งานด้านกายภาพบำบัดควรแยกออกจากเวชศาสตร์ฟื้นฟู

พาคุณพ่อไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง พ่อเป็นโรคหลอดเลือดสมอง คุณหมอระบบประสาทต้องการให้ทำกายภาพบำบัด ท่านจึงส่งปรึกษาแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู ทางครอบครัวมีความคาดหวังว่าคุณพ่อจะได้ทำกายภาพบำบัดเลย ปรากฏว่าที่แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูได้พคุณหมอที่เรียกว่าเป็นคุณหมอเวชศาสตร์ฟื้นฟู หรือเจ้าหน้าที่พยาบาลเรียกว่า “หมอกายภาพ” คุณหมอได้ทำการประเมินการทรงตัวและให้คำแนะนำไปทำที่บ้าน แต่ไม่ได้ให้พบนักกายภาพบำบัด เราถามไปเหมือนกันแต่หมอบอกว่าตอนนี้ยังทำไม่ได้เพราะมีความเสี่ยง ถามซ้ำกลัวคุณหมอหงุดหงิด ทางเราจึงไปปรึกษาคุณหมอระบบประสาท คุณหมอระบบประสาทบอกว่าประเมินแล้วความเสี่ยงต่ำสามารถทำกายภาพบำบัดได้ ท่านจึงแนะนำคลินิกกายภาพบำบัดใกล้บ้านให้ ทางครอบครัวได้พาคุณพ่อไปดูแลต่อเนื่องที่คลินิกกายภาพบำบัด นักกายภาพบำบัดดูแลอย่างดี ก่อนทำมีดูประวัติการรักษาจากโรงพยาบาล ตรวจร่างกาย วัดชีพจร ใช้เครื่องมอนิเตอร์คุณพ่อขณะทำกายภาพบำบัด อาการคุณพ่อดีขึ้นเรื่อยๆ และมาตรวจติดตามกับคุณหมอระบบประสาท แต่ในขณะเดียวกันก็พบหมอกายภาพด้วย แต่เราก็ไม่บอกว่าไปแอบพาคุณพ่อไปทำทำกายภาพบำบัดมานะ กลัวคุณหมอโกรธ การตรวจก็ทำเหมือนเดิมคือตรวจการทรงตัว และก็ไม่ได้ทำอะไรให้ต่อ น้ดครั้งต่อไปเราจึงไม่ไปพบคุณหมอกายภาพอีกเลย ปัจจุบันคุณพ่ออาการดีขึ้นมาก เดินได้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้าแล้ว ต้องขอบคุณคุณหมอระบบประสาทและนักกายภาพบำบัดที่คลินิกมากๆ

เราเลยกลับมาสงสัยเรื่องหมอกายภาพ หรือ เวชศาสตร์ฟื้นฟูมาก ว่าทำหน้าที่อะไร สกรีนผู้ป่วยก่อนทำกายภาพบำบัดอย่างงั้นหรือ ..แต่ก็สงสัยต่อเช่นกัน (ขี้สงสัย 55) สมมติผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจ ทำไมเราไม่ปรึกษาคุณหมอหัวใจแล้วส่งทำกายภาพบำบัด เพื่อเป็นการลดขั้นตอน เราเข้ามใจว่าคุณหมอหัวใจน่าจะเชี่ยวชาญเรื่องหัวใจกว่าคุณหมอกายภาพ ที่สำคัญคือลดความเสี่ยงที่ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้พบกับนักกายภาพบำบัด คืออย่างกรณีของพ่อเรานี่ขนาดโรงพยาบาลเอกชนยังมีความเสี่ยงที่ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้พบกับนักกายภาพบำบัด แล้วถ้าโรงพยาบาลรัฐที่บุคลากรจำกัด ทรัพยากรจำกัดน่าจะมีกรณีนี้เกิดขึ้นพอสมควรเลย

เข้าใจว่าคุณหมอกายภาพก็มีงานดูผู้ป่วยส่วนอื่นๆ นอกจากสกรีนผู้ป่วยส่งกายภาพบำบัด หากมอบหมายให้หมอเฉพาะทางด้านอื่นเป็นผู้ส่ง จะเป็นการช่วยลดภาระทั้งหมอกายภาพเองและดีกับผู้ป่วยมากกว่าไหม

ไปหาข้อมูลใน Google ก็พบข่าวที่นักกายภาพบำบัดแยกกลุ่มงานออกจากเวชศาสตร์ฟื้นฟูเช่นกัน บทความนี้เขียนได้ตรงใจเราเลย http://communitypt.blogspot.com/2009/12/blog-post_29.html  โดยเฉพาะย่อหน้าท้ายๆที่ระบุว่า
การบริการผู้ป่วย ที่ชัดเจนและคล่องตัวขึ้น สิ่งที่นักกายภาพบำบัดในโรงพยาบาลทั่วโลกปฏิบัติกันยกเว้นโรงพยาบาลรัฐของประเทศไทยก็คือ การรับปรึกษาจากแพทย์ทุกสาขาได้โดยตรง ยกตัวอย่างเช่น
• ศัลยแพทย์ส่งผู้ป่วยหลังผ่าตัดปรึกษากายภาพบำบัด
• แพทย์ออร์โธปิดิกส์ส่งผู้ป่วยกระดูกกล้ามเนื้อปรึกษากายภาพบำบัด
• อายุรแพทย์ส่งผู้ป่วยทุกภาวะที่เห็นว่ามีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวและสมรรถภาพกายปรึกษากายภาพบำบัด
• สูตินารีแพทย์ส่งหญิงก่อนและหลังคลอดปรึกษากายภาพบำบัด
• กุมารแพทย์ส่งผู้ป่วยเด็กที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว พัฒนาการ หรือปัญหาอื่นปรึกษากายภาพบำบัด
• แพทย์ด้านประสาทอายุรศาสตร์หรือประสาทศัลยศาสตร์ส่งผู้ป่วยระบบประสาท ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง พาร์กินสัน และผู้ป่วยที่มีความผิดปกติด้านการเคลื่อนไหวต่างๆปรึกษากายภาพบำบัด
• รวมทั้งแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูก็สามารถส่งผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นฟูสภาพโดยทีมฟื้นฟู ปรึกษากายภาพบำบัด

ไม่ทราบว่าปัจจุบันมีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้วครับ หากทำได้จริงผู้ป่วยคงเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยพอสมควรเลย
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่