สวัสดีครับ. วันนี้ผมอยากมาแบ่งปันเรื่องราวการใช้งานผลิตภัณฑ์ยี่ห้อ apple
ซึ่งการแบ่งปันเรื่องราวในครั้งนี้ เป็นการแบ่งปันการใช้งานในฐานะผู้พิการทางการมองเห็นครับ
ดังนั้นแล้ว การใช้งานในครั้งนี้จะเป็นการใช้งานควบคู่กับโปรแกรมอ่านจอภาพ หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันว่า voice over
สำหรับผู้ที่เปิดเข้ามาอ่านก็อยากให้อ่านเพื่อประดับความรู้เอาไว้ครับ เผื่อว่าคุณจะมีผู้พิการทางการมองเห็นอยู่ในครอบครัวจะได้ช่วยเหลือกันได้
แต่ถ้าใครหวังจะเข้ามาด่าผมแล้วหละก็... มาตบกันได้ค่ะ!! เดี๋ยวเจ๊จัดให้!!! (อุ้ย ลืมตัว)
เอาหละมาเข้าเรื่องกันเลยครับ
ก่อนหน้านั้นผมเคยได้มีโอกาสใช้เทคโนโลยียี่ห้อนี้ในไอโฟนมาก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว ก็ใช้งานได้ดีครับ มมันทำให้ผมเข้าถึงสื่อต่างๆที่ตาของผมไม่สามารถมองเห็นได้
(คือถ้ามันเป็นคนตัวเป็นๆ ผมคงแต่งงานกับมันไปแล้วอะครับ เมงเสร็จตูแน่ซิริ!!)
ก็เลยด้วยความที่เราสวยและรวยมากถึงมากที่สุด(โง่มากกว่า) ก็เลยไปถอยคอมพิวเตอร์ตั้งตักของยี่ห้อนี้มาครับ
เหตุผลที่ถอยมาก็ส่วนตัวเชื่อว่า เห้ยแก... คือระบบอ่านจอภาพมันต้องดีแน่ๆ ขนาดในไอโฟนมันยังเวิค
ก็เลยปาดน้ำตาพร้อมกับหยิบไม้ตีพริกทุบกระปุกออกมา สรุปได้เงิน 420 บาทถ้วน
ฮาโหววววววว.... แอบเสียดายว่าตูจะทุบกระปุกทำไม แอบเสียดายกระปุกเล็กๆ
ผมก็เลยไปธนาคารพร้อมกับเบิกเงินออกมาในที่สุด แต่งบของผมก็ได้แค่รุ่นที่ถูกทีุ่ดของยี่ห้อนี้นั้นแหละครับ
พอได้ของมาครอบครองอยู่ในมือ ก็ได้แต่คิดว่าโลโก้ติดไปนี่สวยเนาะ?? ฮ่าๆๆๆ
ทีนี้ก็มาลองใช้งานแบบบอดๆกัน )โดยผมได้ให้ทางร้านตั้ง voice over มาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ)
ทีนี้ลองย้อนกลับไปที่ความคิดตั้งแต่เริ่มแรก ที่ผมคิดว่ามันจะต้องดีสำหรับเราอย่างแน่นอน
พอเปิดเครื่องและลองใช้งานอยู่สักพัก มันก็ทำให้ผมรู้ว่า ตูคิดผิด!!!
ส่วนตัวคิดว่ามันใช้งานยากกว่าระบบอ่านจอภาพที่อยู่ในระบบ window อย่างมากครับ
มันไม่ได้เกิดมาสำหรับผู้พิการอย่างเราเลย และคนพิการอย่างเราก็ไม่ได้เกิดมาสำหรับมัน(ในฐานะคนที่มองไม่เห็น)
เพราะบางจุดในระบบมันจะใช้งานได้ยากมากครับ สำหรับผู้พิการทางการมองเห็น ถึงแม้ว่าระบบอ่านจอภาพจะอ่านให้เราฟัง
และที่ดีออกไปมากกว่านั้น คือ... เวลาผมกดแป้นพิมพ์ตัวอักษร นางก็ไม่อ่านให้จ้า
(คือ ถ้าในแอพของเครื่องเวลาที่เรากดไปที่ปุ่มไหนมันก็จะอ่านให้ครับ แต่ถ้าผมพิมพ์ในช่องเนื้อหากระทู้มันก็จะไม่อ่านให้ผมเลย
เพราะฉะนั้น ผมจะต้องใช้การพิมพ์สำผัสล้วนๆ แบบไมม่สามารถมองเห็นได้ว่ามันผิดหรือถูก
ซึ่งมันจะแตกต่างกับระบบอ่านจอภาพของระบบวินโดวเป็นอย่างมาก)
ซึ่งข้อที่ผมได้กล่าวไปข้างต้น ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถ้าคนพิการอย่างผมพิมพ์ผิด ผมก็จะไม่ราบเลยว่ามันผิดตรงไหนและเราพิมพ์อะไรลงไปบ้าง ผมจึงคิดว่ามันไม่โอเคเอาสะเลยสำหรับผู้ใช้งานพิการทางการมองเห็นอย่างผม
ผมเองก็เลยแหงนหน้าขึ้นเพดานแบบเชิดๆ และก็คิดในใจว่า มันต้องมีทางแก้ไขที่วะ!!
นี่มันแบรนด์ระดับโลกเลยนะเว้ย ก็เคยเห็นเพื่อนๆในพันทิปโพสต์กันว่าสามารถปรึกษา apple ได้
เอ่อ แล้วควรทำไงดีหละ? ซื้อตั๋วไปปรึกษากับเขาที่สิงค์โปรเลยดีไหม? (เว่อร์ไปปล้วเมิง??)
สรุปก็เลยโทรไปที่มันเิ่งเปิดที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยานั้นแหละครับ เพราะส่วนตัวคิดว่าเขาน่าจะให้คำปรึกษาปัญหากับผมได้
สรุป จนท.แจ้งว่าไม่ได้อบรมระบบนี้มาโดยเฉพาะ จึงไม่สามารถช่วยเหลือผมได้
(ค่ะ ดีอกกกกกกกก นี่ตูหวังว่าเมิงจะเป็นที่พึ่งได้)
เอาหละ ทีนี้ผมเลยคิดได้ว่า ในเมื่อเขาคิดระบบช่วยสำหรับคนพิการออกมาแล้ว คือเขาสับแต่คิดและขาย โดยจะไม่สนใจผลตอบรับของผู้ใช้งานจริงเลยเหรอครับ?
หรือว่าผลิตเพื่อเสนอต่อชาวโลกว่าตัวเองมีเทคโนโลยีที่สุดยอด แต่ไม่สามารถใช้งานห่านอะไรได้จริงเลย
หวังว่าผู้เกี่ยวข้องจะสนใจปัญหานี้ของผมนะครับ
(แต่ส่วนตัวผมคิดว่าไม่น่าจะสนใจ เพราะสนใจยอดขายเสียมากกว่า)
สรุปความเห็นส่วนตัว
ระบบคอมพิวเตอร์ยี่ห้อไม่เหมาะสมสำหรับผู้พิการทางการมองเห็นทุกประเภทครับ (ผมเตือนแล้วนะ อย่าโง่เสียเงินแพงๆเลย)
ปล.ผมคิดว่าผมจะได้คำตอบที่ดีกว่านี้ในการโทรไปปรึกษา แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือไม่รู้ ดังนั้นถ้าคุณรู้ว่าปัญหามันเกิดแล้ว ก็ควรคิดที่จะแก้ไขปัญหาครับ
หรือถ้าอยากได้คนพิการไปฝึกฝนด้านนี้โดยเฉพาะ ติดต่อผมก็ได้ครับ
ผลิตภัณฑ์จะได้ใช้งานได้จริงเป็นรูปธรรม มิใช่สวยงามแต่นามธรรมประเภทสวยแต่รูปแต่จูบไม่หอม
เสียใจหนักมาก เมื่อคนพิการอย่างผมใช้ apple รู้งี้เอาเงินไป....ดีกว่า!!
ซึ่งการแบ่งปันเรื่องราวในครั้งนี้ เป็นการแบ่งปันการใช้งานในฐานะผู้พิการทางการมองเห็นครับ
ดังนั้นแล้ว การใช้งานในครั้งนี้จะเป็นการใช้งานควบคู่กับโปรแกรมอ่านจอภาพ หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันว่า voice over
สำหรับผู้ที่เปิดเข้ามาอ่านก็อยากให้อ่านเพื่อประดับความรู้เอาไว้ครับ เผื่อว่าคุณจะมีผู้พิการทางการมองเห็นอยู่ในครอบครัวจะได้ช่วยเหลือกันได้
แต่ถ้าใครหวังจะเข้ามาด่าผมแล้วหละก็... มาตบกันได้ค่ะ!! เดี๋ยวเจ๊จัดให้!!! (อุ้ย ลืมตัว)
เอาหละมาเข้าเรื่องกันเลยครับ
ก่อนหน้านั้นผมเคยได้มีโอกาสใช้เทคโนโลยียี่ห้อนี้ในไอโฟนมาก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว ก็ใช้งานได้ดีครับ มมันทำให้ผมเข้าถึงสื่อต่างๆที่ตาของผมไม่สามารถมองเห็นได้
(คือถ้ามันเป็นคนตัวเป็นๆ ผมคงแต่งงานกับมันไปแล้วอะครับ เมงเสร็จตูแน่ซิริ!!)
ก็เลยด้วยความที่เราสวยและรวยมากถึงมากที่สุด(โง่มากกว่า) ก็เลยไปถอยคอมพิวเตอร์ตั้งตักของยี่ห้อนี้มาครับ
เหตุผลที่ถอยมาก็ส่วนตัวเชื่อว่า เห้ยแก... คือระบบอ่านจอภาพมันต้องดีแน่ๆ ขนาดในไอโฟนมันยังเวิค
ก็เลยปาดน้ำตาพร้อมกับหยิบไม้ตีพริกทุบกระปุกออกมา สรุปได้เงิน 420 บาทถ้วน
ฮาโหววววววว.... แอบเสียดายว่าตูจะทุบกระปุกทำไม แอบเสียดายกระปุกเล็กๆ
ผมก็เลยไปธนาคารพร้อมกับเบิกเงินออกมาในที่สุด แต่งบของผมก็ได้แค่รุ่นที่ถูกทีุ่ดของยี่ห้อนี้นั้นแหละครับ
พอได้ของมาครอบครองอยู่ในมือ ก็ได้แต่คิดว่าโลโก้ติดไปนี่สวยเนาะ?? ฮ่าๆๆๆ
ทีนี้ก็มาลองใช้งานแบบบอดๆกัน )โดยผมได้ให้ทางร้านตั้ง voice over มาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ)
ทีนี้ลองย้อนกลับไปที่ความคิดตั้งแต่เริ่มแรก ที่ผมคิดว่ามันจะต้องดีสำหรับเราอย่างแน่นอน
พอเปิดเครื่องและลองใช้งานอยู่สักพัก มันก็ทำให้ผมรู้ว่า ตูคิดผิด!!!
ส่วนตัวคิดว่ามันใช้งานยากกว่าระบบอ่านจอภาพที่อยู่ในระบบ window อย่างมากครับ
มันไม่ได้เกิดมาสำหรับผู้พิการอย่างเราเลย และคนพิการอย่างเราก็ไม่ได้เกิดมาสำหรับมัน(ในฐานะคนที่มองไม่เห็น)
เพราะบางจุดในระบบมันจะใช้งานได้ยากมากครับ สำหรับผู้พิการทางการมองเห็น ถึงแม้ว่าระบบอ่านจอภาพจะอ่านให้เราฟัง
และที่ดีออกไปมากกว่านั้น คือ... เวลาผมกดแป้นพิมพ์ตัวอักษร นางก็ไม่อ่านให้จ้า
(คือ ถ้าในแอพของเครื่องเวลาที่เรากดไปที่ปุ่มไหนมันก็จะอ่านให้ครับ แต่ถ้าผมพิมพ์ในช่องเนื้อหากระทู้มันก็จะไม่อ่านให้ผมเลย
เพราะฉะนั้น ผมจะต้องใช้การพิมพ์สำผัสล้วนๆ แบบไมม่สามารถมองเห็นได้ว่ามันผิดหรือถูก
ซึ่งมันจะแตกต่างกับระบบอ่านจอภาพของระบบวินโดวเป็นอย่างมาก)
ซึ่งข้อที่ผมได้กล่าวไปข้างต้น ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถ้าคนพิการอย่างผมพิมพ์ผิด ผมก็จะไม่ราบเลยว่ามันผิดตรงไหนและเราพิมพ์อะไรลงไปบ้าง ผมจึงคิดว่ามันไม่โอเคเอาสะเลยสำหรับผู้ใช้งานพิการทางการมองเห็นอย่างผม
ผมเองก็เลยแหงนหน้าขึ้นเพดานแบบเชิดๆ และก็คิดในใจว่า มันต้องมีทางแก้ไขที่วะ!!
นี่มันแบรนด์ระดับโลกเลยนะเว้ย ก็เคยเห็นเพื่อนๆในพันทิปโพสต์กันว่าสามารถปรึกษา apple ได้
เอ่อ แล้วควรทำไงดีหละ? ซื้อตั๋วไปปรึกษากับเขาที่สิงค์โปรเลยดีไหม? (เว่อร์ไปปล้วเมิง??)
สรุปก็เลยโทรไปที่มันเิ่งเปิดที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยานั้นแหละครับ เพราะส่วนตัวคิดว่าเขาน่าจะให้คำปรึกษาปัญหากับผมได้
สรุป จนท.แจ้งว่าไม่ได้อบรมระบบนี้มาโดยเฉพาะ จึงไม่สามารถช่วยเหลือผมได้
(ค่ะ ดีอกกกกกกกก นี่ตูหวังว่าเมิงจะเป็นที่พึ่งได้)
เอาหละ ทีนี้ผมเลยคิดได้ว่า ในเมื่อเขาคิดระบบช่วยสำหรับคนพิการออกมาแล้ว คือเขาสับแต่คิดและขาย โดยจะไม่สนใจผลตอบรับของผู้ใช้งานจริงเลยเหรอครับ?
หรือว่าผลิตเพื่อเสนอต่อชาวโลกว่าตัวเองมีเทคโนโลยีที่สุดยอด แต่ไม่สามารถใช้งานห่านอะไรได้จริงเลย
หวังว่าผู้เกี่ยวข้องจะสนใจปัญหานี้ของผมนะครับ
(แต่ส่วนตัวผมคิดว่าไม่น่าจะสนใจ เพราะสนใจยอดขายเสียมากกว่า)
สรุปความเห็นส่วนตัว
ระบบคอมพิวเตอร์ยี่ห้อไม่เหมาะสมสำหรับผู้พิการทางการมองเห็นทุกประเภทครับ (ผมเตือนแล้วนะ อย่าโง่เสียเงินแพงๆเลย)
ปล.ผมคิดว่าผมจะได้คำตอบที่ดีกว่านี้ในการโทรไปปรึกษา แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือไม่รู้ ดังนั้นถ้าคุณรู้ว่าปัญหามันเกิดแล้ว ก็ควรคิดที่จะแก้ไขปัญหาครับ
หรือถ้าอยากได้คนพิการไปฝึกฝนด้านนี้โดยเฉพาะ ติดต่อผมก็ได้ครับ
ผลิตภัณฑ์จะได้ใช้งานได้จริงเป็นรูปธรรม มิใช่สวยงามแต่นามธรรมประเภทสวยแต่รูปแต่จูบไม่หอม