เรื่องมีอยู่ว่า ในหมู่บ้านของผม มีบ้านหลังนึงที่เขาทำเป็นสตูดิโอสอนโยคะ ซึ่งหมู่บ้านไม่ได้ใหญ่มาก(ถนนหลักเส้นเดียว แล้วบ้านอยู่ตรงข้ามกัน หันหน้าเข้าหากันมีแค่ถนนความกว้างประมาณสองเลน รถสวนกัน ถนนเส้นนี้คือถนนหมู่บ้าน และเป็นบ้านแฝดที่ติดกันครับ) บ้านเธออยู่กึ่งกลางพอดี ถนนหมู่บ้านเข้าออกทางเดียว ผมบ้านเกือบหลังสุดท้าย จะต้องผ่านหน้าบ้านเธอก่อน
เวลาที่เธอสอนคือ 06.00-20..00 ผมไม่รู้ว่ากี่รอบต่อวัน มีรถเข้าออกเรื่อยๆ แต่เท่าที่สังเกตุเช้าสุดคือ 06.00 และดึกสุดคือ 20.00 ตอนเช้าเสียงค่อนข้างดัง ดังในที่นี้คือ นับ 1 2 3 4 แบบฝึกลมหายใจครับ ถ้าเธอเปิดหน้าต่างมันจะสะท้อนมาถึงบ้านผม (บ้านผมกับบ้านเธอห่างกัน2หลัง)
ปัญหาที่เจอตลอดเวลาดังนี้ครับ
1. ลูกค้าที่มาเรียนโยคะ ใช้ความมักง่ายจอดรถ ในระหว่างของบ้านแต่ละหลัง ซึ่งผมเคยเตือนเธอ(เจ้าของไปแล้ว1ครั้ง)ผ่านทางเฟสบุคของโยคะเธอ หลังจากนั้นเฟสโยคะเธอไม่เปิดคอมเม้นท์อีกเลย และ เธอไม่เคยแก้ไขอะไรให้ คุณลองจินตนาการนะครับ พอถึงเวลาเข้าบ้าน เข้ายากมาก บางทีลูกค้าของเธอมาจอดระหว่างบ้านของผมกับบ้านของคนข้างๆ ทำให้ผมต้องตีรถโค้งเข้าหรือบางทีก็ขวางประตูจนเข้าไม่ได้ ต้องเดินไปบอก ทำให้ผมหัวร้อนเป็นประจำ
2. เคยแจ้งเทศบาลมาเตือนแล้วเรื่องเสียงรบกวนและเรื่องจอดรถ เธอก็ไม่สนใจ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
3. เธอมีเพื่อนในหมู่บ้านนี้ครับ ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านของเธอ เพื่อนเธอก็ให้ลูกค้าเธอมาจอดรถหน้าบ้านได้สบายๆ ถือว่าเธอโชคดี บ้านทางขวาเธอไปสองหลังไม่มีคนอยู่ บ้านที่ติดกันเป็นนักเรียน ขี่มอเตอร์ไซด์และกลับบ้านดึกๆ ถัดไปยึดธนาคาร เธอจึงให้ลูกค้าไปจอดเรียงตรงนั้น
4.คนในหมู่บ้านต่างเอือมกัน และไม่มีใครอยากไฟท์แบบผม เพราะเขาไม่ได้มีผลกระทบกัน บ้านเขาอยู่ใกล้ๆปากทางเข้าออก แต่บ้านผมต้องผ่านบ้านเธอไงครับ
5. ลูกค้าเธอ เคยจอดประตูหน้าบ้านคนอื่น เหมือนว่าเธอจะคอยดูตลอดว่าบ้านไหนไม่มีใครอยู่จะให้ลูกค้ามาจอด แต่บังเอิญวันนั้นเธอไม่รู้ว่าบ้านนั้นมีคนอยู่ ลูกค้ามาจอดปุ๊ปน้องเจ้าของบ้านนั้นโวยวายทันทีว่าไม่ให้จอด แต่เธอก็ให้ลูกค้าทำแบบนั้น
6. ถนนนอกหมู่บ้านสามารถจอดได้สบายๆเลยครับ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงไม่บอกลูกค้าจอดแล้วเดินเข้ามาเอง
7. ไม่มีนิติกรหมู่บ้าน เหมือนขายบ้านจบก็ทิ้งไปเลย ไม่สนใจใยดี ติดต่อไม่ได้ และไม่มีตัวกลาง เพราะไม่มีการเก็บเงินส่วนกลางด้วยครับ ไม่มีอะไรที่เป็นศุนย์กลาง
8. คนเยอะย่อมเสียงดัง บางทีจัดปาร์ตี้ของลูกค้าเขาในบ้าน เสียงดังมากครับ และเสียงนับออกกำลังกายน่ารำคาญมากครับ
เท่าที่ทราบจากคนรู้จัก (แม่เธอและครอบครัวเธอ ค้าขายในตลาด เป็นรถเข็นขายเครื่องดื่ม ขายดีมากๆ แต่ไม่ใช่คนในพื้นที่ เป็นคนไทยที่ราบสูง เขาจะพูดภาษาไทยไม่ชัด ผมต้องขอโทษด้วยครับถ้าใช้คำไม่ถูกต้องหรือทำให้ดูเหยียด แต่จริงๆไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นครับ ที่เกริ่นเรื่องนี้ต้องขยายความต่อครับ จ.ผมจะมีคนทำมาค้าขายแบบนี้อยู่เยอะ และไม่เคยเสียภาษีกันครับ)
1. เธอไม่ได้จดสถานที่ของเธอเป็นสถานที่ทำกิจการอย่างถูกต้อง เพราะหน้าบ้านไม่มีป้าย ไม่มีอะไรบ่งบอกว่าเป็นสถานที่สอนการออกกำลังกาย ไม่มีป้ายระบุเวลา ไม่มีอะไรเลยครับ
2. คนในตลาดที่เขาจะรู้จักกัน ร้านแม่เธอไม่ได้เสียภาษีอย่างถูกต้อง เขาขยันกันมากๆครับ เขาจะใช้แรงงานวัยรุ่นที่เหมือนเป็นลูกหลานเขา ผมนับถือมากๆที่เขาหาเงินเก่ง ซึ่งถ้าผมคิดในแง่ลบก็คือ เธอก็คงไม่ได้เสียภาษีแน่ๆ เท่าที่ทราบประวัติเธอ ขายน้ำกับแม่ พอมีเงินซื้อบ้านเธอก็สอนโยคะเลย (ด้วยเงินสด 2.5ล้านบาท)
อยากจะสอบถามว่า
1. สถานที่ที่จะทำเป็นแหล่งบริการพวกนี้ สามารถทำในบ้านจัดสรรได้หรือไม่ ถ้าเธอจะทำอย่างถูกต้อง ผมสามารถคัดค้านได้หรือไม่ครับ
2. ผมควรทำอย่างไรดีครับ แต่หลังจากนี้ ผมจะแจ้งเทศบาลอีกครั้ง เพื่อเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยอีกครั้ง ผมไม่อยากเผชิญหน้าเลยครับ อยากให้จนท.เข้ามาคุยเอง
3. ถ้าเธอยังทำอีก ควรใช้กฎหมายอะไรครับ หรือควรร่อนจดหมายแจ้งเธอให้ทราบก่อนว่าถ้าทำแบบนั้นแบบนี้จะขอดำเนินคดี
4. ถ้าจะเอาให้หนักทั้งเรื่องรบกวนคนอื่น และผมสามารถดึงเรื่องสรรพากรมาด้วยได้ไหมครับ อยากให้เขาโดนตรวจสอบบ้าง ผมทนไม่ไหวแล้วครับ
ผมเจอแบบนี้มามากกว่า1ปีแล้วครับ
ถ้ามีใครที่ให้คำแนะนำมากกว่านี้รบกวนบอกผมหน่อยครับ ขอบคุณมากครับ
สถานที่สอนโยคะรบกวนบ้านผมมากๆครับ ขอข้อแนะนำในการตักเตือน และขั้นตอนทางกฎหมายหน่อยครับ
เวลาที่เธอสอนคือ 06.00-20..00 ผมไม่รู้ว่ากี่รอบต่อวัน มีรถเข้าออกเรื่อยๆ แต่เท่าที่สังเกตุเช้าสุดคือ 06.00 และดึกสุดคือ 20.00 ตอนเช้าเสียงค่อนข้างดัง ดังในที่นี้คือ นับ 1 2 3 4 แบบฝึกลมหายใจครับ ถ้าเธอเปิดหน้าต่างมันจะสะท้อนมาถึงบ้านผม (บ้านผมกับบ้านเธอห่างกัน2หลัง)
ปัญหาที่เจอตลอดเวลาดังนี้ครับ
1. ลูกค้าที่มาเรียนโยคะ ใช้ความมักง่ายจอดรถ ในระหว่างของบ้านแต่ละหลัง ซึ่งผมเคยเตือนเธอ(เจ้าของไปแล้ว1ครั้ง)ผ่านทางเฟสบุคของโยคะเธอ หลังจากนั้นเฟสโยคะเธอไม่เปิดคอมเม้นท์อีกเลย และ เธอไม่เคยแก้ไขอะไรให้ คุณลองจินตนาการนะครับ พอถึงเวลาเข้าบ้าน เข้ายากมาก บางทีลูกค้าของเธอมาจอดระหว่างบ้านของผมกับบ้านของคนข้างๆ ทำให้ผมต้องตีรถโค้งเข้าหรือบางทีก็ขวางประตูจนเข้าไม่ได้ ต้องเดินไปบอก ทำให้ผมหัวร้อนเป็นประจำ
2. เคยแจ้งเทศบาลมาเตือนแล้วเรื่องเสียงรบกวนและเรื่องจอดรถ เธอก็ไม่สนใจ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
3. เธอมีเพื่อนในหมู่บ้านนี้ครับ ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านของเธอ เพื่อนเธอก็ให้ลูกค้าเธอมาจอดรถหน้าบ้านได้สบายๆ ถือว่าเธอโชคดี บ้านทางขวาเธอไปสองหลังไม่มีคนอยู่ บ้านที่ติดกันเป็นนักเรียน ขี่มอเตอร์ไซด์และกลับบ้านดึกๆ ถัดไปยึดธนาคาร เธอจึงให้ลูกค้าไปจอดเรียงตรงนั้น
4.คนในหมู่บ้านต่างเอือมกัน และไม่มีใครอยากไฟท์แบบผม เพราะเขาไม่ได้มีผลกระทบกัน บ้านเขาอยู่ใกล้ๆปากทางเข้าออก แต่บ้านผมต้องผ่านบ้านเธอไงครับ
5. ลูกค้าเธอ เคยจอดประตูหน้าบ้านคนอื่น เหมือนว่าเธอจะคอยดูตลอดว่าบ้านไหนไม่มีใครอยู่จะให้ลูกค้ามาจอด แต่บังเอิญวันนั้นเธอไม่รู้ว่าบ้านนั้นมีคนอยู่ ลูกค้ามาจอดปุ๊ปน้องเจ้าของบ้านนั้นโวยวายทันทีว่าไม่ให้จอด แต่เธอก็ให้ลูกค้าทำแบบนั้น
6. ถนนนอกหมู่บ้านสามารถจอดได้สบายๆเลยครับ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงไม่บอกลูกค้าจอดแล้วเดินเข้ามาเอง
7. ไม่มีนิติกรหมู่บ้าน เหมือนขายบ้านจบก็ทิ้งไปเลย ไม่สนใจใยดี ติดต่อไม่ได้ และไม่มีตัวกลาง เพราะไม่มีการเก็บเงินส่วนกลางด้วยครับ ไม่มีอะไรที่เป็นศุนย์กลาง
8. คนเยอะย่อมเสียงดัง บางทีจัดปาร์ตี้ของลูกค้าเขาในบ้าน เสียงดังมากครับ และเสียงนับออกกำลังกายน่ารำคาญมากครับ
เท่าที่ทราบจากคนรู้จัก (แม่เธอและครอบครัวเธอ ค้าขายในตลาด เป็นรถเข็นขายเครื่องดื่ม ขายดีมากๆ แต่ไม่ใช่คนในพื้นที่ เป็นคนไทยที่ราบสูง เขาจะพูดภาษาไทยไม่ชัด ผมต้องขอโทษด้วยครับถ้าใช้คำไม่ถูกต้องหรือทำให้ดูเหยียด แต่จริงๆไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นครับ ที่เกริ่นเรื่องนี้ต้องขยายความต่อครับ จ.ผมจะมีคนทำมาค้าขายแบบนี้อยู่เยอะ และไม่เคยเสียภาษีกันครับ)
1. เธอไม่ได้จดสถานที่ของเธอเป็นสถานที่ทำกิจการอย่างถูกต้อง เพราะหน้าบ้านไม่มีป้าย ไม่มีอะไรบ่งบอกว่าเป็นสถานที่สอนการออกกำลังกาย ไม่มีป้ายระบุเวลา ไม่มีอะไรเลยครับ
2. คนในตลาดที่เขาจะรู้จักกัน ร้านแม่เธอไม่ได้เสียภาษีอย่างถูกต้อง เขาขยันกันมากๆครับ เขาจะใช้แรงงานวัยรุ่นที่เหมือนเป็นลูกหลานเขา ผมนับถือมากๆที่เขาหาเงินเก่ง ซึ่งถ้าผมคิดในแง่ลบก็คือ เธอก็คงไม่ได้เสียภาษีแน่ๆ เท่าที่ทราบประวัติเธอ ขายน้ำกับแม่ พอมีเงินซื้อบ้านเธอก็สอนโยคะเลย (ด้วยเงินสด 2.5ล้านบาท)
อยากจะสอบถามว่า
1. สถานที่ที่จะทำเป็นแหล่งบริการพวกนี้ สามารถทำในบ้านจัดสรรได้หรือไม่ ถ้าเธอจะทำอย่างถูกต้อง ผมสามารถคัดค้านได้หรือไม่ครับ
2. ผมควรทำอย่างไรดีครับ แต่หลังจากนี้ ผมจะแจ้งเทศบาลอีกครั้ง เพื่อเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยอีกครั้ง ผมไม่อยากเผชิญหน้าเลยครับ อยากให้จนท.เข้ามาคุยเอง
3. ถ้าเธอยังทำอีก ควรใช้กฎหมายอะไรครับ หรือควรร่อนจดหมายแจ้งเธอให้ทราบก่อนว่าถ้าทำแบบนั้นแบบนี้จะขอดำเนินคดี
4. ถ้าจะเอาให้หนักทั้งเรื่องรบกวนคนอื่น และผมสามารถดึงเรื่องสรรพากรมาด้วยได้ไหมครับ อยากให้เขาโดนตรวจสอบบ้าง ผมทนไม่ไหวแล้วครับ
ผมเจอแบบนี้มามากกว่า1ปีแล้วครับ
ถ้ามีใครที่ให้คำแนะนำมากกว่านี้รบกวนบอกผมหน่อยครับ ขอบคุณมากครับ