มันมีหลายเรื่องที่เราจะเล่า มันแค่เป็นปมในใจของเราค่ะ มันหดหู่ทุกครั้งที่แม่คุยอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องตัดสินใจเขาจะชอบขุดความผิดพลาดในอดีตมาพูดกดดันเราทุกครั้ง
ยกตัวอย่างที่พอเล่าได้นะคะ
ตอนเราเรียนจบใหม่ๆ พ่อแฟนเก่าเราเขาเป็นตำรวจ(รองผู้กำกับ)และมีคนรู้จักในธ.สีเขียวที่เป็นรัฐวิสาหกิจ เขาเลยถามผ่านลูกชายเขาว่าสนใจทำงานที่ ธ.แห่งนี้มั้ย แต่ต้องมีใต้โต๊ะ2แสน เขาก็รับรองด้วยยศของพ่อเขา ซึ่งเราก็มั่นใจพอสมควร แต่ท้ายสุดแล้วพ่อแฟนเก่าเราก็โดนต้มมาอีกทอดเช่นกัน แต่เขาก็หาวิธีเอาเงินคืนมาให้เรา แม้จะขาดไป2หมื่น ก็ตาม บนเรียนครั้งนั้นทำให้แม่เราขุดเรื่องนี้มาพูดซ้ำๆ จนเรากดดันและขาดความมั่นใจในชีวิตไปนานเลย
เรื่องที่2 เราทำงานใน ธ.รัฐแห่งหนึ่ง ตั้งแต่ทำไม่เคยค้ำประกันให้ใครเลยเพราะเข็ดจากเหตุการในอดีต จนแล้วจนเล่าพี่ที่สนิทกับเราก็มาน้ำหูน้ำตาไกลว่าไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมลูก ต้องการกู้แค่3หมื่น โดยขอให้เราค้ำประกันให้ เราก็พูดกับเขาตรงๆว่าเราไม่อยากค้ำให้ใคร เพราะเราเคยโดนโกงเกี่ยวกับเรื่องเงินเรื่องทองมาแล้ว เขาก็ยืนยันว่าไม่โกง เพราะมันจะหักเงินจากเงินเดือนเขา เราเลยค้ำประกันให้ โดยการเขียดตัวเลขวงเงินกูทั้งตัวหนังสือและอักษร คิดว่าควแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว สุดท้ายนางแอบไปแก้วตัวเลขเป็น5หมื่น และผ่อนได้2เดือน ก็ทำความผิดร้ายแรงทำให้โดนไล่ออก ซึ้งตอนนั้นเราไม่สบายลาพักร้อนยาวจึงไม่รู้เรื่อง พอมารู้ว่านางโดนไล่ออก(บีบให้เขียนใบลาออก) เข่าแทบทรุดเพราะการหักค่างวดที่นางกู้ ต้องหักจากบชเงินเดือนเรา ที่ช็อคมากกว่านั่นคือนางบล็อคทุกสิ่งอย่าง แต่เราก็ตามจนเจอบ้านนางและให้นางเซ็นใบรับสภาพหนี้จากเรา และก็ทยอยใช้หนี้จนหมด ตอนนั้นแม่เราก็โอนเงินมาให้เราใช้ในระหว่างที่เขาหักเงินเดือนเรา แต่เขาก็พูดใส่หัวเราซ้ำไปซ้ำมาจนเราหลอนว่าเราถูกหลอกให้ค้ำประกัน ซ้ำๆ กรอกหูทุกวัน เราขาดความมั่นใจไปนาน
และล่าสุดเราจะซื้อทาวเฮ้าส์ ราคามันประมาณ 3ล้าน เป็นบ้านมือสองแม่เราจะจ่ายให้ครึ่งหนึ่งแต่เราก็จะผ่อนให้แม่ทุกเดือนแทนการไปกู้ธนาคาร แม่เราก็จะพูดทุกครั้งที่คุยเรื่องซื้อบ้านว่า เขาหลอกเราหรือเปล่า สัญญาปลอมมั้ย โอนบ้านที่กรมที่ดินแล้วได้โฉนดปลอมหรือเปล่า เราหลอนมากก ทั้งที่เราเช็ครายละเอียดและเราป้องกันโกงโดยกู้แบงค์ที่2.5 ล.บ ที่เหลือดาวน์และค่อยปิดทีหลัง เพื่อว่าแบงค์จะเป็นผู้ตรวจสอบให้ว่าคนขายเป็นเจ้าของบ้านจริงและเป็นโฉนดจริง แต่แม่เราก็เอา2เรีองด้านบนขุดมาพูดซ้ำไปซ้ำมาทุกครั้งที่คุยเรื่องบ้านที่จะซื้อครั้งนี้ เรากดดัน และขาดความมั่นใจในตัวเอง หดหู่ และใจเต้นแรงสมองเปลอแบบจะเป็นบ้าทุกครั้งที่ได้ยิน แม่พูดเรื่องพวกนี้ เหมือนเราจะเป็นโรคประสาท ไม่รู้ว่าจะแก้ยังไงดี เพราะเราวิตกจริต และคิดมากพอสมควรเวลาที่คุยกับแม่
แม่ใครชอบเอาเรื่องที่เราเคยพลาดมาพูดกดดันซ้ำๆจนเราไม่มั่นใจในตัวเอง
ยกตัวอย่างที่พอเล่าได้นะคะ
ตอนเราเรียนจบใหม่ๆ พ่อแฟนเก่าเราเขาเป็นตำรวจ(รองผู้กำกับ)และมีคนรู้จักในธ.สีเขียวที่เป็นรัฐวิสาหกิจ เขาเลยถามผ่านลูกชายเขาว่าสนใจทำงานที่ ธ.แห่งนี้มั้ย แต่ต้องมีใต้โต๊ะ2แสน เขาก็รับรองด้วยยศของพ่อเขา ซึ่งเราก็มั่นใจพอสมควร แต่ท้ายสุดแล้วพ่อแฟนเก่าเราก็โดนต้มมาอีกทอดเช่นกัน แต่เขาก็หาวิธีเอาเงินคืนมาให้เรา แม้จะขาดไป2หมื่น ก็ตาม บนเรียนครั้งนั้นทำให้แม่เราขุดเรื่องนี้มาพูดซ้ำๆ จนเรากดดันและขาดความมั่นใจในชีวิตไปนานเลย
เรื่องที่2 เราทำงานใน ธ.รัฐแห่งหนึ่ง ตั้งแต่ทำไม่เคยค้ำประกันให้ใครเลยเพราะเข็ดจากเหตุการในอดีต จนแล้วจนเล่าพี่ที่สนิทกับเราก็มาน้ำหูน้ำตาไกลว่าไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมลูก ต้องการกู้แค่3หมื่น โดยขอให้เราค้ำประกันให้ เราก็พูดกับเขาตรงๆว่าเราไม่อยากค้ำให้ใคร เพราะเราเคยโดนโกงเกี่ยวกับเรื่องเงินเรื่องทองมาแล้ว เขาก็ยืนยันว่าไม่โกง เพราะมันจะหักเงินจากเงินเดือนเขา เราเลยค้ำประกันให้ โดยการเขียดตัวเลขวงเงินกูทั้งตัวหนังสือและอักษร คิดว่าควแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว สุดท้ายนางแอบไปแก้วตัวเลขเป็น5หมื่น และผ่อนได้2เดือน ก็ทำความผิดร้ายแรงทำให้โดนไล่ออก ซึ้งตอนนั้นเราไม่สบายลาพักร้อนยาวจึงไม่รู้เรื่อง พอมารู้ว่านางโดนไล่ออก(บีบให้เขียนใบลาออก) เข่าแทบทรุดเพราะการหักค่างวดที่นางกู้ ต้องหักจากบชเงินเดือนเรา ที่ช็อคมากกว่านั่นคือนางบล็อคทุกสิ่งอย่าง แต่เราก็ตามจนเจอบ้านนางและให้นางเซ็นใบรับสภาพหนี้จากเรา และก็ทยอยใช้หนี้จนหมด ตอนนั้นแม่เราก็โอนเงินมาให้เราใช้ในระหว่างที่เขาหักเงินเดือนเรา แต่เขาก็พูดใส่หัวเราซ้ำไปซ้ำมาจนเราหลอนว่าเราถูกหลอกให้ค้ำประกัน ซ้ำๆ กรอกหูทุกวัน เราขาดความมั่นใจไปนาน
และล่าสุดเราจะซื้อทาวเฮ้าส์ ราคามันประมาณ 3ล้าน เป็นบ้านมือสองแม่เราจะจ่ายให้ครึ่งหนึ่งแต่เราก็จะผ่อนให้แม่ทุกเดือนแทนการไปกู้ธนาคาร แม่เราก็จะพูดทุกครั้งที่คุยเรื่องซื้อบ้านว่า เขาหลอกเราหรือเปล่า สัญญาปลอมมั้ย โอนบ้านที่กรมที่ดินแล้วได้โฉนดปลอมหรือเปล่า เราหลอนมากก ทั้งที่เราเช็ครายละเอียดและเราป้องกันโกงโดยกู้แบงค์ที่2.5 ล.บ ที่เหลือดาวน์และค่อยปิดทีหลัง เพื่อว่าแบงค์จะเป็นผู้ตรวจสอบให้ว่าคนขายเป็นเจ้าของบ้านจริงและเป็นโฉนดจริง แต่แม่เราก็เอา2เรีองด้านบนขุดมาพูดซ้ำไปซ้ำมาทุกครั้งที่คุยเรื่องบ้านที่จะซื้อครั้งนี้ เรากดดัน และขาดความมั่นใจในตัวเอง หดหู่ และใจเต้นแรงสมองเปลอแบบจะเป็นบ้าทุกครั้งที่ได้ยิน แม่พูดเรื่องพวกนี้ เหมือนเราจะเป็นโรคประสาท ไม่รู้ว่าจะแก้ยังไงดี เพราะเราวิตกจริต และคิดมากพอสมควรเวลาที่คุยกับแม่