เมื่อชีวิตมันมาถึงทางแยก ควรแยกไปทางไหนดี

กระทู้คำถาม
เคยอ่านเรื่องราวของเพื่อนๆมาหลายคนแล้ว นี่เป็นกระทู้แรกอยากมาแบ่งปันประสบการณ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหน่อยคะ
เรื่องคือ เรามีแฟนที่คบกันมานานหลายปีแต่ยังไม่ได้แต่งงาน เนื่องด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง จนเริ่มคิดว่าการไม่แต่งงานไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่อยากจะเริ่มตั้งใจช่วยกันเก็บเงินไปก่อน พอตั้งตัวกันได้ค่อยว่ากันใหม่ โดยส่วนตัวเคยทำงานเป็น พนง. มาก่อนแต่เริ่มมีความคิดอยากออกมาทำอะไรที่เป็นธุรกิจของตัวเองโดยได้เริ่มปรึกษากับแฟน เห็นดีด้วยเพราะรู้นิสัยกันดีว่าอันที่จริงนิสัยเราไม่เหมาะกับการทำงานประจำสักเท่าไหร่ คือส่วนตัวจะทำงานด้านการสร้างสรรค์หน่ะคะ ดังนั้นเลยตัดสินใจไม่ไปต่อในด้านงานประจำโดยออกมาทำอะไรเป็นของตัวเองแล้วฝากขาย ได้กำไรเล็กๆน้อยๆคะแต่เริ่มเล็งเห็นโอกาสในช่องทางการขายกับชาวต่างชาติ แต่ยังเพิ่งเป็นการเริ่มศึกษาได้ไม่นาน จนกระทั่งเมื่อเร็วๆนี้จับได้ว่าแฟนแอบคุยกับคนอื่น ตอนแรกก็ใจเย็น คิดซะว่าผู้ชายบางทีปล่อยให้นอกลู่นอกทางบ้างก็ได้แต่ก็มีขู่มีห้ามปรามกันบ้างแต่ว่าให้อภัย Ok งั้นเราเริ่มต้นใหม่ แต่จากเหตุการณ์นั้นผ่านไปได้แค่เดือนกว่าๆ เริ่มมีครั้งที่2ที่จับได้อีกครั้ง ครั้งนี้แฟนมีปฎิกริยาเหมือนเดิม คือทำเหมือนยอมรับผิดจริงๆแล้วบอกว่าจะไม่ทำอีก ฟังคะแต่ลึกๆในใจเราเริ่มคิดและว่าคงเดินต่อไปกันยากและเพราะเพิ่งไม่นานก็ผิดอีก จนปล่อยเวลาเหมือนกำลังใช้ความคิดยังคิดไม่ตกดี จากครั้งที่2 ผ่านไปได้ไม่กี่อาทิตย์เริ่มมีอาการพิรุธ คนเคยอยู่ด้วยกันมานานจะรู้ว่ามันผิดปกติ คือเราขอกลับไปนอนบ้านแต่เราบอกว่าดึกๆจะโทรไปแต่เขาคงมีเกมส์อะไรอยู่ในใจเราไมโทรแต่เขาเองโทรมาหาเราถึง2รอบ  จนตี 2 เราโทรไปปรากฎว่าสายไม่ว่าง จนเราคิดว่านี่แค่แปปเดียวเอาอีกและเลยทำให้คิดไม่ตกอยากถามเพื่อนๆว่า
1. เราควรกลับไปทำงานประจำดีไหม (ออกจากงานประจำมาได้ปีนึง และค่อนข้างฝืนใจที่จะกลับไปทำต่อ><)
2. เราควรเดินหน้าทำธุรกิจส่วนตัวไปเลย หาลู่ทาง เหมือนออกมาสู้นับหนึ่งใหม่ในเส้นทางธุรกิจส่วนตัวไปเลย (ปัจจุบันอายุ 30+แล้วคะ)
3.เราควรคบกับแฟนต่อเพื่อประคอง หรือเราควรออกมาจากชีวิตเขาได้แล้ว (จริงๆคือเหมือนออกมาเป็นแม่บ้าน แต่ยังไม่มีลูกนะคะ คบกันมา10+ปี แล้วก็ยังคงใช้เงินแฟนเพื่อจุนเจือ เพราะจริงๆคือเคว้งมาก เหลือเงินก้อนสุดท้ายที่มีแต่ไม่ได้มากเท่าไหร่)
สุดท้ายนี้ขอบคุณที่อ่านและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่