"ยูไล เกลเลอร์..." กัปตันวันชนะพูดถึงหนุ่มพลังจิต "น่าสนใจ...ในต้นศตวรรษที่ 20 เคยมีนักพลังจิตคนหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ชื่อ ยูริ เกลเลอร์"
"เล็กก็เคยได้ยินชื่อนี้ค่ะ" แม่หมอและจิตรกรสาวผู้เคยแสดงฝีมือเมื่อครั้งที่ข้ามเวลาไปในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สองกล่าวเสริม "ยูริ เกลเลอร์สามารถใช้พลังจิตหักงอวัตถุโลหะเช่นช้อนส้อมได้ เคยมีการทดสอบเขาและถ่ายทอดสดทางทีวี คนดูทางบ้านจำนวนมากที่ดูการถ่ายทอดสดอยู่โทรศัพท์ไปที่สถานีโทรทัศน์กันจ้าละะหวั่น บอกว่าช้อนส้อมในบ้านซึ่งเป็นโลหะเกิดหงิกงอไปหมด ยูไลคนนี้ อาจจะเป็นลูกหลานของเค้าก็ได้นะคะ"
"ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เจอและพูดคุยกับเค้าหรือเปล่า แต่ตอนนี้ เขากำลังช่วยเรา" สถาพรกล่าวด้วยความสนใจ "ลองหาตำแหน่งของเขาตอนนี้ซิ แอนดี้"
"ครับผม" แอนดรอยด์คนเก่งพยักหน้าแล้วเริ่มสแกนหาจุดที่ยูไลซุ่มอยู่ ไม่กี่วินาทีก็พบหนุ่มพลังจิตกำลังยกมือกวัดแกว่งอยู่กลางพุ่มไม้หนาทึบ เขาซูมภาพเข้าไปใกล้ๆ
"ลักษณะการใช้พลังจิตของเขาคล้ายๆ กับน้องแอนนา" รัชนกจ้องมองจอมอนิเตอร์พลางกล่าว "แต่ไม่เหมือนเสียเลยทีเดียว"
"ใช่จ้ะ" มหาเอกกล่าวและพยักหน้า "น้องแอนนาจะใช้สองมือทำท่าคว้าจับแล้วเอามาชนกัน แต่นายยูไลนี่ ใช้มือเดียว และใช้พลังบังคับให้เครื่องบินทั้งลำบิดงอ"
"เหมือนที่ยูริ เกลเลอร์ ถือช้อนส้อมโลหะไว้เฉยๆ แล้วเพ่งพลังจิตหัก หรือบิดงอ" สาวจอยกล่าวบ้าง แล้วถามกัปตัน "เราต้องคุ้มกันเค้าไหมคะกัปตัน ? น่าเป็นห่วงอะ จอยว่าอีกไม่นาน พวกทหารอาจจะหาตัวเค้าเจอ"
"ยิงบาเรียครอบเค้าไว้เป็นเกราะป้องกัน แอนดี้" กัปตันวันชนะสั่ง
"ครับ เจ้านาย" แอนดี้ตอบรับคำสั่ง แล้วปล่อยพลังบาเรียจากใต้ยานลงไปแผ่ปกคลุมเหนือบริเวณที่ยูไลยืนอยู่ และแผ่ขยายเป็นรูปครึ่งวงกลมครอบร่างของเขาไว้
"ทำดีมากจ้ะ แอนดี้" สาวน้อยแอนนากล่าวชมและปรบมือด้วยอาการลิงโลด
"ขอบคุณครับ คุณหนู" แอนดี้ตอบยิ้มๆ
เบื้องล่าง...หนุ่มพลังจิตสังเกตเห็นบรรยากาศรอบตัวเองเกิดการเปลี่ยนแปลง เหมือนมีเปลือกไข่หนาๆ และโปร่งใสขนาดยักษ์ครอบตัวเองอยู่ จึงแหงนหน้าขึ้นไปมองข้างบน และเมื่อมองเห็นยาน THE FUGITIVE ก็ฉีกยิ้มเห็นฟันขาว ส่งโทรจิตขึ้นไปบอกกับสาวน้อยมหัศจรรย์
"แอนนา ขอบใจมาก! ฝากบอกขอบคุณหัวหน้าทีมหรือกัปตันของยานด้วย"
"คนที่คุณว่าน่ะ คือพ่อหนูเอง! แล้วจะบอกให้จ้ะ!!" แอนนารับรู้กระแสโทรจิตนั้นทันทีและตอบกลับทันควัน จากนั้นจึงหันไปบอกกับพ่อ "คุณพ่อคะ ยูไลฝากบอกขอบคุณมาค่ะ"
"บอกเขาว่า เรายินดีช่วยจ้ะลูก!" กัปตันวันชนะตอบ
"คุณพ่อบอกว่ายินดีช่วยจ้า!" แอนนาโทรจิตลงไปบอกยูไล แล้วเธอก็นึกสนุกคันไม้คันมือขึ้นมา จึงท้าหนุ่มพลังจิต
"ยูไล เรามาแข่งกัน! ว่าใครจะทำลายเครื่องบินได้เยอะกว่ากัน เอาไหม ?"
"ได้เลย แอนนา!" ยูไลยิ้มขณะโทรจิตตอบ
"แล้วถ้าฉันชนะ เธอจะให้รางวัลอะไรแก่ฉันล่ะ ?"
"ง่า...อะไรดีอะ ไม่รู้ !!" สาวน้อยโทรจิตตอบพลางทำจมูกย่น
ยูไลหัวเราะทางจิต ก่อนจะบอก
"เอางี้ ง่ายๆ ไม่ต้องคิดมาก ถ้าฉันชนะเธอ เธอต้องเป็นน้องสาวของฉัน ต้องเรียกฉันว่าพี่ชาย โอเคไหม ?"
"ตกลง!" สาวน้อยตอบรับเงื่อนไขทันที แล้วย้อนถามบ้าง
"แล้วถ้าหนูชนะคุณล่ะ ?"
"เธอต้องการอะไรล่ะ แอนนา ? บอกมาเลย ถ้าฉันสามารถให้ได้ ฉันก็จะให้เธอแน่นอน"
"อืม...เอาอะไรดีน้า...." สาวน้อยเม้มปากทำท่าครุ่นคิด ยกนิ้วแตะขมับตัวเองสองสามที แล้วตอบ
"เอางี้! ถ้าหนูชนะ คุณต้องหาอาหารมาเลี้ยงพวกเราทุกคนในยาน!!"
"โอ้โฮ....งานหนักไม่ใช่เล่นนะนั่น!" ยูไลตอบพลางหัวเราะ แล้วถาม
"พวกเธอมีกันทั้งหมดกี่คน ?"
"ง่า...เดี๋ยวนะ...ก็มี หนู คุณพ่อคุณแม่ พี่จอย พี่เล็ก พี่เอวา พี่สถาพร พี่นก พี่นี พี่เอก พี่แซม แล้วก็...มีบรรจง อาเจอะ อาบือ จริงๆ มีแอนดี้อีกคน แต่แอนดี้ไม่ต้องกินอาหาร เพราะฉะนั้นไม่นับ"
"14 คน มายก๊อด...ฉันจะหาอะไรมาเลี้ยงดีล่ะเนี่ย ?"
"ไม่รู้ดิ! ไปยิงนกตกปลามาก็ได้! ม่ายงั้นก็จับหมูป่ามาซักสองสามตัวก็ได้มั้ง !!" สาวน้อยตอบแล้วแยกเขี้ยวยิ้ม
คราวนี้ยูไลหัวเราะลั่น แล้วตอบ
"ก็ได้...ตกลงตามนี้ !"
"งั้นเริ่มกันเลยจ้ะ !! เลิกคุยกันแค่นี้นะ หนูจะเริ่มแระ !!" ตอบโทรจิตสุดท้ายแล้วเธอก็หันมาบอกกับทุกคนในยาน "ยูไลจะแข่งกับหนู ทำลายเครื่องบิน ใครทำลายได้มากกว่า คนนั้นก็ชนะ ถ้าเค้าชนะ หนูจะเป็นน้องสาวของเค้า ต้องเรียกเค้าว่าพี่ชาย...แต่ถ้าหนูชนะ เค้าจะหาอาหารมาเลี้ยงพวกเราทุกคนเลยค่ะ!" พูดจบสาวน้อยก็หันไปมองเครื่องบินของทหารผ่านกระจกหน้าต่างยานและเริ่ม
"จับนกชนนก" ทันที
"สนุกละคราวนี้!" สถาพรกล่าวพร้อมกับดีดนิ้ว "ต่อน้องแอนนาสองหนึ่งว่ะ! ใครจะรอง ??? !!"
"คงไม่มีใครกล้ารองมั้งคะพี่พร ?" รัชนีกล่าวพลางหัวเราะ "น้องแอนนาจับทีละสองลำชนกันตู้มๆ นายยูไลนั่นบิดทีละลำ น้องแอนนาทำลายได้มากกว่าเค้าสองเท่าเลยนะคะ"
"เออ...จริงสินะ!" ด็อกเตอร์หนุ่มพยักหน้าเห็นด้วยกับน้องสาว "งั้นพวกเราก็เป็นผู้ชมไปละกัน!"
การแข่งขันทำลายเครื่องบินของพวกทหารเป็นไปอย่างดุเดือดเข้มข้น!!
อากาศยานซึ่งมีจำนวนน้อยอยู่แล้วหลังจากถูกทำลายโดยยานแม่จากเนโอโซรอสในคราวก่อน ถูกสองผู้มีพลังจิตบังคับให้ชนกันบ้าง บังคับให้บิดงอไปบ้าง จนระส่ำระสายไม่เป็นขบวน บินพล่านไปทั่วฟ้า !!
"อะไรกันอีกวะนี่ มันเกิดห่าเหวอะไรขึ้นมาอีก !!!" ผู้นำสูงสุดร้องตะโกนผ่านการสื่อสารจากที่ซ่อนตัวอันลึกลับมายังกองทัพ "ผบ.สส. อยู่ไหม ?"
"อยู่ขอรับกระผม!" ผู้บัญชาการทหารสูงสุดส่งวิทยุสื่อสารตอบ
"เครื่องบินของพวกเรา Chip หายวายป่วงอยู่ตอนนี้ เกิดจากอะไร ???"
"เกิดจากผู้ใช้พลังจิตขอรับกระผม! ยูไล เกลเลอร์ ซึ่งได้ฆ่า ผบ.ทอ. และหลบหนีไปจากกองทัพ น่าจะเป็นคนทำขอรับ"
"หาตัวมันให้เจอ แล้วฆ่ามันซะ !!"
"รับบัญชาขอรับกระผม!"
"หาตัวมันเจอแล้วให้ทหารบกเข้าไปจัดการกับมัน เรียกฝูงบินที่เหลืออยู่ให้รีบบินกลับฐานด้วย ก่อนจะ Chip หายมากไปกว่านี้ !!"
"รับบัญชาและจะสั่งการเดี๋ยวนี้ขอรับกระผม!"
หลังจากนั้น ทุกคนในยาน THE FUGITIVE และยูไล เกลเลอร์ ซึ่งอยู่บนภาคพื้นดินเบื้องล่าง ก็เห็นความเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไปของเหล่าฝูงบินทหาร!
อากาศยานหลายลำที่เหลือและรอดพ้นจากการแข่งกันทำลายล้างของสาวน้อยแอนนาและยูไล เกลเลอร์ เริ่มเปลี่ยนทิศทางบิน หนีไปจากบริเวณที่ล้อมรอบยาน THE FUGITIVE และบินกลับฐานทัพอย่างเร่งด่วน...และจำนวนที่เหลือคือ ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ !! ที่เหลือ 40 เปอร์เซ็นต์นอกนั้นก็พุ่งชนกันเองกลางอากาศด้วยพลังจิตของแอนนา และบิดโค้งงอจนร่วงโหม่งโลกระเบิดไปด้วยพลังจิตของยูไล
"อ้าว บินหนีกันแล้วแฮะ!" สถาพรเอ่ยขึ้น "สงสัยจะรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้"
"ไหนนับจำนวนสรุปซิแอนดี้ ใครได้เท่าไรกันบ้าง ?" แซมถามแอนดี้ถึงผลการแข่งขันระหว่างแอนนากับยูไล
"คุณหนูทำลายไป 378 ลำ มิสเตอร์ยูไล ทำลายไป 169 ลำ คุณหนูเป็นฝ่ายชนะครับ!" แอนดี้ตอบแล้วยิ้ม และทุกคนส่งเสียงเฮกันลั่น
จากนั้นจึงมีโทรจิตจากยูไลส่งมาหาสาวน้อยพลังจิต
"ขอแสดงความยินดีด้วยนะ แอนนา เธอชนะฉันแล้ว"
"ขอบคุณจ้ะ!" แอนนาตอบ แล้วถามกลับ
"คุณขึ้นมาอยู่กับพวกเราบนยานลำนี้ดีกว่าไหม ? หนูอยากให้คุณได้รู้จักกับพวกเราทุกคน เพราะคุณต้องหาอาหารมาเลี้ยงพวกเรานี่นา"
"ด้วยความยินดีจ้ะ!" ยูไลตอบรับโดยไม่ต้องคิดมาก
"คุณพ่อคะ" แอนนาเรียกกัปตัน "หนูชวนยูไลขึ้นมาบนยานแล้วค่ะ บอกเค้าแล้วด้วยว่าเค้าต้องหาอาหารมาเลี้ยงพวกเรา"
"งั้นเหรอลูก ? แล้วเค้าว่าไง ?" กัปตันถามและยิ้ม คนอื่นๆ ในยานก็เช่นเดียวกัน
"เค้าตอบรับแล้วค่ะ"
"โอเค...งั้นหนูบอกเค้าให้ยืนอยู่นิ่งๆ เราจะดึงตัวเค้าขึ้นมาเดี๋ยวนี้แหละจ้ะ" กัปตันบอกกับลูกสาว แล้วหันมาสั่งแอนดี้ "แอนดี้ เคลื่อนยานไปลอยอยู่เหนือตัวของยูไล แล้วเปิดช่องใต้ยาน ปล่อยลำแสงต้านแรงโน้มถ่วง ดึงตัวเค้าขึ้นมา"
"ครับ เจ้านาย"
และแล้ว ยูไล เกลเลอร์ ก็ถูกดึงขึ้นมาอยู่บนยาน THE FUGITIVE
แอนนาวิ่งเข้าไปกอดเอวเขาทันทีที่เขาขึ้นมายืน และยูไลก็โอบกอดเธอด้วยความเอ็นดู และกล่างขอโทษขอโพยเรื่องที่ได้ต่อสู้กันในคราวก่อน
"ขอโทษด้วยนะ ที่ฉันทำให้เธอเจ็บปวด ตอนที่สู้กันคราวที่แล้ว"
"ไม่เป็นไรค่ะ หนูรู้และเข้าใจดี ว่าคุณถูกบังคับ หนูก็ต้องขอโทษคุณด้วยที่โต้กลับคุณในตอนท้าย ไม่รู้ว่าคุณเจ็บมากไหม"
"นิดหน่อยจ้ะ เหมือนนักมวยโดนชกล้มลงไปให้กรรมการนับแปด!"
"แล้วหลังจากนั้น คุณก็หายไปเฉยๆ.."
"ฉันได้โอกาสเล่นงานทหารผู้ควบคุมฉันอยู่น่ะ เลยหันไปจัดการกับพวกมันสองคน ตัวใหญ่เสียด้วย...หมายถึง เป็นบุคคลสำคัญ ฉันฆ่ามันทั้งสองคนแล้วก็หนีออกมา"
จากนั้น แอนนาจึงเป็นตัวกลางช่วยแนะนำให้ยูไลทำความรู้จักกับสมาชิกในยานทุกคน ตั้งต้นแต่กัปตันวันชนะ จนถึงสามหนุ่มอาข่าเป็นลำดับสุดท้าย
"แอนนา ลูกสาวของผม แสดงความจำนงอย่างชัดแจ้งว่า อยากได้คุณเป็นสมาชิกของยานลำนี้อีกคนหนึ่ง" กัปตันวันชนะกล่าวกับยูไลหลังจากการแนะนำตัวทำความรู้จักกันผ่านพ้นไป "ผมในฐานะกัปตันยาน THE FUGITIVE ขอถามว่า คุณจะยินดีเป็นสมาชิกใหม่ของพวกเราไหม คุณยูไล ?"
"ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เป็นเกียรติสำหรับผมครับผม" หนุ่มพลังจิตตอบรับ "ภาระกิจของทีม คือ โค่นล้มพวกทหารเผด็จการ และจับตัวผู้นำสูงสุดและผู้ใกล้ชิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปลงโทษ ผมเข้าใจถูกไหมครับ ?"
"ถูกต้องครับ" กัปตันพยักหน้าตอบ
"ถ้างั้นต้องหาที่หลบซ่อนตัวของผู้นำสูงสุดให้เจอโดยเร็วครับ ที่แน่ๆ มันไม่ได้อยู่ในกองทัพชัวร์!"
"คุณรู้ได้ไง ?"
"ก็ผมถูกพวกมันจับไปขังตั้งนานครับ หลายปีทีเดียว แต่ไม่เคยรู้สึกสัมผัสได้เลยสักครั้งว่ามันเข้ามาในกองทัพ! มันไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าใครๆ ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าหน้าตาของมันเป็นยังไง มันอาจเป็นใครสักคนที่มีคนรู้จักก็ได้ และต้องการปกปิดความลับของตัวเอง"
กัปตันวันชนะทำท่าครุ่นคิด แล้วหันไปพูดกับสถาพร และคนอื่นๆ ในยาน "สิ่งที่ยูไลพูด น่าคิดมาก แต่ไม่ว่าตัวจริงของมันจะเป็นใครก็ตาม เราก็ต้องตามหามันให้เจอ และจับมันให้ได้ เร็วเท่าไรยิ่งดี"
"เจ้านายครับ" แอนดี้หันมาเรียกเขา หลังจากได้รับสัญญาณบางอย่างจากระบบสื่อสารของยาน
"มีอะไรหรือ แอนดี้ ?"
"ระบบสื่อสาร ดักจับสัญญาณการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้นำสูงสุดกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้ ก่อนที่ฝูงบินทหารจะบินกลับฐานทัพไป ในระหว่างที่พวกมันกำลังถูกไล่จับและทำลายโดยคุณหนู และคุณยูไลครับผม!"
"เยี่ยมเลย! มันส่งมาจากไหน ตรวจหาได้ไหม ?" สถาพรถามทันทีด้วยความมันเขี้ยว
"ได้ครับคุณสถาพร!"
"ที่ไหนวะ แอนดี้ ?"
"จากทิศทางที่คอมพิวเตอร์ของยานคำนวณโดยละเอียด พบว่า สัญญาณการติดต่อ ถูกส่งมาจากขั้วโลกใต้ครับผม!"
"ขั้วโลกใต้ !!!" ด็อกเตอร์หนุ่มพูดทวนคำ "แม่ม...หนีไปกบดานอยู่ซะไกลเลยนะเมิง!!" แล้วหันมาถามกัปตัน "เอาไงดีเพื่อน บุกไปหามันเลยไหม ?"
"อย่าเพิ่ง...ใจเย็นๆ เพื่อน เราต้องจัดการทางนี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน"
"ทำไง ??"
"ต้องติดต่อกับกองกำลังยูเอ็นซึ่งควบคุมสถานที่สำคัญๆ ไว้ในขณะนี้ บอกให้พวกเขาเข้าไปจัดการพวกทหารที่เหลือในกองทัพ พวกมันมีจำนวนน้อยลงมากแล้วในตอนนี้ เพราะฉะนั้นยึดอำนาจให้เบ็ดเสร็จ จะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง เดี๋ยวเราจะจัดการติดต่อหาพวกเขาเอง!"
ครั้นพูดจบ กัปตันวันชนะก็ทำการสื่อสารด้วยตนเอง โดยส่งสัญญาณวิทยุสื่อสารไปยังสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ซึ่งมีกองกำลังหลักของยูเอ็นประจำการอยู่
"ฮัลโหล...นี่คือกัปตันวันชนะแห่งยาน THE FUGITIVE ขอคุยกับผู้บัญชาการซึ่งรับผิดชอบกองกำลังยูเอ็นซึ่งควบคุมสถานีโทรทัศน์ที่นี่ ด่วนครับ"
มีเสียงตอบกลับมาทันที "กัปตันวันชนะหรือครับ ?"
"ใช่ ผมเอง กัปตันวันชนะ คุณคือใครครับขอโทษ ?"
"ผมคือ ผู้อำนวยการสถานีครับ รอสักครู่นะครับคุณวันชนะ ผมจะให้คุณคุยกับผู้พันแบรด ซึ่งเป็นผู้บัญชาการหน่วยที่นี่"
(ต่อครับ)
💫🕛💫 "หลงกาล" Episode-67 : ภาคอวสาน ตอนจบ (จบอวสานภาค 1) 💫🕛💫
"เล็กก็เคยได้ยินชื่อนี้ค่ะ" แม่หมอและจิตรกรสาวผู้เคยแสดงฝีมือเมื่อครั้งที่ข้ามเวลาไปในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สองกล่าวเสริม "ยูริ เกลเลอร์สามารถใช้พลังจิตหักงอวัตถุโลหะเช่นช้อนส้อมได้ เคยมีการทดสอบเขาและถ่ายทอดสดทางทีวี คนดูทางบ้านจำนวนมากที่ดูการถ่ายทอดสดอยู่โทรศัพท์ไปที่สถานีโทรทัศน์กันจ้าละะหวั่น บอกว่าช้อนส้อมในบ้านซึ่งเป็นโลหะเกิดหงิกงอไปหมด ยูไลคนนี้ อาจจะเป็นลูกหลานของเค้าก็ได้นะคะ"
"ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เจอและพูดคุยกับเค้าหรือเปล่า แต่ตอนนี้ เขากำลังช่วยเรา" สถาพรกล่าวด้วยความสนใจ "ลองหาตำแหน่งของเขาตอนนี้ซิ แอนดี้"
"ครับผม" แอนดรอยด์คนเก่งพยักหน้าแล้วเริ่มสแกนหาจุดที่ยูไลซุ่มอยู่ ไม่กี่วินาทีก็พบหนุ่มพลังจิตกำลังยกมือกวัดแกว่งอยู่กลางพุ่มไม้หนาทึบ เขาซูมภาพเข้าไปใกล้ๆ
"ลักษณะการใช้พลังจิตของเขาคล้ายๆ กับน้องแอนนา" รัชนกจ้องมองจอมอนิเตอร์พลางกล่าว "แต่ไม่เหมือนเสียเลยทีเดียว"
"ใช่จ้ะ" มหาเอกกล่าวและพยักหน้า "น้องแอนนาจะใช้สองมือทำท่าคว้าจับแล้วเอามาชนกัน แต่นายยูไลนี่ ใช้มือเดียว และใช้พลังบังคับให้เครื่องบินทั้งลำบิดงอ"
"เหมือนที่ยูริ เกลเลอร์ ถือช้อนส้อมโลหะไว้เฉยๆ แล้วเพ่งพลังจิตหัก หรือบิดงอ" สาวจอยกล่าวบ้าง แล้วถามกัปตัน "เราต้องคุ้มกันเค้าไหมคะกัปตัน ? น่าเป็นห่วงอะ จอยว่าอีกไม่นาน พวกทหารอาจจะหาตัวเค้าเจอ"
"ยิงบาเรียครอบเค้าไว้เป็นเกราะป้องกัน แอนดี้" กัปตันวันชนะสั่ง
"ครับ เจ้านาย" แอนดี้ตอบรับคำสั่ง แล้วปล่อยพลังบาเรียจากใต้ยานลงไปแผ่ปกคลุมเหนือบริเวณที่ยูไลยืนอยู่ และแผ่ขยายเป็นรูปครึ่งวงกลมครอบร่างของเขาไว้
"ทำดีมากจ้ะ แอนดี้" สาวน้อยแอนนากล่าวชมและปรบมือด้วยอาการลิงโลด
"ขอบคุณครับ คุณหนู" แอนดี้ตอบยิ้มๆ
เบื้องล่าง...หนุ่มพลังจิตสังเกตเห็นบรรยากาศรอบตัวเองเกิดการเปลี่ยนแปลง เหมือนมีเปลือกไข่หนาๆ และโปร่งใสขนาดยักษ์ครอบตัวเองอยู่ จึงแหงนหน้าขึ้นไปมองข้างบน และเมื่อมองเห็นยาน THE FUGITIVE ก็ฉีกยิ้มเห็นฟันขาว ส่งโทรจิตขึ้นไปบอกกับสาวน้อยมหัศจรรย์
"แอนนา ขอบใจมาก! ฝากบอกขอบคุณหัวหน้าทีมหรือกัปตันของยานด้วย"
"คนที่คุณว่าน่ะ คือพ่อหนูเอง! แล้วจะบอกให้จ้ะ!!" แอนนารับรู้กระแสโทรจิตนั้นทันทีและตอบกลับทันควัน จากนั้นจึงหันไปบอกกับพ่อ "คุณพ่อคะ ยูไลฝากบอกขอบคุณมาค่ะ"
"บอกเขาว่า เรายินดีช่วยจ้ะลูก!" กัปตันวันชนะตอบ
"คุณพ่อบอกว่ายินดีช่วยจ้า!" แอนนาโทรจิตลงไปบอกยูไล แล้วเธอก็นึกสนุกคันไม้คันมือขึ้นมา จึงท้าหนุ่มพลังจิต "ยูไล เรามาแข่งกัน! ว่าใครจะทำลายเครื่องบินได้เยอะกว่ากัน เอาไหม ?"
"ได้เลย แอนนา!" ยูไลยิ้มขณะโทรจิตตอบ "แล้วถ้าฉันชนะ เธอจะให้รางวัลอะไรแก่ฉันล่ะ ?"
"ง่า...อะไรดีอะ ไม่รู้ !!" สาวน้อยโทรจิตตอบพลางทำจมูกย่น
ยูไลหัวเราะทางจิต ก่อนจะบอก "เอางี้ ง่ายๆ ไม่ต้องคิดมาก ถ้าฉันชนะเธอ เธอต้องเป็นน้องสาวของฉัน ต้องเรียกฉันว่าพี่ชาย โอเคไหม ?"
"ตกลง!" สาวน้อยตอบรับเงื่อนไขทันที แล้วย้อนถามบ้าง "แล้วถ้าหนูชนะคุณล่ะ ?"
"เธอต้องการอะไรล่ะ แอนนา ? บอกมาเลย ถ้าฉันสามารถให้ได้ ฉันก็จะให้เธอแน่นอน"
"อืม...เอาอะไรดีน้า...." สาวน้อยเม้มปากทำท่าครุ่นคิด ยกนิ้วแตะขมับตัวเองสองสามที แล้วตอบ "เอางี้! ถ้าหนูชนะ คุณต้องหาอาหารมาเลี้ยงพวกเราทุกคนในยาน!!"
"โอ้โฮ....งานหนักไม่ใช่เล่นนะนั่น!" ยูไลตอบพลางหัวเราะ แล้วถาม "พวกเธอมีกันทั้งหมดกี่คน ?"
"ง่า...เดี๋ยวนะ...ก็มี หนู คุณพ่อคุณแม่ พี่จอย พี่เล็ก พี่เอวา พี่สถาพร พี่นก พี่นี พี่เอก พี่แซม แล้วก็...มีบรรจง อาเจอะ อาบือ จริงๆ มีแอนดี้อีกคน แต่แอนดี้ไม่ต้องกินอาหาร เพราะฉะนั้นไม่นับ"
"14 คน มายก๊อด...ฉันจะหาอะไรมาเลี้ยงดีล่ะเนี่ย ?"
"ไม่รู้ดิ! ไปยิงนกตกปลามาก็ได้! ม่ายงั้นก็จับหมูป่ามาซักสองสามตัวก็ได้มั้ง !!" สาวน้อยตอบแล้วแยกเขี้ยวยิ้ม
คราวนี้ยูไลหัวเราะลั่น แล้วตอบ "ก็ได้...ตกลงตามนี้ !"
"งั้นเริ่มกันเลยจ้ะ !! เลิกคุยกันแค่นี้นะ หนูจะเริ่มแระ !!" ตอบโทรจิตสุดท้ายแล้วเธอก็หันมาบอกกับทุกคนในยาน "ยูไลจะแข่งกับหนู ทำลายเครื่องบิน ใครทำลายได้มากกว่า คนนั้นก็ชนะ ถ้าเค้าชนะ หนูจะเป็นน้องสาวของเค้า ต้องเรียกเค้าว่าพี่ชาย...แต่ถ้าหนูชนะ เค้าจะหาอาหารมาเลี้ยงพวกเราทุกคนเลยค่ะ!" พูดจบสาวน้อยก็หันไปมองเครื่องบินของทหารผ่านกระจกหน้าต่างยานและเริ่ม "จับนกชนนก" ทันที
"สนุกละคราวนี้!" สถาพรกล่าวพร้อมกับดีดนิ้ว "ต่อน้องแอนนาสองหนึ่งว่ะ! ใครจะรอง ??? !!"
"คงไม่มีใครกล้ารองมั้งคะพี่พร ?" รัชนีกล่าวพลางหัวเราะ "น้องแอนนาจับทีละสองลำชนกันตู้มๆ นายยูไลนั่นบิดทีละลำ น้องแอนนาทำลายได้มากกว่าเค้าสองเท่าเลยนะคะ"
"เออ...จริงสินะ!" ด็อกเตอร์หนุ่มพยักหน้าเห็นด้วยกับน้องสาว "งั้นพวกเราก็เป็นผู้ชมไปละกัน!"
การแข่งขันทำลายเครื่องบินของพวกทหารเป็นไปอย่างดุเดือดเข้มข้น!!
อากาศยานซึ่งมีจำนวนน้อยอยู่แล้วหลังจากถูกทำลายโดยยานแม่จากเนโอโซรอสในคราวก่อน ถูกสองผู้มีพลังจิตบังคับให้ชนกันบ้าง บังคับให้บิดงอไปบ้าง จนระส่ำระสายไม่เป็นขบวน บินพล่านไปทั่วฟ้า !!
"อะไรกันอีกวะนี่ มันเกิดห่าเหวอะไรขึ้นมาอีก !!!" ผู้นำสูงสุดร้องตะโกนผ่านการสื่อสารจากที่ซ่อนตัวอันลึกลับมายังกองทัพ "ผบ.สส. อยู่ไหม ?"
"อยู่ขอรับกระผม!" ผู้บัญชาการทหารสูงสุดส่งวิทยุสื่อสารตอบ
"เครื่องบินของพวกเรา Chip หายวายป่วงอยู่ตอนนี้ เกิดจากอะไร ???"
"เกิดจากผู้ใช้พลังจิตขอรับกระผม! ยูไล เกลเลอร์ ซึ่งได้ฆ่า ผบ.ทอ. และหลบหนีไปจากกองทัพ น่าจะเป็นคนทำขอรับ"
"หาตัวมันให้เจอ แล้วฆ่ามันซะ !!"
"รับบัญชาขอรับกระผม!"
"หาตัวมันเจอแล้วให้ทหารบกเข้าไปจัดการกับมัน เรียกฝูงบินที่เหลืออยู่ให้รีบบินกลับฐานด้วย ก่อนจะ Chip หายมากไปกว่านี้ !!"
"รับบัญชาและจะสั่งการเดี๋ยวนี้ขอรับกระผม!"
หลังจากนั้น ทุกคนในยาน THE FUGITIVE และยูไล เกลเลอร์ ซึ่งอยู่บนภาคพื้นดินเบื้องล่าง ก็เห็นความเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไปของเหล่าฝูงบินทหาร!
อากาศยานหลายลำที่เหลือและรอดพ้นจากการแข่งกันทำลายล้างของสาวน้อยแอนนาและยูไล เกลเลอร์ เริ่มเปลี่ยนทิศทางบิน หนีไปจากบริเวณที่ล้อมรอบยาน THE FUGITIVE และบินกลับฐานทัพอย่างเร่งด่วน...และจำนวนที่เหลือคือ ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ !! ที่เหลือ 40 เปอร์เซ็นต์นอกนั้นก็พุ่งชนกันเองกลางอากาศด้วยพลังจิตของแอนนา และบิดโค้งงอจนร่วงโหม่งโลกระเบิดไปด้วยพลังจิตของยูไล
"อ้าว บินหนีกันแล้วแฮะ!" สถาพรเอ่ยขึ้น "สงสัยจะรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้"
"ไหนนับจำนวนสรุปซิแอนดี้ ใครได้เท่าไรกันบ้าง ?" แซมถามแอนดี้ถึงผลการแข่งขันระหว่างแอนนากับยูไล
"คุณหนูทำลายไป 378 ลำ มิสเตอร์ยูไล ทำลายไป 169 ลำ คุณหนูเป็นฝ่ายชนะครับ!" แอนดี้ตอบแล้วยิ้ม และทุกคนส่งเสียงเฮกันลั่น
จากนั้นจึงมีโทรจิตจากยูไลส่งมาหาสาวน้อยพลังจิต "ขอแสดงความยินดีด้วยนะ แอนนา เธอชนะฉันแล้ว"
"ขอบคุณจ้ะ!" แอนนาตอบ แล้วถามกลับ "คุณขึ้นมาอยู่กับพวกเราบนยานลำนี้ดีกว่าไหม ? หนูอยากให้คุณได้รู้จักกับพวกเราทุกคน เพราะคุณต้องหาอาหารมาเลี้ยงพวกเรานี่นา"
"ด้วยความยินดีจ้ะ!" ยูไลตอบรับโดยไม่ต้องคิดมาก
"คุณพ่อคะ" แอนนาเรียกกัปตัน "หนูชวนยูไลขึ้นมาบนยานแล้วค่ะ บอกเค้าแล้วด้วยว่าเค้าต้องหาอาหารมาเลี้ยงพวกเรา"
"งั้นเหรอลูก ? แล้วเค้าว่าไง ?" กัปตันถามและยิ้ม คนอื่นๆ ในยานก็เช่นเดียวกัน
"เค้าตอบรับแล้วค่ะ"
"โอเค...งั้นหนูบอกเค้าให้ยืนอยู่นิ่งๆ เราจะดึงตัวเค้าขึ้นมาเดี๋ยวนี้แหละจ้ะ" กัปตันบอกกับลูกสาว แล้วหันมาสั่งแอนดี้ "แอนดี้ เคลื่อนยานไปลอยอยู่เหนือตัวของยูไล แล้วเปิดช่องใต้ยาน ปล่อยลำแสงต้านแรงโน้มถ่วง ดึงตัวเค้าขึ้นมา"
"ครับ เจ้านาย"
และแล้ว ยูไล เกลเลอร์ ก็ถูกดึงขึ้นมาอยู่บนยาน THE FUGITIVE
แอนนาวิ่งเข้าไปกอดเอวเขาทันทีที่เขาขึ้นมายืน และยูไลก็โอบกอดเธอด้วยความเอ็นดู และกล่างขอโทษขอโพยเรื่องที่ได้ต่อสู้กันในคราวก่อน
"ขอโทษด้วยนะ ที่ฉันทำให้เธอเจ็บปวด ตอนที่สู้กันคราวที่แล้ว"
"ไม่เป็นไรค่ะ หนูรู้และเข้าใจดี ว่าคุณถูกบังคับ หนูก็ต้องขอโทษคุณด้วยที่โต้กลับคุณในตอนท้าย ไม่รู้ว่าคุณเจ็บมากไหม"
"นิดหน่อยจ้ะ เหมือนนักมวยโดนชกล้มลงไปให้กรรมการนับแปด!"
"แล้วหลังจากนั้น คุณก็หายไปเฉยๆ.."
"ฉันได้โอกาสเล่นงานทหารผู้ควบคุมฉันอยู่น่ะ เลยหันไปจัดการกับพวกมันสองคน ตัวใหญ่เสียด้วย...หมายถึง เป็นบุคคลสำคัญ ฉันฆ่ามันทั้งสองคนแล้วก็หนีออกมา"
จากนั้น แอนนาจึงเป็นตัวกลางช่วยแนะนำให้ยูไลทำความรู้จักกับสมาชิกในยานทุกคน ตั้งต้นแต่กัปตันวันชนะ จนถึงสามหนุ่มอาข่าเป็นลำดับสุดท้าย
"แอนนา ลูกสาวของผม แสดงความจำนงอย่างชัดแจ้งว่า อยากได้คุณเป็นสมาชิกของยานลำนี้อีกคนหนึ่ง" กัปตันวันชนะกล่าวกับยูไลหลังจากการแนะนำตัวทำความรู้จักกันผ่านพ้นไป "ผมในฐานะกัปตันยาน THE FUGITIVE ขอถามว่า คุณจะยินดีเป็นสมาชิกใหม่ของพวกเราไหม คุณยูไล ?"
"ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เป็นเกียรติสำหรับผมครับผม" หนุ่มพลังจิตตอบรับ "ภาระกิจของทีม คือ โค่นล้มพวกทหารเผด็จการ และจับตัวผู้นำสูงสุดและผู้ใกล้ชิดที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปลงโทษ ผมเข้าใจถูกไหมครับ ?"
"ถูกต้องครับ" กัปตันพยักหน้าตอบ
"ถ้างั้นต้องหาที่หลบซ่อนตัวของผู้นำสูงสุดให้เจอโดยเร็วครับ ที่แน่ๆ มันไม่ได้อยู่ในกองทัพชัวร์!"
"คุณรู้ได้ไง ?"
"ก็ผมถูกพวกมันจับไปขังตั้งนานครับ หลายปีทีเดียว แต่ไม่เคยรู้สึกสัมผัสได้เลยสักครั้งว่ามันเข้ามาในกองทัพ! มันไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าใครๆ ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าหน้าตาของมันเป็นยังไง มันอาจเป็นใครสักคนที่มีคนรู้จักก็ได้ และต้องการปกปิดความลับของตัวเอง"
กัปตันวันชนะทำท่าครุ่นคิด แล้วหันไปพูดกับสถาพร และคนอื่นๆ ในยาน "สิ่งที่ยูไลพูด น่าคิดมาก แต่ไม่ว่าตัวจริงของมันจะเป็นใครก็ตาม เราก็ต้องตามหามันให้เจอ และจับมันให้ได้ เร็วเท่าไรยิ่งดี"
"เจ้านายครับ" แอนดี้หันมาเรียกเขา หลังจากได้รับสัญญาณบางอย่างจากระบบสื่อสารของยาน
"มีอะไรหรือ แอนดี้ ?"
"ระบบสื่อสาร ดักจับสัญญาณการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้นำสูงสุดกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้ ก่อนที่ฝูงบินทหารจะบินกลับฐานทัพไป ในระหว่างที่พวกมันกำลังถูกไล่จับและทำลายโดยคุณหนู และคุณยูไลครับผม!"
"เยี่ยมเลย! มันส่งมาจากไหน ตรวจหาได้ไหม ?" สถาพรถามทันทีด้วยความมันเขี้ยว
"ได้ครับคุณสถาพร!"
"ที่ไหนวะ แอนดี้ ?"
"จากทิศทางที่คอมพิวเตอร์ของยานคำนวณโดยละเอียด พบว่า สัญญาณการติดต่อ ถูกส่งมาจากขั้วโลกใต้ครับผม!"
"ขั้วโลกใต้ !!!" ด็อกเตอร์หนุ่มพูดทวนคำ "แม่ม...หนีไปกบดานอยู่ซะไกลเลยนะเมิง!!" แล้วหันมาถามกัปตัน "เอาไงดีเพื่อน บุกไปหามันเลยไหม ?"
"อย่าเพิ่ง...ใจเย็นๆ เพื่อน เราต้องจัดการทางนี้ให้เรียบร้อยเสียก่อน"
"ทำไง ??"
"ต้องติดต่อกับกองกำลังยูเอ็นซึ่งควบคุมสถานที่สำคัญๆ ไว้ในขณะนี้ บอกให้พวกเขาเข้าไปจัดการพวกทหารที่เหลือในกองทัพ พวกมันมีจำนวนน้อยลงมากแล้วในตอนนี้ เพราะฉะนั้นยึดอำนาจให้เบ็ดเสร็จ จะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง เดี๋ยวเราจะจัดการติดต่อหาพวกเขาเอง!"
ครั้นพูดจบ กัปตันวันชนะก็ทำการสื่อสารด้วยตนเอง โดยส่งสัญญาณวิทยุสื่อสารไปยังสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ซึ่งมีกองกำลังหลักของยูเอ็นประจำการอยู่
"ฮัลโหล...นี่คือกัปตันวันชนะแห่งยาน THE FUGITIVE ขอคุยกับผู้บัญชาการซึ่งรับผิดชอบกองกำลังยูเอ็นซึ่งควบคุมสถานีโทรทัศน์ที่นี่ ด่วนครับ"
มีเสียงตอบกลับมาทันที "กัปตันวันชนะหรือครับ ?"
"ใช่ ผมเอง กัปตันวันชนะ คุณคือใครครับขอโทษ ?"
"ผมคือ ผู้อำนวยการสถานีครับ รอสักครู่นะครับคุณวันชนะ ผมจะให้คุณคุยกับผู้พันแบรด ซึ่งเป็นผู้บัญชาการหน่วยที่นี่"
(ต่อครับ)