การศึกษาของคนไทยเมื่อก่อน??

เมื่อก่อนในที่นี้ขอนับตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์นะคะ
- อยากทราบว่าคนเมื่อก่อนเริ่มเรียนหนังสือกันจริงจังช่วงไหนคะ(รัชกาลอะไร)? แล้วความแตกต่างของการเรียนระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายเป็นยังไงคะ?
ได้เรียนเหมือนกันรึเปล่า? มีคณะที่ผู้ชายเรียนได้แต่ผู้หญิงเรียนไม่ได้มั้ยคะ ถ้ามีรบกวนขอตัวอย่างด้วยค่ะ
( ยกตัวอย่างที่เราสงสัยนะคะ ผู้หญิงเป็นหมอ เป็นวิศวกร สถาปนิก ทนายได้เหมือนตอนนี้มั้ยคะ? หรือพวกที่ทำงานจิตรกรรม วาดภาพ งานเขียนผนังวัดแบบนี้ผู้หญิงทำได้มั้ยคะ? )

- สมัย ร.5 ผู้หญิงได้เรียนภาษาอังกฤษมั้ยคะ? คนกลุ่มไหนบ้างที่มีโอกาสได้เรียน?

- สมัยก่อนคนที่ไปเรียนต่างประเทศได้ต้องมีฐานะดีประมาณหนึ่ง ต้องประมาณไหนเหรอคะ(อาชีพของครอบครัว)? ถ้าครอบครัวสามารถส่งไปเรียนได้แล้วผู้หญิงจะได้ไปเรียนเมืองนอกเหมือนผู้ชายมั้ยคะ? (ข้อนี้ถามในช่วงร.7 ร.8 และต้นร.9 นะคะ)
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
ระบบการศึกษาไทยยุครัตนโกสินทร์นี่มีแบบยุคจารีต คือ พ่อแม่ส่งลูกชายไปอยู่ที่วัดเป็นเด็กวัดและพระสอนหนังสือกันไปตามเรื่องตามราวครับ
สมัยรัชกาลที่สี่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเล็งเห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษได้ว่าจ้างนางแอนนา เลียวโนเวล มาถวายการสอนภาษาอังกฤษแก่พระเจ้าลูกเธอ (รวมทั้งทำหนา้ที่คล้ายคนแปลเอกสารจากภาษาไทยไปเป็นภาษาอังกฤษให้ด้วย) ส่วนพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าก็ทรงจ้างแหม่มโคลว์ไปสอนภาษาอังกฤษถวายพระเจ้าลูกเธอด้วย แต่การเรียนภาษาไทยยังเหมือนเดิมครับ เริ่มจากหัดอ่านเขียน ตามด้วยจินดามณีหรือประถม ก กา ประถมมาลา ฯลฯ  ส่วนผู้หญิงชาวบ้านเรียนอ่านเขียนกับพ่อแม่ที่บ้านครับ แล้วก็ช่วยทางบ้านทำงานบ้านไป ผู้หญิงที่ได้เรียนหนังสือแบบผู้ชายจริง ๆ จัง ๆ คือเรียนอ่านเขียนจากจินดามณีก็อำแดงเหมือน (หรือนางสาวเหมือน) สมัยรัชกาลที่สี่นั่นแหละครับ
ต่อมารัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปรับปรุงการเรียนใหม่แต่ยังใช้พระใช้วัดเหมือนเดิม คือ ทรงสอบไล่หนังสือพระสงฆ์โดยทรงตั้งกรรมการสอบขึ้นมาหนึ่งชุด พระที่สอบผ่านก็พระราชทานหนังสือเรียนให้ไว้สอนเด็กได้ ต่อมาทรงให้พระเจ้าน้องยาเธอ หม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ รวมทั้งบุตรขุนนางไปเรียนหนังสือกันที่พระตำหนักสวนกุหลาบจึงเริ่มมีการกำหนดหลักสูตรว่าเรียนแต่ละระดับต้องทำอะไรได้บ้าง ต่อมาจึงขยายออกไปแต่งหนังสือเรียนหลวงก็คือมูลบทบรรพกิจ
ผู้หญิงที่เรียนมหาวิทยาลัยยุคแรก ๆ ส่วนใหญ่เรียนคณะอักษรกันแทบทั้งหมดครับ ไม่ค่อยมีเรียนคณะอื่นกันเท่าไหร่ ยิ่งพวกจิตรกรรมอะไรนี่ยิ่งไม่มี เนื่องจากจะไปปีนป่ายผนังโบสถ์ผนังวิหารก็เกิดคำครหาว่าอยู่สูงเกินพระ
การไปเรียนต่างประเทศเริ่มสมัยรัชกาลที่ห้าทรงส่งพระโอรสไปศึกษาต่อต่างประเทศ ขุนนางใหญ่ ๆ ก็ส่งลูกไปเรียนเหมือนกัน ส่วนลูกขุนนาง ลูกพ่อค้า คนมีเงินที่เป็นผู้หญิงไกลสุดพ่อแม่ส่งไปเรียนที่ปีนังครับ เนื่องจากมีการวางหลักสูตรแบบอังกฤษเรียนโรงเรียนคริสต์กันเยอะอยู่ครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่