ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวเองก่อน ปัจจุบันผมทำงานในตำแหน่งผู้จัดการแผนกธุรการสำนักงาน เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา
เรื่องมันเริ่มต้นเมื่อตอนเดือนมีนาคมปีนี้เองที่ผมได้รับคำสั่งจากสำนักงานใหญ่ว่ามีความจำเป็นต้องเลิกจ้าง ด้วยสาเหตุที่แท้จริงคือ
ลูกค้าไม่พอใจผลงาน
แต่เหตุผลที่ระบุในเอกสารเลิกจ้างก็จะเป็นเหตุผลอื่นๆที่ดูหน่อมแน้ม ไม่หนักแน่นเท่าไรซึ่งก็เป็นปัญหาที่มีการแจ้งปัญหาและความคืบหน้ากันมาแล้ว แต่ติดปัญหาด้านงบประมาณนั่นเองทำให้งานค้างและเขาก็เอาเหตุผลนี้มาอ้างว่า ไม่จัดการแก้ปัญหา
ผมได้รับคำสั่งมาในวันศุกร์บ่ายและต้องเก็บของออกจากที่ทำงานภายในวันนั้นเลย ถือว่าสิ้นสุดการจ้างงานในวันนั้น แม้ผมจะพยายามต่อรองขอเลื่อนวันสิ้นสุดการทำงานเป็นวันจันทร์ เพราะอายุงานจะครบ 6 ปีและจะส่งผลให้ผมได้รับเงินชดเชยเลิกจ้างเพิ่มขึ้น แต่ HR แจ้งว่าทำไม่ได้เพราะลูกค้ากำหนดมาว่าต้องเป็นวันนี้
สรุปผมก็ได้รับเงินชดเชยในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา และมีประเด็นกฎหมายแรงงานให้ต้องทุ่มเถียงกับ HR เพราะเขาแจ้งเลิกจ้างผมช้ากว่าวันที่จ่ายเงินเดือน ดังนั้นต้องจ่ายชดเชยเพิ่มให้ผมอีก 1 เดือน แต่ทาง HR แจ้งว่าทางผู้อำนวยการบริษัทได้บอกผมแล้วดังนั้นจึงถือว่าเป็นการเลิกจ้างภายในเดือนนั้น ซึ่งผมก็สวนกลับไปว่าเป็นการบอกด้วยวาจา ไม่มีลายลักษณ์อักษรยืนยัน เขาก็เลยต้องยอมจ่ายเพิ่มมาอีก 1 เดือน
หลังจากนั้นผมก็เดินทางไปพักผ่อนต่างประเทศและสมัครงานไปด้วยในช่วงนั้น ปรากฏว่าก็ได้งานใหม่ในปลายเดือนเมษายน แต่พอไปทำงานจริงก็พบว่าสภาพแวดล้อมและรูปแบบการทำงานไม่โอเคเลย ผมไม่มีความสุขในการทำงานที่นั่นก็เลยขอลาออกมา
ช่วงเวลาหลังจากนั้นคือความผิดหวังซ้ำซากของการหางานและไม่ได้งาน มีทั้ง head hunter ติดต่อเข้ามา ไปสัมภาษณ์งานหลายแห่ง แต่ก็ติดขัดด้วยเหตุผลต่างๆ อาทิเช่น
1. อายุน้อยเกินไป ผมอายุ 34 (แต่ในประกาศรับสมัครงานตอนแรกเขาไม่ได้ระบุอายุ เพิ่งมาบอกว่าต้องการคนอายุ 40 ขึ้นไปตอนสัมภาษณ์รอบสอง)
2. ตำแหน่งนี้ถูกระงับการหาคนทดแทนชั่วคราว
3. คนสัมภาษณ์อยู่ต่างประเทศ ต้องรอเขาบินมาคุยเอง แล้วก็เลื่อนมาตลอดจนเลิกสนใจไปเอง
4. ฐานเงินเดือนสูงเกินไป
5. อยากได้ผู้หญิงมาทำงานด้านนี้มากกว่า
คุณสมบัติของผมคือ
ทำงานด้านนี้โดยตรงมา 6 ปี เลื่อนตำแหน่ง 2 ครั้งมีใบผ่านงานยืนยัน
มีประสบการณ์ด้านงานบริการลูกค้าอื่นๆมาก่อนแล้ว
Toeic 875
จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยปิดของรัฐ
ตลอดระยะเวลากว่า 8 เดือนตั้งแต่พฤษภาคม-พฤศจิกายนที่วนเวียนกับการหางาน สัมภาษณ์งาน ไม่ได้งาน แม้จะยอมลดตำแหน่ง ลดเงินเดือนแต่ก็ยังไม่ได้งานที่ไหน คำตอบจาก HR ที่ได้รับมาก็คือ ถ้าเรารับคุณมาโดยลดตำแหน่งกับเงินเดือนลง แม้คุณจะยอมรับได้ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะอยู่กับเราไม่นาน
ช่วงเวลาการหางานครั้งนี้เองทำให้ได้เจอ HR ที่ดีและไม่ดี ส่วนไม่ดีที่พบคือ
การนัดเราไปสัมภาษณ์แล้วพอไปถึงกลับให้เรารอถึง 2 ชั่วโมงโดยไม่ได้บอกว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้ผมต้องขอเลื่อนนัดอื่นไปวันอื่นแทน
นัดไปสัมภาษณ์ตำแหน่งนี้ พอไปถึงกลับเสนออีกตำแหน่งที่ต่ำกว่าแทน อ้างว่าเป็นการเข้าใจผิด
นัดสัมภาษณ์สองรอบแล้วเพิ่งจะบอกว่าที่ไม่รับเพราะอายุน้อยไป
นัดไปสัมภาษณ์แล้วพูดจาเชิงดูถูกว่าคุณสมบัติแค่นี้ไม่น่าจะทำงานที่นี่ไหว ทั้งที่เป็นคนติดต่อมาเอง เราไม่ได้สมัครไป
นัดสัมภาษณ์เสร็จแล้วให้เรารอเรียกครั้งต่อไปเพื่อคุยกับผู้บริหารแต่ก็เงียบหายไป ไม่บอกกันว่าตกลงไม่สนใจแล้วนะจนกระทั่งต้องโทรไปถามเอง
ล่าสุดผมเพิ่งได้งานใหม่ เงินเดือนพอกับที่เก่า ชื่อชั้นองค์กรอาจจะไม่โดดเด่นอะไร แต่เจ้าของบริษัทติดต่อเข้ามาผ่านทาง linkedin ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมากว่ามีคนเห็นคุณค่านะ จากที่ผ่านมาเรารู้สึกว่าตัวเองไร้ค่ามาก ทำไมสมัครงานที่ไหนก็ไม่ได้สักที ติดขัดด้วยเหตุผลแปลกๆ แม้งานนี้จะไม่ได้เงินเดือนหรือสวัสดิการโดดเด่นอะไร แต่ผมก็จะทำไปก่อนระหว่างที่รอให้มีโอกาสใหม่ๆเข้ามาอีกที
สิ่งที่อยากจะบอกกับคนที่โดนเลิกจ้าง เพราะปีนี้มีคนโดนกันเยอะเหลือเกินคือ
1. เปิดใจยอมรับมัน บางทีนี่อาจเป็นโอกาสให้คุณออกจาก comfort zone
2. ช่วงเวลานี้คุณอาจได้ค้นพบอะไรใหม่ๆในตัวคุณเอง ส่วนตัวผมก็มีโอกาสใช้ความสามารถด้านการแปลมารับงาน รวมถึงการสร้าง content ในเพจของตัวเองที่เริ่มพอจะมองเห็นลู่ทางในการใช้ประโยชน์จากความชอบของตัวเองไปต่อยอดในอนาคตได้
3. คุณอาจจะเสียใจ ผิดหวัง ช้ำใจ ร้องไห้ได้ แต่อย่านาน ทุกคนต่างก็มีภาระความรับผิดชอบ ขอให้ตั้งสติแล้วอดทน สักวันโอกาสจะเข้ามา
4. งานในช่วง 1-2ปีนี้ มีตำแหน่งว่างเยอะก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นของเรา พยายามหลีกเลี่ยงการออกจากงานโดยไม่มีงานใหม่รองรับ เพราะคุณไม่รู้หรอกว่าจะได้งานอีกทีเมื่อไร เงินเก็บจะพอไหม

สุดท้ายนี้ สิ่งที่อยากบอกกับทุกคนคือ การเลิกจ้างไม่ใช่จุดจบของชีวิตการทำงาน คุณไม่ใช่คนที่ทำงานแย่จนบริษัทต้องเอาออก แต่ด้วยความจำเป็นทางธุรกิจที่ต้องลดคน หรือเป็นการเมืองในองค์กร ขอให้มองมันในแง่บวกว่าอย่างน้อยคุณก็ได้เงินก้อนไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อาจจะดีขึ้นกว่าเดิมก็เป็นได้ เพราะการมองปัญหาชีวิตที่เข้ามาในแง่ลบมันไม่ช่วยอะไร นอกจากบั่นทอนกำลังใจของตัวเอง

ชีวิตหลังตกงานเพราะโดนเลิกจ้างและอนาคตใหม่
เรื่องมันเริ่มต้นเมื่อตอนเดือนมีนาคมปีนี้เองที่ผมได้รับคำสั่งจากสำนักงานใหญ่ว่ามีความจำเป็นต้องเลิกจ้าง ด้วยสาเหตุที่แท้จริงคือ
ลูกค้าไม่พอใจผลงาน
แต่เหตุผลที่ระบุในเอกสารเลิกจ้างก็จะเป็นเหตุผลอื่นๆที่ดูหน่อมแน้ม ไม่หนักแน่นเท่าไรซึ่งก็เป็นปัญหาที่มีการแจ้งปัญหาและความคืบหน้ากันมาแล้ว แต่ติดปัญหาด้านงบประมาณนั่นเองทำให้งานค้างและเขาก็เอาเหตุผลนี้มาอ้างว่า ไม่จัดการแก้ปัญหา
ผมได้รับคำสั่งมาในวันศุกร์บ่ายและต้องเก็บของออกจากที่ทำงานภายในวันนั้นเลย ถือว่าสิ้นสุดการจ้างงานในวันนั้น แม้ผมจะพยายามต่อรองขอเลื่อนวันสิ้นสุดการทำงานเป็นวันจันทร์ เพราะอายุงานจะครบ 6 ปีและจะส่งผลให้ผมได้รับเงินชดเชยเลิกจ้างเพิ่มขึ้น แต่ HR แจ้งว่าทำไม่ได้เพราะลูกค้ากำหนดมาว่าต้องเป็นวันนี้
สรุปผมก็ได้รับเงินชดเชยในอีก 2 สัปดาห์ต่อมา และมีประเด็นกฎหมายแรงงานให้ต้องทุ่มเถียงกับ HR เพราะเขาแจ้งเลิกจ้างผมช้ากว่าวันที่จ่ายเงินเดือน ดังนั้นต้องจ่ายชดเชยเพิ่มให้ผมอีก 1 เดือน แต่ทาง HR แจ้งว่าทางผู้อำนวยการบริษัทได้บอกผมแล้วดังนั้นจึงถือว่าเป็นการเลิกจ้างภายในเดือนนั้น ซึ่งผมก็สวนกลับไปว่าเป็นการบอกด้วยวาจา ไม่มีลายลักษณ์อักษรยืนยัน เขาก็เลยต้องยอมจ่ายเพิ่มมาอีก 1 เดือน
หลังจากนั้นผมก็เดินทางไปพักผ่อนต่างประเทศและสมัครงานไปด้วยในช่วงนั้น ปรากฏว่าก็ได้งานใหม่ในปลายเดือนเมษายน แต่พอไปทำงานจริงก็พบว่าสภาพแวดล้อมและรูปแบบการทำงานไม่โอเคเลย ผมไม่มีความสุขในการทำงานที่นั่นก็เลยขอลาออกมา
ช่วงเวลาหลังจากนั้นคือความผิดหวังซ้ำซากของการหางานและไม่ได้งาน มีทั้ง head hunter ติดต่อเข้ามา ไปสัมภาษณ์งานหลายแห่ง แต่ก็ติดขัดด้วยเหตุผลต่างๆ อาทิเช่น
1. อายุน้อยเกินไป ผมอายุ 34 (แต่ในประกาศรับสมัครงานตอนแรกเขาไม่ได้ระบุอายุ เพิ่งมาบอกว่าต้องการคนอายุ 40 ขึ้นไปตอนสัมภาษณ์รอบสอง)
2. ตำแหน่งนี้ถูกระงับการหาคนทดแทนชั่วคราว
3. คนสัมภาษณ์อยู่ต่างประเทศ ต้องรอเขาบินมาคุยเอง แล้วก็เลื่อนมาตลอดจนเลิกสนใจไปเอง
4. ฐานเงินเดือนสูงเกินไป
5. อยากได้ผู้หญิงมาทำงานด้านนี้มากกว่า
คุณสมบัติของผมคือ
ทำงานด้านนี้โดยตรงมา 6 ปี เลื่อนตำแหน่ง 2 ครั้งมีใบผ่านงานยืนยัน
มีประสบการณ์ด้านงานบริการลูกค้าอื่นๆมาก่อนแล้ว
Toeic 875
จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยปิดของรัฐ
ตลอดระยะเวลากว่า 8 เดือนตั้งแต่พฤษภาคม-พฤศจิกายนที่วนเวียนกับการหางาน สัมภาษณ์งาน ไม่ได้งาน แม้จะยอมลดตำแหน่ง ลดเงินเดือนแต่ก็ยังไม่ได้งานที่ไหน คำตอบจาก HR ที่ได้รับมาก็คือ ถ้าเรารับคุณมาโดยลดตำแหน่งกับเงินเดือนลง แม้คุณจะยอมรับได้ แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะอยู่กับเราไม่นาน
ช่วงเวลาการหางานครั้งนี้เองทำให้ได้เจอ HR ที่ดีและไม่ดี ส่วนไม่ดีที่พบคือ
การนัดเราไปสัมภาษณ์แล้วพอไปถึงกลับให้เรารอถึง 2 ชั่วโมงโดยไม่ได้บอกว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้ผมต้องขอเลื่อนนัดอื่นไปวันอื่นแทน
นัดไปสัมภาษณ์ตำแหน่งนี้ พอไปถึงกลับเสนออีกตำแหน่งที่ต่ำกว่าแทน อ้างว่าเป็นการเข้าใจผิด
นัดสัมภาษณ์สองรอบแล้วเพิ่งจะบอกว่าที่ไม่รับเพราะอายุน้อยไป
นัดไปสัมภาษณ์แล้วพูดจาเชิงดูถูกว่าคุณสมบัติแค่นี้ไม่น่าจะทำงานที่นี่ไหว ทั้งที่เป็นคนติดต่อมาเอง เราไม่ได้สมัครไป
นัดสัมภาษณ์เสร็จแล้วให้เรารอเรียกครั้งต่อไปเพื่อคุยกับผู้บริหารแต่ก็เงียบหายไป ไม่บอกกันว่าตกลงไม่สนใจแล้วนะจนกระทั่งต้องโทรไปถามเอง
ล่าสุดผมเพิ่งได้งานใหม่ เงินเดือนพอกับที่เก่า ชื่อชั้นองค์กรอาจจะไม่โดดเด่นอะไร แต่เจ้าของบริษัทติดต่อเข้ามาผ่านทาง linkedin ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมากว่ามีคนเห็นคุณค่านะ จากที่ผ่านมาเรารู้สึกว่าตัวเองไร้ค่ามาก ทำไมสมัครงานที่ไหนก็ไม่ได้สักที ติดขัดด้วยเหตุผลแปลกๆ แม้งานนี้จะไม่ได้เงินเดือนหรือสวัสดิการโดดเด่นอะไร แต่ผมก็จะทำไปก่อนระหว่างที่รอให้มีโอกาสใหม่ๆเข้ามาอีกที
สิ่งที่อยากจะบอกกับคนที่โดนเลิกจ้าง เพราะปีนี้มีคนโดนกันเยอะเหลือเกินคือ
1. เปิดใจยอมรับมัน บางทีนี่อาจเป็นโอกาสให้คุณออกจาก comfort zone
2. ช่วงเวลานี้คุณอาจได้ค้นพบอะไรใหม่ๆในตัวคุณเอง ส่วนตัวผมก็มีโอกาสใช้ความสามารถด้านการแปลมารับงาน รวมถึงการสร้าง content ในเพจของตัวเองที่เริ่มพอจะมองเห็นลู่ทางในการใช้ประโยชน์จากความชอบของตัวเองไปต่อยอดในอนาคตได้
3. คุณอาจจะเสียใจ ผิดหวัง ช้ำใจ ร้องไห้ได้ แต่อย่านาน ทุกคนต่างก็มีภาระความรับผิดชอบ ขอให้ตั้งสติแล้วอดทน สักวันโอกาสจะเข้ามา
4. งานในช่วง 1-2ปีนี้ มีตำแหน่งว่างเยอะก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นของเรา พยายามหลีกเลี่ยงการออกจากงานโดยไม่มีงานใหม่รองรับ เพราะคุณไม่รู้หรอกว่าจะได้งานอีกทีเมื่อไร เงินเก็บจะพอไหม