อีกด้านหนึ่ง บนยาน THE FUGITIVE ...
กัปตันวันชนะและสมาชิกคนอื่นๆ ที่เหลือ จับตามองดูความเคลื่อนไหวจากสัญญาณภาพและเสียงสดๆ ที่แอนดี้ส่งกลับขึ้นมา ผ่านจอมอนิเตอร์ใหญ่ของยานอย่างใจจดใจจ่อ...ตั้งแต่แรกสุดที่แอนดี้และสถาพรในคราบ "ไออ้อนแมน" ลงจากยานไปพร้อมกับสามยอดนักพลังจิต แอนนา เด็กชายแจ๊ค และยูไล เกลเลอร์...
ทุกคนมองเห็นคนทั้ง 5 เข้าไปถึงภายในพระตำหนักของเนรอส หลังจากนั้นจึงมองเห็นแต่สัญญาณสิ่งมีชีวิตปรากฏอยู่ภายในชั่วขณะ แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น แอนดี้ก็สามารถส่งสัญญาณภาพและเสียงสดๆ กลับมาได้อีกครั้ง
ภาพของคนทั้ง 5 กำลังแยกย้ายกันออกตามหาภริยาของท่านหัวหน้าผู้พิพากษา กับลูกๆ ทั้งสามของนาง เซฟิย่า ฟิลิปเป้ และเซฟิน่า คือภาพล่าสุด..
และเป็นภาพสุดท้าย! ก่อนที่สัญญาณภาพและเสียงจะดับวูบหายไปอย่างกระทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ!!
"เอ๊า!", "อ้าว !!???", "เอ๊ะ ??", "อะไรอะ ??" "เฉยเลย !?" ฯลฯ
สารพัดคำอุทานลั่นออกมาจากปากของหลายๆ คน
"แอนดี้, สถาพร ได้ยินไหม ตอบด้วย ?" กัปตันวิทยุลงไปสอบถาม
คำตอบ มีแต่ความเงียบ....
"แอนดี้, สถาพร ได้ยินไหม ตอบด้วย ?" กัปตันถามซ้ำอีกครั้ง....และยังคงได้รับแต่ความเงียบเป็นคำตอบ
"รู้สึกชักจะไม่เข้าท่าแล้วมั้งครับกัปตัน ?" หนุ่มแซมเปรยถามด้วยความสงสัยไม่ไว้วางใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
"นั่นสิคะ ท่าทางไม่ค่อยดีนะ" แฝดผู้พี่รัชนกกล่าวเห็นด้วย และทุกคนตอนนี้เริ่มวิตกกังวลกันทั่วหน้า
"แอนดี้, สถาพร ได้ยินไหม ตอบด้วย ?" กัปตันถามเป็นครั้งที่สาม "เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าข้างล่างนั่น ??"
ฉับพลันทันใดนั้นเอง นางหมูน้อยไลล่าซึ่งกำลังนอนเอาหัวหนุนตักปุยเมฆอยู่ ณ มุมหนึ่งของห้องนักบิน ก็ผงกหัวขึ้นและลุกพรวดพราดขึ้นมายืน ส่งเสียงร้องดังลั่น!
"อี๊ดด........อี๊ดด ๆๆๆ..........อี๊ดด ๆๆๆ........"
"ไลล่า เป็นอะไรลูก อย่าร้องนะ โอ๋ๆๆ...ในยานนี้ปลอดภัยนะจ๊ะ ไม่มีใครทำอะไรลูกหรือใครๆได้นะจ๊ะ" เอวาเดินเข้าไปปลอบสัตว์เลี้ยงแสนรักของนาง ในขณะที่นางปุยเมฆก็พยายามปลอบใจ "คู่หู" โดยการเอามือลูบหัวบ้างลูบหลังบ้าง
ปกติ เจ้าปุยเมฆจะอยู่กับแม่หมอฟรีด้า และพร้อมกับท่านผู้เฒ่าไดโอเซนัส ถ้าท่านอยู่ด้วย แต่คราวนี้ การที่มันได้มากับยาน THE FUGITIVE ก็เพราะว่ามันเข้ากันได้ดีกับนางหมูน้อยไลล่านั่นเอง แม่หมอก็เลยปล่อยให้มันติดตามคณะของกัปตัน ส่วนตนเองและอาจารย์อยู่กับพวกของอิบิคัสและเซบาสเต็นที่ฐานทัพโลโคเทียต่อไป เพราะยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ต้องคุยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เฒ่าไดโอเซนัสซึ่งหายไปนานนับสิบปี ซึ่งช่วงที่หายไปนั้น ทุกคนคิดว่าท่านได้ตายไปแล้ว ดังนั้นการกลับมาของท่านจึงเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของทุกคน
นางหมูน้อยไลล่ายังคงร้องอยู่อย่างนั้น สร้างความแปลกประหลาดใจแก่ทุกคนในยานอีกครั้ง แต่แล้ว เอวาก็นึกขึ้นมาได้
"ทุกครั้งเวลาจะมีเรื่องเดือดร้อนเกิดขึ้น มันมักจะร้องแบบนี้!" นางบอกกับทุกคน
"งั้นแปลว่ามีเรื่องแน่!" มหาเอกฟันธงสรุป
สิ้นคำพูดของอดีตมหาเปรียญ ภายนอกยานก็มีความเคลื่อนไหวปรากฏโดยพลัน!
อากาศยานนับไม่ถ้วน บินขึ้นมาจากภาคพื้นดิน รายล้อมยาน THE FUGITIVE ทุกทิศทาง!
"เอาแล้วไง!" หนุ่มแซมร้องคราง ขณะที่กัปตันตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เปิดระบบบาเรียป้องกันยานทั้งลำอย่างทันท่วงที
"เราอำพรางตัวอยู่มิใช่หรือครับกัปตัน ? ทำไมพวกมันหาเราเจอได้ ???" มหาเอกข้องใจ
"มันก็คงมีเทคโนโลยีตรวจหาจนเจอได้นั่นแหละคุณเอก ต้องเตรียมรับมือกันละครับ !" กัปตันตอบ และอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมปล่อยอาวุธถ้าถูกโจมตีพร้อมกับสั่งหนุ่มแซมประจำตำแหน่งผู้ช่วย
"แซม! คุณมานั่งเก้าอี้นักบิน 2 ทำหน้าที่แทนแอนดี้ เตรียมตอบโต้หากพวกมันโจมตี!"
"ได้เลยครับกัปตัน!" น้องเขยฟาโรห์คูฟูตอบรับอย่างมันเขี้ยว แล้วรีบเข้าประจำที่ สแตนด์บายตามอย่างเจ้านาย
"คุณเอกก็นั่งถัดจากแซมคอยช่วยได้ครับ ที่นั่งนักบินสามสามารถช่วยได้เหมือนกัน" กัปตันสั่งมหาเอกอีกคน
"ครับผม!" อดีตมหาเปรียญตอบรับแล้วเข้าประจำที่นั่งตามคำสั่ง
เอ็มม่าเม้มปากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยบอกสามีในเชิงขอความเห็น
"วันชนะคะ.."
"หืม..อะไรครับที่รัก ?" เขาหันมาถามทันที
"ฉันว่า ถ้ามียานอีกลำ หมายถึง Savior Falcon ของสถาพร เคียงข้าง The Fugitive ก็น่าจะดีนะคะ"
"อื้ม! ดีสิครับ! ดีมากเลยล่ะ แต่ว่า คนขับเขาไม่อยู่นี่สิ! อ้อ...แล้วก็.." กัปตันนึกได้ช่องขึ้นมาทันที "..ยานของสถาพร สมรรถภาพยังไม่มากเท่ากับยานของเราลำนี้ เพราะไม่มีเทคโนโลยี...เอ้อ...ไม่มีความก้าวหน้าทาง..."
"ฉันเข้าใจคำว่า 'เทคโนโลยี' ค่ะ ที่รัก" ภรรยาต่างดาวกล่าวยิ้มๆ
"อ้ะ! โทษทีครับ ลืมไปว่า คุณพูดภาษาต่างประเทศได้หลายภาษา ภาษาอังกฤษนี่คล่องเลย! โอเค, Savior Falcon ไม่มีเทคโนโนยีจากดาวบ้านเกิดของคุณมาช่วยผสมผสาน มันก็เลยห่างชั้นกับ The Fugitive อยู่มาก คุณพอจะช่วยขอให้วิศวกรของเนโอโซรอสมาช่วยสักหน่อยได้ไหมล่ะครับ ?"
"ต้องหาเหตุผลดีๆ บอกพวกเขาค่ะที่รัก" คุณแม่ต่างดาวตอบด้วยสีหน้าขรึมๆ "เพราะโดยส่วนตัว สถาพรกับคนของเขาไม่มีความเกี่ยวข้องกับพวกของเราเลย ฉันหมายถึงชาวเนโอโซรอส ไม่เหมือนคุณ เพราะคุณเป็นสามีฉัน และเรามีลูกด้วยกันด้วยตั้งสองคน ทั้งชายและหญิงเสียด้วย"
"ลองหาเหตุผลคุยกับพวกเขาดูละกันนะครับ"
"ได้ค่ะ จะลองดู แต่เรื่องนี้เอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ สนใจกับเหตุการณ์ในขณะนี้ก่อน"
ข้างนอก...อากาศยานของจักรวรรดิแอตแลนติสใต้เพิ่มจำนวนมากขึ้นแทบจะเรียกได้ว่ามืดฟ้ามัวดิน!
แล้วก็มีเสียงของใครคนหนึ่งซึ่งฟังดูคุ้นหูสำหรับกัปตันวันชนะ ส่งการสื่อสารเข้ามาในยาน
"สวัสดี ท่านวันชนะ และอาคันตุกะจากโลกอนาคตทุกท่าน !!"
"เลโอนีดาส !!!"
มีเสียงหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจดังให้ได้ยิน ก่อนที่เจ้าของเสียงจะกล่าวต่อไป
"ใช่....นี่คือข้าเอง! รู้สึกปลื้มใจนะ ที่ท่านยังจำเสียงของข้าได้"
กัปตันวันชนะอึ้งไปชั่วขณะ แล้วกล่าวตอบอย่างใจเย็น
"ท่านแน่มาก! ที่สามารถค้นหาจนพบพวกเรา ทั้งๆ ที่ยานของพวกเรากำลังพรางตัวล่องหนอยู่แท้ๆ!"
"โอ้! ขอบคุณสำหรับคำชม!"
"ท่านทำได้อย่างไร เลโอนิดาส ?"
"จะไปยากอะไรเล่า ? องค์ความรู้ในหัวสมองของท่าน ข้าได้รับมาหลายส่วน เมื่อครั้งที่ข้าได้ครอบครองสรีระร่างกายของท่าน ดวงจิตของข้าเข้าแทนที่ ดังนั้นข้าจึงได้รับองค์ความรู้ทางวิทยาการต่างๆ จากสมองอันปราดเปรื่องของท่านด้วย!"
"อย่างนี้นี่เอง! ท่านจึงหาช่องทางค้นหาตำแหน่งยานของพวกเราได้"
"ถูกต้อง! ต้องขอขอบคุณท่านด้วยนะ! ถึงแม้ว่าท่านอาจจะมิได้ตั้งใจมอบความรู้ของท่านให้แก่ข้าด้วยตนเองก็ตามที!"
"แล้วตอนนี้ พวกท่าน ต้องการอะไรจากพวกเรา ??"
"
ฮ่า ๆๆๆ........." ยอดวิศวกรและอดีตหัวหน้าขัณฑีวังหลวงของเนรอสระเบิดเสียงหัวเราะลั่น ก่อนจะเฉลย
"ไม่น่าถามเลย...ท่านน่าจะรู้ดี ว่าพวกข้า พวกเรา ชาวจักรวรรดิแอตแลนติสใต้ ต้องการอะไร ..."
"จะให้พวกเรา ยอมสยบต่อพวกท่าน แล้วยอมติดตามพวกท่านไปรับใช้จักรพรรดิ เหมือนคราวก่อนอีก อย่างนั้นหรือ ?"
"ถูกต้อง!!" เลโอนีดาสตอบเสียงเข้ม "และขอบอกท่านว่า คราวนี้ อากาศยานทุกลำของพวกเรา แม้ว่ายังไม่ใช่ยานบินชั้นเลิศเทียบเทียมยานของท่าน แต่ก็ได้พัฒนามากขึ้นกว่าเดิม สมรรถนะสูงขึ้นกว่าเดิมแล้ว! รับรองได้ว่ายานของท่าน จะไม่อาจปล่อยลำแสงพิฆาตกราดยิงร่วงตกจากฟ้าไปได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน! หากท่านไม่เชื่อ ต้องการจะทดสอบ ก็ลองดูได้เลย!!"
คำพูดอันหนักแน่นของเขา ทำให้กัปตันวันชนะต้องอึ้งและคิดหนัก
"ผมว่า มันกำลังบลั๊ฟ เกทับกัปตันอยู่นะครับ" แซมกล่าวพลางส่ายหัวทำหน้าเบ้ "ผมไม่เชื่อคำพูดของมันหรอก ไอ้บ้านี่มันกะล่อน ปลิ้นปล้อน กัปตันก็รู้ดี"
"แต่การที่เขาเคยครอบครองร่างของผมมาก่อน มันมีผลต่อเขาจริงๆ นะครับ" กัปตันตอบด้วยความหนักใจ
"แล้วจะยอมพวกมันเลยเหรอครับ ? ง่ายไปมั้ง !!"
"ก็ไม่อยากยอมแพ้ง่ายๆ หรอกครับ"
"งั้นก็คงต้องลองทดสอบดูสักตั้งมั้งครับ กัปตัน ?" มหาเอกถามแทรก
"ขอผมคิดดูอีก ซักแป๊บ" กัปตันตอบ แล้วนิ่งเงียบ รอดูว่าทางเลโอนีดาสจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
เวลาผ่านไปราวห้านาที จนเลโอนีดาสทนรอต่อไปไม่ไหว สื่อสารถามเข้ามา
"ว่าอย่างไรเล่า ท่านวันชนะ ??? จะยอมติดตามพวกเรากลับไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ หรือไม่ ???"
กัปตันนิ่งไปอีกชั่วครู่ แล้วจึงให้คำตอบ คำเดียวสั้นๆ อย่างเด็ดเดี่ยว หนักแน่น
"ไม่ !!!"
"หมายความว่า ท่านจะทดสอบพวกเราจริงๆ กระนั้นหรือ ??" เลโอนีดาสถามหยั่งเชิง ขณะเดียวกันก็ส่งข้อความไปถึงยานทุกลำให้เตรียมโจมตี!
"ในเมื่อจำเป็นต้องทดสอบ ก็คงยากที่จะหลบเลี่ยง...แต่ว่า..." กัปตันยังคงพยายามยื้อ
"แต่ว่าอันใดอีก ?"
"แต่ว่า...ในฐานะที่เราเคยเป็นสหาย ร่วมงานกัน ทั้งที่โลโคเทียแห่งสหพันธรัฐแอตแลนติสเหนือ และทั้งในจักรวรรดิแอตแลนติสใต้ อีกทั้งท่านเองก็ถือได้ว่า
'เป็นหนี้' กับข้า
'ในทางวิชาการ' เพราะองค์ความรู้ที่ท่านได้รับจากข้าไป ข้ามิได้เต็มใจที่จะมอบให้ ดังนั้น ข้าอยากจะขอร้องท่านสักครั้ง ครั้งนี้ ครั้งเดียวเท่านั้น!
ปล่อยให้พวกเราไปจากจักวรรดิเสียเถิด แล้วข้าจะถือว่า ระหว่างข้ากับท่าน เรา ไม่มีอะไรติดค้างกันและกันอีกต่อไป!"
"
ฮ่า ๆๆๆ........." เลโอนีดาสหัวเราะอีกครั้ง
"ท่านนี่ ช่างพูดง่ายเสียจริง! แต่อันที่จริง คำพูดของท่านก็มีเหตุผลพอจะรับฟังได้อยู่ ถ้าลำพังตัวข้าเอง ข้าก็ยอมรับ! แต่เหนือหัวของข้านี่สิ! องค์จักรพรรดิและท่านเทพพยากรณ์ จะไม่ยอมแน่นอน! และถ้าข้ายอมท่าน เปิดทางให้พวกท่านจากไป ข้าและเหล่าบริวาร จะต้องลูกลงพระราชอาญาหนักหนาสาหัสอย่างเป็นที่สุด! เพราะฉะนั้น....
เสียใจด้วยท่านวันชนะ ข้าอยากจะให้จริงๆ! แต่ไม่อาจจะให้ได้ !!"
กัปตันวันชนะอึ้งไปอีกครั้ง! เขาเล็งเห็นว่าเลโอนีดาสก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน แต่สถานการณ์นี้บีบบังคับมากเกินไป! มิอาจหลีกเลี่ยงการปะทะกันเสียแล้ว
"กลับไปพร้อมกับพวกช้าเสียเถิด ท่านวันชนะ ข้าขอร้อง...เป็นครั้งสุดท้าย เราปล่อยพวกท่านไปไม่ได้ดอก!" เลโอนีดาสยื่นคำขาด
"ข้าก็ไม่สามารถกลับไปหาจักรพรรดิเนรอสพร้อมกับพวกท่านได้เช่นกัน!" กัปตันตอบด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ในเมื่อท่านไม่ยอมเปิดทางให้ พวกเราก็จะขอเปิดทางออกไปเอง!
ขออภัยด้วย ต้องขอล่วงเกินแล้ว !!" จบคำพูดนั้น กัปตันสั่งนักบิน 2 และ 3 ทันที "คุณแซม คุณเอก
เลเซอร์รอบทิศ !!!"
"ครับ กัปตัน !!!" สองหนุ่มตอบรับคำสั่งพร้อมกัน และกดปุ่มบนแผงควบคุมข้างหน้าตน ปล่อยลำแสงพิฆาตพร้อมกัน ณ บัดนั้น!
แต่เวลาเดียวกัน สิ้นคำว่า "ขอล่วงเกิน" ของกัปตันวันชนะ เลโอนีดาสก็ได้ส่งข้อความคำสั่งไปยังยานทุกลำ ให้โจมตี THE FUGITIVE ทันที! ดังนั้น อาวุธยุทโธปกรณ์ของทั้งสองฝ่ายจึงสาดเข้าใส่กันและกันในชั่วเวลาห่างกันเพียงไม่กี่เสี้ยววินาที !!!
ส่วนนอกของ THE FUGITIVE อันเป็นเสมือนเปลือกไข่ที่ห่อหุ้มไข่อยู่ หมุนรอบตัว พร้อมกับสาดเลเซอร์บีมนับร้อยสายกระจายไปทุกทิศทาง !! แต่ยานของกัปตันก็ถูกถล่มจากทุกทิศทางเช่นเดียวกัน!!
แซ่ดดดดด......แซ่ดดดดดด.......แซ่ดดดด........แซ่ดดดดดดดด..........แซ่ดดดดดดดดด..........แซ่ดดดดด..........แซ่ดดดดดดด.........
เฟี้ยววววว.......แซ่ดดดดด........เฟี้ยววว........ๆๆๆๆ.....แซ่ดดดดด.........ปิ้ว ๆๆๆๆ.........ฟิ้ววว......แซ่ดดดดด........ฟิ้ววว ๆๆๆๆ......แซ่ดดดดด........
บึมม......
บึ้มมม......
บึมมมม........
บึ้มม!!!.......เฟี้ยววว......ๆๆๆๆ....บึมมมม........บึ้มม!!!........บึ้มม!!!.......เฟี้ยววว........ๆๆๆๆ.....แซ่ดดด.....บึ้มม!!!......
"คุณแซม เช็คเวลาบาเรียซิ! จะต้านทานต่อไปได้อีกนานเท่าไร ??" กัปตันตะโกนถาม
"พลังงานตอนนี้ลดลงไป 5 เปอร์เซ็นต์! บาเรียจะใช้งานได้ต่อไปประมาณหนึ่งชั่วโมงกับสิบสามนาทีครับ!!"
"เรายังหาช่องเปิดแหวกออกไปไม่ได้!!" มหาเอกกล่าวอย่างร้อนรน
"มันเต็มฟ้าไปหมดเลย !!"
(ต่อครับ)
💫🕛💫🚀 แดนศิวิไลซ์ ( หลงกาล ภาค 2 ) ตอนที่ 25 🚀💫🕛💫
กัปตันวันชนะและสมาชิกคนอื่นๆ ที่เหลือ จับตามองดูความเคลื่อนไหวจากสัญญาณภาพและเสียงสดๆ ที่แอนดี้ส่งกลับขึ้นมา ผ่านจอมอนิเตอร์ใหญ่ของยานอย่างใจจดใจจ่อ...ตั้งแต่แรกสุดที่แอนดี้และสถาพรในคราบ "ไออ้อนแมน" ลงจากยานไปพร้อมกับสามยอดนักพลังจิต แอนนา เด็กชายแจ๊ค และยูไล เกลเลอร์...
ทุกคนมองเห็นคนทั้ง 5 เข้าไปถึงภายในพระตำหนักของเนรอส หลังจากนั้นจึงมองเห็นแต่สัญญาณสิ่งมีชีวิตปรากฏอยู่ภายในชั่วขณะ แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้น แอนดี้ก็สามารถส่งสัญญาณภาพและเสียงสดๆ กลับมาได้อีกครั้ง
ภาพของคนทั้ง 5 กำลังแยกย้ายกันออกตามหาภริยาของท่านหัวหน้าผู้พิพากษา กับลูกๆ ทั้งสามของนาง เซฟิย่า ฟิลิปเป้ และเซฟิน่า คือภาพล่าสุด..
และเป็นภาพสุดท้าย! ก่อนที่สัญญาณภาพและเสียงจะดับวูบหายไปอย่างกระทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ!!
"เอ๊า!", "อ้าว !!???", "เอ๊ะ ??", "อะไรอะ ??" "เฉยเลย !?" ฯลฯ
สารพัดคำอุทานลั่นออกมาจากปากของหลายๆ คน
"แอนดี้, สถาพร ได้ยินไหม ตอบด้วย ?" กัปตันวิทยุลงไปสอบถาม
คำตอบ มีแต่ความเงียบ....
"แอนดี้, สถาพร ได้ยินไหม ตอบด้วย ?" กัปตันถามซ้ำอีกครั้ง....และยังคงได้รับแต่ความเงียบเป็นคำตอบ
"รู้สึกชักจะไม่เข้าท่าแล้วมั้งครับกัปตัน ?" หนุ่มแซมเปรยถามด้วยความสงสัยไม่ไว้วางใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
"นั่นสิคะ ท่าทางไม่ค่อยดีนะ" แฝดผู้พี่รัชนกกล่าวเห็นด้วย และทุกคนตอนนี้เริ่มวิตกกังวลกันทั่วหน้า
"แอนดี้, สถาพร ได้ยินไหม ตอบด้วย ?" กัปตันถามเป็นครั้งที่สาม "เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าข้างล่างนั่น ??"
ฉับพลันทันใดนั้นเอง นางหมูน้อยไลล่าซึ่งกำลังนอนเอาหัวหนุนตักปุยเมฆอยู่ ณ มุมหนึ่งของห้องนักบิน ก็ผงกหัวขึ้นและลุกพรวดพราดขึ้นมายืน ส่งเสียงร้องดังลั่น!
"อี๊ดด........อี๊ดด ๆๆๆ..........อี๊ดด ๆๆๆ........"
"ไลล่า เป็นอะไรลูก อย่าร้องนะ โอ๋ๆๆ...ในยานนี้ปลอดภัยนะจ๊ะ ไม่มีใครทำอะไรลูกหรือใครๆได้นะจ๊ะ" เอวาเดินเข้าไปปลอบสัตว์เลี้ยงแสนรักของนาง ในขณะที่นางปุยเมฆก็พยายามปลอบใจ "คู่หู" โดยการเอามือลูบหัวบ้างลูบหลังบ้าง
ปกติ เจ้าปุยเมฆจะอยู่กับแม่หมอฟรีด้า และพร้อมกับท่านผู้เฒ่าไดโอเซนัส ถ้าท่านอยู่ด้วย แต่คราวนี้ การที่มันได้มากับยาน THE FUGITIVE ก็เพราะว่ามันเข้ากันได้ดีกับนางหมูน้อยไลล่านั่นเอง แม่หมอก็เลยปล่อยให้มันติดตามคณะของกัปตัน ส่วนตนเองและอาจารย์อยู่กับพวกของอิบิคัสและเซบาสเต็นที่ฐานทัพโลโคเทียต่อไป เพราะยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ต้องคุยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เฒ่าไดโอเซนัสซึ่งหายไปนานนับสิบปี ซึ่งช่วงที่หายไปนั้น ทุกคนคิดว่าท่านได้ตายไปแล้ว ดังนั้นการกลับมาของท่านจึงเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของทุกคน
นางหมูน้อยไลล่ายังคงร้องอยู่อย่างนั้น สร้างความแปลกประหลาดใจแก่ทุกคนในยานอีกครั้ง แต่แล้ว เอวาก็นึกขึ้นมาได้
"ทุกครั้งเวลาจะมีเรื่องเดือดร้อนเกิดขึ้น มันมักจะร้องแบบนี้!" นางบอกกับทุกคน
"งั้นแปลว่ามีเรื่องแน่!" มหาเอกฟันธงสรุป
สิ้นคำพูดของอดีตมหาเปรียญ ภายนอกยานก็มีความเคลื่อนไหวปรากฏโดยพลัน!
อากาศยานนับไม่ถ้วน บินขึ้นมาจากภาคพื้นดิน รายล้อมยาน THE FUGITIVE ทุกทิศทาง!
"เอาแล้วไง!" หนุ่มแซมร้องคราง ขณะที่กัปตันตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เปิดระบบบาเรียป้องกันยานทั้งลำอย่างทันท่วงที
"เราอำพรางตัวอยู่มิใช่หรือครับกัปตัน ? ทำไมพวกมันหาเราเจอได้ ???" มหาเอกข้องใจ
"มันก็คงมีเทคโนโลยีตรวจหาจนเจอได้นั่นแหละคุณเอก ต้องเตรียมรับมือกันละครับ !" กัปตันตอบ และอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมปล่อยอาวุธถ้าถูกโจมตีพร้อมกับสั่งหนุ่มแซมประจำตำแหน่งผู้ช่วย
"แซม! คุณมานั่งเก้าอี้นักบิน 2 ทำหน้าที่แทนแอนดี้ เตรียมตอบโต้หากพวกมันโจมตี!"
"ได้เลยครับกัปตัน!" น้องเขยฟาโรห์คูฟูตอบรับอย่างมันเขี้ยว แล้วรีบเข้าประจำที่ สแตนด์บายตามอย่างเจ้านาย
"คุณเอกก็นั่งถัดจากแซมคอยช่วยได้ครับ ที่นั่งนักบินสามสามารถช่วยได้เหมือนกัน" กัปตันสั่งมหาเอกอีกคน
"ครับผม!" อดีตมหาเปรียญตอบรับแล้วเข้าประจำที่นั่งตามคำสั่ง
เอ็มม่าเม้มปากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยบอกสามีในเชิงขอความเห็น
"วันชนะคะ.."
"หืม..อะไรครับที่รัก ?" เขาหันมาถามทันที
"ฉันว่า ถ้ามียานอีกลำ หมายถึง Savior Falcon ของสถาพร เคียงข้าง The Fugitive ก็น่าจะดีนะคะ"
"อื้ม! ดีสิครับ! ดีมากเลยล่ะ แต่ว่า คนขับเขาไม่อยู่นี่สิ! อ้อ...แล้วก็.." กัปตันนึกได้ช่องขึ้นมาทันที "..ยานของสถาพร สมรรถภาพยังไม่มากเท่ากับยานของเราลำนี้ เพราะไม่มีเทคโนโลยี...เอ้อ...ไม่มีความก้าวหน้าทาง..."
"ฉันเข้าใจคำว่า 'เทคโนโลยี' ค่ะ ที่รัก" ภรรยาต่างดาวกล่าวยิ้มๆ
"อ้ะ! โทษทีครับ ลืมไปว่า คุณพูดภาษาต่างประเทศได้หลายภาษา ภาษาอังกฤษนี่คล่องเลย! โอเค, Savior Falcon ไม่มีเทคโนโนยีจากดาวบ้านเกิดของคุณมาช่วยผสมผสาน มันก็เลยห่างชั้นกับ The Fugitive อยู่มาก คุณพอจะช่วยขอให้วิศวกรของเนโอโซรอสมาช่วยสักหน่อยได้ไหมล่ะครับ ?"
"ต้องหาเหตุผลดีๆ บอกพวกเขาค่ะที่รัก" คุณแม่ต่างดาวตอบด้วยสีหน้าขรึมๆ "เพราะโดยส่วนตัว สถาพรกับคนของเขาไม่มีความเกี่ยวข้องกับพวกของเราเลย ฉันหมายถึงชาวเนโอโซรอส ไม่เหมือนคุณ เพราะคุณเป็นสามีฉัน และเรามีลูกด้วยกันด้วยตั้งสองคน ทั้งชายและหญิงเสียด้วย"
"ลองหาเหตุผลคุยกับพวกเขาดูละกันนะครับ"
"ได้ค่ะ จะลองดู แต่เรื่องนี้เอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ สนใจกับเหตุการณ์ในขณะนี้ก่อน"
ข้างนอก...อากาศยานของจักรวรรดิแอตแลนติสใต้เพิ่มจำนวนมากขึ้นแทบจะเรียกได้ว่ามืดฟ้ามัวดิน!
แล้วก็มีเสียงของใครคนหนึ่งซึ่งฟังดูคุ้นหูสำหรับกัปตันวันชนะ ส่งการสื่อสารเข้ามาในยาน
"สวัสดี ท่านวันชนะ และอาคันตุกะจากโลกอนาคตทุกท่าน !!"
"เลโอนีดาส !!!"
มีเสียงหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจดังให้ได้ยิน ก่อนที่เจ้าของเสียงจะกล่าวต่อไป
"ใช่....นี่คือข้าเอง! รู้สึกปลื้มใจนะ ที่ท่านยังจำเสียงของข้าได้"
กัปตันวันชนะอึ้งไปชั่วขณะ แล้วกล่าวตอบอย่างใจเย็น
"ท่านแน่มาก! ที่สามารถค้นหาจนพบพวกเรา ทั้งๆ ที่ยานของพวกเรากำลังพรางตัวล่องหนอยู่แท้ๆ!"
"โอ้! ขอบคุณสำหรับคำชม!"
"ท่านทำได้อย่างไร เลโอนิดาส ?"
"จะไปยากอะไรเล่า ? องค์ความรู้ในหัวสมองของท่าน ข้าได้รับมาหลายส่วน เมื่อครั้งที่ข้าได้ครอบครองสรีระร่างกายของท่าน ดวงจิตของข้าเข้าแทนที่ ดังนั้นข้าจึงได้รับองค์ความรู้ทางวิทยาการต่างๆ จากสมองอันปราดเปรื่องของท่านด้วย!"
"อย่างนี้นี่เอง! ท่านจึงหาช่องทางค้นหาตำแหน่งยานของพวกเราได้"
"ถูกต้อง! ต้องขอขอบคุณท่านด้วยนะ! ถึงแม้ว่าท่านอาจจะมิได้ตั้งใจมอบความรู้ของท่านให้แก่ข้าด้วยตนเองก็ตามที!"
"แล้วตอนนี้ พวกท่าน ต้องการอะไรจากพวกเรา ??"
"ฮ่า ๆๆๆ........." ยอดวิศวกรและอดีตหัวหน้าขัณฑีวังหลวงของเนรอสระเบิดเสียงหัวเราะลั่น ก่อนจะเฉลย
"ไม่น่าถามเลย...ท่านน่าจะรู้ดี ว่าพวกข้า พวกเรา ชาวจักรวรรดิแอตแลนติสใต้ ต้องการอะไร ..."
"จะให้พวกเรา ยอมสยบต่อพวกท่าน แล้วยอมติดตามพวกท่านไปรับใช้จักรพรรดิ เหมือนคราวก่อนอีก อย่างนั้นหรือ ?"
"ถูกต้อง!!" เลโอนีดาสตอบเสียงเข้ม "และขอบอกท่านว่า คราวนี้ อากาศยานทุกลำของพวกเรา แม้ว่ายังไม่ใช่ยานบินชั้นเลิศเทียบเทียมยานของท่าน แต่ก็ได้พัฒนามากขึ้นกว่าเดิม สมรรถนะสูงขึ้นกว่าเดิมแล้ว! รับรองได้ว่ายานของท่าน จะไม่อาจปล่อยลำแสงพิฆาตกราดยิงร่วงตกจากฟ้าไปได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน! หากท่านไม่เชื่อ ต้องการจะทดสอบ ก็ลองดูได้เลย!!"
คำพูดอันหนักแน่นของเขา ทำให้กัปตันวันชนะต้องอึ้งและคิดหนัก
"ผมว่า มันกำลังบลั๊ฟ เกทับกัปตันอยู่นะครับ" แซมกล่าวพลางส่ายหัวทำหน้าเบ้ "ผมไม่เชื่อคำพูดของมันหรอก ไอ้บ้านี่มันกะล่อน ปลิ้นปล้อน กัปตันก็รู้ดี"
"แต่การที่เขาเคยครอบครองร่างของผมมาก่อน มันมีผลต่อเขาจริงๆ นะครับ" กัปตันตอบด้วยความหนักใจ
"แล้วจะยอมพวกมันเลยเหรอครับ ? ง่ายไปมั้ง !!"
"ก็ไม่อยากยอมแพ้ง่ายๆ หรอกครับ"
"งั้นก็คงต้องลองทดสอบดูสักตั้งมั้งครับ กัปตัน ?" มหาเอกถามแทรก
"ขอผมคิดดูอีก ซักแป๊บ" กัปตันตอบ แล้วนิ่งเงียบ รอดูว่าทางเลโอนีดาสจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
เวลาผ่านไปราวห้านาที จนเลโอนีดาสทนรอต่อไปไม่ไหว สื่อสารถามเข้ามา
"ว่าอย่างไรเล่า ท่านวันชนะ ??? จะยอมติดตามพวกเรากลับไปเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ หรือไม่ ???"
กัปตันนิ่งไปอีกชั่วครู่ แล้วจึงให้คำตอบ คำเดียวสั้นๆ อย่างเด็ดเดี่ยว หนักแน่น
"ไม่ !!!"
"หมายความว่า ท่านจะทดสอบพวกเราจริงๆ กระนั้นหรือ ??" เลโอนีดาสถามหยั่งเชิง ขณะเดียวกันก็ส่งข้อความไปถึงยานทุกลำให้เตรียมโจมตี!
"ในเมื่อจำเป็นต้องทดสอบ ก็คงยากที่จะหลบเลี่ยง...แต่ว่า..." กัปตันยังคงพยายามยื้อ
"แต่ว่าอันใดอีก ?"
"แต่ว่า...ในฐานะที่เราเคยเป็นสหาย ร่วมงานกัน ทั้งที่โลโคเทียแห่งสหพันธรัฐแอตแลนติสเหนือ และทั้งในจักรวรรดิแอตแลนติสใต้ อีกทั้งท่านเองก็ถือได้ว่า 'เป็นหนี้' กับข้า 'ในทางวิชาการ' เพราะองค์ความรู้ที่ท่านได้รับจากข้าไป ข้ามิได้เต็มใจที่จะมอบให้ ดังนั้น ข้าอยากจะขอร้องท่านสักครั้ง ครั้งนี้ ครั้งเดียวเท่านั้น! ปล่อยให้พวกเราไปจากจักวรรดิเสียเถิด แล้วข้าจะถือว่า ระหว่างข้ากับท่าน เรา ไม่มีอะไรติดค้างกันและกันอีกต่อไป!"
"ฮ่า ๆๆๆ........." เลโอนีดาสหัวเราะอีกครั้ง
"ท่านนี่ ช่างพูดง่ายเสียจริง! แต่อันที่จริง คำพูดของท่านก็มีเหตุผลพอจะรับฟังได้อยู่ ถ้าลำพังตัวข้าเอง ข้าก็ยอมรับ! แต่เหนือหัวของข้านี่สิ! องค์จักรพรรดิและท่านเทพพยากรณ์ จะไม่ยอมแน่นอน! และถ้าข้ายอมท่าน เปิดทางให้พวกท่านจากไป ข้าและเหล่าบริวาร จะต้องลูกลงพระราชอาญาหนักหนาสาหัสอย่างเป็นที่สุด! เพราะฉะนั้น....เสียใจด้วยท่านวันชนะ ข้าอยากจะให้จริงๆ! แต่ไม่อาจจะให้ได้ !!"
กัปตันวันชนะอึ้งไปอีกครั้ง! เขาเล็งเห็นว่าเลโอนีดาสก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน แต่สถานการณ์นี้บีบบังคับมากเกินไป! มิอาจหลีกเลี่ยงการปะทะกันเสียแล้ว
"กลับไปพร้อมกับพวกช้าเสียเถิด ท่านวันชนะ ข้าขอร้อง...เป็นครั้งสุดท้าย เราปล่อยพวกท่านไปไม่ได้ดอก!" เลโอนีดาสยื่นคำขาด
"ข้าก็ไม่สามารถกลับไปหาจักรพรรดิเนรอสพร้อมกับพวกท่านได้เช่นกัน!" กัปตันตอบด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ในเมื่อท่านไม่ยอมเปิดทางให้ พวกเราก็จะขอเปิดทางออกไปเอง! ขออภัยด้วย ต้องขอล่วงเกินแล้ว !!" จบคำพูดนั้น กัปตันสั่งนักบิน 2 และ 3 ทันที "คุณแซม คุณเอก เลเซอร์รอบทิศ !!!"
"ครับ กัปตัน !!!" สองหนุ่มตอบรับคำสั่งพร้อมกัน และกดปุ่มบนแผงควบคุมข้างหน้าตน ปล่อยลำแสงพิฆาตพร้อมกัน ณ บัดนั้น!
แต่เวลาเดียวกัน สิ้นคำว่า "ขอล่วงเกิน" ของกัปตันวันชนะ เลโอนีดาสก็ได้ส่งข้อความคำสั่งไปยังยานทุกลำ ให้โจมตี THE FUGITIVE ทันที! ดังนั้น อาวุธยุทโธปกรณ์ของทั้งสองฝ่ายจึงสาดเข้าใส่กันและกันในชั่วเวลาห่างกันเพียงไม่กี่เสี้ยววินาที !!!
ส่วนนอกของ THE FUGITIVE อันเป็นเสมือนเปลือกไข่ที่ห่อหุ้มไข่อยู่ หมุนรอบตัว พร้อมกับสาดเลเซอร์บีมนับร้อยสายกระจายไปทุกทิศทาง !! แต่ยานของกัปตันก็ถูกถล่มจากทุกทิศทางเช่นเดียวกัน!!
แซ่ดดดดด......แซ่ดดดดดด.......แซ่ดดดด........แซ่ดดดดดดดด..........แซ่ดดดดดดดดด..........แซ่ดดดดด..........แซ่ดดดดดดด.........
เฟี้ยววววว.......แซ่ดดดดด........เฟี้ยววว........ๆๆๆๆ.....แซ่ดดดดด.........ปิ้ว ๆๆๆๆ.........ฟิ้ววว......แซ่ดดดดด........ฟิ้ววว ๆๆๆๆ......แซ่ดดดดด........
บึมม......บึ้มมม......บึมมมม........บึ้มม!!!.......เฟี้ยววว......ๆๆๆๆ....บึมมมม........บึ้มม!!!........บึ้มม!!!.......เฟี้ยววว........ๆๆๆๆ.....แซ่ดดด.....บึ้มม!!!......
"คุณแซม เช็คเวลาบาเรียซิ! จะต้านทานต่อไปได้อีกนานเท่าไร ??" กัปตันตะโกนถาม
"พลังงานตอนนี้ลดลงไป 5 เปอร์เซ็นต์! บาเรียจะใช้งานได้ต่อไปประมาณหนึ่งชั่วโมงกับสิบสามนาทีครับ!!"
"เรายังหาช่องเปิดแหวกออกไปไม่ได้!!" มหาเอกกล่าวอย่างร้อนรน "มันเต็มฟ้าไปหมดเลย !!"
(ต่อครับ)