เวียดนาม ‘แซงไทย’ แล้วจริงหรือ? คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณวัดอย่างไร
กระแสการเปรียบเทียบขนาดเศรษฐกิจระหว่างเวียดนามและไทยกลับมาเป็นประเด็นอีกเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดสะท้อน “ภาพที่ต่างกัน” ขึ้นอยู่กับตัวชี้วัดที่ใช้
ข้อมูลจาก International Monetary Fund ระบุว่า การพิจารณาว่าประเทศใดมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าจำเป็นต้องแยกออกเป็น 2 มิติหลัก ได้แก่ GDP แบบ Nominal และ GDP ตามกำลังซื้อ (PPP)
—
มิติที่ 1: GDP Nominal — ไทยยังมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่า
ในปี 2026 IMF ประเมินว่า
- ไทยมี GDP Nominal ประมาณ 580,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เวียดนามอยู่ที่ประมาณ 527,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ไทยยังคงมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าในเวทีโลก ทั้งในด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจ การค้า และความสามารถในการดึงดูดเงินลงทุนระหว่างประเทศ
—
มิติที่ 2: GDP (PPP) — เวียดนามเริ่มแซงในเชิงกำลังซื้อ
ในอีกด้านหนึ่ง IMF ประเมินว่า ปี 2026 เป็นปีแรกที่เวียดนามมีขนาด GDP (PPP) สูงกว่าไทย สะท้อนกำลังซื้อภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากค่าครองชีพที่ต่ำกว่าและอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่า
อย่างไรก็ตามตัวชี้วัดนี้ไม่ได้สะท้อน “อำนาจเศรษฐกิจในเวทีโลก” โดยตรง
กล่าวโดยสรุป
“GDP (PPP) สะท้อนกำลังซื้อในประเทศ ขณะที่ GDP Nominal สะท้อนขนาดเศรษฐกิจในระดับสากล”
—
รายได้ต่อหัว: ไทยยังนำอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลจาก World Bank ระบุว่า รายได้เฉลี่ยต่อประชากรของไทยยังสูงกว่าเวียดนามอย่างชัดเจน
- ไทย: ประมาณ 7,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี
- เวียดนาม: ประมาณ 4,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี
แม้เวียดนามกำลังเร่งตัวเข้าสู่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อคน แต่ช่องว่างด้านรายได้ยังคงมีอยู่
—
โมเมนตัมเศรษฐกิจ: เวียดนามเร่งตัว ไทยเติบโตจำกัด
ตัวเลขล่าสุดสะท้อนแนวโน้มที่แตกต่าง
- เวียดนาม: GDP ไตรมาส 1 ปี 2026 ขยายตัว 7.83%
- ไทย: Bank of Thailand คาดการณ์การเติบโตทั้งปีที่ประมาณ 1.5%
ความแตกต่างของอัตราการเติบโตสะท้อน “ความเร็ว” ของเศรษฐกิจที่ไม่เท่ากัน แม้ไทยยังมีฐานเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่า
—
โครงสร้างเศรษฐกิจ: ปัจจัยกำหนดศักยภาพระยะยาว
เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตจากการเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออก โดยมีการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ อย่างไรก็ตาม การผลิตจำนวนมากยังอยู่ในรูปแบบการประกอบขั้นปลาย (assembly) ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มภายในประเทศจำกัด
ในทางกลับกันไทยมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่หลากหลายกว่า โดยมีภาคบริการ การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นฐานสำคัญ
—
โครงสร้างพื้นฐาน: ตัวเร่งการเติบโตของเวียดนาม
เวียดนามกำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต อาทิ
Long Thanh International Airport ซึ่งถูกมองว่าเป็นโครงการยุทธศาสตร์ในการดึงดูดการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ
—
ความท้าทายเชิงโครงสร้าง
แม้จะเติบโตอย่างรวดเร็วเวียดนามยังเผชิญข้อจำกัดด้านเสถียรภาพพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานบางส่วน และความซับซ้อนของกฎระเบียบ ขณะที่ไทยต้องรับมือกับสังคมสูงวัยและระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อในประเทศ
—
โครงสร้างประชากร: ตัวแปรสำคัญในระยะยาว
ความแตกต่างด้านโครงสร้างประชากรเป็นอีกปัจจัยที่มีนัยสำคัญ
- ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย
- เวียดนามยังมีสัดส่วนประชากรวัยแรงงานสูง (Golden Population)
ปัจจัยนี้มีผลโดยตรงต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของทั้งสองประเทศ
—
บทสรุป
ณ ปี 2026 เวียดนามเริ่มมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าไทยในมิติ GDP (PPP) ซึ่งสะท้อนกำลังซื้อภายในประเทศ ขณะที่ไทยยังคงมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่กว่าในมิติ GDP Nominal และมีรายได้ต่อหัวสูงกว่า
ดังนั้นคำถามว่า “เวียดนามแซงไทยแล้วหรือยัง”
จึงไม่มีคำตอบเดียว หากไม่ระบุให้ชัดเจนว่ากำลังพิจารณาจากตัวชี้วัดใด
—
แหล่งข้อมูล
- International Monetary Fund – World Economic Outlook (April 2026)
- World Bank – World Development Indicators
🔥เวียดนาม ‘แซงไทย’ แล้วจริงหรือ? คำตอบขึ้นอยู่กับว่าคุณวัดอย่างไร🔥
มิติที่ 2: GDP (PPP) — เวียดนามเริ่มแซงในเชิงกำลังซื้อ
- Page Dr.VietNam
ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/17azhcTLLW/