกันมั้ยคะ " เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่าน และก็นิ่งหายไป แค่นี้ผมก็มั่นใจแล้ว ว่าเป็นเบอร์น้องเค้า ประจวบกับ MC 2 คนนั้นเดินกลับมาที่เชลฟ์ ผมเดินปรี่เข้าไปหาด้วยความเร็วสูงไปที่น้องเค้า ถามไปว่า " คืนนี้ไปทานข้าวกันมั้ยคะ พาพี่ๆ 2 คนไปด้วยสิ " จากนั้นก็ปรึกษากัน ผลสรุปคือพวกเธอบอกว่า โอเค ได้สิ หาคนนำเที่ยวอยู่ ไม่เคยมาจังหวัดนี้เหมือนกัน ผมนัดเวลาเสร็จสรรพ ที่ 3 ทุ่ม ครึ่ง จะมารับที่โรงแรม ผมเลิกงาน 2 ทุ่มจะกลับบ้านไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน พวกเธอเลิกงาน 3 ทุ่ม ตกลงตามนี้
Part 3 เป็นแฟนกับเรานะ
ผมออกจากบ้าน 3 ทุ่ม แต่งหล่อด้วยเสื้อยืดแบรนด์เนม กางเกงยีนส์ ขับรถด้วยความเร็วสูงเพื่อไปรับ ถึงโรงแรม ผมลงจากรถไปเพื่อเปิดประตูรถ พวกเธอมองผมและคุยกันว่า ใช่คนนี้เหรอ คนเดียวกับที่ห้างเหรอ ประมาณว่า ดูดีกว่าตอนทำงานแบบคนละคน ผมไม่ใส่ใจขับรถพาเหล่าสาวๆ ออกไปหาร้านอาหารกิน โดยที่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปที่ไหน ไม่มีเฟสบุ๊ค GPS แบบทุกวันนี้ ผมใช้ชีวิตอยู่กับหอพัก และมหาลัยเป็นส่วนใหญ่ ขับเข้าตัวเมืองทันที หาร้านดูดี ผมแวะกดเงินมา 2หมื่น อันนี้ไม่ได้อวดรวยนะครับ นั่นคือยอดเงินเกือบ 50% ที่ผมมีติดบัญชีเลยนะ 555+ ผมเห็นร้านอาหารร้านนึง เตะตาผม ดูดี สไตล์เรือนไทย ผมเข้าไปจอดรถและใช้คำพูดแบบป๋าๆ ว่า สั่งเต็มที่นะครับ ใช่ครับ ผมกะให้พวกเธอกินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ แต่ผมจะไม่เสียเวลากิน แต่จะเอาเวลานี้มาหยอดน้องพริตตี้ของผมดีกว่า ผมสั่งข้าวผัดมาวางไว้บนโต๊ะของผมแค่นั้น
มันได้ผลจริงๆ ครับ เหมือนว่าเธอเส้นตื้น ยิงมุขอะไรก็ขำ หัวเราะไปหมด บางมุขมีเขิน หน้าแดง เธอไม่กินอะไรเลย เพราะมัวแต่คุยกับผม ไม่สิ เรียกว่าฟังผมข้างเดียวจะดีกว่า
เกือบ 2 ชม.ที่เราอยู่ร้านอาหารด้วยกัน น้องเค้าเริ่มไว้ใจผมแล้ว ผมชวนน้องเค้าไปเที่ยวต่อ น้องเค้าตกลง เพราะคิดว่า 2 คนนั้นจะไปด้วย แต่เหมือน MC 2 คนนั้นรู้งาน บอกว่าง่วง ให้ไปส่งที่โรงแรมหน่อย..... โห รักเพื่อนมาก ...... ผมเรียกเช็คบิลทันที อันนี้บิลที่ผมต้องอึ้ง อาหารบนโต๊ะประมาณ 4-5 อย่าง ยอดแค่ 350.- ใช่ครับ 350 บาทไทย จำขึ้นใจทุกวันนี้ ร้านดูดีใช้ได้ อาหารน่าทานมาก แต่ผมไม่รู้รสชาติหรอก เพราะนี่ไม่ใช่เวลากินของผม จวบทุกวันนี้ ผมยังไม่ได้ไปร้านนั้นอีกเลย 555+ เพราะจำทางไม่ได้
ผมไปส่งพวกเธอทั้ง 2 คน และพาเธอไปผับแห่งหนึ่งในตัวเมือง และเป็นครั้งแรกของผมในผับของจังหวัดนี้ ผมสั่งเหล้ามา 1 กลม 690.- พร้อมมิกซ์และถั่ว ผมสังเกตก็รู้ว่า เธอดื่มไม่เก่ง เธอดื่มอย่างกลัวๆ กลัวผมจะทำอะไรไม่ดี ทุกครั้งที่ผมไปเข้าห้องน้ำแล้วกลับมา รสชาติเหล้าจะเข้มขึ้นไปอีก 25% แต่ผมไม่ใส่ใจ อยากลองของใช่ไหม หึหึ ....! เธอเต้น พร้อมกับจิบเหล้า แต่ไม่เยอะ แต่ตัวผมค่อนข้างเมาพอสมควร บวกกับที่ไม่ได้ทานข้าวมา ทำให้ท้องว่างและเมาง่ายขึ้น มาแล้วๆๆๆ ฤทธ์แอลออก
เนื่องจากเสียงเพลงดัง ผมเรียกเธอ เหมือนจะกระซิปอะไรบอกเธอ เธอเอียงหูมาที่ผม ผมไม่มีไรจะบอกเธอหรอกครับ ผมหอมแก้มเธอ ....เธอหันมาดุผมอย่างน่ารักว่า คนฉวยโอกาส อาจเป็นเพราะฤทธ์แอลที่เธอดื่มด้วย เลยไม่โกรธผม ผมให้เธอหันมาอีกรอบ เพื่อจะกระซิป ผมหอมแก้มเธออีก ....เธอเขินมาก ผมอาศัยช่วงจังหวะนี้ เดินเข้าไปกระซิป และพูดว่า เป็นแฟนกับเรานะ ?
.
.
.
เดี๋ยวผมมาต่อนะครับ ขอออกไปทำธุระแปปนึง