เริ่มหวั่นไหวกับเพื่อน ไม่แน่ใจว่ามันทำแบบนี้ทำไม หรือมันเป็นแบบนี้ของมันอยู่แล้ว

สวัสดีค่ะ เราเกิดรู้สึกแปลกๆ กับเพื่อนสนิทคนนึงค่ะ อาจจะยาวไปหน่อยขอโทษด้วยนะ T^T

ท้าวความก่อนว่า เราเป็นเพื่อนกับ A (นามสมมุติ) มาตั้งแต่ปี1 ค่ะ เขาเป็นคนที่กับเพื่อนนี่เต็มร้อยมากค่ะ แถมทำอะไรก็เต็มที่ เรียนได้ 4.00 ตลอด และไม่เคยหวงความรู้เลย เราสนิทกันเพราะเพื่อนของเพื่อนค่ะ ตอนแรกเราไม่คิดอะไรเกินเพื่อนแอบปลื้มมันด้วยซ้ำไป ก็มันเก่งตั้งหลายอย่าง และตัวเราเองที่มีเพื่อนผู้ชายเยอะ สนิทกับเพื่อนผู้ชายก็หลายคน โดยเฉพาะกลุ่มของA สนิทแบบสนิทเหมือนเพื่อนซี้เลย แต่กับ A อาจเป็นเพราะอยู่คนละเซค เลยไม่ได้ไปไหนมาไหนเหมือนเพื่อนผู้ชายอีกคนที่เราสนิทมากกว่า ตอนนี้เราอยู่ปี3 เทอม 2 แล้ว 3ปีที่ผ่านมา A ช่วยเหลือเราไว้มาก เราป่วยอุบัติเหตุ นู่นนี่นั่น A ก็จะเป็นคนหนึ่งที่เข้ามาช่วยเหลือดูแล บางครั้งก็มีเลี้ยงข้าว เลี้ยงดูหนัง แต่เพราะเราสนิทกับเพื่อนผู้ชายกลุ่มมัน เลยรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติค่ะ  ทั้งเราและมันก็ต่างคนต่างมีคนที่ชอบ จนเรามีแฟนแล้วเลิกไป ก็มี

แต่เรื่องที่ทำให้เราเริ่มรู้สึกหวั่นไหวคือช่วงที่ผ่านมาค่ะ เรามีงานโปรเจคใหญ่ (เป็นงานนอก) ที่เรารวมกลุ่มจากหลายๆ เซคมาทำงานด้วยกัน แต่งานนี้เราไม่ได้ทำกับกลุ่มเพื่อนผู้ชายของ A เราทำกับเพื่อนที่สนิทคนอื่น และเกิดมีปัญหากัน ตอนแรกเราจะถอนตัว แต่ก็กลับมาทำงานนี้ก็เพราะ A มันเป็นคนที่เข้าใจเราและคอยโทรจี้โทรมาถามห่วงใย และลากกลับเข้าไปทำงาน
ที่จริงเราเองที่ชวน A มาทำงาน (มันเก่งมากใครๆ ก็อยากทำงานกับมัน) เราก็เลยรู้สึกผิดที่ลากมันมาทำงานแล้วเหมือนเราทิ้งมันอะ พอกลับมาทำงานอีกครั้งทำให้เรากับ A ตัวเริ่มติดกันไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา จนกระทั่งเกิดมีปัญหาในงานอีก เราออกมาอยู่คนเดียวเหมือนเรายังเหนื่อยกับปัญหามากๆ ตอนนั้นก็ดึกมากแล้วตีสองได้ (งานนี้เราต้องทำในมหาลัยค้างกันเป็นบ้านหลังที่สอง) เราร้องไห้หนัก A ที่เข้ามาอยู่ข้างๆ เหมือนเดิม เพราะดึกมากเราปล่อยให้ยุงกัดเต็มไปหมดเป็นปืดเหมือนแพ้เลยตรงเท้า มันก็เอามือมาจับเท้าเราเหมือนขอดู

บอกตรงๆ ตอนนั้นเราก็อ่อนแอมากไม่อยากกลับไปทำงาน ที่ฝืนทำฝืนอยู่ก็เพราะ A มันทำงานแต่จะทิ้งมันไปก็ไม่ได้ เราจำไม่ค่อยได้ว่าตอนนั้นเหตุการณ์มันเป็นไปแบบนั้นได้ยังไง เพราะใจเรามันกำลังดิ่ง แต่รู้ตัวอีกที เรานั่งอยู่ตรงบันได A ที่พักจากการทำงานมาหาเรา มันนอนอยู่ตรงพื้น เราก็บอกให้มันนอนดีๆ ไปๆ มาๆ เราสองคนเกิดจับมือกัน มันเองก็ไม่ปล่อย ตัวเราก็ไม่ยอมปล่อยจะสะบัดทิ้งมันก็ได้ แต่ไม่ทำ มันเป็นเวลาที่นานมากที่เราอยู่กันอย่างนั้น คุยนั่นนี่ไปมา เราบอกให้มันเข้าไปนอนในห้องแอร์ดีๆ A ก็บอกว่า ไปไม่ได้ กาวติดอยู่ (มันยกมือที่จับมือเราไว้) เราก็หัวเราะ บางครั้งเราต่างคนต่างถูเล็บอีกฝ่ายไปมา

ในใจตอนนั้นเราก็เริ่มคิดว่าเฮ้ย! ถึงจะเสียใจอยู่แต่บรรยากาศกับการกระทำแบบนี้ มันใช่แบบเพื่อนที่เขาทำกันหรอ ถึงจะสนิทกันแค่ไหนก็เถอะ
หลังจากนั้นคืนต่อมาก็ยังทำงานนอนที่มหาลัยอีก พอจะนอนเรายกผ้ามาให้มันนอนที่นอกห้องแอร์ มันหนาวมากเลยหนีแอร์กัน มันก็บอกว่าจะนอนกับมันหรอ เราก็รีบตอบว่าไม่ แล้วเราก็รีบไปหาที่นอนของเรา พอมันมาเจอที่ๆ เรานอนมันก็บอกว่า ทำไมเรานอนที่ดี มันจะแย่งเรานอน ในใจตอนนั้นเราก็เกิดอยากให้มันนอนด้วยซะงั้น แต่ก็ต้องบอกไปประมาณว่านอนตรงนี้ดีที่สุด มันก็ไม่ได้เข้ามานอนอะไรกับเรา อีกใจก็คิดว่าดีแล้วล่ะอย่าถลำไปกว่านี้เลย

จนเช้าวันถัดมาต้องส่งงานและไปงานเปิดตัวที่พวกเราทำกันมา ตอนอยู่บนรถเราก็นั่งข้างมัน มันให้เรารวบผมให้ งานที่ไปมันต้องเรียบร้อยและทางการมากๆ (ซึ่งผมมันทั้งยาวและเซอมาก) แล้วเราก็รวบผมให้มันดีๆ ระหว่างทางมันหลับ พอตื่นผมมันก็ยุ่งอีกละ มันก็ให้เรามัดให้ใหม่ มันเป็นจังหวะที่เรากำลังจะมัดให้ เราต่างสบตากันเหมือนจ้องกันเลยอะ เราก็ไม่ได้หลบ
หลังงานจบซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาต่างคนต่างแยกย้าย ตอนแรกเรากะจะเดินเล่นในห้าง ก็เลยเหลือ A กับเพื่อนอีกคน ซึ่งทั้งสองคนจะไปดูหูฟัง เราไม่ได้สนใจเรื่องเสียงขนดานั้น เลยกะจะแยกตัวไปเดินเล่น มันมีทีท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง เหมือนจะลากเรามาด้วยก็ไม่เชิง แต่สุดท้ายก็ปล่อยกันไป หลังแยกย้าย เราจะกลับบ้านแต่ไม่ได้กลับเพราะไม่มีตัง (หมดไปกับค่านั่นนี่) เลยไปขอตังเพื่อน A บอกให้รอมันมันไม่มีเงินสด

ระหว่างที่พวกเราจะกลับกัน เพื่อนเราจะไปหาซื้อของหวานกิน ซึ่ง A กับเรายังคงเถียงกันเรื่อง ผู้ชายต้องให้ดอกไม้ ผู้หญิงต้องซื้อช็อกโกแลต จริงๆ เราเถียงกันตั้งแต่อยู่บนรถตอนเดินทางจะมางานแล้ว ตอนอยู่บนรถมันก็บอกว่า เดี๋ยวกูซื้อดอกไม้ให้เอามั้ย เราก็บอกไม่ทันที ละมันก็บอกว่าช็อกโกแลตล่ะ เราก็รีบพยักหน้า มันก็บอกว่าละ
พอเพื่อนมาซื้อของหวาน เราก็เหมือนอ้อนมันบอกว่าอยากกิน ซื้อให้หน่อย มันก็แหย่เราไม่ให้ ให้ชิ้นเดียว คือมันเป็นช็อกโกแลตชิ้นละ 10 บาท เล็กๆ เราจะเอาหลายอัน เราก็ไม่ง้อมัน สุดท้ายมันก็ซื้อมาให้  ก็ยังคงเถียงกันเรื่องดอกไม้ ช็อกโกแลต เรากลับบ้านทางเดียวกับ A จนจะแยกย้าย มันมองสายไหมแล้วอยากกิน ละก็เปลี่ยนใจไม่เอา เราเลยบอกว่ามาเดี๋ยวซื้อให้ มันก็รีบตกลง วันนั้นเลยเป็นวันที่เราก็ซื้อสายไหมให้มันตอบแทนช็อกโกแลต

พอเราขึ้นรถเมย์สายที่เราจะกลับแยกย้ายกับ A เราก็ยิ่งรู้สึกหวั่นไหวบอกไม่ถูกอ่ะ เราหยิบมือถือขึ้นมาดูรุปที่มันส่งมาให้ ละเราก็คุยกันในแชท พอถึงบ้านก็คุยในแชทต่ออีกนิดหน่อยก่อนนอน ซึ่งปกติ มันจะเป็นคนที่ไม่ค่อยตอบ เหมือนเพื่อนคนอื่นๆ อะ ถ้าเพื่อนก็จะคุยกันไม่ยาวใช่มั้ยล่ะ เหมือนมีงานก็คุยงานจบๆ เป็นเรื่องๆ ไป แต่เรารู้สึกว่าคืนนั้นเป็นคืนแรกที่มันตอบแชทข้อความธรรมดาๆ ของเรา หรือบางทีเราอาจจะคิดไปเองก็ได้

พอวันต่อมาต้องเรียนเช้า หลังจากที่เหนื่อยกับงานนอกที่บอกไปมาหลายสัปดาห์ ถ้าเป็นปกติเราจะไม่อยากตื่นไปเรียนเผลอๆ จะไม่ไปด้วยซ้ำเพราะความเหนื่อยสะสม แต่เรากลับฝืนตัวเองที่จะไปเพราะคาบเช้าวันนั้นเป็นวันที่เราเรียนกับมัน และเราเชื่อว่าคนที่ไม่ปล่อยให้เกรดร่วง ไม่มีพัฒนาการคงที่อยู่ที่ 4.00 อย่างมัน จะหยุดเรียนแน่ๆ ถึงมันจะทำงานเหนื่อยกว่าเราจนไม่สบายก็เถอะ
นั่นทำให้เรายิ่งมันใจว่าเราอยากไปเรียน เพราะไปเจอมัน ตอนเรียน ทั้งที่เมื่อก่อนมันไม่เคยอยู่ในสายตาเราเลย ในโหมดแบบแอบมองไรงี้อะ มันจะแค่แบบเพื่อนปกติงี้ แต่วันนั้นเรานั่งหลังมันและมองมันจากข้างหลัง สังเกตพฤติกรรมมันอยู่ตลอดเวลาซะอย่างนั้น
แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันนะ คือถ้าเราไม่ได้อะไรเราจะทักทายเหมือนเพื่อนปกติ แต่นี่เราไม่กล้าทักเฉยเลย จู่ๆ ก็ไม่กล้าคุยส่วนตัว

ช่วงพักเราจะไปโอนตังที่ห้างใกล้มอ เจอมันกับเพื่อนจอดมอไซอยู่ เราเลยเข้าไปทักบอกเพื่อนมันว่า ไปส่งหน่อยที่ห้าง มันก็บอกว่าเพิ่งมา A ก็ลากเราไปบอกให้ไปหาอาจารย์เป็นเพื่อนมันหน่อย เดี๋ยวเรื่องโอนตังมันโอนให้ก่อน ถ้าเป็นคนอื่นมองเผินๆ จะมองว่าไม่มีอะไรเลยระหว่างเรา เพราะเราสนิทกันแบบนี้อยู่แล้ว พอไปเจออาจารย์ แล้วเจอเพื่อนผู้หญิง ซึ่งเราก็สนิทกับเพื่อนคนนั้น เหมือน A กับผู้หญิงคนนั้นแซวกันไปมา เราเกิดไม่ชอบใจขึ้นนิดหน่อย ทั้งที่เพื่อนผู้หญิงก็มีแฟนอยู่แล้ว


ขอโทษนะคะ ยาวมากๆ เลย ไม่รู้จะอ่านกันมั้ย บางทีไม่ได้อยากจะสรุปสั้นๆ 5555 แค่คิดว่าการกระทำแบบนี้อาจจะเป็นที่มันเป็นแบบนี้ของมันรึเปล่า ตัวของ A จริงๆ ไม่ได้เป็นคนเจ้าชู้ด้วย อย่างที่บอกไปตอนแรกกับเพื่อนมันทุ่มเท

แต่ที่หนักใจเลยคือตอนนี้ เราคิดถึงแต่มัน บอกตรงๆ หลายๆ อย่างไม่สามารถผ่อนคลายได้เหมือนเดิม เกร็งๆ ด้วยซ้ำไป แต่ไม่อยากเสียเพื่อนคนนี้เลยจริงๆ อยากชวนไปนั่นนี่แบบเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ถ้าชวนไปไหนเลยคือ ใจเราคิดไม่ซื่อไปแล้วว แง้ หรือเราจะแค่หวั่นไหวชั่วคราวก็ไม่รู้ TT

อย่าว่าอะไรเลยนะคะ ถือว่ามาอ่านเรื่องเล่าไร้สาระ ว้าวุ่นของคนๆ นึง 5555
ตอนนี้ไม่รู้จะทำยังไงเลย T^T
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่