ความรู้สึกเหล่านี้บ่งบอกว่าเรากำลังจะเป็นโรคซึมเศร้าใช่หรือไม่

ในหนึ่งวันฉันรู้สึกว่าฉันมีอารมณ์ที่ปิดปกติ อยู่ๆก็อยากร้องไห้ อยู่ๆก็หัวเราะ อยู่ๆก็เหวี่ยง อยู่ๆก็วิตกกังวล กลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ ชอบคิดถึงเรื่องอดีตและอนาคตไปพร้อมๆกัน ขอเล่าย้อนก่อนที่ฉันจะเกิดอาการเหล่านี้สักนิดนึง ตอนนั้นชั้นอายุ 23 ฉันกำลังตั้งท้องและทำงานอยู่ในเมืองกรุงสิวิไลพอฉันและแฟนรู้ว่าเรากำลังแฟนของฉันตัดสินใจย้ายกลับมาอยู่บ้านนอกเพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เราสองคนกลับมาอยู่บ้านโดยแฟนมีหน้าที่หาเงินเพื่อเลี้ยงครอบครัวและฉันก็อยู่เป็นแม่บ้านรอเลี้ยงลูกที่กำลังจะเกิดขึ้น ในใจตอนนั้นฉันยังอยากทำงานไม่อยากกลับมาอยู่บ้านเฉยๆแต่ก้อขัดใจแฟนไม่ได้เพราะการอยู่ในเมืองหลวงค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะกลัวว่าจะเลี้ยงเด็กน้อยได้ไม่ดีพอ(แฟนกลับมาอยู่บ้านทำสวนยางสวนปาล์มคะ)พอฉันคลอดลูกฉันก็คอยเลี้ยงดูเค้ามาคนเดียวตลอดมีช่วงเดือนแรกๆที่หนักหน่อยแต่แฟนฉันก้อคอยช่วยบ้างเพราะต้องตื่นทุกสองชั่วโมงทุกอย่างผ่านไปด้วยดีเด็กน้อยเกิดมาสมบูรณ์แข็งแรงและเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย ฉันก็คอยเฝ้าเลี้ยงดูเค้าและดูพัฒนาการของเค้าไปเรื่อยๆจนเวลาผ่านไป3เดือนฉันอย่างไปเที่ยวอยากออกไปพักผ่อนเพราะตั้งแต่ฉันท้องเลี้ยงลูกมาก้อประมาณ 8-9เดือนแล้วที่ฉันไม่เวลาเป็นของตนเองเรย ก่อนท้องใน1ปีฉันจะได้สิทธิพิเศษจากแฟนว่าขอไปเที่ยวกับเพื่อนๆปีละ1ครั้ง แฟนก็ไม่ได้ว่าอะไรและอนุญาตให้ฉันไปเที่ยวได้ แต่พอตอนนี้ฉันก้อขอเค้าว่าอยากไปเที่ยวเค้าก็ไม้ได้ว่าอะไรแต่จะพูดเป็นเชิงว่าจะทิ้งลูกไปเที่ยวได้จริงๆหรอ จะปล่อยให้ลูกอยู่กับย่าจริงๆหรอ พอแฟนพูดแบบนั้นฉันก็กลับมาคิดทบทวนใหม่ และฉันก็ตัดสินใจว่าไม่ไปรอให้ลูกโตก่อนก็ได้ตอนนี้เค้ายังเล็กมาก เวลาผ่านไปเรื่อยๆพอลูกชั้นเริ่มโตประมาณ 10 เดือน เด็กในวัยเดียวกันเค้าเริ่มเดินได้พูดได้แล้วแต่ลูกของฉันเค้าเดินไม่ได้เวลาจะไปเค้าก้อคลานเอา ผู้คนรอบกายต่างถามถึงพัฒนาการโน้นนี้นั้น แล้วก็พูดเป็นเชิงเปรียบเทียบว่าเด็กคนโน้นเป็นอย่างนั้น เด็กคนนั้นเป็นอย่างนี้ แล้วทำไมลูกฉันถึงช้านั้นนี้แต่ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย เพราะฉันเลี้ยงลูกมาคนเดียวเปิดอ่านพัฒนาการเด็กตามหนังสือบ้าง ตามเว็บไซต์บ้างลูกของฉันก็อยู่ตามเกณทุกอย่าง เวลาผ่านไปเรื่อยๆก้อมีคนพูดนั้นนี้ไปเรื่อยแต่ฉันก็ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไร จนวันที่กำหนดพาลูกไปฉีดวัคซีนตอนขวบนึงแล้วฉันก็เรยถามคุณว่าลูกของฉันพัฒนาช้าหรือเปล่าที่เค้ายังเดินไม่ได้ คุณหมอเค้าก็พูดกับฉันว่าไม่นะเด็กก็ปกติตามทุกอย่าง คุณหมอยังบอกฉันอีกว่าถ้าเด็กสองขวบแล้วเค้ายังเดินไม่ได้ค่อยกลับมาถามหมอใหม่(พูดเชิงติดฉลกนะ)เราก้อโอเครเริ่มใจชื้นขึ้นนิดนึงเพราะหมอคอนเฟิร์มมาแล้ว พอหลังจากนั้นผ่านไปไม่นานไม่ถึงเดือนลูกฉันพอเริ่มเดินได้แต่เค้าไม่เดินเค้าหลับวิ่งแทนคะ(ฉันนี้ถึงกะงงไปเรยทุกๆครั้งที่ปล่อยให้เค้าหัดเดินเค้าจะติดวิ่งมากกว่าเดิน)พอเรื่องเดินได้ผ่านไป ลูกของฉันเป็นเด็กที่กลัวผู้คนมากถ้าไม่ได้รู้จักหรือเคยเจอบ่อยๆเค้าจะไม่เข้าใกล้และไม่ยอมห่างจากฉัน ขนาดพ่อแม่ฉันแท้ๆเค้ายังกลัวไม่เข้าใกล้เรยคะ เวลามีบุคคลแปลกหน้ามาบ้านลูกฉันจะวิ่งเข้าบ้านทันทีคะ คงเป็นเพราะฉันเลี้ยงลูกแบบอยู่แต่บ้านจริงๆไม่ค่อยได้พาเค้าไปพบผู้คนหมู่มากเรย จึงเป็นปัญหานิดหน่อยเวลาต้องพาเค้าไปเจอผู้คนอื่นๆ ส่วนตอนนี้ลูกฉันเค้าสองขวบนิดๆแล้วคะแต่เค้ายังพูดไม่ค่อยรู้เรื่องพูดได้เป็นบางคำถ้าเทียบกับเด็กรุ่นเดียวกันลูกฉันช้าสุดคะ เด็กที่เกิดก่อนและหลังลูกฉันเค้าพูดกันรู้เรื่องหมดแล้ว แต่ลูกของฉันเสลาเค้าอยากจะบอกอะไรเค้าพูดได้นะคะ เช่น หิวข้าว เจ็บฉี่ อาบน้ำ เค้าพูดได้คะ แต่เวลาไปนอกบ้านเค้าจะไม่พูดคะ พูดก้อไม่ค่อยเป็นคำไม่รู้เรื่องเรยก้อมี นอกจากฉันจะมีปันหาเล็กน้อยเรื่องการเลี้ยงลูกโน้นนี้นั้นก็คงไม่หนักเท่าเรื่องปันหาครอบครัวคะ พ่อแม่ของฉันค่อนข้างไม่ชอบแฟนฉันเรย อาจเป็นเพราะบุคลิกหน้าตาเค้าดูเหมือนคนติดยา(เมื่อก่อนเค้าเคยติดยาคะ แต่ตอนนี้เค้าเลิกแล้ว)แต่พ่อแม่ฉันเค้าไม่เคยเชื่อและไว้ใจฉันเรย ทั้งที่ตั้งแต่ฉันแต่งงานและย้ายมาออกมาฉันไม่เคยขอเงินพ่อแม่เรยฉันพยายามเลี้ยงดูตนเองไม่สร้างความเดือนร้อนให้ใครแต่ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน ทำให้ฉันและพ่อแม่ของฉันมีเรื่องระหองระแหงตลอดมา และเมื่อไม่นานมานี้ ฉันก็มีเรื่องให้หนักใจขึ้นมาอีก คือ เรื่องเกิดขึ้นจากเรากะแฟนโดนพ่อแม่เราหาว่าเราสองคนติดยาเสพติด ซึ่งมันไม่เป็นความจริงเราสองคนเคยทำผิดเมื่อนานมาแล้วประมาน5ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้เรามีลูกกันแล้วและตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกะมันอีก แต่เมื่อไม่นานมานี้พ่อแม่เราอยู่ๆก้อมาถามประมานด่าเราด้วยแระว่า”ถ้ายังเกี่ยวข้องกะยาเสพติดก้อขอให้เลิกซะแต่ถ้าไม่ได้ทำก้อดีแล้ว”เป็นเพราะชาวบ้านเค้านินทากันมาแค่นั้น ทำให้พ่อแม่เราไม่สบายใจเรยต้องมาคุยกะเราและพ่อแม่แฟนทำให้เกิดเป็นเรื่องใหญ่โต เราก้อพยายามอธิบายให้พ่อแม่เราฟังแล้วแต่พวกท่านก้อพูดประโยคเดิมคือ”ถ้าทำก้อหยุดซะแต่ถ้าไม่ได้ทำก้อดีแล้ว”เราก้อไม่รุจะพูดอะไรในเมื่อเค้าไม่ฟังก้อไม่อยากจะพูด แต่เรื่องไม่จบแค่นี้แม่เราเอาเรื่องนี้ไปคุยกะญาติพี่ฝ่ายแฟนเราทุกคนจนทำให้ญาติพี่น้องแฟนโกรธเคืองกัน พ่อแม่แฟนก้อโกรธเคืองแระไม่พอใจในเรื่องแบบนี้มากจนทำให้เกิดคำพูดที่ว่า ต่อไปถ้าเราย้ายไปอยุ่ที่อื่นห้ามพ่อแม่ญาติพี่น้องของเราไปเหยียบที่นั้นเด็ดขาด ถึงแม้เราจะดีกะพ่อแม่เราแล้วก้อตาม(คือตอนทะเลาะกันเราและแฟนมีความคิดจะย้ายที่อยู่ไปให้พ้นจากที่ตรงนี้เพื่อเลี่ยงปันหา แต่บ้านที่เราอยุ่ตอนนี้พ่อแม่แฟนเป็นคนสร้างให้เราสองคนอยู่ไง)แฟนเราก้อพูดด้วยนะว่าช่วงนี้ห้ามพ่อแม่ญาติพี่น้องเรามาเหยียบที่นี้ ถ้าอยากเจอกันให้นัดไปเจอข้างนอก ตอนนี้เราโครตอึดอัดใจเรยไม่รุทำอย่างไรแล้ว นี้ก้อผัวโน้นก้อพ่อแม่ พอมีเรื่องนี้เข้ามาทำให้ความสัมพันธ์ของญาติๆทางฝั่งแฟนกับแฟนเรามีปัญหาขึ้น ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด จนช่วงหลังๆมานี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีอาการเปลี่ยนไป นอนไม่ค่อยหลับ พอหลับก้อไม่หลับไม่ค่อยสนิทสะดุ้งตื่นบ่อยๆ วิตกกังวลถึงอนาคต เวลาอยู่กับลูกก้ออารมณ์ในลูกซึ่งเป็นอะไรที่ผิดมากพอทำไปแล้วก้อรู้สึกเสียใจจนบ้างครั้งน้ำตาไหลเรย อารมณ์แปรปรวนเดี่ยวดีเดี๋ยวร้าย คือตอนที่ตัวเองเผลอดุลูกตะคอกลูกเรื่องเล็กๆน้อยๆ พอกลับมาคิดได้คือแบบโครตเจ็บปวดอะ คอยโทดว่าตัวเองในใจตลอดว่าเราเป็นบ้าอะไรทำไมถึงต้องตะคอกลูกวะ บางคืนก้อนอนคิดว่าถ้าไม่มีเราสักคนคงจะดีกว่านี้ เคยคิดว่าถ้าตอนนี้เราไม่ลูกเราคงหนีเตลิดไปไหนสักแห่ง บางครั้งแค่ดูหนังฟังเพลงเศร้าๆยังน้ำตาไหล ร้องไห้เรยอะ ความรู้สึกแบบนี้คือเราอาจกำลังเป็นโรคซึมเศร้ารึป่าว แล้วควรแก้ยังไงดี??
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่