ผมเป็นชายรักชายครับ คบกับแฟนได้ ปีกว่าละครับ
เราเจอกันผ่านแอพ ผมตัดสินใจคบเค้าเพราะหน้าตา
ผมไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลย ดูแลเราดีเลี้ยงข้าวทุกวัน มีรถยนต์ขับไปรับ-ส่งที่บ้านจนมาวันนึง ที่เราเรียนรู้กันมาซักระยะ ถึงรู้ว่าเค้าทำงานขุดบ่อชลประทาน รถยังผ่อนไม่หมด วันนึงเค้าได้ตัดสินใจกู้เงินมาซื้อบ้านราคา1.9ล้าน ซึ่งตอนนั้นเรารู้จากปากเค้าว่า เค้าได้เงินจากการเป็นหุ้นส่วนประมาณ6-7 หมื่น ก็คิดว่าส่งไหวแน่นอน เลยไม่ได้ห้ามอะไร แต่พอกู้เงินมาเสร็จ พี่ชายเค้าเกิดผิดพลาด บริหารธุรกิจล้ม ขาดทุน เลยเลิกจ้าง เลิกทำ แฟนผมตกงาน บ้านก็โอนเป็นชื่อเค้าเรียบร้อยจากนั้น บ้านที่เค้าเคยอาศัย ซึ่งเป็นบ้านเพื่อนเค้าที่ปล่อยเช่า เพื่อนของเค้าขายให้กับคนอื่นไป เค้าเลยต้องหาที่อยู่ใหม่ ทีนี้ทางบ้านผม มีบ้านเล็กๆในหมู่บ้านแห่งหนึ่งอยู่ ผมก็กำลังกลับจากมาอยู่ ต่างจังหวัด เลยได้ออกปากชวนเค้ามาอยู่ที่นี่ด้วยกันก่อน หลังจากนั้นก็รีโนเวทบ้านนี้ด้วยกัน ซึ่งเค้าก็ลงแรงไปเยอะเหมือนกัน เรื่องราวมันดูเหมือนว่าจะดี แต่พอเวลาผ่านไป เค้าไม่มีอาชีพ ทางบ้านจึงได้ลงทุนให้ผมกับแฟนเปิดธุรกิจร้านกาแฟร่วมกัน ซึ่งตัวผมเอง มีกิจการส่วนตัว ที่มีรายได้ พอเลี้ยงตัวเองได้อยู่แล้ว แต่เหมือนกิจการนี้ ลงทุนเพื่อให้ เค้าได้ลืมตาอ้าปากได้ส่วนนึงเลย แต่สถานะภาพชีวิตของเค้าตอนนี้เหมือนทำให้ทางพ่อแม่ผมและครอบครัวเดือดร้อน ประเด็นหลักๆที่ผมมาแชร์เรื่องนี้เพราะอยากได้ ความคิดเห็น หรือทางออกดีๆให้กับชีวิตตัวเองและชีวิตเค้าครับ ณ ตอนนี้ เรื่องมาถึงขั้นนี้ครับ
1.เค้าเป็นหนี้ จากการกู้เงินมาซื้อบ้าน 2.1 ล้าน
2.รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด อีก 3 แสนกว่า
3.ติดเงินแม่ผมที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกัน 7หมื่น
4.ตอนนี้หมุนเงินไม่ทัน ผมต้องออกค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ อินเตอร์เน็ต ค่ากิน ของใช้ อาหารหมา ค่าโทรศัพท์เค้า หรือค่าเบียร์ ค่าเหล้าเวลาไปแฮงค์เอาท์ด้วยกันหรือไปกับเพื่อนเค้า ตอนนี้รวม 8พันกว่าบาท
ตอนนี้รายได้เค้าไม่ได้เสี้ยวของหนี้และดอกเบี้ยที่ขึ้นอยู่ทุกวันๆเลยครับ สภาพตอนนี้ เค้าท้อแท้ในชีวิต บางทีขี้เกียจ บางทีใช้เงินเยียวยาความเครียด มันเลยทำให้ผมรู้สึก ชีวิตผมและชีวิตเค้าจะดีขึ้นมาได้ยังไง
จะทิ้งเค้า ให้ไล่เค้าออกไปจากบ้านตัวเอง เลิกทำธุรกิจร้านกาแฟด้วยกัน เก็บของออกไป เลิกยุ่งเกี่ยวกันอีก ผมก็ทำไม่ได้อ่ะครับ เพราะเรารู้ว่าเค้าไม่มีที่ไป แน่นอน
อีกมุมนึง ผมจะช่วยเค้าไปในสภาพนี้เรื่อยๆ ผมก็เป็นทุกข์แน่นอน ผมต้องหาเงิน 1 แรง เลี้ยง 2 คน ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวผมรับได้ แต่ไม่ยุ่งเรื่องเงิน แต่ผมเองก็เสียใจที่ปล่อยให้ แม่ต้องมาเอาเงินไปจมกับเค้า ตั้ง 7หมื่นกว่า
และด้วยนิสัยส่วนตัวของเค้า เป็นคนเชื่อมันในตัวเองสูง จะคิดว่าความคิดของตัวเองดีที่สุด ไม่ฟังใครง่ายๆ
(อวดดี) ก็ใช่ครับ บางทีก็มาออกกฏเกณฑ์ให้ผมต้องทำแบบนั้น แบบนี้สิ ทั้งๆที่บางอย่าง เค้ายังไม่โอเครเลย
ถามว่าตอนนี้มีความรู้สึกดีๆกับเค้าอยู่ไม๊ ก็มีครับ
แต่น้อยมาก คิดว่าเป็นความสงสารซะมากกว่า
ส่วนดีเค้าก็มีครับ แต่ข้อเสียก็เหมือนที่เล่ามา
ผมขอความเห็นจากทุกคนหน่อยครับ ผมควรทำยังไงต่อกับชีวิตตัวเองและเค้ายังไงดี 🙏🏻
ตอนนี้กำลังสับสนและหาทางออกไม่ได้ครับ
เราเจอกันผ่านแอพ ผมตัดสินใจคบเค้าเพราะหน้าตา
ผมไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลย ดูแลเราดีเลี้ยงข้าวทุกวัน มีรถยนต์ขับไปรับ-ส่งที่บ้านจนมาวันนึง ที่เราเรียนรู้กันมาซักระยะ ถึงรู้ว่าเค้าทำงานขุดบ่อชลประทาน รถยังผ่อนไม่หมด วันนึงเค้าได้ตัดสินใจกู้เงินมาซื้อบ้านราคา1.9ล้าน ซึ่งตอนนั้นเรารู้จากปากเค้าว่า เค้าได้เงินจากการเป็นหุ้นส่วนประมาณ6-7 หมื่น ก็คิดว่าส่งไหวแน่นอน เลยไม่ได้ห้ามอะไร แต่พอกู้เงินมาเสร็จ พี่ชายเค้าเกิดผิดพลาด บริหารธุรกิจล้ม ขาดทุน เลยเลิกจ้าง เลิกทำ แฟนผมตกงาน บ้านก็โอนเป็นชื่อเค้าเรียบร้อยจากนั้น บ้านที่เค้าเคยอาศัย ซึ่งเป็นบ้านเพื่อนเค้าที่ปล่อยเช่า เพื่อนของเค้าขายให้กับคนอื่นไป เค้าเลยต้องหาที่อยู่ใหม่ ทีนี้ทางบ้านผม มีบ้านเล็กๆในหมู่บ้านแห่งหนึ่งอยู่ ผมก็กำลังกลับจากมาอยู่ ต่างจังหวัด เลยได้ออกปากชวนเค้ามาอยู่ที่นี่ด้วยกันก่อน หลังจากนั้นก็รีโนเวทบ้านนี้ด้วยกัน ซึ่งเค้าก็ลงแรงไปเยอะเหมือนกัน เรื่องราวมันดูเหมือนว่าจะดี แต่พอเวลาผ่านไป เค้าไม่มีอาชีพ ทางบ้านจึงได้ลงทุนให้ผมกับแฟนเปิดธุรกิจร้านกาแฟร่วมกัน ซึ่งตัวผมเอง มีกิจการส่วนตัว ที่มีรายได้ พอเลี้ยงตัวเองได้อยู่แล้ว แต่เหมือนกิจการนี้ ลงทุนเพื่อให้ เค้าได้ลืมตาอ้าปากได้ส่วนนึงเลย แต่สถานะภาพชีวิตของเค้าตอนนี้เหมือนทำให้ทางพ่อแม่ผมและครอบครัวเดือดร้อน ประเด็นหลักๆที่ผมมาแชร์เรื่องนี้เพราะอยากได้ ความคิดเห็น หรือทางออกดีๆให้กับชีวิตตัวเองและชีวิตเค้าครับ ณ ตอนนี้ เรื่องมาถึงขั้นนี้ครับ
1.เค้าเป็นหนี้ จากการกู้เงินมาซื้อบ้าน 2.1 ล้าน
2.รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด อีก 3 แสนกว่า
3.ติดเงินแม่ผมที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกัน 7หมื่น
4.ตอนนี้หมุนเงินไม่ทัน ผมต้องออกค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ อินเตอร์เน็ต ค่ากิน ของใช้ อาหารหมา ค่าโทรศัพท์เค้า หรือค่าเบียร์ ค่าเหล้าเวลาไปแฮงค์เอาท์ด้วยกันหรือไปกับเพื่อนเค้า ตอนนี้รวม 8พันกว่าบาท
ตอนนี้รายได้เค้าไม่ได้เสี้ยวของหนี้และดอกเบี้ยที่ขึ้นอยู่ทุกวันๆเลยครับ สภาพตอนนี้ เค้าท้อแท้ในชีวิต บางทีขี้เกียจ บางทีใช้เงินเยียวยาความเครียด มันเลยทำให้ผมรู้สึก ชีวิตผมและชีวิตเค้าจะดีขึ้นมาได้ยังไง
จะทิ้งเค้า ให้ไล่เค้าออกไปจากบ้านตัวเอง เลิกทำธุรกิจร้านกาแฟด้วยกัน เก็บของออกไป เลิกยุ่งเกี่ยวกันอีก ผมก็ทำไม่ได้อ่ะครับ เพราะเรารู้ว่าเค้าไม่มีที่ไป แน่นอน
อีกมุมนึง ผมจะช่วยเค้าไปในสภาพนี้เรื่อยๆ ผมก็เป็นทุกข์แน่นอน ผมต้องหาเงิน 1 แรง เลี้ยง 2 คน ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวผมรับได้ แต่ไม่ยุ่งเรื่องเงิน แต่ผมเองก็เสียใจที่ปล่อยให้ แม่ต้องมาเอาเงินไปจมกับเค้า ตั้ง 7หมื่นกว่า
และด้วยนิสัยส่วนตัวของเค้า เป็นคนเชื่อมันในตัวเองสูง จะคิดว่าความคิดของตัวเองดีที่สุด ไม่ฟังใครง่ายๆ
(อวดดี) ก็ใช่ครับ บางทีก็มาออกกฏเกณฑ์ให้ผมต้องทำแบบนั้น แบบนี้สิ ทั้งๆที่บางอย่าง เค้ายังไม่โอเครเลย
ถามว่าตอนนี้มีความรู้สึกดีๆกับเค้าอยู่ไม๊ ก็มีครับ
แต่น้อยมาก คิดว่าเป็นความสงสารซะมากกว่า
ส่วนดีเค้าก็มีครับ แต่ข้อเสียก็เหมือนที่เล่ามา
ผมขอความเห็นจากทุกคนหน่อยครับ ผมควรทำยังไงต่อกับชีวิตตัวเองและเค้ายังไงดี 🙏🏻