จากได้ทัวร์นี้ผมพอได้แผนที่ข้อสรุปบอลไทยได้บางอย่าง
1. ในระดับเอเชียทีมชาติไทยระดับ C - C+ เท่านั้น หมายความว่า ระดับนักเตะทีมชาติไทยส่วนใหญ่ยังไม่ถึงจริงๆ มีบางคนที่พอเล่นระดับนี้ได้
2. บอลสมัยใหม่คือเรื่องของ พื้นที่ เวลา พละกำลัง และวินัย ซึ่งคำจำกัดความ 4 อย่างนี้ไหลลงไปที่รูปแบบการเล่นแบบเพรสซิ่ง เพราะต้องใช้ทั้งหมดซึ่งถ้าอยากยกระดับนักเตะต้องยกระดับการแข่งขันที่นักเตะเจอบ่อยๆ ซึ่งหมายถึง Thai League ไทยกลัวเพรสซิ่ง แต่ทำไมเราถึงไม่ให้สโมสรทุกสโมสรเพรสเพื่อให้ชิน บอลเพรสซิ่งไม่ใช่ทั้งหมดของเกมรับก็จริง แต่ถ้าเราอ่อนตรงนี้ทางแก้ที่ดีที่สุดคือบังคับให้เจอในลีกเลย และยังเป็นการเพิ่มความฟิตของนักเตะด้วย แน่นอนส่วนหนึ่งที่ไทยไม่นิยมเพรสซิ่งเพราะเหนื่อย โค้ชฝรั่งบางคนคุมทีมได้ 1 เดือนก็โดนออกนักเตะไม่เอาเพราะซ้อมหนัก ซึ่งเหล่านี้สะท้อนถึงว่าการใช้พละกำลังในลีกของเรายังอ่อนไปสำหรับระดับเอเชีย นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการพลังงานนักเตะในระยะยาว เพราะเจอเกมถี่มาก เตะทุกๆ 3-4 วัน หลายเดือน ซึ่งเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของสมาคม
3. ทักษะเราใช้ได้ แต่รูปแบบการเล่นสะเปะสะปะ ตอนนี้เราต้องการคนที่มาวางรูปแบบการเล่นของไทยอย่างแท้จริงซึ่งต้องเอาไปใช้ถึงเยาวชน เช่น ฮอลแลนด์ หรือ สเปน ก็น่าสนใจ จริงอยู่ที่ฮอลแลนด์ในระดับโลกดรอปลงไป แต่ที่ผมสนใจคือรูปแบบที่เหมาะสม โดยเฉพาะอคาเดมีที่ลงทะเบียนกับสมาคม ต้องให้แผนการพัฒนาเยาวชนลงไปเลยและรูปแบบการเล่นลงไปเลย ไม่ใช่ต่างอคาเดมีต่างรูปแบบการเล่น
โค้ชอินเดียคนนี้ทำทีมมายาวนานและปรับหลายๆ อย่างของอินเดีย ปรับรูปแบบการเล่นเปลี่ยนจากทีมที่ชอบเล่นเกมรุกแบบเราเป็นรับแล้วสวนกลับ
ปรับอาหารการกิน ปรับระดับความฟิต และใช้การวัดระดับความฟิตแบบมาตราฐานอังกฤษ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เค้าฟิตกว่าเรา
โดยรวมๆ ผมมองว่ามาตราฐานบอลไทยหลายๆ อย่างยังไม่ถึงเอเชีย
โค้ชแค่ 1/3 แล้วอีก 2 ล่ะไปเอาที่ไหน
1. ในระดับเอเชียทีมชาติไทยระดับ C - C+ เท่านั้น หมายความว่า ระดับนักเตะทีมชาติไทยส่วนใหญ่ยังไม่ถึงจริงๆ มีบางคนที่พอเล่นระดับนี้ได้
2. บอลสมัยใหม่คือเรื่องของ พื้นที่ เวลา พละกำลัง และวินัย ซึ่งคำจำกัดความ 4 อย่างนี้ไหลลงไปที่รูปแบบการเล่นแบบเพรสซิ่ง เพราะต้องใช้ทั้งหมดซึ่งถ้าอยากยกระดับนักเตะต้องยกระดับการแข่งขันที่นักเตะเจอบ่อยๆ ซึ่งหมายถึง Thai League ไทยกลัวเพรสซิ่ง แต่ทำไมเราถึงไม่ให้สโมสรทุกสโมสรเพรสเพื่อให้ชิน บอลเพรสซิ่งไม่ใช่ทั้งหมดของเกมรับก็จริง แต่ถ้าเราอ่อนตรงนี้ทางแก้ที่ดีที่สุดคือบังคับให้เจอในลีกเลย และยังเป็นการเพิ่มความฟิตของนักเตะด้วย แน่นอนส่วนหนึ่งที่ไทยไม่นิยมเพรสซิ่งเพราะเหนื่อย โค้ชฝรั่งบางคนคุมทีมได้ 1 เดือนก็โดนออกนักเตะไม่เอาเพราะซ้อมหนัก ซึ่งเหล่านี้สะท้อนถึงว่าการใช้พละกำลังในลีกของเรายังอ่อนไปสำหรับระดับเอเชีย นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการพลังงานนักเตะในระยะยาว เพราะเจอเกมถี่มาก เตะทุกๆ 3-4 วัน หลายเดือน ซึ่งเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของสมาคม
3. ทักษะเราใช้ได้ แต่รูปแบบการเล่นสะเปะสะปะ ตอนนี้เราต้องการคนที่มาวางรูปแบบการเล่นของไทยอย่างแท้จริงซึ่งต้องเอาไปใช้ถึงเยาวชน เช่น ฮอลแลนด์ หรือ สเปน ก็น่าสนใจ จริงอยู่ที่ฮอลแลนด์ในระดับโลกดรอปลงไป แต่ที่ผมสนใจคือรูปแบบที่เหมาะสม โดยเฉพาะอคาเดมีที่ลงทะเบียนกับสมาคม ต้องให้แผนการพัฒนาเยาวชนลงไปเลยและรูปแบบการเล่นลงไปเลย ไม่ใช่ต่างอคาเดมีต่างรูปแบบการเล่น
โค้ชอินเดียคนนี้ทำทีมมายาวนานและปรับหลายๆ อย่างของอินเดีย ปรับรูปแบบการเล่นเปลี่ยนจากทีมที่ชอบเล่นเกมรุกแบบเราเป็นรับแล้วสวนกลับ
ปรับอาหารการกิน ปรับระดับความฟิต และใช้การวัดระดับความฟิตแบบมาตราฐานอังกฤษ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เค้าฟิตกว่าเรา
โดยรวมๆ ผมมองว่ามาตราฐานบอลไทยหลายๆ อย่างยังไม่ถึงเอเชีย