
Huawei เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เน้นกล้องหลายๆคนน่าจะรู้จักกันดีครับแต่วันนี้เค้าทำ Ultrabook ออกมาแล้วและลุนตลาดในไทยแน่นอนว่ารุ่นก่อนหน้านี้ก็เคยๆมีมาบ้างแต่ก็ไม่ได้เน้นอะไรมากนักโดยเฉพาะในเมืองไทย แต่ในครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่เปิดตลาดแนวใหม่ทางทาง Huawei ครับหลายๆคนคงไม่คิดว่าจะมี Ultrabook มาจากค่ายนี้แน่นอน และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีหลายๆอย่างที่บอกเลยว่าน่าสนใจครับ และการออกแบบอะไรก็ถือว่าทำได้ดีเลยแหละ โดยเฉพาะการซ่อนกล้องหน้าแบบแปลกใหม่มากๆเลย จะเป็นยังไงกันบ้างสำหรับ Huawei Matebook X Pro เรามาดูกันได้เลยสำหรับรุ่นนี้ เปิดตัวในไทยเรียบร้อยแล้วนะ

Matebook X Pro นั้นเปิดตัวมาด้วยจุดเด่นหลายๆอย่างเน้นความบาง เบา พกพาง่าย จอสัมผัส และ ขอบจอบางมาก พร้อมด้วยความละเอียดแบบ 3K จอ 13.9 นิ้ว ความละเอียด 3000 x 2000 sRGB 100% และ เขื่อมต่อกับ Huawei Share 2.0 ได้สบายครับ ง่ายๆเหมือนพวก Apple Airdrop เลยแหละ โอนไฟล์อย่างไว รวมถึง กล้องหน้าซ่อนตรงปุ่ม และ มีสแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย พร้อมลำโพง 4 ตัว Dolby Atmos และ ในส่วนของสเปคนั้นได้ i7-8550U RAM 16GB -SSD 512GB NVMe PCIe – Nvidia MX150 ใช้งานทั่วไปได้สบายๆครับ

สำหรับราคาตัวนี้ จะมีทั้งหมด 2 รุ่นย่อยครับคือรุ่น i5 – RAM 8GB –256GB ราคา 43,990 บาท และ i7-RAM 16GB -512GB – Nvidia MX150 58,990 บาท ราคาเอาเรื่องเลยทีเดียว ซึ่งตัวรีวิวเป็นรุ่น i7 นะครับ

UNBOX
ตัวกล่องตัวนี้มาในกล่องสีขาว ตัวอักษรสีของ ขนาดไม่ใหญ่มากนักพร้อมกับเป็นฝาเปิดขึ้นมา เมื่อเปิดแล้วตัวเครื่องที่อยู่ในกล่องจะยกท้ายขึ้นมานิดหน่อย คล้ายๆกับของ Asus ในบางรุ่นที่กล่องนั้นทำแบบนี้เหมือนกันครับ
- ตัวเครื่อง Huawei Matebook X Pro
- สายชาร์จ USB-C ไป USB-C
- หัวชาร์จ USB-C รองรับ PD และ ชาร์จมือถือได้ด้วย
- ตัวแปลง USB-C เป็น พอร์ตเสริม USB-A / VGA / USB-C /HDMI
- คู่มือ

DESIGN
การออกแบบรุ่นนี้ต้องเรียกว่ายังไงดีอาจจะได้แรงบันดาลใจมาเล็กน้อยจากค่ายผลไม้ ทั้งโทนสี การวาง Layout และอะไรหลายๆอย่างนั้นให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แต่ก็ไม่ได้ทั้งหมดซะทีเดียวรายละเอียดต่างๆก็ยังแตกต่างอยู่ทั้งเรื่องการให้พอร์ตเชื่อมต่อมามากกว่าและการรองรับสแกนนิ่ว ดีไซน์บางจุดก็ยังแตกต่างกันอยู่ โดยเฉพาะการวางกล้องหน้าที่ล้ำมากๆครับ ตัวเครื่อง ความบาง เบากำลังดีพกพาได้ง่าย ไม่หนักเกินไปรวมถึงสายชาร์จยังชาร์จมือถือได้ด้วยจุดนี้ชอบมากเลยไม่ต้องพกพาหลายตัว

การออกแบบด้านหลัง และด้านหน้านั้นใช้วัสดุตัวเดียวกันทั้งหมดเป็นอลูมิเนียมเงินด้านเรียบๆไม่ได้มีลวดลายอะไรครับ ด้านแป้นพิมพ์นั้นเป็นโทนสีดำตัวอักษรขาว วางตำแหน่งลำโพงไว้ข้างๆ รวมถึง Touchpad ที่ใหญ่มากๆไว้ตรงกลาง หน้าจอระบบสัมผัสขอบบาง และ เป็นความละเอียดระดับ 3K ที่คมชัดและกระจกแบบเงาที่กรอบบางๆสวยงาม

ฝาหลังเป็นยางรองทั้ง 4 มุม มีน็อตยึดหลากหลายตัวตามขอบเครื่องและ จะเห็น โลโก้แปะไว้ต่างๆของ Windows +Nvidia รวมถึงจะเห็นช่องลำโพง +ระบายความร้อนในขอบด้านข้าง และตรงช่องด้านหลังก็มีช่องระบายความร้อนด้วยเช่นกันครับ ตรงบริเวณขอบจอด้านล่างนั้นเอง ไม่ได้ใหญ่มากนัก ก็ต้องรอดูว่าจะระบายได้ดีแค่ไหนกัน

ตัวแป้นพิมพ์มาในรูปแบบที่คุ้นเคยกันมากๆ แต่มีความพิเศษคือปุ่ม Power+สแกนนิ้วไปอยู่มุมขวาบน รองรับการทำงานได้ค่อนข้างดี และการที่ย้ายไปทำให้เราสามารถเพิ่มปุ่มพิเศษ คือกล้องหน้า แบบซ่อนเข้ามาตรงกลางได้ ใช้งานก็เพียงแค่กดเข้าไปมันก็จะเด้งออกมาแบบในภาพเลยครับเป็นอีกวิธีในการพยายามซ่อนกล้องหน้าของค่ายนี้

การออกแบบรวมๆมีการเล่นกับขอบๆเครื่องด้วยมีการตัดขอบสวยงามตามมุมทำให้ตัวเครื่องนั้นมีการเล่นกับแสงได้ดีและขอบๆทั้งฝาและตัวฐานมีการตัดขอบเงาสวยงามเหมือนกันครับ และทำให้ดูหรูหราและน่าสนใจมากขึ้น ตัวขอบหน้าจอนั้นมีความบางมากๆ จะเห็นได้เลยในภาพด้านล่างที่ขอบทั้ง 3 ด้านเท่ากันทั้งหมดเลย ยกประโยชน์ให้การย้ายกล้องไปไว้ตรงแป้นพิมพ์ทำให้ขอบได้ความบางสมใจเลยแหละ

SPEC
- หน้าจอ 13.9 นิ้ว ความละเอียด 3K 3000 x 2000 อัตราส่วน 3:2 , LTPS, ความแม่นยำ sRGB 100% องศาการมอง 178 องศา รองรับระบบสัมผัส 10 จุด
- CPU Intel Core i7-8550U
- GPU NVIDIA Geforce MX150 2GB GDDR5 + Intel UHD Graphics 620
- RAM 16GB LPDDR3 2133MHz
- SSD 512GB, NVMe PCIe
- กล้องหน้าความละเอียด 1 ล้านพิกเซล ซ่อนอยู่ใต้ปุ่ม
- พอร์ต USB-C ทั้งหมด 2 ช่อง รองรับ Thunderbolt 3
- USB-A 3.0 มีทั้งหมด 1 ช่อง Output สูงสุด 5 V / 2 A , รู 3.5 ม.ม.
- พอร์ตเชื่อมต่อเสริม HDMI / VGA / USB-A /USB-C
- แบตเตอรี่ 57.4 Wh เล่นวิดีโอได้นาน 12 ชั่วโมง, ใช้งานทั่วไป 14 ชั่วโมง
- MateBook HUAWEI 65 W รองรับการชาร์จ PD: Output 20 V / 3.25 A, 15 V / 3 A, 12 V / 2 A, 9 V / 2 A, 5 V / 2 A;

PERFORMANCE
ประสิทธิภาพของตัวนี้ถือว่าจัดมาให้ใช้งานได้ดี ตามแบบฉบับของสาย Ultrabook ครับ กับการที่จัด CPU i7-8550U มาให้ในรหัส U และ มีการ์ดจอแยกมาให้ด้วยคือตัว Nvidia MX150 และ ยังมีการ์ดจอ Onboard 620 มาให้ครับ ส่วนในเรื่องของ RAM 16GB จัดเต็มเลย พร้อมกับ SSD NVMe PCIe 512GB ทำงานร่วมกันได้อย่างดี การใช้งานต่างๆเร็วและแรงเข้ากันได้ดีครับในเรื่องของประสิทธิภาพของตัวเครื่องโดยรวม เพียงพอต่อการใช้งานเบา-กลางๆได้สบายๆ

Cinebench R15 นั้นที่เน้นในเรื่องของพลังประมวลผลซีพียู ทำไปได้ 77 FPS และ 747 cb ซึ่งอยู่ในระดับกลางๆของพวกตระกูล ประหยัดไป U ทั้งหลายของพวก CPU Gen 8 i7 ตัวนี้ครับ ส่วนในเรื่องของ SSD 512GB มาเลยครับในการใช้งานทั้งการเปิดโปรแกรม และทำงานทั่วๆ ไปได้เร็วมาก เร็วดีกว่าตัวอื่นๆที่ลองมากันเยอะเลย อ่านได้ 3456 MB/s และเขียน 1904 MB/s นะครับในค่าของการต่อเนื่องชุดละ 128 KB ทำงานพร้อมกันหลายหน่วยประมวลผล ถือว่าเรื่องนี้ทำได้ดีกว่าตัวอื่นๆเช่นพวก Zenbook หรือ จากค่ายอื่นๆนะครับแต่ก็อาจจะเป็นจุดที่ราคาเลยสูงกว่านั้นเอง

PCMARK 10 ที่จำลองการใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไป ก็ได้มา 2868 คะแนน เป็นคะแนนที่ใช้งานได้ทั่วไปและเพียงพอต่อการใช้งานทุกรูปแบบส่วนในเรื่องของความร้อนสะสมในการใช้งานหลังจากที่ทดสอบ PCMark นั้นอยู่ที่ GPU 61 และ CPU 70 ครับ

3D Mark นั้นเป็นการทดสอบในการประมวลผลแบบ 3 มิติหนักในหลายระดับ ในคะแนนพวกนี้ตัว 3 มิติ เล่นเกม ทำงานเรนเดอร์ภาพ โมเดลต่างๆนั้นทำได้กลางๆตามมาตรฐาน MX150 ไม่ได้แรงอะไรมากนักใช้งานกลางๆพอได้เล่นเกมนิดหน่อย แอดมินทดสอบ 4 แบบตามภาพข้างบนเสร็จแล้วได้อุณหภูมิสูงสุดที่ CPU 80 องศา และ GPU 75 องศาครับผม เอาจริงๆถือว่าร้อนนะครับในเรื่องนี้ในการใช้งานสภาพอากาศทั่วไป น่าจะเพราะตัวเครื่องบางและช่องระบายไม่ได้เยอะมากด้วย เมื่อเทียบกับทาง Zenbook ที่เคยทำไปตัวนั้นจัดการได้ดีกว่านิดหน่อยครับ

SCREEN
หน้าจอในรุ่นนี้เป็นหน้าจออันดันต้นๆที่ได้ลองใช้และประทับใจ ก่อนหน้านี้จะเป็นพวก DELL XPS ซึ่งตัวนี้ทำได้ดีมากๆเทียบเท่าจอเทพได้เลยครับ รวมถึงรองรับระบบสัมผัสด้วย ใครที่ใช้ทำงานตัดต่อแต่งภาพตัวนี้ใช้งานได้ดีเลยแหละ สูสีกับตระกูล MAC ได้สบายๆตัวนี้จอจะมาในอัตราส่วนที่แปลกๆหน่อย เป็นอัตราส่วนที่แอบไม่ชินเท่าไรเป็นหน้าจอแบบ 3:2 ขนาด:13.9 นิ้ว อัตราส่วนของหน้าจอต่อตัวเครื่อง91% ความละเอียด:3000 x 2000, 260 PPI มุมมอง 178 องศา sRGB 100% ความคมชัด 1500:1 ความสว่างสูงสุด 450 nits หน้าจอสัมผัส 10 จุด และป้องกันลายนิ้วมือ เป็นจอที่จัดเต็มมากๆความละเอียดสูงถึง 3K ครับและจากที่ลองสัมผัสและใช้งานจริงๆถือว่าใช้ได้เลยแหละ และอีก 1 จุดเด่นคือการออกแบบขอบจอที่บางมากๆและย้ายกล้องหน้ามาบนแป้นทำให้มันสวยเลย

หน้าจอมุมมองรองรับ 178 องศาปกติของจอคอมพิวเตอร์พวกนี้รองรับได้สบายๆครับ มุมมองเอียงก็ยังไม่เพี้ยนหรือดรอปอะไรมาก และสีความชัด ความสว่างก็ยังทำได้ดีเหมือนกัน จอรุ่นนี้เป็นจอแบบเงานะครับ ทำให้ภาพนั้นคมชัดและดูสวยงาม รวมถึงรองรับสัมผัสได้ดี แต่ถ้าใครจะไปติดฟิลม์แบบด้านก็น่าจะทำให้ใช้งานข้างนอกได้สบายตาขึ้นนะ ส่วนตัวจอใช้งานข้างนอกสู้แสงได้ดีไหมก็ต้องบอกว่าเร่งสว่างสูงสุดทำได้ดีครับ ทำงานตามร้านกาแฟ Outdoor ได้เลย ส่วนตัวภาพนั้นเวลาดูหนังอะไรแบบนี้จะมีขอบดำบนล่างพอสมควรเพราะอัตราส่วนแบบ 3:2 ของจอมันกว้างกว่า

การสัมผัสในพวกจอ Ultrabook จริงๆอาจจะมองดูไม่ค่อยได้ใช้อะไรเท่าไรแต่เดี๋ยวนี้ถ้าพกพาไปข้างนอกบางทีมันสะดวกกว่า Touchpad พอสมควรเลยแหละ และถ้าเราใช้มันจนชินๆอาจจะไปใช้ตัวอื่นได้ยาก สัมผัสมันดีในเรื่องเวลาใช้งานดูอะไรง่ายๆ ปัดไปๆมา หมุนโมเดลนำเสนอลูกค้า หรือจะเป็นการวาดอะไรก็ทำได้เช่นกันครับ

KEYBOARD
ตัวแป้นคียบอร์ดตัวนี้เป็น คียบอร์ดแต่ไม่มีในส่วน Numpad มาให้นะครับ มาในโทนสีดำ ตัวอักษรขาวพร้อมกับมีไฟมาให้บนตัวคียบอร์ด ตัวปุ่มอะไรต่างๆวางตำแหน่งคุ้นเคยกันดี และ ปุ่ม Power + สแกนนิ้วไปอยู่ด้านบนมุมขวา และแทนที่ปุ่มตรงกลางของ F6-F7 ด้วยการซ่อนกล้องหน้าแบบกดเปิดได้ ไม่ใช่ระบบออโต้อะไรนะครับกด เด้งๆปกติเลย ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีในการออกแบบ และ รักษาความเป็นส่วนตัวได้ดีเลยแหละ แต่ถ้ากดเปิดกล้องและเปิดมาเองแบบ ระบบกลไกน่าจะว้าวเลย ส่วนตัวปุ่มอื่นๆก็ตำแหน่งคุ้นเคยกันอย่างดี ลำโพงแทรกอยู่ 2 ข้าง คล้ายๆกับทาง Macbook เลยครับ ส่วนตัวปุ่มระยะอะไรพวกนี้มันก็ชวนให้นึกถึงเหมือนกันและปรับตัวไม่ยากเลยจริงๆ
[SR] รีวิว HUAWEI MATEBOOK X PRO ULTRABOOK บางเบา หน้าจอสวยระดับ 3K ลำโพงเด่น !
Huawei เป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เน้นกล้องหลายๆคนน่าจะรู้จักกันดีครับแต่วันนี้เค้าทำ Ultrabook ออกมาแล้วและลุนตลาดในไทยแน่นอนว่ารุ่นก่อนหน้านี้ก็เคยๆมีมาบ้างแต่ก็ไม่ได้เน้นอะไรมากนักโดยเฉพาะในเมืองไทย แต่ในครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่เปิดตลาดแนวใหม่ทางทาง Huawei ครับหลายๆคนคงไม่คิดว่าจะมี Ultrabook มาจากค่ายนี้แน่นอน และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีหลายๆอย่างที่บอกเลยว่าน่าสนใจครับ และการออกแบบอะไรก็ถือว่าทำได้ดีเลยแหละ โดยเฉพาะการซ่อนกล้องหน้าแบบแปลกใหม่มากๆเลย จะเป็นยังไงกันบ้างสำหรับ Huawei Matebook X Pro เรามาดูกันได้เลยสำหรับรุ่นนี้ เปิดตัวในไทยเรียบร้อยแล้วนะ
Matebook X Pro นั้นเปิดตัวมาด้วยจุดเด่นหลายๆอย่างเน้นความบาง เบา พกพาง่าย จอสัมผัส และ ขอบจอบางมาก พร้อมด้วยความละเอียดแบบ 3K จอ 13.9 นิ้ว ความละเอียด 3000 x 2000 sRGB 100% และ เขื่อมต่อกับ Huawei Share 2.0 ได้สบายครับ ง่ายๆเหมือนพวก Apple Airdrop เลยแหละ โอนไฟล์อย่างไว รวมถึง กล้องหน้าซ่อนตรงปุ่ม และ มีสแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย พร้อมลำโพง 4 ตัว Dolby Atmos และ ในส่วนของสเปคนั้นได้ i7-8550U RAM 16GB -SSD 512GB NVMe PCIe – Nvidia MX150 ใช้งานทั่วไปได้สบายๆครับ
สำหรับราคาตัวนี้ จะมีทั้งหมด 2 รุ่นย่อยครับคือรุ่น i5 – RAM 8GB –256GB ราคา 43,990 บาท และ i7-RAM 16GB -512GB – Nvidia MX150 58,990 บาท ราคาเอาเรื่องเลยทีเดียว ซึ่งตัวรีวิวเป็นรุ่น i7 นะครับ
UNBOX
ตัวกล่องตัวนี้มาในกล่องสีขาว ตัวอักษรสีของ ขนาดไม่ใหญ่มากนักพร้อมกับเป็นฝาเปิดขึ้นมา เมื่อเปิดแล้วตัวเครื่องที่อยู่ในกล่องจะยกท้ายขึ้นมานิดหน่อย คล้ายๆกับของ Asus ในบางรุ่นที่กล่องนั้นทำแบบนี้เหมือนกันครับ
- ตัวเครื่อง Huawei Matebook X Pro
- สายชาร์จ USB-C ไป USB-C
- หัวชาร์จ USB-C รองรับ PD และ ชาร์จมือถือได้ด้วย
- ตัวแปลง USB-C เป็น พอร์ตเสริม USB-A / VGA / USB-C /HDMI
- คู่มือ
DESIGN
การออกแบบรุ่นนี้ต้องเรียกว่ายังไงดีอาจจะได้แรงบันดาลใจมาเล็กน้อยจากค่ายผลไม้ ทั้งโทนสี การวาง Layout และอะไรหลายๆอย่างนั้นให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แต่ก็ไม่ได้ทั้งหมดซะทีเดียวรายละเอียดต่างๆก็ยังแตกต่างอยู่ทั้งเรื่องการให้พอร์ตเชื่อมต่อมามากกว่าและการรองรับสแกนนิ่ว ดีไซน์บางจุดก็ยังแตกต่างกันอยู่ โดยเฉพาะการวางกล้องหน้าที่ล้ำมากๆครับ ตัวเครื่อง ความบาง เบากำลังดีพกพาได้ง่าย ไม่หนักเกินไปรวมถึงสายชาร์จยังชาร์จมือถือได้ด้วยจุดนี้ชอบมากเลยไม่ต้องพกพาหลายตัว
การออกแบบด้านหลัง และด้านหน้านั้นใช้วัสดุตัวเดียวกันทั้งหมดเป็นอลูมิเนียมเงินด้านเรียบๆไม่ได้มีลวดลายอะไรครับ ด้านแป้นพิมพ์นั้นเป็นโทนสีดำตัวอักษรขาว วางตำแหน่งลำโพงไว้ข้างๆ รวมถึง Touchpad ที่ใหญ่มากๆไว้ตรงกลาง หน้าจอระบบสัมผัสขอบบาง และ เป็นความละเอียดระดับ 3K ที่คมชัดและกระจกแบบเงาที่กรอบบางๆสวยงาม
ฝาหลังเป็นยางรองทั้ง 4 มุม มีน็อตยึดหลากหลายตัวตามขอบเครื่องและ จะเห็น โลโก้แปะไว้ต่างๆของ Windows +Nvidia รวมถึงจะเห็นช่องลำโพง +ระบายความร้อนในขอบด้านข้าง และตรงช่องด้านหลังก็มีช่องระบายความร้อนด้วยเช่นกันครับ ตรงบริเวณขอบจอด้านล่างนั้นเอง ไม่ได้ใหญ่มากนัก ก็ต้องรอดูว่าจะระบายได้ดีแค่ไหนกัน
ตัวแป้นพิมพ์มาในรูปแบบที่คุ้นเคยกันมากๆ แต่มีความพิเศษคือปุ่ม Power+สแกนนิ้วไปอยู่มุมขวาบน รองรับการทำงานได้ค่อนข้างดี และการที่ย้ายไปทำให้เราสามารถเพิ่มปุ่มพิเศษ คือกล้องหน้า แบบซ่อนเข้ามาตรงกลางได้ ใช้งานก็เพียงแค่กดเข้าไปมันก็จะเด้งออกมาแบบในภาพเลยครับเป็นอีกวิธีในการพยายามซ่อนกล้องหน้าของค่ายนี้
การออกแบบรวมๆมีการเล่นกับขอบๆเครื่องด้วยมีการตัดขอบสวยงามตามมุมทำให้ตัวเครื่องนั้นมีการเล่นกับแสงได้ดีและขอบๆทั้งฝาและตัวฐานมีการตัดขอบเงาสวยงามเหมือนกันครับ และทำให้ดูหรูหราและน่าสนใจมากขึ้น ตัวขอบหน้าจอนั้นมีความบางมากๆ จะเห็นได้เลยในภาพด้านล่างที่ขอบทั้ง 3 ด้านเท่ากันทั้งหมดเลย ยกประโยชน์ให้การย้ายกล้องไปไว้ตรงแป้นพิมพ์ทำให้ขอบได้ความบางสมใจเลยแหละ
SPEC
- หน้าจอ 13.9 นิ้ว ความละเอียด 3K 3000 x 2000 อัตราส่วน 3:2 , LTPS, ความแม่นยำ sRGB 100% องศาการมอง 178 องศา รองรับระบบสัมผัส 10 จุด
- CPU Intel Core i7-8550U
- GPU NVIDIA Geforce MX150 2GB GDDR5 + Intel UHD Graphics 620
- RAM 16GB LPDDR3 2133MHz
- SSD 512GB, NVMe PCIe
- กล้องหน้าความละเอียด 1 ล้านพิกเซล ซ่อนอยู่ใต้ปุ่ม
- พอร์ต USB-C ทั้งหมด 2 ช่อง รองรับ Thunderbolt 3
- USB-A 3.0 มีทั้งหมด 1 ช่อง Output สูงสุด 5 V / 2 A , รู 3.5 ม.ม.
- พอร์ตเชื่อมต่อเสริม HDMI / VGA / USB-A /USB-C
- แบตเตอรี่ 57.4 Wh เล่นวิดีโอได้นาน 12 ชั่วโมง, ใช้งานทั่วไป 14 ชั่วโมง
- MateBook HUAWEI 65 W รองรับการชาร์จ PD: Output 20 V / 3.25 A, 15 V / 3 A, 12 V / 2 A, 9 V / 2 A, 5 V / 2 A;
PERFORMANCE
ประสิทธิภาพของตัวนี้ถือว่าจัดมาให้ใช้งานได้ดี ตามแบบฉบับของสาย Ultrabook ครับ กับการที่จัด CPU i7-8550U มาให้ในรหัส U และ มีการ์ดจอแยกมาให้ด้วยคือตัว Nvidia MX150 และ ยังมีการ์ดจอ Onboard 620 มาให้ครับ ส่วนในเรื่องของ RAM 16GB จัดเต็มเลย พร้อมกับ SSD NVMe PCIe 512GB ทำงานร่วมกันได้อย่างดี การใช้งานต่างๆเร็วและแรงเข้ากันได้ดีครับในเรื่องของประสิทธิภาพของตัวเครื่องโดยรวม เพียงพอต่อการใช้งานเบา-กลางๆได้สบายๆ
Cinebench R15 นั้นที่เน้นในเรื่องของพลังประมวลผลซีพียู ทำไปได้ 77 FPS และ 747 cb ซึ่งอยู่ในระดับกลางๆของพวกตระกูล ประหยัดไป U ทั้งหลายของพวก CPU Gen 8 i7 ตัวนี้ครับ ส่วนในเรื่องของ SSD 512GB มาเลยครับในการใช้งานทั้งการเปิดโปรแกรม และทำงานทั่วๆ ไปได้เร็วมาก เร็วดีกว่าตัวอื่นๆที่ลองมากันเยอะเลย อ่านได้ 3456 MB/s และเขียน 1904 MB/s นะครับในค่าของการต่อเนื่องชุดละ 128 KB ทำงานพร้อมกันหลายหน่วยประมวลผล ถือว่าเรื่องนี้ทำได้ดีกว่าตัวอื่นๆเช่นพวก Zenbook หรือ จากค่ายอื่นๆนะครับแต่ก็อาจจะเป็นจุดที่ราคาเลยสูงกว่านั้นเอง
PCMARK 10 ที่จำลองการใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไป ก็ได้มา 2868 คะแนน เป็นคะแนนที่ใช้งานได้ทั่วไปและเพียงพอต่อการใช้งานทุกรูปแบบส่วนในเรื่องของความร้อนสะสมในการใช้งานหลังจากที่ทดสอบ PCMark นั้นอยู่ที่ GPU 61 และ CPU 70 ครับ
3D Mark นั้นเป็นการทดสอบในการประมวลผลแบบ 3 มิติหนักในหลายระดับ ในคะแนนพวกนี้ตัว 3 มิติ เล่นเกม ทำงานเรนเดอร์ภาพ โมเดลต่างๆนั้นทำได้กลางๆตามมาตรฐาน MX150 ไม่ได้แรงอะไรมากนักใช้งานกลางๆพอได้เล่นเกมนิดหน่อย แอดมินทดสอบ 4 แบบตามภาพข้างบนเสร็จแล้วได้อุณหภูมิสูงสุดที่ CPU 80 องศา และ GPU 75 องศาครับผม เอาจริงๆถือว่าร้อนนะครับในเรื่องนี้ในการใช้งานสภาพอากาศทั่วไป น่าจะเพราะตัวเครื่องบางและช่องระบายไม่ได้เยอะมากด้วย เมื่อเทียบกับทาง Zenbook ที่เคยทำไปตัวนั้นจัดการได้ดีกว่านิดหน่อยครับ
SCREEN
หน้าจอในรุ่นนี้เป็นหน้าจออันดันต้นๆที่ได้ลองใช้และประทับใจ ก่อนหน้านี้จะเป็นพวก DELL XPS ซึ่งตัวนี้ทำได้ดีมากๆเทียบเท่าจอเทพได้เลยครับ รวมถึงรองรับระบบสัมผัสด้วย ใครที่ใช้ทำงานตัดต่อแต่งภาพตัวนี้ใช้งานได้ดีเลยแหละ สูสีกับตระกูล MAC ได้สบายๆตัวนี้จอจะมาในอัตราส่วนที่แปลกๆหน่อย เป็นอัตราส่วนที่แอบไม่ชินเท่าไรเป็นหน้าจอแบบ 3:2 ขนาด:13.9 นิ้ว อัตราส่วนของหน้าจอต่อตัวเครื่อง91% ความละเอียด:3000 x 2000, 260 PPI มุมมอง 178 องศา sRGB 100% ความคมชัด 1500:1 ความสว่างสูงสุด 450 nits หน้าจอสัมผัส 10 จุด และป้องกันลายนิ้วมือ เป็นจอที่จัดเต็มมากๆความละเอียดสูงถึง 3K ครับและจากที่ลองสัมผัสและใช้งานจริงๆถือว่าใช้ได้เลยแหละ และอีก 1 จุดเด่นคือการออกแบบขอบจอที่บางมากๆและย้ายกล้องหน้ามาบนแป้นทำให้มันสวยเลย
หน้าจอมุมมองรองรับ 178 องศาปกติของจอคอมพิวเตอร์พวกนี้รองรับได้สบายๆครับ มุมมองเอียงก็ยังไม่เพี้ยนหรือดรอปอะไรมาก และสีความชัด ความสว่างก็ยังทำได้ดีเหมือนกัน จอรุ่นนี้เป็นจอแบบเงานะครับ ทำให้ภาพนั้นคมชัดและดูสวยงาม รวมถึงรองรับสัมผัสได้ดี แต่ถ้าใครจะไปติดฟิลม์แบบด้านก็น่าจะทำให้ใช้งานข้างนอกได้สบายตาขึ้นนะ ส่วนตัวจอใช้งานข้างนอกสู้แสงได้ดีไหมก็ต้องบอกว่าเร่งสว่างสูงสุดทำได้ดีครับ ทำงานตามร้านกาแฟ Outdoor ได้เลย ส่วนตัวภาพนั้นเวลาดูหนังอะไรแบบนี้จะมีขอบดำบนล่างพอสมควรเพราะอัตราส่วนแบบ 3:2 ของจอมันกว้างกว่า
การสัมผัสในพวกจอ Ultrabook จริงๆอาจจะมองดูไม่ค่อยได้ใช้อะไรเท่าไรแต่เดี๋ยวนี้ถ้าพกพาไปข้างนอกบางทีมันสะดวกกว่า Touchpad พอสมควรเลยแหละ และถ้าเราใช้มันจนชินๆอาจจะไปใช้ตัวอื่นได้ยาก สัมผัสมันดีในเรื่องเวลาใช้งานดูอะไรง่ายๆ ปัดไปๆมา หมุนโมเดลนำเสนอลูกค้า หรือจะเป็นการวาดอะไรก็ทำได้เช่นกันครับ
KEYBOARD
ตัวแป้นคียบอร์ดตัวนี้เป็น คียบอร์ดแต่ไม่มีในส่วน Numpad มาให้นะครับ มาในโทนสีดำ ตัวอักษรขาวพร้อมกับมีไฟมาให้บนตัวคียบอร์ด ตัวปุ่มอะไรต่างๆวางตำแหน่งคุ้นเคยกันดี และ ปุ่ม Power + สแกนนิ้วไปอยู่ด้านบนมุมขวา และแทนที่ปุ่มตรงกลางของ F6-F7 ด้วยการซ่อนกล้องหน้าแบบกดเปิดได้ ไม่ใช่ระบบออโต้อะไรนะครับกด เด้งๆปกติเลย ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีในการออกแบบ และ รักษาความเป็นส่วนตัวได้ดีเลยแหละ แต่ถ้ากดเปิดกล้องและเปิดมาเองแบบ ระบบกลไกน่าจะว้าวเลย ส่วนตัวปุ่มอื่นๆก็ตำแหน่งคุ้นเคยกันอย่างดี ลำโพงแทรกอยู่ 2 ข้าง คล้ายๆกับทาง Macbook เลยครับ ส่วนตัวปุ่มระยะอะไรพวกนี้มันก็ชวนให้นึกถึงเหมือนกันและปรับตัวไม่ยากเลยจริงๆ
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้