สวัสดีค่ะ วันนี้จขกท.จะมาเล่าเหตุการณ์ชีวิตของตัวเอง ปัจจุบันจขกท.เรียนจบม.ปลายแล้วนะคะ อายุ 18 ปี ย้อนกลับไปเมื่อช่วง 3 ปีที่แล้ว ช่วงที่สอบเข้ารร.ในอำเภอ รร.นี้ก็ถือว่าเป็นรร.ที่มีชื่อเสียงอยู่บ้างค่ะ เพราะเป็นอันดับ 4 ของจังหวัดแต่ตัวรร.อยู่ไกลจากอำเภอเมืองของจังหวัดมากค่ะ ด้วยการสอบวัดต่างๆ ได้สูงมากกว่ารร.ในเมืองจึงพอมีชื่อเสียงมาก ซึ่งจขกท.ก็สอบติดรร.นี้ค่ะ ตอบสอบเข้าจขกท.ได้อันดับที่ 33 จาก 150 คนค่ะ แต่พอเข้าไปเรียนจริงๆ เรียนไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ เพราะพื้นฐานเราไม่มีมาหมือนเด็กที่เรียนที่รร. นี้อยู่แล้ว เกรดที่ออกมาก็ค่อนข้างแย่ ไม่ได้ดีเหมือนตอนที่เราเรียนที่อื่น แต่ก็ไม่ได้แย่มากนะคะ ก็ได้ประมาณ 2 กว่าๆ เทอมแรกห้องจขกท. ไม่มีใครถึงเกรด 3 เลย ฮ่าๆ มันก็เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ค่ะ เกรดก็ไม่ถึง 3 สักเทอม แต่มันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ไม่ดีเลย แต่ที่บ้านจขกท.ก็ค่อนข้างจะพูดให้เสียใจหน่อยค่ะ ประมาณว่ายิ่งโตก็ยิ่งแย่ เลี้ยงคนหรือเลี้ยงควายอะไรประมาณนั้นอ่ะค่ะ ช่วงที่จขกท.พูดว่าหนูเก่งวิชานี้นะ แต่หนูไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย ได้คณิตเกรด 4 แหนะ พ่อกับแม่ก็พูดประมาณว่าไม่ต้องมาพูดให้ฟังหรอกไม่อยากรู้ หรือบางทีก็เงียบใส่แต่สีหน้ามันแสดงออกว่าผิดหวังอ่ะค่ะ ตัวจขกท.เองก็เลยไม่เคยพูดอีกเลย เวลาจขกท.ไม่สบายหรือเป็นอะไร ก็มักจะบอกว่าโตแล้วก็หายากินเอง ไปหาหมอเองสิ จขกท.เคยไปหาหมอเพราะเจ็บตรงบริเวณอกข้างซ้ายค่ะ คุณหมอก็ถามว่าได้บอกพ่อกับแม่มั้ย ให้เขาพาไปตรวจเฉพาะทาง จขกท.ก็ไม่รู้จะตอบยังไง ก็ได้แค่ยิ้มตอบไปว่าไม่ได้บอกค่ะ เขาไม่ได้สนใจอยู่แล้ว บอกให้ดูแลตัวเอง เหมือนบ้านจขกท.จะเลี้ยงแบบให้โตใช่มั้ยคะ แต่ความเป็นจริงคือพูดกับเราเสมอว่าเรียนจบแล้วก็ไม่ต้องไปทำงานที่ไหนหรอก อยู่บ้านเลี้ยงน้อง ทำไร่ ก่อนอื่นก็ต้องบอกก่อนว่าน้องของจขกท.เป็นโรคออทิสติกค่ะ สาเหตุน่าจะมาจากแม่มีลูกตอนช่วงอายุ30กว่าๆ แล้วห่างจากจขกท.15ปีเลยค่ะ แล้วงานที่ไร่ก็ไม่ได้มีอะไรอย่างที่ทุกคนคิดหรอกค่ะ จขกท.ตอนช่วงจบใหม่ๆ ก็ไปทำงานค่ะ แต่ก็ต้องออกมาเพราะว่าต้องพาน้องไปรร.เด็กพิเศษ เพราะพ่อก็ไม่ว่าง แม่ก็มือชาง่ายเวลาขับรถค่ะ แล้วที่บ้านของจขกท.เนี่ยเป็นหนี้หลายแสนเลยค่ะ แล้วที่บ้านมีแค่พ่อคนเดียวที่ทำงาน แล้วกลายเป็นว่าค่าใช้จ่ายเยอะกว่ารายได้ ก็ต้องกู้ยืมมาใช้ก่อนไม่สิ้นสุด จขกท.เลยคิดว่าอยากจะไปทำงานจะได้พอมีมาช่วยบ้าง แต่งานที่จะไปทำอยุ่ที่กรุงเทพค่ะ แฟนของจขกท.ทำอยู่ ขาดคนนึงพอดี พอจขกท.พูดกับแม่ก็บอกว่าถ้าจขนาดนั้นก็ให้มาขอจขกท.แต่งก่อน ซึ่งจขกท.พูดหลายครั้งแล้วว่ายังไม่อยากแต่งในตอนนี้ ที่จขกท.เลือกที่ยากจะไปทำกับแฟนไม่ใช่เพราะว่าอยากไปอยู่กับแฟนเลยมีข้ออ้างนะคะ ถ้าอยากไปจริงๆ ไม่ต้องรอจนทุกวันนี้ก็ได้ค่ะ เงินเดือนที่นั่นค่อนข้างสูงเลยค่ะ เพราะงานมันค่อนข้างเหนื่อย ดูแลเว็บไซตลอดเวลา จขกท.มีความคิดว่าถ้าทำได้ก็จะได้มีเงินส่งมาให้ ดีกว่าจะมาอยู่เฉยๆ แบบไม่มีอะไร อยู่ไปวันๆ แต่ด้วยอายุของจขกท.เองก็ไม่กล้าที่จะพูดเถียงอะไร
ปล.ที่บ้านจขกท. ไม่ได้ว่าแค่ที่เล่านะคะ เคยพูดแรงมากจนคิดว่านี่คือคำพูดของคนเป็นแม่หรอ ทั้งๆ ที่จขกท.เองก็ไม่ได้ทำตัวแหลกเหลวอะไร
ปล.ตอนนี้จขกท.กลายเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ ด้วยสภาวะเครียดเรื่องต่างๆ เก็บกดมานาน จนทุกวันนี้ไม่มีความสุขกับสิ่งที่ทำสักอย่าง คิดอยากตายตลอดเวลา เหนื่อยกับทุกอย่าง ต้องมารับรู้อะไรต่างๆ นาๆ แต่ก็พอพุดไปก็ไม่มีใครฟัง เหนื่อยมากเลยค่ะ ถ้าจขกท.เลือกที่จะไปโดยที่เขาไม่ยินยอม จะผิดมั้ยคะ อายุแค่นี้ตัดสินใจเองได้มั้ย
ทางเลือกชีวิตที่ไม่สามารถเลือกเองได้
ปล.ที่บ้านจขกท. ไม่ได้ว่าแค่ที่เล่านะคะ เคยพูดแรงมากจนคิดว่านี่คือคำพูดของคนเป็นแม่หรอ ทั้งๆ ที่จขกท.เองก็ไม่ได้ทำตัวแหลกเหลวอะไร
ปล.ตอนนี้จขกท.กลายเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ ด้วยสภาวะเครียดเรื่องต่างๆ เก็บกดมานาน จนทุกวันนี้ไม่มีความสุขกับสิ่งที่ทำสักอย่าง คิดอยากตายตลอดเวลา เหนื่อยกับทุกอย่าง ต้องมารับรู้อะไรต่างๆ นาๆ แต่ก็พอพุดไปก็ไม่มีใครฟัง เหนื่อยมากเลยค่ะ ถ้าจขกท.เลือกที่จะไปโดยที่เขาไม่ยินยอม จะผิดมั้ยคะ อายุแค่นี้ตัดสินใจเองได้มั้ย