เชื่อว่าไม่มีใครบนโลกนี้ที่อยากตกอยู่ในสถานะ " คนโดนเท " หรือ " ถูกบอกเลิก " แต่จะทำไงได้ ในเมื่อเรื่องของหัวใจ มันคือเรื่องของคน 2 คน ดังนั้น ความเจ็บปวดจากความผิดหวัง จึงเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ รวมถึงตัวเราเองด้วย 5555555
1. หยุดตั้งคำถามว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เราต้องเลิกกัน
ในวันแรกๆ ในใจคงเกิดคำถามมากมาย เพราะอะไร ความสัมพันธ์ของเราถึงจบแบบนี้? เพราะเขา? เพราะเธอ? เพราะระยะทาง? หรือ เพราะตัวฉันเอง? หลายคนอาจจะใช้เวลากับการหาคำตอบนี้ คาดเดาจนทำให้เกิดความรู้สึกว่าถ้าเกิดวันนั้น....ฉันไม่ทำแบบนั้น เราคงไม่เลิกกัน? หรือ บางคนก็โทษตัวเอง หรืออีกฝ่ายไปเลย
รู้ไหมคะ บางคนเวลาผ่านไป ทำใจได้เเล้ว แต่ก็พอกลับมาถาม ก็ยังหาคำตอบไม่ได้เลยว่าทำไมตอนนั้นเราถึงเลิกกัน? เราเองก็ถามเขานะคะ ว่าทำไม? แต่ตัวเขาเองก็ตอบไม่ได้ บอกแค่ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปแล้ว หรือบางทีเขาอาจจะรู้แต่ไม่ต้องการจะบอกเรา ดังนั้น การหมกมุ่นกับการหาสาเหตุว่าทำไมถึงเลิกกันเพื่อให้เขากลับคืนมา ไม่ช่วยให้อะไรเปลี่ยนแปลงค่ะ เพราะ ใจเขาเปลี่ยนไปแล้ว ไม่รักก็คือไม่รัก ถ้าเขาต้องการรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ เขาคงเลือกที่จะบอกให้เราปรับตัว ไม่ใช่จบความสัมพันธ์
แต่ถ้าวันไหนใจเราพร้อม อยากให้ลองมานั่งทบทวนว่าความสัมพันธ์ครั้งก่อน มีอะไรให้เราได้เรียนรู้ และแก้ไขตรงไหนบ้าง :]
2. ถ้าใจเราไม่แข็งแรงพอ เมื่อเห็นตัวกระตุ้น ให้หลีกเลี่ยงค่ะ
สำหรับเรา ถึงแม้ว่าจะจบด้วยสาเหตุที่ไม่ดีเท่าไหร่ คือ มีเรื่องของมือที่สาม แต่ความรู้สึกรักและผูกพัน ก็เอาชนะความโกรธ และความผิดหวังไปดื้อๆเลยค่ะ ทำให้เวลาที่เห็น Line ที่คุยค้างกันไว้ สิ่งของที่เขาให้มา รูปในกระเป๋าตัง สเตตัสใน FB ก็อดนึกถึง คิดถึงเขาไม่ได้ พอนึกถึงเขา แทนที่จะนึกถึงความทรงจำเลวร้ายที่เขาทำกับเรา ใจเจ้ากรรมดันไปนึกถึงแต่ความทรงจำดีๆที่มีร่วมกัน จนทำให้เกิดความรู้สึกอาลัย อาวรณ์ เสียดายเวลาดีๆที่ผ่านมา นั่งคิดหาหนทางที่จะทำให้ความสัมพันธ์กับมาเหมือนเดิม กลายเป็นว่าเหมือนจะทำใจได้เเล้ว พอเห็นอะไรแบบนี้ ก็กลับไปยืนจุดเดิมทุกครั้ง
เเล้วสำหรับเคสเรา ที่อีกฝ่ายไม่ได้ชัดเจนถึงขนาดหยุดติดต่อไป ยังใจดีตอบแชทเรากลับ ทำให้เรายิ่งหยุดตัวเองยากขึ้นไปอีก เหมือนเด็กได้กินลูกอม เเล้วอยากกินอีกอ่ะค่ะ 5555 สำหรับสถานการณ์แบบนี้ จริงๆเเล้วมันก็มีหลายวิธีในการทำใจ
- ทักเขาไป ทำตามใจตัวเอง จนสุดท้ายเดี๋ยวเขาทนไม่ไหวเอง หรือใจเราทนไม่ไหวเอง ก็จะรู้ว่าต้องหยุด ... แต่สำหรับวิธีนี้ก็ไม่รู้นะคะว่า จะกินระยะเวลายาวนานแค่ไหน แน่นอนว่าถ้าเลือกทางนี้ คงรู้สึกเหมือนจมน้ำซ้ำๆ พอเงยหน้ามาสูดอากาศหายใจได้เเล้ว ก็จมดิ่งลงไปเหมือนเดิม
- บล๊อคทุกอย่าง เก็บของที่ทำให้นึกถึงเขาใส่กล่องเก็บไว้ ( บางคนจบไม่ดีจะทิ้งก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้บริจาค ทำบุญๆ ) การที่เราไม่เห็นตัวกระตุ้น จะทำให้เราโฟกัสกับสิ่งอื่นๆได้ดีขึ้นกว่าค่ะ ซึ่งเราเลือกทำข้อนี้ แต่ไม่ได้บล๊อค FB นะคะ แค่ซ่อนแถบแชท ตั้งค่าไม่ให้เห็น Feed ของเขา( ตอนแรกเราก็อยากทำตัวปกติ ค่อยๆทำใจไปค่ะ แต่ทำงานไม่รู้เรื่องเลย เลยรู้สึกว่าฉันจะพังทุกด้านไม่ได้นะ ต้องทำอะไรสักอย่างเเล้ว ไม่มีแฟนอยู่ได้ ไม่มีงาน ไม่มีเงินนะเว้ย 555555555555555555555 )
- แต่สำหรับคนที่ใจเข้มแข็งจริงๆ สามารถรับมือกับตัวกระตุ้นได้ ขอปรบมือให้ด้วยความชื่นชมเลยค่ะ
3. เบี่ยงเบนความสนใจ หาอะไรทำ ตั้งเป้าหมายใหม่ๆในชีวิต ลองเปิดโอกาสให้ตัวเราได้เป็นคนใหม่
เป็นวิธีเบสิคมากสำหรับการเบี่ยงเบนความสนใจ ถ้าเป็นสมัยวัยรุ่น เราก็จะไปเที่ยว ปาร์ตี้กับเพื่อนในช่วงที่เราอ่อนแอแบบสุดเหวี่ยงก็ได้ แต่พออยู่ในวัยทำงานก็ทำแบบนั้นไม่ได้เเล้วค่ะ เพราะ ชีวิตเรายังมีอะไรให้ต้องดูแล และรับผิดชอบมากกว่านั้น อย่างน้อยๆก็ต้องลากตัวเองมาทำงานตอนเช้าให้ทัน 55555
สำหรับเรา เราลองนั่ง list สิ่งที่เราอยากทำขึ้นมาค่ะ บางอย่างอาจจะเป็นสิ่งที่เราเคยวางไว้ว่าจะทำกับเขา แต่ก็ตัดสินใจที่จะลองทำคนเดียว หรือชวนเพื่อนแทน เสาร์ อาทิตย์ ที่ว่างจากการทำงาน ก็จะหา Activity ใหม่ๆทำค่ะ ไม่ขังตัวเองอยู่ในห้องคนเดียว อ้อ!! สำหรับใครที่ชอบฟังเพลงเหมือนเรา งดฟังเพลงเศร้านะคะ! 555555 การฟังเพลงเศร้าตอนนี้เป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าเลยค่ะ เพราะ มันจะทำให้เรายิ่งจมดิ่งลงไปกับความรู้สึก ยิ่งเพลงไหนเนื้อเพลงตรงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ต้องคิดเลยค่ะ ... ปกติเราชอบฟังเพลงเศร้าๆ ช้าๆค่ะ แต่ช่วงนี้ก็หาแนวเพลงใหม่ๆฟัง ให้ดีฟังเพลงภาษาต่างประเทศไปเลยค่ะ เข้าใจยากกว่าภาษาบ้านเกิดเรา ไม่อินเท่าไหร่ ถึงแม้เนื้อเพลงจะเศร้า 5555555555
4. ต่อสู้กับความคิดของตัวเอง และยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงคือสัจธรรมของโลกใบนี้
อันนี้คือสิ่งที่ยากที่สุดค่ะ แต่จำเป็นต้องทำมากที่สุด ถึงจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ คือการยอมรับความจริงว่า สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องธรรมดามาก หลายๆคนอาจจะคิดว่า โชคชะตาไม่ยุติธรรมเลย แต่มองรอบๆตัว เราจะเห็นคนที่โชคชะตาเล่นตลกแบบนี้อีกไม่น้อยเลยค่ะ ต่อให้คบกันนานแค่ไหน ดีต่อกันแค่ไหน แต่เรื่องของความรักเป็นอะไรที่เข้าใจยากจริงๆค่ะ แต่งงานเเล้วหย่าก็มีเยอะแยะไป เพราะฉะนั้น บนโลกใบนี้ เรายังมีคนถูกเทเป็นเพื่อนอีกมากมายเลยค่ะ 55555555
นอกจากยอมรับความจริงเเล้ว อย่าลืมพูดคุยต่อสู้กับความคิดเถลไถลของตัวเองที่โผล่ขึ้นมา เช่น
ความคิด : บางทีเขาอาจจะยังรักเราอยู่ก็ได้นะ เพราะ เขายังตอบแชทเรา
ต่อสู้ : แต่ถ้าเขารักเราจริงๆ เขาจะไม่ทำร้ายหัวใจเรานะ ถ้าแกรักใครสักคนจริงๆ แกจะทำแบบนี้หรอ? เเล้วที่เขาตอบแชท เขาตอบเหมือนเดิมไหม? มีอีกหลายเหตุผลเลยที่เขาจะตอบแชทเรา อาจจะรู้สึกผิด หรือ สงสาร เห็นใจ ?
ความคิด : ไม่มีเขาเเล้วฉันจะมีความสุขได้ยังไง?
ต่อสู้ : แต่ก่อนจะมีเขา แกก็อยู่คนเดียวป่ะวะ แกก็มีความสุขดีนิ ตอนนี้แกอาจจะแค่ยังไม่ชิน แต่เชื่อสิว่าต่อให้ไม่มีเขา แกก็มีความสุขได้ด้วยตัวเอง
มันคล้ายๆกับการปรึกษาเพื่อนสักคนแหละค่ะ แต่แค่เพื่อนคนนี้ คือคนที่รับรู้ทุกอย่างเหมือนกับเรา แต่มองในมุมที่เป็นเหตุผล มากกว่าอารมณ์ :]
สำหรับตอนนี้ เรื่องราวผ่านมา 1 อาทิตย์ เราสามารถนอนหลับ กินข้าวได้ มีสมาธิทำงานมากขึ้น อาจจะเหงาบ้าง หรืออารมณ์เปลี่ยวก็จะคิดถึงตอนที่มีเขาอยู่ข้างๆ แอบเผลอตั้งคำถาม อาลัยอาวรณ์บ้าง แต่ก็จัดการกับทุกอย่างตามที่พิมพ์บอกเลยค่ะ ซึ่งแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงก็ดีขึ้นเรื่อยๆเลยค่ะ เชื่อว่าอีกไม่นานเราคงกลับมาเป็นตัวเองที่มีความสุขได้เร็วๆนี้
ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมานนี้นะคะ รักตัวเองให้มากๆ การที่ความสัมพันธ์ยุติลง ไม่มีใครผิด และถูกซะทีเดียวหรอกค่ะ คนถูกบอกเลิก ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนที่ไม่ดีพอ อย่าโทษตัวเอง อย่าลดคุณค่าของตัวเอง คนทุกคนมีข้อดี และเสน่ห์ของตัวเอง ทุกครั้งที่เราผ่านเรื่องเลวร้าย เรามักจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ เพราะ เราเรียนรู้เหตุการณ์ที่ผ่านมานั่นเอง
ยังไงความรักก็เป็นสิ่งสวยงาม ช่วงเวลาที่เราได้รักใครสักคนมันเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ แล้วสักวันเราจะเจอคนที่รู้สึกโชคดีที่มีเราอยู่ข้างๆค่ะ :] (สาธุ)
ปล. ใครที่อยากระบาย อยากเล่าเรื่องราวของตัวเอง จัดมาได้เลยนะคะ บางทีการระบายก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้ทบทวน และช่วยให้รู้สึกสบายใจขึ้นด้วยค่ะ
ถูกเททำไงดี? แชร์วิธีทำใจ และให้กำลังใจคนที่กำลังตกอยู่ในความสภาวะนี้ไปพร้อมๆกันค่ะ :]
1. หยุดตั้งคำถามว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เราต้องเลิกกัน
ในวันแรกๆ ในใจคงเกิดคำถามมากมาย เพราะอะไร ความสัมพันธ์ของเราถึงจบแบบนี้? เพราะเขา? เพราะเธอ? เพราะระยะทาง? หรือ เพราะตัวฉันเอง? หลายคนอาจจะใช้เวลากับการหาคำตอบนี้ คาดเดาจนทำให้เกิดความรู้สึกว่าถ้าเกิดวันนั้น....ฉันไม่ทำแบบนั้น เราคงไม่เลิกกัน? หรือ บางคนก็โทษตัวเอง หรืออีกฝ่ายไปเลย
รู้ไหมคะ บางคนเวลาผ่านไป ทำใจได้เเล้ว แต่ก็พอกลับมาถาม ก็ยังหาคำตอบไม่ได้เลยว่าทำไมตอนนั้นเราถึงเลิกกัน? เราเองก็ถามเขานะคะ ว่าทำไม? แต่ตัวเขาเองก็ตอบไม่ได้ บอกแค่ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปแล้ว หรือบางทีเขาอาจจะรู้แต่ไม่ต้องการจะบอกเรา ดังนั้น การหมกมุ่นกับการหาสาเหตุว่าทำไมถึงเลิกกันเพื่อให้เขากลับคืนมา ไม่ช่วยให้อะไรเปลี่ยนแปลงค่ะ เพราะ ใจเขาเปลี่ยนไปแล้ว ไม่รักก็คือไม่รัก ถ้าเขาต้องการรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ เขาคงเลือกที่จะบอกให้เราปรับตัว ไม่ใช่จบความสัมพันธ์
แต่ถ้าวันไหนใจเราพร้อม อยากให้ลองมานั่งทบทวนว่าความสัมพันธ์ครั้งก่อน มีอะไรให้เราได้เรียนรู้ และแก้ไขตรงไหนบ้าง :]
2. ถ้าใจเราไม่แข็งแรงพอ เมื่อเห็นตัวกระตุ้น ให้หลีกเลี่ยงค่ะ
สำหรับเรา ถึงแม้ว่าจะจบด้วยสาเหตุที่ไม่ดีเท่าไหร่ คือ มีเรื่องของมือที่สาม แต่ความรู้สึกรักและผูกพัน ก็เอาชนะความโกรธ และความผิดหวังไปดื้อๆเลยค่ะ ทำให้เวลาที่เห็น Line ที่คุยค้างกันไว้ สิ่งของที่เขาให้มา รูปในกระเป๋าตัง สเตตัสใน FB ก็อดนึกถึง คิดถึงเขาไม่ได้ พอนึกถึงเขา แทนที่จะนึกถึงความทรงจำเลวร้ายที่เขาทำกับเรา ใจเจ้ากรรมดันไปนึกถึงแต่ความทรงจำดีๆที่มีร่วมกัน จนทำให้เกิดความรู้สึกอาลัย อาวรณ์ เสียดายเวลาดีๆที่ผ่านมา นั่งคิดหาหนทางที่จะทำให้ความสัมพันธ์กับมาเหมือนเดิม กลายเป็นว่าเหมือนจะทำใจได้เเล้ว พอเห็นอะไรแบบนี้ ก็กลับไปยืนจุดเดิมทุกครั้ง
เเล้วสำหรับเคสเรา ที่อีกฝ่ายไม่ได้ชัดเจนถึงขนาดหยุดติดต่อไป ยังใจดีตอบแชทเรากลับ ทำให้เรายิ่งหยุดตัวเองยากขึ้นไปอีก เหมือนเด็กได้กินลูกอม เเล้วอยากกินอีกอ่ะค่ะ 5555 สำหรับสถานการณ์แบบนี้ จริงๆเเล้วมันก็มีหลายวิธีในการทำใจ
- ทักเขาไป ทำตามใจตัวเอง จนสุดท้ายเดี๋ยวเขาทนไม่ไหวเอง หรือใจเราทนไม่ไหวเอง ก็จะรู้ว่าต้องหยุด ... แต่สำหรับวิธีนี้ก็ไม่รู้นะคะว่า จะกินระยะเวลายาวนานแค่ไหน แน่นอนว่าถ้าเลือกทางนี้ คงรู้สึกเหมือนจมน้ำซ้ำๆ พอเงยหน้ามาสูดอากาศหายใจได้เเล้ว ก็จมดิ่งลงไปเหมือนเดิม
- บล๊อคทุกอย่าง เก็บของที่ทำให้นึกถึงเขาใส่กล่องเก็บไว้ ( บางคนจบไม่ดีจะทิ้งก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้บริจาค ทำบุญๆ ) การที่เราไม่เห็นตัวกระตุ้น จะทำให้เราโฟกัสกับสิ่งอื่นๆได้ดีขึ้นกว่าค่ะ ซึ่งเราเลือกทำข้อนี้ แต่ไม่ได้บล๊อค FB นะคะ แค่ซ่อนแถบแชท ตั้งค่าไม่ให้เห็น Feed ของเขา( ตอนแรกเราก็อยากทำตัวปกติ ค่อยๆทำใจไปค่ะ แต่ทำงานไม่รู้เรื่องเลย เลยรู้สึกว่าฉันจะพังทุกด้านไม่ได้นะ ต้องทำอะไรสักอย่างเเล้ว ไม่มีแฟนอยู่ได้ ไม่มีงาน ไม่มีเงินนะเว้ย 555555555555555555555 )
- แต่สำหรับคนที่ใจเข้มแข็งจริงๆ สามารถรับมือกับตัวกระตุ้นได้ ขอปรบมือให้ด้วยความชื่นชมเลยค่ะ
3. เบี่ยงเบนความสนใจ หาอะไรทำ ตั้งเป้าหมายใหม่ๆในชีวิต ลองเปิดโอกาสให้ตัวเราได้เป็นคนใหม่
เป็นวิธีเบสิคมากสำหรับการเบี่ยงเบนความสนใจ ถ้าเป็นสมัยวัยรุ่น เราก็จะไปเที่ยว ปาร์ตี้กับเพื่อนในช่วงที่เราอ่อนแอแบบสุดเหวี่ยงก็ได้ แต่พออยู่ในวัยทำงานก็ทำแบบนั้นไม่ได้เเล้วค่ะ เพราะ ชีวิตเรายังมีอะไรให้ต้องดูแล และรับผิดชอบมากกว่านั้น อย่างน้อยๆก็ต้องลากตัวเองมาทำงานตอนเช้าให้ทัน 55555
สำหรับเรา เราลองนั่ง list สิ่งที่เราอยากทำขึ้นมาค่ะ บางอย่างอาจจะเป็นสิ่งที่เราเคยวางไว้ว่าจะทำกับเขา แต่ก็ตัดสินใจที่จะลองทำคนเดียว หรือชวนเพื่อนแทน เสาร์ อาทิตย์ ที่ว่างจากการทำงาน ก็จะหา Activity ใหม่ๆทำค่ะ ไม่ขังตัวเองอยู่ในห้องคนเดียว อ้อ!! สำหรับใครที่ชอบฟังเพลงเหมือนเรา งดฟังเพลงเศร้านะคะ! 555555 การฟังเพลงเศร้าตอนนี้เป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าเลยค่ะ เพราะ มันจะทำให้เรายิ่งจมดิ่งลงไปกับความรู้สึก ยิ่งเพลงไหนเนื้อเพลงตรงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ต้องคิดเลยค่ะ ... ปกติเราชอบฟังเพลงเศร้าๆ ช้าๆค่ะ แต่ช่วงนี้ก็หาแนวเพลงใหม่ๆฟัง ให้ดีฟังเพลงภาษาต่างประเทศไปเลยค่ะ เข้าใจยากกว่าภาษาบ้านเกิดเรา ไม่อินเท่าไหร่ ถึงแม้เนื้อเพลงจะเศร้า 5555555555
4. ต่อสู้กับความคิดของตัวเอง และยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงคือสัจธรรมของโลกใบนี้
อันนี้คือสิ่งที่ยากที่สุดค่ะ แต่จำเป็นต้องทำมากที่สุด ถึงจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ คือการยอมรับความจริงว่า สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องธรรมดามาก หลายๆคนอาจจะคิดว่า โชคชะตาไม่ยุติธรรมเลย แต่มองรอบๆตัว เราจะเห็นคนที่โชคชะตาเล่นตลกแบบนี้อีกไม่น้อยเลยค่ะ ต่อให้คบกันนานแค่ไหน ดีต่อกันแค่ไหน แต่เรื่องของความรักเป็นอะไรที่เข้าใจยากจริงๆค่ะ แต่งงานเเล้วหย่าก็มีเยอะแยะไป เพราะฉะนั้น บนโลกใบนี้ เรายังมีคนถูกเทเป็นเพื่อนอีกมากมายเลยค่ะ 55555555
นอกจากยอมรับความจริงเเล้ว อย่าลืมพูดคุยต่อสู้กับความคิดเถลไถลของตัวเองที่โผล่ขึ้นมา เช่น
ความคิด : บางทีเขาอาจจะยังรักเราอยู่ก็ได้นะ เพราะ เขายังตอบแชทเรา
ต่อสู้ : แต่ถ้าเขารักเราจริงๆ เขาจะไม่ทำร้ายหัวใจเรานะ ถ้าแกรักใครสักคนจริงๆ แกจะทำแบบนี้หรอ? เเล้วที่เขาตอบแชท เขาตอบเหมือนเดิมไหม? มีอีกหลายเหตุผลเลยที่เขาจะตอบแชทเรา อาจจะรู้สึกผิด หรือ สงสาร เห็นใจ ?
ความคิด : ไม่มีเขาเเล้วฉันจะมีความสุขได้ยังไง?
ต่อสู้ : แต่ก่อนจะมีเขา แกก็อยู่คนเดียวป่ะวะ แกก็มีความสุขดีนิ ตอนนี้แกอาจจะแค่ยังไม่ชิน แต่เชื่อสิว่าต่อให้ไม่มีเขา แกก็มีความสุขได้ด้วยตัวเอง
มันคล้ายๆกับการปรึกษาเพื่อนสักคนแหละค่ะ แต่แค่เพื่อนคนนี้ คือคนที่รับรู้ทุกอย่างเหมือนกับเรา แต่มองในมุมที่เป็นเหตุผล มากกว่าอารมณ์ :]
สำหรับตอนนี้ เรื่องราวผ่านมา 1 อาทิตย์ เราสามารถนอนหลับ กินข้าวได้ มีสมาธิทำงานมากขึ้น อาจจะเหงาบ้าง หรืออารมณ์เปลี่ยวก็จะคิดถึงตอนที่มีเขาอยู่ข้างๆ แอบเผลอตั้งคำถาม อาลัยอาวรณ์บ้าง แต่ก็จัดการกับทุกอย่างตามที่พิมพ์บอกเลยค่ะ ซึ่งแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงก็ดีขึ้นเรื่อยๆเลยค่ะ เชื่อว่าอีกไม่นานเราคงกลับมาเป็นตัวเองที่มีความสุขได้เร็วๆนี้
ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมานนี้นะคะ รักตัวเองให้มากๆ การที่ความสัมพันธ์ยุติลง ไม่มีใครผิด และถูกซะทีเดียวหรอกค่ะ คนถูกบอกเลิก ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนที่ไม่ดีพอ อย่าโทษตัวเอง อย่าลดคุณค่าของตัวเอง คนทุกคนมีข้อดี และเสน่ห์ของตัวเอง ทุกครั้งที่เราผ่านเรื่องเลวร้าย เรามักจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ เพราะ เราเรียนรู้เหตุการณ์ที่ผ่านมานั่นเอง
ยังไงความรักก็เป็นสิ่งสวยงาม ช่วงเวลาที่เราได้รักใครสักคนมันเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษ แล้วสักวันเราจะเจอคนที่รู้สึกโชคดีที่มีเราอยู่ข้างๆค่ะ :] (สาธุ)
ปล. ใครที่อยากระบาย อยากเล่าเรื่องราวของตัวเอง จัดมาได้เลยนะคะ บางทีการระบายก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้ทบทวน และช่วยให้รู้สึกสบายใจขึ้นด้วยค่ะ