[SR] รีวิว + เกร็ดประวัติศาสตร์จากหนังเรื่อง Call me by your name

สวัสดีทุกคน วันนี้จะมารีวิวหนังเรื่อง Call me by your name [2017]
ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า เราเป็นแฟนหนังเรื่องนี้ และข่าวดีคือปี 2019 นี้ภาคสองจะมาแล้วเด้อ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไปดูก็ไปดูซะนะ 55555

ตัวอย่างหนัง

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

*ข้อมูลเบื้องต้น*

Director: Luca Guadagnino
Region: Italy / USA / France
Genre: Drama/ Romance
Published: 2017
Type : Boy's love

*เรื่องย่อ*

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้


ตัวละคร


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้


[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้


***นักแสดงแสดงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้หนังเรื่องนี้ดูสมจริงมากและเป็นธรรมชาติจนเราหลงรัก โดยเฉพาะ Elio***

ฉากประทับใจ  PS.ใครยังไม่ดูก็ข้ามตอนนี้ไปเลยเด้อ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้


เกร็ดประวัติศาสตร์ในหนัง

1.ยิว




- ชาวยิวในประวัติศาสตร์ได้รับความทุกข์ทรมานจากสงครามมากมายหลายครั้ง ไม่ว่าจากกองทัพบาบิโลน เปอร์เซีย กองทัพโรม สงครามแย่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ แต่ครั้งที่สำคัญและโลกไม่สามารถลืมความโหดร้ายได้คือ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โดยฮิตเลอร์และพรรคนาซี  ได้ทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในเยอรมันจำนวนกว่า 4 ล้านคน



-เกิดสงครามครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1967 ชาวอาหรับในดินแดนปาเลสไตน์ขอความร่วมมือจากอาหรับชาติอื่น(เช่น อียิปต์ จอร์แดน ซีเรีย) เพื่อถล่มชาวยิวในอิสราเอล  ยิวเป็นฝ่ายเอาชนะอาหรับได้เพราะได้รับความช่วยเหลือจากอเมริกา (ว่ากันว่าชาวยิวที่ไปสร้างตัวในอเมริกา ส่วนมากมีฐานะร่ำรวยและมักให้เงินสนับสนุนอเมริกาอยู่เสมอ) ยิวได้ไล่อาหรับแทบทั้งหมดออกจากดินแดนปาเลสไตน์! ชาวอาหรับในปาเลสไตน์ต้องทิ้งบ้านเรือนและทรัพย์สิน หนีตายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เลบานอน จอร์แดน ซีเรีย หลังจากเหตุการณ์นั้นสงครามก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนมาถึงปัจจุบันที่ยังคงมีปัญหาความขัดแย้งเรื่องการแย่งชิงดินแดนอยู่


-สัญลักษณ์ สร้อยดาวแห่งเดวิด นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าสัญลักษณ์นี้ใช้มาแต่ครั้งอดีตคนโบราณเชื่อว่า ลวดลายดาวหกแฉกเป็นสัญลักษณ์แห่งอาคมและมีอำนาจพิเศษขับไล่ภูตผีปีศาจและสิ่งชั่วร้าย


สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ชาวยิวที่อยู่ในเขตควบคุมของนาซีเยอรมัน ถูกบังคับให้ติดดาวเดวิดสีเหลืองบนเสื้อผ้าเพื่อ แบ่งแยกออกจากผู้อื่น
และหลังจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งใหญ่ชาวยิวจำเป็นต้องสร้างสัญลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองเทียบเท่ากับไม้กางเขนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาคริสต์ พวกเขาจึงได้เลือกรูปดาว หกแฉกมาเป็นสัญลักษณ์ และเมื่อชาวยิวเริ่มอพยพกลับมายัง ดินแดนที่ได้สถาปนาเป็นรัฐอิสราเอลในเวลาต่อมา ดาวหกแฉกก็ได้ปรากฏบนธงชาติอิสราเอลตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และชาวยิวจะห้อยสร้อยคอดาวแห่งเดวิดสีเหลืองเพื่อแสดงตน


2.รักร่วมเพศ


ในสมัยกรีกและฟื้นฟูศิลปวิทยาการการอุปถัมภ์ศิลปินเพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะให้เกิดอำนาจและบารมีสำหรับคนที่เป็นใหญ่เป็นโต ยกตัวอย่างศิลปินที่ได้รับการอุปถัมภ์ก็คือ มิกลัน อังเคโล่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เจ้านายกับเด็กในความอุปถัมภ์จะแอบมีความสัมพันธ์ทางกายกันได้ ซึ่งเป้นที่มาของคำว่า “ชายได้ชายคือยอดชาย” ในปัจจุบัน


ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในค่ายกักกันชาวยิวในเยอรมัน มีการติดธงสีชมพูกลับหัวเพื่อระบุว่านักโทษคนนั้นเป็นโฮโมเซ็กชวล และตราดาวแห่งดาวิดในเสื้อผ้า เพื่อแสดงตัวว่าเป็นยิว โดยปัจจุบันสัญลักษณ์สามเหลี่ยมสีชมพูกลับหัวกลายมาเป็นสัญลักษณ์ในการเรียกร้องสิทธิชาวโฮโมเซ็กชวลไปแล้ว และเมื่อเร็ว ๆ นี้ อิตาลีได้รับรองการแต่งงานของชาวรักร่วมเพศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากมีการเรียกร้องสิทธิ์มานาน


3.การปกครองของอิตาลี

    
อิตาลีปกครองระบอบสาธารณรัฐแบบประชาธิปไตย ตั้งแต่ปีค.ศ 1946 หลังจากมีการล้มล้างระบอบราชาธิปไตยก่อนหน้านี้ โดยมีประมุขเป็นประธานาธิบดี นายกเป็นฝ่ายบริหาร และตุลาการแยกตัวเป็นอิสระ แบ่งการปกครองเป็น 20 แคว้น 94 จังหวัด โดยเรื่องราวในหนังส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่แคว้น Lombordia (เมืองหลวงของแคว้นคือมิลาน) เมืองเกรม่า

4.อนุเสาวรีย์ Monumento ai caduti


อนุสาวรีย์ของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นที่ถูกพูดถึงในเรื่อง โดยบนโขดหินนั้นเป็นนายทหารยกหินเพื่อทำร้ายนกอินทรีย์ฮาบส์บวร์ก เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับพวกบุกรุก รวมถึงมีรายชื่อของชาวปันดิโนที่เสียชีวิตในสงครามครั้งนั้น


อ้อ ขอเสริมอีกนิด เนื่องจากพ่อกับแม่ Elio เป็นนักโบราณคดี มีการศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อยู่แล้ว ดังนั้นอาจจะเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้พวกเขายอมรับในตัวลูกได้ง่ายกว่าพ่อแม่คนอื่น
ในส่วนของประเด็นของประวัติศาสตร์ประติมากรรมและโบราณคดีที่มีในเรื่องนั้น เราขอไม่เอามานำเสนอ เพราะคิดว่ามันเป็นประเด็นใหญ่มาก แต่ใครที่สนใจก็ไปศึกษาเพิ่มเติมได้นะ พวกศิลปะแบบเฮเลนิสติกอะไรพวกนี้

อ้อ อีกประเด็นหนึ่งคือ เพลงเรื่องนี้เพราะมากกกกกกกกกกกกก คือเราเป็นคนชอบเพลงแบบในหนังมาก ๆ เลยทำให้รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้โคตรดี
แปะไว้ให้ฟังเลยแล้วกัน  

เพลงแรก Mystery of Love

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
เพลงที่ 2 Love my way

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


ถ้าผิดพลาดหรือตกหล่นประเด็นไหนไปก็ขอโทษด้วยนะ อันนี้เป็นบทนำเสนอในวิชาเรียนที่มหาลัย คิดว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจหนังเรื่องนี้ เลยมาขอรีวิว ยังไงก็ฝากตามภาค 2 ด้วยน้าาา




อ้างอิง
https://readthecloud.co/call-me-by-your-name/
https://www.thelocal.it/20170517/italy-one-of-the-worst-countries-in-western-europe-for-gay-rights-report
https://sites.google.com/site/jewsheaven/home/prawati-chaw-yiw
https://www.brit


รีวิวโดย LALOLA
ชื่อสินค้า:   Call Me By Your Name
คะแนน:     

SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - ได้รับสินค้าหรือบริการมาใช้รีวิวฟรี โดยไม่ต้องคืนสินค้าหรือบริการนั้น
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่