สวัสดีคะทุกคน เราเพิ่งสมัครเป็นสมาชิกพันทิปคะ อยากได้คำปรึกษาจากหลายๆคนหลายๆทาง เผื่อจะหาทางออกหรือคิดอะไรออกได้บ้างอ่ะคะ
เรื่องมีอยู่ว่า ตอนนี้เราแต่งงานมีครอบครัวอยู่ที่ต่างประเทศ แล้วเมื่อต้นปีที่แล้วแม่ป่วยหนักมาก รับการผ่าตัดสมอง อยู่โรงพยาบาลนานถึง 3เดือน ซึ่งเราก็กลับไปไทยตั้งแต่ที่แม่เริ่มเข้าโรงพยาบาลเลยโดยทันที เพราะต้องดูแลอยู่เป็นเพื่อนพ่อด้วย เพราะพ่ออยากไปหาแม่ที่โรงพยาบาลทุกวัน จนแม่กลับมาบ้านแต่อาการก้อขึ้นๆลงๆ แล้วเราก็เลยจ้างพยาบาลมาดูแลที่บ้าน 24ชม จนอาการก้อดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราจึงกลับไปต่างประเทศ รวมๆก็ 4เดือน ที่กลับไทย
ที่บ้านเรา เราเป็นลูกสาวคนโต แล้วมีน้องชาย 2 คนซึ่งมีครอบครัวแล้วด้วยเหมือนกัน คนกลางแยกออกไปอยู่ที่อื่น แต่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน ส่วนคนสุดท้ายอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่ ซึ่งเราไว้ใจให้น้องชายดูแลทั้งพ่อแม่ต่อ และคอยดูการทำงานของพยาบาลที่จ้างมาด้วย ในบางช่วงได้มีการเปลี่ยนตัวพยาบาลอยู่หลายรอบเพราะบางคนดูแลทำไม่ไหว บางคนทำงานไม่เรียบร้อยบ้าง แล้วต่อมาเปลี่ยนตัวพยาบาลคนล่าสุด น้องชายเราเกิดชอบน้องพยาบาลคนนี้ขึ้นมาแล้วก็ตกลงเป็นแฟนกัน จากนั้นทำให้เราและพ่อแม่มีความอึดอัดใจ เพราะในใจนึง พยาบาลคนนี้ก็เป็นแฟนกับน้องชายไปแล้ว จะเรียกใช้อะไร ก็ลำบากใจหรือแม้แต่ตัวน้องพยาบาลเอง ก็มีความเป็น"แฟน" มากกว่าเป็นพยาบาลที่เราจ้างมา งานที่น้องพยาบาลคนนี้ต้องทำทุกๆวันก็จะมีแค่ อาบน้ำให้แม่บนเตียง เช้า-เย็น / เอาอาหาร เช้า-เที่ยง-เย็น ให้แม่ทาน / เอายาให้ทาน / เปลี่ยนแพมเพิส / ยกขึ้นลงจากเตียงถ้าแม่อยากถ่ายหนัก และพาไปห้องนั่งเล่นเพื่อดูทีวีตอนเช้า / ไปกับน้องชายเพื่อพาแม่ไปหาหมอตามนัดเดือนละครั้ง และทำกายภาพอาทิตย์ละครั้ง. งานก็จะวนๆแบบเดิมทุกวัน ซึ่งเทียบกับงานในโรงพยาบาลแล้ว น้องพยาบาลมีเวลาว่างเยอะมาก จนขายของออนไลน์ได้เลย (เราติดกล้องไว้ จึงสามารถเห็นว่าใครทำอะไรบ้าง)
แต่แล้ว เอาจริงๆจนทุกวันนี้ เรากับน้องชายคนเล็กกับดูเหมือนยิ่งไม่ลงรอยกันเพราะเรื่องดูแลแม่ เพราะน้องชายชอบพูดจากระแทกเรา เมื่อเห็นเราไปไหนมาไหน กินอะไร (จากในเฟส. เราทำงานเกี่ยวกับการตลาด/เซลล์ ซึ่งบางครั้งรูปภาพเราเอามาจากเนท) อิจฉา ไม่ชอบไม่พอใจตลอด ซึ่งบางครั้งเราก็พยายามอธิบายว่ารูปมาจากเนทหรือสามีเราพาเราไป แต่น้องชายก็ดูเหมือนจะไม่ยอมรับกับคำพูดของเรา ยังไม่พอใจเราอยู่ดี แล้วเขาก้อจะคอยย้ำแต่ว่า เขาไม่มีอนาคตแล้ว ที่ต้องมาอยุ่บ้านดูแลแม่ป่วยแบบนี้ต่อไป
เขาพูดแบบนี้ทีไร หัวใจเราขนาดแค่เป็นพี่สาวยังเสียใจเจ็บปวดเลย ถ้าพ่อแม่ได้ยิน พวกเขาคงหัวใจสลาย
เราเคยพูดกับน้องชายว่า ตอนเราส่งเสียให้เรียน (เราอายุมากกว่าน้องชายคนเล็ก 10ปี) เขาไม่ยอมเรียน ติดเพื่อน ติดยา จนเราต้องพากลับมาอยุ่บ้านให้เลิกยา เราให้น้องชายมาทำงานกับเรา เขาก้อบ่นตลอดว่าเบื่อ ไม่ได้ไปไหน ไม่ได้เจอเพื่อน ไม่มีสังคม สุดท้ายเราก้อรั้งให้เขาทำงานกับเราได้แค่ 2ปี จากนั้นน้องชายก้อออกไปข้างนอกหางานทำ จนได้เมียได้ลูกมาคนนึง แต่พอลูกเกิดมาได้ไม่นาน ก็เลิกกับเมีย แต่น้องชายก็ยังส่งเสียเงินให้ลูกของเขา โดยที่เขาออกไปขายของหน้า 7-11 บางวันขายบางวันหยุด ิย่งพอแม่ป่วยก็หยุดยาวไปเหมือนกัน แต่พอแม่อาการดีขึ้น เขาก็ขายบ้างไม่ขายบ้าง อ้างว่าฝนตก,ไม่มีสต็อคของขาย,ไม่มีทุน,ต้องพาแม่ไปหาหมอ,ต้องไปรับลูกเลี้ยงลูก,เหนื่อย สาระพัด ซึ่งเราก็พยายามที่จะเข้าใจ ไม่พูดอะไรเยอะ
ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายของแม่ เช่นค่าแพมเพิส, ค่าจ้างพยาบาล, ค่าของใช้จิปาถะ ค่ากับข้าวในบ้าน ค่าใช้จ่ายในบ้าน เงินให้พ่อติดกระเป๋าทุกเดือน เราเป็นคนดูแล ซึ่งไม่มีน้องคนไหนช่วยเราเลย รวมๆแล้วแต่ละเดือนก็ประมาณ 4-5หมื่นบาทไทย ซึ่งเราก็มีบ้างที่พูดว่าช่วยประหยัดอะไรได้ก้อประหยัดหน่อย งานเซลล์ของเราไม่ค่อยดี ยอดตกลงมาก ซึ่งบางครั้งก็ได้รับความเข้าใจแต่บางครั้งก็ไม่เข้าใจ ก็ทะเลาะกันกับน้องชายอยุ่ตลอด เพราะคำพูดของเขาไม่ค่อยรักษาน้ำใจ บางครั้งเห็นเราเหมือนเป็นแค่ตู้เอทีเอ็ม อยากได้เงินเท่าไหร่ก้อจะเอา แต่พอเราถามก้อโมโห พอเราให้เงินน้องกว่าที่ขอ เพราะเราคิดว่ามันน่าจะไม่ถึง เขาก้อมาด่าเรา ซึ่งเรารับอารมณ์มาตลอด
หลังๆน้องชายคนเล็ก บ่นมากขึ้น ว่าเขาไม่มีอนาคต เขาอยากไปหางานข้างนอก (กรุงเทพ) ซึ่งบ้านเราเป็นคนต่างจังหวัด ไกลจากกรุงเทพมากๆ เราและพ่อไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับด้วยสภาพของแม่ที่เป็นแบบนี้ (น้องชายอยากไปกรุงเทพ เพราะน้องพยาบาลกำลังจะกลับไปเรียนต่อที่กรุงเทพ ตามที่คิดเอาเอง เราคิดว่าน้องชายเราอยากตามน้องพยาบาลไปมากกว่า) ซึ่งเราเสียใจมากที่ทำไมน้องชายเราเป็นแบบนี้ เขากล้าคิดที่จะทิ้งพ่อแม่ เพราะผู้หญิงได้ยังไง (แต่ตรงจุดนี้ เรากับพ่อ ยังไม่คุยกับน้องชายแบบจริงจัง) เรารอดูเผื่อว่าน้องชายเราจะคิดได้เองบ้างไหม
เราสงสารพ่อแม่มาก มีลูกชายสองคน คนนึงไม่เอาพ่อแม่ 100% อีกคนนึงก็เหมือนกำลังจะอยากทิ้งพ่อแม่ ส่วนเราอยู่ต่างประเทศ จะให้กลับไปไทยนานๆก็ลำบากเพราะเราเป็นคนหาเงินให้ครอบครัว
เราอยากได้คำปรึกษา เพราะเราาปรึกษากับสามีแล้ว เขาก็ได้แต่เห็นใจ เพราะถ้าไม่มีน้องชายคนเล็กสักคน ก็ขาดคนพาแม่ไปหาหมอตามนัดและกายภาพ ซึ่งก็ลำบากอยุ่เหมือนกัน เราอยากรู้ว่า ถ้าคนอื่นๆอยู่ในสภาพแบบเรา จะทำอย่างไรกันบ้าง
ขอบคุณที่อ่าน ขอบคุณที่รับฟังคำระบายนะคะ
ปัญหาครอบครัว
เรื่องมีอยู่ว่า ตอนนี้เราแต่งงานมีครอบครัวอยู่ที่ต่างประเทศ แล้วเมื่อต้นปีที่แล้วแม่ป่วยหนักมาก รับการผ่าตัดสมอง อยู่โรงพยาบาลนานถึง 3เดือน ซึ่งเราก็กลับไปไทยตั้งแต่ที่แม่เริ่มเข้าโรงพยาบาลเลยโดยทันที เพราะต้องดูแลอยู่เป็นเพื่อนพ่อด้วย เพราะพ่ออยากไปหาแม่ที่โรงพยาบาลทุกวัน จนแม่กลับมาบ้านแต่อาการก้อขึ้นๆลงๆ แล้วเราก็เลยจ้างพยาบาลมาดูแลที่บ้าน 24ชม จนอาการก้อดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราจึงกลับไปต่างประเทศ รวมๆก็ 4เดือน ที่กลับไทย
ที่บ้านเรา เราเป็นลูกสาวคนโต แล้วมีน้องชาย 2 คนซึ่งมีครอบครัวแล้วด้วยเหมือนกัน คนกลางแยกออกไปอยู่ที่อื่น แต่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน ส่วนคนสุดท้ายอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่ ซึ่งเราไว้ใจให้น้องชายดูแลทั้งพ่อแม่ต่อ และคอยดูการทำงานของพยาบาลที่จ้างมาด้วย ในบางช่วงได้มีการเปลี่ยนตัวพยาบาลอยู่หลายรอบเพราะบางคนดูแลทำไม่ไหว บางคนทำงานไม่เรียบร้อยบ้าง แล้วต่อมาเปลี่ยนตัวพยาบาลคนล่าสุด น้องชายเราเกิดชอบน้องพยาบาลคนนี้ขึ้นมาแล้วก็ตกลงเป็นแฟนกัน จากนั้นทำให้เราและพ่อแม่มีความอึดอัดใจ เพราะในใจนึง พยาบาลคนนี้ก็เป็นแฟนกับน้องชายไปแล้ว จะเรียกใช้อะไร ก็ลำบากใจหรือแม้แต่ตัวน้องพยาบาลเอง ก็มีความเป็น"แฟน" มากกว่าเป็นพยาบาลที่เราจ้างมา งานที่น้องพยาบาลคนนี้ต้องทำทุกๆวันก็จะมีแค่ อาบน้ำให้แม่บนเตียง เช้า-เย็น / เอาอาหาร เช้า-เที่ยง-เย็น ให้แม่ทาน / เอายาให้ทาน / เปลี่ยนแพมเพิส / ยกขึ้นลงจากเตียงถ้าแม่อยากถ่ายหนัก และพาไปห้องนั่งเล่นเพื่อดูทีวีตอนเช้า / ไปกับน้องชายเพื่อพาแม่ไปหาหมอตามนัดเดือนละครั้ง และทำกายภาพอาทิตย์ละครั้ง. งานก็จะวนๆแบบเดิมทุกวัน ซึ่งเทียบกับงานในโรงพยาบาลแล้ว น้องพยาบาลมีเวลาว่างเยอะมาก จนขายของออนไลน์ได้เลย (เราติดกล้องไว้ จึงสามารถเห็นว่าใครทำอะไรบ้าง)
แต่แล้ว เอาจริงๆจนทุกวันนี้ เรากับน้องชายคนเล็กกับดูเหมือนยิ่งไม่ลงรอยกันเพราะเรื่องดูแลแม่ เพราะน้องชายชอบพูดจากระแทกเรา เมื่อเห็นเราไปไหนมาไหน กินอะไร (จากในเฟส. เราทำงานเกี่ยวกับการตลาด/เซลล์ ซึ่งบางครั้งรูปภาพเราเอามาจากเนท) อิจฉา ไม่ชอบไม่พอใจตลอด ซึ่งบางครั้งเราก็พยายามอธิบายว่ารูปมาจากเนทหรือสามีเราพาเราไป แต่น้องชายก็ดูเหมือนจะไม่ยอมรับกับคำพูดของเรา ยังไม่พอใจเราอยู่ดี แล้วเขาก้อจะคอยย้ำแต่ว่า เขาไม่มีอนาคตแล้ว ที่ต้องมาอยุ่บ้านดูแลแม่ป่วยแบบนี้ต่อไป
เขาพูดแบบนี้ทีไร หัวใจเราขนาดแค่เป็นพี่สาวยังเสียใจเจ็บปวดเลย ถ้าพ่อแม่ได้ยิน พวกเขาคงหัวใจสลาย
เราเคยพูดกับน้องชายว่า ตอนเราส่งเสียให้เรียน (เราอายุมากกว่าน้องชายคนเล็ก 10ปี) เขาไม่ยอมเรียน ติดเพื่อน ติดยา จนเราต้องพากลับมาอยุ่บ้านให้เลิกยา เราให้น้องชายมาทำงานกับเรา เขาก้อบ่นตลอดว่าเบื่อ ไม่ได้ไปไหน ไม่ได้เจอเพื่อน ไม่มีสังคม สุดท้ายเราก้อรั้งให้เขาทำงานกับเราได้แค่ 2ปี จากนั้นน้องชายก้อออกไปข้างนอกหางานทำ จนได้เมียได้ลูกมาคนนึง แต่พอลูกเกิดมาได้ไม่นาน ก็เลิกกับเมีย แต่น้องชายก็ยังส่งเสียเงินให้ลูกของเขา โดยที่เขาออกไปขายของหน้า 7-11 บางวันขายบางวันหยุด ิย่งพอแม่ป่วยก็หยุดยาวไปเหมือนกัน แต่พอแม่อาการดีขึ้น เขาก็ขายบ้างไม่ขายบ้าง อ้างว่าฝนตก,ไม่มีสต็อคของขาย,ไม่มีทุน,ต้องพาแม่ไปหาหมอ,ต้องไปรับลูกเลี้ยงลูก,เหนื่อย สาระพัด ซึ่งเราก็พยายามที่จะเข้าใจ ไม่พูดอะไรเยอะ
ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายของแม่ เช่นค่าแพมเพิส, ค่าจ้างพยาบาล, ค่าของใช้จิปาถะ ค่ากับข้าวในบ้าน ค่าใช้จ่ายในบ้าน เงินให้พ่อติดกระเป๋าทุกเดือน เราเป็นคนดูแล ซึ่งไม่มีน้องคนไหนช่วยเราเลย รวมๆแล้วแต่ละเดือนก็ประมาณ 4-5หมื่นบาทไทย ซึ่งเราก็มีบ้างที่พูดว่าช่วยประหยัดอะไรได้ก้อประหยัดหน่อย งานเซลล์ของเราไม่ค่อยดี ยอดตกลงมาก ซึ่งบางครั้งก็ได้รับความเข้าใจแต่บางครั้งก็ไม่เข้าใจ ก็ทะเลาะกันกับน้องชายอยุ่ตลอด เพราะคำพูดของเขาไม่ค่อยรักษาน้ำใจ บางครั้งเห็นเราเหมือนเป็นแค่ตู้เอทีเอ็ม อยากได้เงินเท่าไหร่ก้อจะเอา แต่พอเราถามก้อโมโห พอเราให้เงินน้องกว่าที่ขอ เพราะเราคิดว่ามันน่าจะไม่ถึง เขาก้อมาด่าเรา ซึ่งเรารับอารมณ์มาตลอด
หลังๆน้องชายคนเล็ก บ่นมากขึ้น ว่าเขาไม่มีอนาคต เขาอยากไปหางานข้างนอก (กรุงเทพ) ซึ่งบ้านเราเป็นคนต่างจังหวัด ไกลจากกรุงเทพมากๆ เราและพ่อไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับด้วยสภาพของแม่ที่เป็นแบบนี้ (น้องชายอยากไปกรุงเทพ เพราะน้องพยาบาลกำลังจะกลับไปเรียนต่อที่กรุงเทพ ตามที่คิดเอาเอง เราคิดว่าน้องชายเราอยากตามน้องพยาบาลไปมากกว่า) ซึ่งเราเสียใจมากที่ทำไมน้องชายเราเป็นแบบนี้ เขากล้าคิดที่จะทิ้งพ่อแม่ เพราะผู้หญิงได้ยังไง (แต่ตรงจุดนี้ เรากับพ่อ ยังไม่คุยกับน้องชายแบบจริงจัง) เรารอดูเผื่อว่าน้องชายเราจะคิดได้เองบ้างไหม
เราสงสารพ่อแม่มาก มีลูกชายสองคน คนนึงไม่เอาพ่อแม่ 100% อีกคนนึงก็เหมือนกำลังจะอยากทิ้งพ่อแม่ ส่วนเราอยู่ต่างประเทศ จะให้กลับไปไทยนานๆก็ลำบากเพราะเราเป็นคนหาเงินให้ครอบครัว
เราอยากได้คำปรึกษา เพราะเราาปรึกษากับสามีแล้ว เขาก็ได้แต่เห็นใจ เพราะถ้าไม่มีน้องชายคนเล็กสักคน ก็ขาดคนพาแม่ไปหาหมอตามนัดและกายภาพ ซึ่งก็ลำบากอยุ่เหมือนกัน เราอยากรู้ว่า ถ้าคนอื่นๆอยู่ในสภาพแบบเรา จะทำอย่างไรกันบ้าง
ขอบคุณที่อ่าน ขอบคุณที่รับฟังคำระบายนะคะ