[CR] พักผ่อนตามอัธยาศัย ณ Chiba, Japan

14 วันกับการทดลองเป็นนักศึกษาที่ Chiba University ประเทศญี่ปุ่น
14 วันกับการใช้ชีวิตใต้ชายคาอาคารที่เรียกว่าหอพักนักศึกษา
14 วันกับการเรียนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สังคมและความคิดของคนญี่ปุ่น
14 วันกับการเก็บภาพถ่ายความสวยงามของชิบะ เมืองเก่าSawara และเทศกาลประจำหน้าร้อนอย่างHanabi Taikai





1.
ศาสนา พิธีชงชา พิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยน




วันแรกในดินแดนอาทิตย์อุทัย แสงแดดสาดส่องเข้ามาสู้กับแสงไฟนีออนที่ถูกเปิดทิ้งไว้ตลอดทั้งคืนด้วยความกลัวผี เราออกเดินทางไปยังฝั่งตะวันออกของจังหวัดชิบะ ไปสัมผัสกับความเจแปนนิสสขั้นสุดกับวัดKou kufu zen ji วัดเล็กๆที่ตั้งอยู่กลางป่าไผ่ โดยในวันนี้เราจะต้องเข้าร่วมพิธีชงชาและฝึกนั่งสมาธิในรูปแบบของศาสนาพุทธนิกายเซนกัน









             เราเริ่มกันที่กิจกรรมนั่งสมาธิกับท่านเจ้าอาวาสวัด ไม่ต้องมีบทสวดอะไรให้มากความ พวกเราเริ่มต้นด้วยการนั่งเรียงแถวหน้ากระดาน ขาซ้ายทับขาขวา มือประสานกันระดับหน้าตักเอาปลายนิ้วโป้งมาชนกันเป็นวงกลม ตามองต่ำ และนั่งเหลือมๆบนหมอนสีดำขนาดไม่ใหญ่ โดยปกติสำหรับคนที่มานั่งสมาธิจะนั่งอย่างน้อย45นาทีโดยเขาจะยึดตามก้านธูปที่ถูกจุดขึ้น และอีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจคือเมื่อใดก็ตามที่เรานั่งหยุกหยิกจิตใจเหมอลอยหรือแอบหลับ เจ้าอาวาสก็จะเอาไม้ยาวเกือบ1.5ฟุตมาตีที่ไหล่ข้างขวาเพื่อเรียกสติกลับมาเรียกการลงโทษแบบนี้ว่าKyosakuซึ่งทุกคนจะได้ลิ้มรสชาติของการโดนตีนี้

            นั่งไปท้องก็ร้องไปได้เวลาอาหารกลางวันเต็มทีเดินตามเจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นไปไม่ไกลจากศาลานั่งสมาธินำเราไปยังสวนดอกไม้ Ichihara ภายในเราได้พบกับร้านขายของเล็กๆที่ถูกเซ็ตไว้อย่างน่ารัก ต้นไม้ดอกไม้ถูกจัดแจงอย่างไม่เป็นระเบียบเรียงรายไปตามทางเดินคอนกรีตนำพวกเราไปพบกับบ้านไม้เล็กๆ 2-3หลังตั้งอยู่ที่ปลายสวน และนั้นคือที่รับประทานอาหารของพวกเรา อาหารถูกเสิร์ฟอยู่เต็มโต๊ะ ทั้งสลัด สปาเก็ตตี้ และพิซซ่าหน้าต่างๆ เดี๋ยวนะ! นี่ฉันกำลังจะได้กินพิซซ่าในวัดจริงดิ แล้วมีอย่างนี้กันทุกวัดรึป่าวนะ? ถามเจ้าหน้าที่ที่นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเราเขาอธิบายว่า ไม่ได้มีกันทุกวัดหรอก แต่เหตุผลที่ที่นี่ต้องมีสวนดอกไม้และร้านอาหารอยู่ภายในวัดก็เพื่อเป็นสิ่งจูงใจให้คนรุ่นใหม่มาเยี่ยมเยือนวัดกันและเป็นการโปรโมตวัดไปอีกแบบนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมหรือถึงขั้นมีการจัดคอนเสิร์ตมาแล้วก็มี นึกเปรียบเทียบกับเมืองไทยก็อาจจะคล้ายกับงานวัดบ้านเราก็เป็นได้







             อิ่มท้องกันไปแล้วเราไปต่อกิจกรรมภาคบ่ายด้วยพิธีชงชา 茶道(chadou) หรือ 茶の湯 (Cha no yu) เอาจริงๆตอนนั้นไม่ได้มีความรู้อะไรเกี่ยวกับพิธีนี้เลย สรุปจากที่เห็นก็คือมีคุณป้าใส่ชุดกิโมโนเข้ามาตักน้ำร้อนใส่ชามใส่ผงชาเขียวเอาไม้คล้ายพู่กันคนๆแล้วยกเสิร์ฟ (ย้ำอีกทีว่าสรุปเพราะรายละเอียดแต่ละขั้นตอนเยอะมากๆ) ณ ตอนนั้นเราก็ไม่เข้าใจว่าพิธีมีเพื่ออะไร แล้วให้อะไรกับเรา เลยเข้าไปอ่านบทความของ MARU MURA เพจชื่อดังที่บอกเล่าเรื่องราวทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นไว้ เขากล่าวไว้ว่า ...


     
  " หัวใจหลักของพิธีชงชา คือ ความสุนทรีย์ในความเรียบง่าย การรวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติด้วยจิตใจที่นิ่งสงบและบริสุทธิ์ โดยมีหลักของศาสนาพุทธนิกายเซนเข้ามา  ทำให้บรรยากาศและเครื่องประดับต่างๆในพิธีชงชา  มีลักษณะของความสงบ เรียบง่าย และสง่างาม "       










2.
SAWARA x FILM CAMERA


หลายปีก่อนเราและครอบครัวติดซีรี่ย์ญี่ปุ่นอยู่เรื่องนึง หนังจะฉายทุกๆวันเสาร์-อาทิตย์ช่วงดึกๆทางช่องThaipbs (สมัยทีวียังมีแค่6ช่อง) ซีรี่ย์เรื่องนี้มีชื่อว่าUmechan Sensei (คุณหมอหน้าใสหัวใจนักสู้) เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วงญี่ปุ่นยังอยู่ในภาวะสงคราม ตัวละครเอกที่มีชื่อเดียวกับชื่อซีรี่ย์เป็นเด็กสาวแสนธรรมดาและไม่มีความมั่นใจในตัวเองแต่แล้ววันนึงก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เธออยากจะเป็นหมอขึ้นมาท่ามกลางความคิดของคนในครอบครัวที่ไม่คิดว่าเธอจะเป็นได้

                     อีกหนึ่งความดีงามของซีรี่ย์เรื่องนี้คือเพลงประกอบ (Sakasama No Sora さかさまの空 -SMAP) เพลงนี้จะถูกเปิดขึ้นทุกครั้งตอนซีรี่ย์จบพร้อมๆกับanimationจำลองหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ เป็นญี่ปุ่นมุมที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน มันจึงเป็นภาพจำที่ทำให้เราอยากจะมาเห็นด้วยตาตัวเองซักครั้ง

                     เราเจอSawara ในเพจของMaru Mura ที่นี่คือ1ใน7สถานที่ที่ควรไปเมื่อมาChiba  ภาพที่แสดงมันตรงกับภาพจำของเรามากๆ ไม่รู้ว่าซีรี่ย์เรื่องนี้มาถ่ายที่นี่รึเปล่าเพราะมีสถานที่แบบนี้หลายแห่งอยู่เหมือนกัน แต่มาถึงChibaแล้วก็ลองไปดูซักหน่อย แต่จะให้ไปถ่ายรูปธรรมดาก็จะน่าเบื่อไป หันไปเจอกล้องฟิลม์ของFuji(Fujifilm Simple Ace 400) ในร้านสะดวกซื้อ เอาวะเสี่ยงดวงดูหน่อยหละกัน ด้วยความที่ถ่ายได้แค่27รูปเราจึงอุทิศฟิลม์ทั้งม้วนนี้ให้กับSawara











                    Sawaraในวันที่เราไปเป็นวันเดียวกับวันที่ผู้สื่อข่าวประกาศว่าญี่ปุ่นร้อนที่สุดในรอบ5ปี  ณ ตอนนั้นเราก็ไม่รู้หรอกเพราะมันก็ร้อนเหมือนกันในทุกๆวัน เดินออกจากรถไฟสิ่งแรกที่เห็นคือinformation centre รับรู้ได้ถึงความเป็นสถานที่เที่ยวของที่นี่แต่ก็ไม่คิดว่าโบชัวร์แรกที่เราเห็นจะเป็นversionภาษาไทย และอีกหลายๆป้ายตามาที่มีตัวหนังสือภาษาไทยแทรกอยู่ถึงแม้จะตัวไม่ใหญ่เท่าภาษาอังกฤษหรือจีนก็ตาม บ่งบอกว่ามีคนไทยมาเยอะแค่ไหน








3.
ความสวยงามของหน้าร้อน


ก่อนมาญี่ปุ่นเรามีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนสาวชาวญี่ปุ่นพวกเรารู้จักกันที่โฮสเทล ณ สิงคโปร์ ตลอด2สัปดาห์ที่อยู่ที่นั้นหัวข้อที่คุยกันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับประเทศญี่ปุ่นเลยจนกระทั่งวันสุดท้ายก่อนเราจะกลับไทยเราก็เปิดประเด็นขึ้นว่า "สัปดาห์หน้าเราจะไปเรียนที่ชิบะ2สัปดาห์ ตอนนี้อากาศคงร้อนน่าดูเลยใช่ไหม?" สิ้นประโยคบอกเล่าผสมคำถาม หญิงสาวจากดินแดนปลาดิบก็ตอบกับมาด้วยน้ำเสียงปกติแต่แอบปนความเกรี้ยวกราดเบาๆ เธอสาธยาความเลวร้ายของหน้าร้อนออกมา ทั้งอากาศที่ร้อนอบอ้าวสุดๆ พายุและแผ่นดินไหวที่พึ่งเกิดไปหมาดๆ บ่งบอกความไม่ควรไปอย่างชัดเจนแม้จะไม่มีคำพูดนั้นออกมาก็ตาม

                      ความร้อนบดบังความสวยของญี่ปุ่นไปเยอะพอสมควร จากมือที่จับกล้องต้องเปลี่ยนมาจับพัด จากกระติกที่บรรจุน้ำอุณหภูมิห้องก็ต้องเปลี่ยนเป็นกระป๋องน้ำอัดลมแทน สีหน้าเคร่งเครียดของผู้คนบนรถไฟฟ้า ผ้าเช็ดหน้าถูกใช้งานอย่างเต็มที่ในการซับเหงื่อที่ผุดออกมาไม่รู้จักหมด คงเป็นอีกเสียงที่ยืนยันว่าไม่ควรมาญี่ปุ่นในหน้าร้อน แต่ความคิดนี้ก็เปลี่ยนไปเมื่อเรามาพบกับ...







                     ฮานาบิ ไทไค (花火大会) หรือเทศกาลชมดอกไม้ไฟ เป็นดั่งข้อความข้างต้น "ความสวยงามของหน้าร้อน"  หากช่วงเวลาที่ดอกซากุระเบ่งบานคือหน้าใบไม้ผลิที่ทุกคนเฝ้ารอ เทศกาลชมดอกไม้ไฟคือสิ่งที่เราและคนญี่ปุ่นตั้งตารอคอยเช่นกัน ร้านอาหารนับสิบๆร้านตั้งเรียงรายเป็นแถวยาวตั้งฉากกับผู้คนที่รอซื้ออาหารกันอย่างเป็นระเบียบ ทาโกะยากิ โอโคโนมิยากิ ยากิโซบะ สเต็กหมูเสียบไม้ย่างไฟ และน้ำแข็งใสที่ให้เลือกใส่น้ำหวานอย่างอิสระ พื้นที่ลานจอดรถกลางแจ้งถูกจับจองจนเต็มตั้งแต่ก่อนงานเริ่มเป็นชั่วโมง จำนวนคนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับแสงอาทิตย์ที่ลาลับขอบฟ้าไป ไม่นานเสียงประกาศตามสายก็กล่าวต้อนรับผู้ร่วมงานและเริ่มนับถอยหลังไปพร้อมๆกัน



















อ่านบทความและภาพถ่ายฉบับเต็มได้ที่
เมื่อฉันมาทดลองเป็นนักศึกษาที่ญี่ปุ่น 》》http://minimore.com/b/NBJXM/13



ขอบคุณค่ะ : )



ชื่อสินค้า:   Chiba, Japan
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่