เจ้าจอม พลโทหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ประเพณีบุญผะเหวด
วันที่ 12 เม.ย. 69 เวลา 09.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าจอม พลโทหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ในงานประเพณีบุญผะเหวด ณ วัดฝั่งแดง อำเภอธวัชบุรี และพิธีสรงน้ำสงกรานต์พระราชทาน และห่มผ้าสะพักกายแด่พระพุทธสหิงหงษา (หลวงพ่อแสนคำ) ณ วัดท่าสะแบง อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด.
... สามารถติดตามต่อได้ที่ :
https://www.dailynews.co.th/news/5776846/
ผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ในงานประเพณีบุญผะเหวด และสรงน้ำสงกรานต์พระราชทาน พร้อมห่มผ้าสะพักถวายแด่พระพุทธสหิงหงษา (หลวงพ่อแสนคำ) ที่จังหวัดร้อยเอ็ด
เวลา 09.33 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ เจ้าจอม พลโทหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ไปในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ในงานประเพณีบุญผะเหวด ณ วัดฝั่งแดง อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด
ในการนี้ ผู้แทนพระองค์ เชิญผ้าไตรนำขบวน โดยมีพระวอสีวิกากาญจน์ เชิญพุ่มหงส์ทอง พุ่มหงส์เงิน และเงินพระราชทาน พร้อมขบวนผ้าป่าสามัคคีไปยังศาลาการเปรียญ ซึ่งพระวอสีวิกากาญจน์ เป็นพระราชยานประทับราบลักษณะทรงเรือนกัญญา (หลังคาแบบเรือนไทยราบ) มีสี่เสา หลังคาสองชั้น ประดับช่อฟ้าใบระกานาคสะดุ้งและหางหงส์เป็นรูปนาคสามเศียร มีพนักกั้นโดยรอบ เว้นช่องว่างสำหรับขึ้นลงทั้งสองข้าง ตัวพนักทำด้วยงาแกะสลัก มีคานหามสองคาน สำหรับผูกสาแหรก หัวเม็ดที่ปลายคานทั้งสองข้างทำด้วยงา ซึ่งใช้เป็นราชยานสำหรับเจ้านายฝ่ายในและพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ในขบวนเสด็จพยุหยาตราทางสถลมารค และเป็นพระราชยานในการเชิญพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และใช้ในพระราชพิธีสำคัญ
เมื่อถึงศาลาการเปรียญ
ผู้แทนพระองค์ ถวายพุ่มหงส์ทอง พุ่มหงส์เงิน และเงินพระราชทาน พร้อมพุ่มเงินผ้าป่าพระตำหนักราชฤทธิ์รุ่งโรจน์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ แด่พระครูสังฆรักษ์วิชา อรุโณ เจ้าอาวาสวัด กับประเคนผ้าไตรแด่พระสงฆ์ 10 รูป และกรวดน้ำ โดยปัจจัยในครั้งนี้จะนำไปใช้ในการก่อสร้างอุโบสถของวัด เพื่อให้พระสงฆ์มีสถานที่ประกอบศาสนกิจทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ปัจจุบัน วัดฝั่งแดง เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพระสงฆ์ จำนวน 6 รูป
ทั้งนี้
งานประเพณีบุญผะเหวด หรือ
บุญมหาชาติ เป็น 1 ในประเพณีฮีต 12 ตามวิถีวัฒนธรรมของชาวอีสาน โดยจัดอยู่ในฮีตที่ 4 หรือบุญเดือนสี่ จัดขึ้นเพื่อฟังเทศน์มหาชาติหรือพระเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์ให้จบภายในวันเดียว โดยเชื่อกันว่าจะได้รับอานิสงส์มากและได้เกิดร่วมศาสนาของพระศรีอริยเมตไตรย
เสร็จแล้ว ไปตรวจเยี่ยมการก่อสร้างศูนย์กีฬา ตำบลอุ่มเม้า (บ้านฝั่งแดง) ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาและนันทนาการเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความสามัคคีของประชาชนในระดับท้องถิ่นตามแนวทางของแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 7 และยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬาผ่าน 3 เสาหลัก จึงจัดตั้งศูนย์กีฬาฯ แห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นสถานที่สำหรับเล่นกีฬา ออกกำลังกาย และจัดกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ โดยจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2569
โอกาสนี้ มอบเงินและกระเช้าพระราชทานแก่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด และผู้แทนศูนย์กีฬาฯ
จากนั้น ผู้แทนพระองค์ เดินทางไปยังวัดท่าสะแบง อำเภอทุ่งเขาหลวง ในการนี้ จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศบูชาพระพุทธสหิงหงษา (หลวงพ่อแสนคำ) แล้วประกอบพิธีสรงน้ำสงกรานต์พระราชทาน และห่มผ้าสะพักถวายแด่พระพุทธสหิงหงษา (หลวงพ่อแสนคำ) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานไปถวายเนื่องในเทศกาลสงกรานต์
วัดท่าสะแบง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นเมื่อปี 2303 บริเวณป่าต้นตาลของชุมชนเดิมชื่อ "วัดตาล" ปัจจุบัน ที่ดินดังกล่าวที่ใช้สร้างวัด ได้ยกให้กับฝ่ายส่งน้ำกรมชลประทานทุ่งแซงบาดาล โดยเป็นที่ทำการของฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานจังหวัดร้อยเอ็ด ต่อมาในปี 2405 ได้จัดตั้งขึ้นเป็นวัด และเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดตาลท่าสะแบง" พร้อมกับย้ายที่ตั้งวัดมาอยู่ในพื้นที่กลางหมู่บ้านเพื่อให้ชาวบ้านสะดวกต่อการประกอบศาสนกิจและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในปี 2481 และเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดท่าสะแบง" ภายในวัดมีเสนาสนะที่สำคัญ ประกอบด้วย อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และวิหาร ปัจจุบัน มีพระครูสุทธิวโรภาส เป็นเจ้าอาวาสวัดและรองเจ้าคณะอำเภอทุ่งเขาหลวง มีพระสงฆ์ 14 รูป
https://news.ch7.com/detail/867006
“ในหลวง” โปรดเกล้าฯ ให้ เจ้าจอม พลโทหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี
เจ้าจอม พลโทหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ประเพณีบุญผะเหวด
วันที่ 12 เม.ย. 69 เวลา 09.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าจอม พลโทหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ในงานประเพณีบุญผะเหวด ณ วัดฝั่งแดง อำเภอธวัชบุรี และพิธีสรงน้ำสงกรานต์พระราชทาน และห่มผ้าสะพักกายแด่พระพุทธสหิงหงษา (หลวงพ่อแสนคำ) ณ วัดท่าสะแบง อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด.
... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/5776846/
เวลา 09.33 น. วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ เจ้าจอม พลโทหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ไปในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี ในงานประเพณีบุญผะเหวด ณ วัดฝั่งแดง อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด
ในการนี้ ผู้แทนพระองค์ เชิญผ้าไตรนำขบวน โดยมีพระวอสีวิกากาญจน์ เชิญพุ่มหงส์ทอง พุ่มหงส์เงิน และเงินพระราชทาน พร้อมขบวนผ้าป่าสามัคคีไปยังศาลาการเปรียญ ซึ่งพระวอสีวิกากาญจน์ เป็นพระราชยานประทับราบลักษณะทรงเรือนกัญญา (หลังคาแบบเรือนไทยราบ) มีสี่เสา หลังคาสองชั้น ประดับช่อฟ้าใบระกานาคสะดุ้งและหางหงส์เป็นรูปนาคสามเศียร มีพนักกั้นโดยรอบ เว้นช่องว่างสำหรับขึ้นลงทั้งสองข้าง ตัวพนักทำด้วยงาแกะสลัก มีคานหามสองคาน สำหรับผูกสาแหรก หัวเม็ดที่ปลายคานทั้งสองข้างทำด้วยงา ซึ่งใช้เป็นราชยานสำหรับเจ้านายฝ่ายในและพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ในขบวนเสด็จพยุหยาตราทางสถลมารค และเป็นพระราชยานในการเชิญพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และใช้ในพระราชพิธีสำคัญ
เมื่อถึงศาลาการเปรียญ ผู้แทนพระองค์ ถวายพุ่มหงส์ทอง พุ่มหงส์เงิน และเงินพระราชทาน พร้อมพุ่มเงินผ้าป่าพระตำหนักราชฤทธิ์รุ่งโรจน์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ แด่พระครูสังฆรักษ์วิชา อรุโณ เจ้าอาวาสวัด กับประเคนผ้าไตรแด่พระสงฆ์ 10 รูป และกรวดน้ำ โดยปัจจัยในครั้งนี้จะนำไปใช้ในการก่อสร้างอุโบสถของวัด เพื่อให้พระสงฆ์มีสถานที่ประกอบศาสนกิจทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ปัจจุบัน วัดฝั่งแดง เป็นวัดสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีพระสงฆ์ จำนวน 6 รูป
ทั้งนี้ งานประเพณีบุญผะเหวด หรือ บุญมหาชาติ เป็น 1 ในประเพณีฮีต 12 ตามวิถีวัฒนธรรมของชาวอีสาน โดยจัดอยู่ในฮีตที่ 4 หรือบุญเดือนสี่ จัดขึ้นเพื่อฟังเทศน์มหาชาติหรือพระเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์ให้จบภายในวันเดียว โดยเชื่อกันว่าจะได้รับอานิสงส์มากและได้เกิดร่วมศาสนาของพระศรีอริยเมตไตรย
เสร็จแล้ว ไปตรวจเยี่ยมการก่อสร้างศูนย์กีฬา ตำบลอุ่มเม้า (บ้านฝั่งแดง) ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ด ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาและนันทนาการเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความสามัคคีของประชาชนในระดับท้องถิ่นตามแนวทางของแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 7 และยุทธศาสตร์การพัฒนากีฬาผ่าน 3 เสาหลัก จึงจัดตั้งศูนย์กีฬาฯ แห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นสถานที่สำหรับเล่นกีฬา ออกกำลังกาย และจัดกิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ โดยจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2569
โอกาสนี้ มอบเงินและกระเช้าพระราชทานแก่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด และผู้แทนศูนย์กีฬาฯ
จากนั้น ผู้แทนพระองค์ เดินทางไปยังวัดท่าสะแบง อำเภอทุ่งเขาหลวง ในการนี้ จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศบูชาพระพุทธสหิงหงษา (หลวงพ่อแสนคำ) แล้วประกอบพิธีสรงน้ำสงกรานต์พระราชทาน และห่มผ้าสะพักถวายแด่พระพุทธสหิงหงษา (หลวงพ่อแสนคำ) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานไปถวายเนื่องในเทศกาลสงกรานต์
วัดท่าสะแบง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย สร้างขึ้นเมื่อปี 2303 บริเวณป่าต้นตาลของชุมชนเดิมชื่อ "วัดตาล" ปัจจุบัน ที่ดินดังกล่าวที่ใช้สร้างวัด ได้ยกให้กับฝ่ายส่งน้ำกรมชลประทานทุ่งแซงบาดาล โดยเป็นที่ทำการของฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานจังหวัดร้อยเอ็ด ต่อมาในปี 2405 ได้จัดตั้งขึ้นเป็นวัด และเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดตาลท่าสะแบง" พร้อมกับย้ายที่ตั้งวัดมาอยู่ในพื้นที่กลางหมู่บ้านเพื่อให้ชาวบ้านสะดวกต่อการประกอบศาสนกิจและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในปี 2481 และเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดท่าสะแบง" ภายในวัดมีเสนาสนะที่สำคัญ ประกอบด้วย อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และวิหาร ปัจจุบัน มีพระครูสุทธิวโรภาส เป็นเจ้าอาวาสวัดและรองเจ้าคณะอำเภอทุ่งเขาหลวง มีพระสงฆ์ 14 รูป
https://news.ch7.com/detail/867006