คู่แข่งของไทยในทุกด้าน

เหมือนเป็นหอกข้างแคร่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฟุตบอลเค้าตามหลังเราอยู่ตลอดตอนนี้ก็แซงเราไปไกลแล้ว แต่ที่น่ากังวลคือเศรษฐกิจ การศึกษา แบบทันสมัย
คนรุ่นหนุ่มสาวยุคนี้เป็นยุคเบบี้บูมของ VN เราเข้าช่วงชรา
ระบบการศึกษาของเวียดนามมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการที่จำนวนโรงเรียนประถมและมัธยมในเวียดนามมีคุณภาพสูงมาก
การจัดอันดับคะแนน PISA ในปี 2015 ซึ่งวัดผลคะแนนวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์จากจำนวนนักเรียน 540,000 คน จาก 72 ประเทศ เวียดนามอยู่ลำดับที่ 22 ในวิชาคณิตศาสตร์และลำดับที่ 8 ในวิชาวิทยาศาสตร์
จำนวนนักศึกษาที่เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นจาก 133,000 คน ในปี 1987 มาสู่ 2.1 ล้านคนในปี 2015
จำนวนนักเรียนชาวเวียดนามที่ไปเรียนต่อยังต่างประเทศมีจำนวนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2005 นักเรียนชาวเวียดนามที่ไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกามีจำนวน 3,670 คน แต่ 10 ปีต่อมาจำนวนนี้ได้เพิ่มขึ้นกว่า 18,722 คน
ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนาม ต้องบอกว่าน่าทึ่ง เพราะตลอด 17 ปีที่ผ่านมา GDP เติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 5% มาโดยตลอด แม้ในช่วงวิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ในปี 2008 – 2009 GDP ของเวียดนามยังโตเฉลี่ยกว่า 5.6%
มองเป็นภาพใหญ่ ถ้าถามว่าประเทศไหนโตสุดในโลกใบนี้ ทุกคนคงนึกถึงประเทศจีน
แต่รู้ไหมว่า
ในช่วงปี 1990 – 2016 เศรษฐกิจของเวียดนามเติบโตมากที่สุดเป็นลำดับ 2 ของโลกเป็นรองเพียงจีนประเทศเดียว
ฝากรัฐบาลชุดใหม่ทำอะไรให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้ครับ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
เวียดก็โตตามสมควรครับ

แต่ที่โตจริงๆตามที่เห็นกันคือ เงินลงทุนจากต่างประเทศทุ่มเข้าไปลงทุน

ปี 2000 เงินเวียดนาม 11000 ด่อง แลกได้ 1 usd

ปี 2005 เงินเวียดนาม 13000 ด่อง แลกได้ 1 usd

ปี 2010 เงินเวียดนาม 17000 ด่อง แลกได้ 1 usd

ปี 2015 เงินเวียดนาม 20000 ด่อง แลกได้ 1 usd

ปึ 2019 เงินเวียดนาม 23000 ด่อง แลกได้ 1 usd

อันนี้คือบทสรุปว่าทำไมโครงงการใหญ่ๆของรัฐบาลต้องหยุดต้องชะลอหรือต้องยกเลิก

เพราะว่าค่าเงินเวียดนามมันไม่เสถียร ไปกู้ต่างประเทศวันนี้แต่กว่าจะจ่ายหมดยังไม่รู้เลยว่าค่าเงินตัวเองไปอยู่จุดไหน

ตอนนี้ก็ไปกู้ได้แค่เมืองจีนเท่านั้น กู้เมืองจีนทุกอย่างก็เป็นของจีน อุปกรณ์ คนงาน ก็เป็นของจีน

จขกท.คุณรู้ไหมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเวียดนาม กู้เงินของจีนมาสร้างตั้งแต่ปี 2009 สร้างแค่สามปีเสร็จแต่ไม่กล้าใช้งาน

เพราะว่าโดนจีนวางเครื่องดักฟัง(คนเวียดเขาว่า)ทั้งอาคาร ตอนนี้ก็ใช้แค่เป็นสำนักงานตำรวจล่างๆ


เรื่องนักเรียนเก่งแน่นอน เพราะเขาเรียนแค่วิชาที่ไม่ต้องใช้เครืองไม้เครื่องมือมากมาย วิทย์-คณิต เก่งแน่นอน

แต่ลองไปดูทั้งประเทศมีโรงเรียนมัธยมกี่แห่งที่มี สนามฟุตบอล โรงยิมฯ ศาลาเอนกประสงค์ เพื่อให้นักเรียนได้เล่นบ้าง

มหาฯลัยด่องไน มหาฯลัยบินเยืองห์ มหาฯลัยดาหนัง มหาฯลัยเหว้ มหาฯลัยด่องทับ พวกนี้มีตึก 3-4 ชั้น แต่มีแค่ 4-5 ตึก

มีที่ดินไม่เกินสิบไร่ สนามกีฬาไม่มี เล็กกว่าโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดของไทยมากเลย

ที่พอจะใหญ่หน่อยก็ มหาฯลัย ทูดึก ที่สอนเรื่องพวกช่างทั้งหลาย   

ขนาดมหาลัย วินห์ลอง(อยู่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง)ที่สอนเรื่องการก่อสร้าง มีตึกไม่เกินสิบชั้นหลังเดียว

ขนาดโรงพยาบาล เจอไหร ใหญ่ที่สุดในโฮจิมินห์คล้ายๆศิริราช ของเมืองไทยมีสอนการแพทย์แบบเดียวกัน

ยังดูสู้ของขอนแก่นไม่ได้เลย ตึกก็โทรม แม้แต่ทุกวันนี้โรงพยาบาลของรัฐยังได้กลิ่นยาแรงๆแบบเมืองไทยสมัยยี่สิบปีที่แล้ว

ผมขอโทษ จขกท.ด้วยถ้าผมเขียนมาไม่ดี แต่ไม่ได้ดูถูกดูแคลนเวียดอะไรเลยผมก็ว่าตามความเห็นส่วนตัวของผมเอง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่