สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
เวียดก็โตตามสมควรครับ
แต่ที่โตจริงๆตามที่เห็นกันคือ เงินลงทุนจากต่างประเทศทุ่มเข้าไปลงทุน
ปี 2000 เงินเวียดนาม 11000 ด่อง แลกได้ 1 usd
ปี 2005 เงินเวียดนาม 13000 ด่อง แลกได้ 1 usd
ปี 2010 เงินเวียดนาม 17000 ด่อง แลกได้ 1 usd
ปี 2015 เงินเวียดนาม 20000 ด่อง แลกได้ 1 usd
ปึ 2019 เงินเวียดนาม 23000 ด่อง แลกได้ 1 usd
อันนี้คือบทสรุปว่าทำไมโครงงการใหญ่ๆของรัฐบาลต้องหยุดต้องชะลอหรือต้องยกเลิก
เพราะว่าค่าเงินเวียดนามมันไม่เสถียร ไปกู้ต่างประเทศวันนี้แต่กว่าจะจ่ายหมดยังไม่รู้เลยว่าค่าเงินตัวเองไปอยู่จุดไหน
ตอนนี้ก็ไปกู้ได้แค่เมืองจีนเท่านั้น กู้เมืองจีนทุกอย่างก็เป็นของจีน อุปกรณ์ คนงาน ก็เป็นของจีน
จขกท.คุณรู้ไหมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเวียดนาม กู้เงินของจีนมาสร้างตั้งแต่ปี 2009 สร้างแค่สามปีเสร็จแต่ไม่กล้าใช้งาน
เพราะว่าโดนจีนวางเครื่องดักฟัง(คนเวียดเขาว่า)ทั้งอาคาร ตอนนี้ก็ใช้แค่เป็นสำนักงานตำรวจล่างๆ
เรื่องนักเรียนเก่งแน่นอน เพราะเขาเรียนแค่วิชาที่ไม่ต้องใช้เครืองไม้เครื่องมือมากมาย วิทย์-คณิต เก่งแน่นอน
แต่ลองไปดูทั้งประเทศมีโรงเรียนมัธยมกี่แห่งที่มี สนามฟุตบอล โรงยิมฯ ศาลาเอนกประสงค์ เพื่อให้นักเรียนได้เล่นบ้าง
มหาฯลัยด่องไน มหาฯลัยบินเยืองห์ มหาฯลัยดาหนัง มหาฯลัยเหว้ มหาฯลัยด่องทับ พวกนี้มีตึก 3-4 ชั้น แต่มีแค่ 4-5 ตึก
มีที่ดินไม่เกินสิบไร่ สนามกีฬาไม่มี เล็กกว่าโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดของไทยมากเลย
ที่พอจะใหญ่หน่อยก็ มหาฯลัย ทูดึก ที่สอนเรื่องพวกช่างทั้งหลาย
ขนาดมหาลัย วินห์ลอง(อยู่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง)ที่สอนเรื่องการก่อสร้าง มีตึกไม่เกินสิบชั้นหลังเดียว
ขนาดโรงพยาบาล เจอไหร ใหญ่ที่สุดในโฮจิมินห์คล้ายๆศิริราช ของเมืองไทยมีสอนการแพทย์แบบเดียวกัน
ยังดูสู้ของขอนแก่นไม่ได้เลย ตึกก็โทรม แม้แต่ทุกวันนี้โรงพยาบาลของรัฐยังได้กลิ่นยาแรงๆแบบเมืองไทยสมัยยี่สิบปีที่แล้ว
ผมขอโทษ จขกท.ด้วยถ้าผมเขียนมาไม่ดี แต่ไม่ได้ดูถูกดูแคลนเวียดอะไรเลยผมก็ว่าตามความเห็นส่วนตัวของผมเอง
แต่ที่โตจริงๆตามที่เห็นกันคือ เงินลงทุนจากต่างประเทศทุ่มเข้าไปลงทุน
ปี 2000 เงินเวียดนาม 11000 ด่อง แลกได้ 1 usd
ปี 2005 เงินเวียดนาม 13000 ด่อง แลกได้ 1 usd
ปี 2010 เงินเวียดนาม 17000 ด่อง แลกได้ 1 usd
ปี 2015 เงินเวียดนาม 20000 ด่อง แลกได้ 1 usd
ปึ 2019 เงินเวียดนาม 23000 ด่อง แลกได้ 1 usd
อันนี้คือบทสรุปว่าทำไมโครงงการใหญ่ๆของรัฐบาลต้องหยุดต้องชะลอหรือต้องยกเลิก
เพราะว่าค่าเงินเวียดนามมันไม่เสถียร ไปกู้ต่างประเทศวันนี้แต่กว่าจะจ่ายหมดยังไม่รู้เลยว่าค่าเงินตัวเองไปอยู่จุดไหน
ตอนนี้ก็ไปกู้ได้แค่เมืองจีนเท่านั้น กู้เมืองจีนทุกอย่างก็เป็นของจีน อุปกรณ์ คนงาน ก็เป็นของจีน
จขกท.คุณรู้ไหมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเวียดนาม กู้เงินของจีนมาสร้างตั้งแต่ปี 2009 สร้างแค่สามปีเสร็จแต่ไม่กล้าใช้งาน
เพราะว่าโดนจีนวางเครื่องดักฟัง(คนเวียดเขาว่า)ทั้งอาคาร ตอนนี้ก็ใช้แค่เป็นสำนักงานตำรวจล่างๆ
เรื่องนักเรียนเก่งแน่นอน เพราะเขาเรียนแค่วิชาที่ไม่ต้องใช้เครืองไม้เครื่องมือมากมาย วิทย์-คณิต เก่งแน่นอน
แต่ลองไปดูทั้งประเทศมีโรงเรียนมัธยมกี่แห่งที่มี สนามฟุตบอล โรงยิมฯ ศาลาเอนกประสงค์ เพื่อให้นักเรียนได้เล่นบ้าง
มหาฯลัยด่องไน มหาฯลัยบินเยืองห์ มหาฯลัยดาหนัง มหาฯลัยเหว้ มหาฯลัยด่องทับ พวกนี้มีตึก 3-4 ชั้น แต่มีแค่ 4-5 ตึก
มีที่ดินไม่เกินสิบไร่ สนามกีฬาไม่มี เล็กกว่าโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดของไทยมากเลย
ที่พอจะใหญ่หน่อยก็ มหาฯลัย ทูดึก ที่สอนเรื่องพวกช่างทั้งหลาย
ขนาดมหาลัย วินห์ลอง(อยู่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง)ที่สอนเรื่องการก่อสร้าง มีตึกไม่เกินสิบชั้นหลังเดียว
ขนาดโรงพยาบาล เจอไหร ใหญ่ที่สุดในโฮจิมินห์คล้ายๆศิริราช ของเมืองไทยมีสอนการแพทย์แบบเดียวกัน
ยังดูสู้ของขอนแก่นไม่ได้เลย ตึกก็โทรม แม้แต่ทุกวันนี้โรงพยาบาลของรัฐยังได้กลิ่นยาแรงๆแบบเมืองไทยสมัยยี่สิบปีที่แล้ว
ผมขอโทษ จขกท.ด้วยถ้าผมเขียนมาไม่ดี แต่ไม่ได้ดูถูกดูแคลนเวียดอะไรเลยผมก็ว่าตามความเห็นส่วนตัวของผมเอง
บุรุษผู้เจิดจรัสในความมืด ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2867074 ถูกใจ, chewzerng ถูกใจ, กะทิจอมซน ถูกใจ, AMightyBlue ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 702776 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 728142 ทึ่ง, HK gun 28 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 726052 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2218695 ถูกใจรวมถึงอีก 12 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
เศรษฐกิจ
เศรษฐศาสตร์
รัฐบาล
กระทรวงศึกษาธิการ
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
คู่แข่งของไทยในทุกด้าน
คนรุ่นหนุ่มสาวยุคนี้เป็นยุคเบบี้บูมของ VN เราเข้าช่วงชรา
ระบบการศึกษาของเวียดนามมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการที่จำนวนโรงเรียนประถมและมัธยมในเวียดนามมีคุณภาพสูงมาก
การจัดอันดับคะแนน PISA ในปี 2015 ซึ่งวัดผลคะแนนวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์จากจำนวนนักเรียน 540,000 คน จาก 72 ประเทศ เวียดนามอยู่ลำดับที่ 22 ในวิชาคณิตศาสตร์และลำดับที่ 8 ในวิชาวิทยาศาสตร์
จำนวนนักศึกษาที่เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นจาก 133,000 คน ในปี 1987 มาสู่ 2.1 ล้านคนในปี 2015
จำนวนนักเรียนชาวเวียดนามที่ไปเรียนต่อยังต่างประเทศมีจำนวนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2005 นักเรียนชาวเวียดนามที่ไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกามีจำนวน 3,670 คน แต่ 10 ปีต่อมาจำนวนนี้ได้เพิ่มขึ้นกว่า 18,722 คน
ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนาม ต้องบอกว่าน่าทึ่ง เพราะตลอด 17 ปีที่ผ่านมา GDP เติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 5% มาโดยตลอด แม้ในช่วงวิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ในปี 2008 – 2009 GDP ของเวียดนามยังโตเฉลี่ยกว่า 5.6%
มองเป็นภาพใหญ่ ถ้าถามว่าประเทศไหนโตสุดในโลกใบนี้ ทุกคนคงนึกถึงประเทศจีน
แต่รู้ไหมว่า
ในช่วงปี 1990 – 2016 เศรษฐกิจของเวียดนามเติบโตมากที่สุดเป็นลำดับ 2 ของโลกเป็นรองเพียงจีนประเทศเดียว
ฝากรัฐบาลชุดใหม่ทำอะไรให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้ครับ