วิตก คือ การที่จิตยกขึ้นไปสู่อารมณ์ เหมือนการตั้งต้นเอาจิตไปจับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เป็นความตรึก ความดำริ หรือการเอาจิตไปวางไว้กับอารมณ์นั้นอย่างตั้งใจ
วิจาร คือ การที่จิตอยู่กับอารมณ์นั้นต่อเนื่อง เป็นการพิจารณา เพ่งดู ซึมซับอารมณ์นั้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยหลุดไป
เมื่อจิตมีทั้งวิตกและวิจาร ก็จะเริ่มตั้งมั่นอยู่กับอารมณ์เดียวได้
จากนั้นจะเกิดสภาวะที่เรียกว่า วิเวก คือความสงัดจากสิ่งรบกวนทั้งหลาย เมื่อจิตสงัดแล้ว องค์ธรรมต่างๆ จะเกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่ วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา
ปีติ คือ ความอิ่มใจ ความปลาบปลื้ม ความยินดีอย่างแรง ทำให้จิตมีความสดชื่น เบิกบาน
สุข คือ ความสบายใจ ความสุขที่เกิดจากการที่จิตได้สัมผัสอารมณ์ที่สงบและดีงาม
เมื่อจิตรวมลงเป็นหนึ่ง มีองค์ธรรมเหล่านี้ครบ เรียกว่า ปฐมฌาน ซึ่งเป็นฌานขั้นแรก
เมื่อผู้ปฏิบัติอยู่กับปฐมฌานไปเรื่อยๆ จิตจะละเอียดขึ้น วิตกและวิจารซึ่งเป็นการ “แตะ” และ “ประคอง” อารมณ์ จะค่อยๆ หยาบเกินไปสำหรับจิตที่ละเอียดขึ้น
จึงเกิดการสงบของวิตกและวิจาร คือดับไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อวิตกวิจารดับ จิตจะเข้าสู่ความเป็นภายในอย่างแท้จริง เกิดความผ่องใส ความเชื่อมั่น และความตั้งมั่นของจิตที่แน่วแน่ยิ่งขึ้น
สภาวะนี้เรียกว่า ทุติยฌาน
ในทุติยฌาน จะไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เหลือเพียงความผ่องใส ปีติ สุข และเอกัคคตา
ต่อมา เมื่อจิตละเอียดขึ้นไปอีก ปีติซึ่งเป็นความอิ่มเอิบก็ยังถือว่าเป็นของหยาบ จิตจึงค่อยๆ คลายจากปีติ
เมื่อปีติดับไป จะเหลือเพียงความสุขที่สงบ ละเอียด และความตั้งมั่นของจิต
นี่คือการก้าวเข้าสู่ฌานที่สูงขึ้นต่อไป
ปฐมฌาน
วิจาร คือ การที่จิตอยู่กับอารมณ์นั้นต่อเนื่อง เป็นการพิจารณา เพ่งดู ซึมซับอารมณ์นั้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยหลุดไป
เมื่อจิตมีทั้งวิตกและวิจาร ก็จะเริ่มตั้งมั่นอยู่กับอารมณ์เดียวได้
จากนั้นจะเกิดสภาวะที่เรียกว่า วิเวก คือความสงัดจากสิ่งรบกวนทั้งหลาย เมื่อจิตสงัดแล้ว องค์ธรรมต่างๆ จะเกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่ วิตก วิจาร ปีติ สุข และเอกัคคตา
ปีติ คือ ความอิ่มใจ ความปลาบปลื้ม ความยินดีอย่างแรง ทำให้จิตมีความสดชื่น เบิกบาน
สุข คือ ความสบายใจ ความสุขที่เกิดจากการที่จิตได้สัมผัสอารมณ์ที่สงบและดีงาม
เมื่อจิตรวมลงเป็นหนึ่ง มีองค์ธรรมเหล่านี้ครบ เรียกว่า ปฐมฌาน ซึ่งเป็นฌานขั้นแรก
เมื่อผู้ปฏิบัติอยู่กับปฐมฌานไปเรื่อยๆ จิตจะละเอียดขึ้น วิตกและวิจารซึ่งเป็นการ “แตะ” และ “ประคอง” อารมณ์ จะค่อยๆ หยาบเกินไปสำหรับจิตที่ละเอียดขึ้น
จึงเกิดการสงบของวิตกและวิจาร คือดับไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อวิตกวิจารดับ จิตจะเข้าสู่ความเป็นภายในอย่างแท้จริง เกิดความผ่องใส ความเชื่อมั่น และความตั้งมั่นของจิตที่แน่วแน่ยิ่งขึ้น
สภาวะนี้เรียกว่า ทุติยฌาน
ในทุติยฌาน จะไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร เหลือเพียงความผ่องใส ปีติ สุข และเอกัคคตา
ต่อมา เมื่อจิตละเอียดขึ้นไปอีก ปีติซึ่งเป็นความอิ่มเอิบก็ยังถือว่าเป็นของหยาบ จิตจึงค่อยๆ คลายจากปีติ
เมื่อปีติดับไป จะเหลือเพียงความสุขที่สงบ ละเอียด และความตั้งมั่นของจิต
นี่คือการก้าวเข้าสู่ฌานที่สูงขึ้นต่อไป