สรุป อิสราเอลรุกรานอธิปไตยปาเลสไตน์ เป็นฝ่ายเริ่มฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปาเลสไตน์ ตลอดเวลาทศวรรษ ภาพนี้แสดงเหตุการณ์

สรุป อิสราเอลรุกรานอธิปไตยปาเลสไตน์ เป็นฝ่ายเริ่มฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปาเลสไตน์ ตลอดเวลาทศวรรษ

ภาพนี้แสดงเหตุการณ์ในเวสต์แบงก์เมื่อปี 2015



ทหารอิสราเอลกำลังพยายามควบคุมตัวเด็กชาวปาเลสไตน์ที่แขนหัก เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างการประท้วงต่อต้านการตั้งถิ่นฐานของชาวยิว ภาพข่าวนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย

ตามประวัติศาสตร์เดิม หากพูดถึง "ความนาน" ในการอยู่อาศัยและการผูกพันกับผืนดิน ฝั่งปาเลสไตน์มีสิทธิ์ที่หนักแน่นว่า บรรพบุรุษของพวกเขา (ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดในอดีต) ได้หยั่งรากลึก ทำมาหากิน และสร้างอารยธรรมต่อเนื่องบนแผ่นดินนี้มาอย่างยาวนานหลายพันปี ก่อนหน้าที่จะมีขบวนการอพยพครั้งใหญ่ของชาวยิวจากยุโรปในศตวรรษที่ 20 บรรพบุรุษของชาวปาเลสไตน์คือคนที่อาศัยอยู่ในดินแดนนี้มาตลอด เพียงแต่ในแต่ละยุคสมัย พวกเขาเปลี่ยนการนับถือศาสนาและภาษาไปตามผู้ปกครอง

ในช่วงเวลาก่อนปี 1948 ดินแดนปาเลสไตน์เต็มไปด้วยความขัดแย้ง เหตุการณ์รุนแรง และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างเข้มข้น ซึ่งเป็นชนวนเหตุโดยตรงที่นำไปสู่การก่อตั้งประเทศอิสราเอลและสงครามอาหรับ-อิสราเอล

เกิดการกำเนิดแนวคิดไซออนิสต์ (Zionism)ในปลายทศวรรษ 1800 ชาวยิวในยุโรปเริ่มรวมตัวกันเพื่อหาทางตั้งประเทศของตนเอง ยุคสิ้นสุดจักรวรรดิออตโตมัน (ปลายศตวรรษที่ 19 – 1917) ชาวยิวเริ่มทยอยซื้อที่ดินจากเจ้าของที่ดินชาวอาหรับเพื่อทำเกษตรกรรมและตั้งชุมชน ทำให้ประชากรยิวในพื้นที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ออกแถลงการณ์สนับสนุนการจัดตั้ง "บ้านแห่งชาติสำหรับชาวยิว" ในปาเลสไตน์ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชาวอาหรับดั้งเดิมอย่างรุนแรง

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 สหประชาชาติตอนนั้น มอบสิทธิ์ให้อังกฤษเป็นผู้ปกครองดินแดนปาเลสไตน์ จนเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างชาวอาหรับและชาวยิวที่อพยพเข้ามาใหม่ เนื่องจากชาวอาหรับเริ่มรู้สึกว่าตนเองกำลังจะสูญเสียประเทศ

ชาวอาหรับปาเลสไตน์ก่อกบฏประท้วงการปกครองของอังกฤษและการอพยพของชาวยิว อังกฤษใช้กำลังทหารปราบปรามอย่างหนัก ทำให้ผู้นำทางทหารและชาวอาหรับปาเลสไตน์เสียชีวิตและถูกจับกุมจำนวนมาก ส่งผลให้โครงสร้างสังคมและการเมืองของฝั่งอาหรับอ่อนแอลงอย่างมากก่อนสงครามใหญ่

1939: อังกฤษพยายามเอาใจฝั่งอาหรับโดยการออกกฎจำกัดจำนวนการอพยพของชาวยิวและการซื้อที่ดิน ทำให้กลุ่มติดอาวุธชาวยิวโกรธแค้นและเริ่มหันมาโจมตีทหารอังกฤษแทน

โศกนาฏกรรมโฮโลคอสต์ ชาวยิวในยุโรปถูกนาซีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปกว่า 6 ล้านคน ทำให้หลังสงครามสิ้นสุดลง มีผู้รอดชีวิตชาวเจิวยิวหลายแสนคนกลายเป็นคนไร้บ้าน และพยายามลักลอบลงเรือเดินทางมายังปาเลสไตน์เพื่อเอาชีวิตรอด กระแสความเห็นอกเห็นใจจากนานาชาติต่อชาวยิวพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และการถอนตัวของอังกฤษ (1945–1947) สงครามกองโจรและการก่อการร้าย จากกลุ่มติดอาวุธชาวยิวหัวรุนแรง เช่น Irgun และ Lehi ทำการสู้รบแบบกองโจร โจมตีเส้นทางคมนาคมและกองทัพอังกฤษเพื่อบีบให้อังกฤษออกไป เหตุการณ์ที่โด่งดังที่สุดคือ การวางระเบิดโรงแรมกิงเดวิด (King David Hotel) ในปี 1946 ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานของอังกฤษ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 90 ราย จนอังกฤษยอมแพ้ เพราะไม่สามารถควบคุมความขัดแย้งระหว่างชาวยิวและชาวอาหรับได้อีกต่อไป ประกอบกับบอบช้ำจากสงครามโลก จึงประกาศส่งมอบปัญหาปาเลสไตน์ให้สหประชาชาติ (UN) เป็นผู้รับผิดชอบ และเตรียมถอนทหารออกไป

มติ UN ที่ 181 (พฤศจิกายน 1947) สหประชาชาติมีมติให้แบ่งดินแดนปาเลสไตน์ออกเป็น 2 ประเทศ คือ รัฐยิว (ได้พื้นที่ประมาณ 55%) และรัฐอาหรับ (ได้พื้นที่ประมาณ 45%) โดยให้เยรูซาเลมเป็นพื้นที่สากล

ฝั่งชาวยิวยอมรับแผนนี้ แต่ฝั่งชาวอาหรับและประเทศเพื่อนบ้านปฏิเสธทันที โดยมองว่าไม่ยุติธรรมเพราะชาวอาหรับเป็นประชากรส่วนใหญ่ในเวลานั้น แต่กลับได้พื้นที่น้อยกว่าและเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์น้อยกว่า

ทันทีที่มติ UN ออกมา สงครามกลางเมืองระเบิดขึ้นทันที กลุ่มติดอาวุธทั้งสองฝ่ายเข้าเข่นฆ่าและยึดหมู่บ้านของอีกฝ่าย ก่อนที่อังกฤษจะถอนกำลังออกไปอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 พฤษภาคม 1948 ซึ่งเป็นวันที่อิสราเอลประกาศเอกราช และตามมาด้วยสงครามระว่างประเทศในวันรุ่งขึ้น

ในปี 1948 คือจุดเริ่มต้นของความเดือดร้อน ที่ชาวยิวจากยุโรปอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และประกาศตั้งประเทศอิสราเอล ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์กว่า 700,000 คนต้องสูญเสียบ้านเรือน

สงครามยึดเยื้อตลอดมาถึงปี 1967 ดินแดนเวสต์แบงก์และกาซาถูกควบคุมโดยกองทัพอิสราเอล ชาวปาเลสไตน์ต้องอยู่ภายใต้ด่านตรวจ ถูกจำกัดเสรีภาพในการเดินทาง และมีการขยายขอบเขตนิติกรรมของชาวยิวในพื้นที่ปาเลสไตน์

อิสราเอลมีกองทัพที่ทันสมัยและได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตกสหรัฐฯและพันธมิตรยุโรป ในขณะที่ชาวปาเลสไตน์ไม่มีกองทัพอย่างเป็นทางการ ทำให้ปฏิบัติการทางทหารทำลายพลเรือนปาเลสไตน์เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

https://www.theguardian.com/profile/ori-nir
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่